สองสามสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วั้แ่เอลีสเริ่มใช้ชีวิตใหม่ที่นี่ ตอนนี้เธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอเมลีกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ เด็กน้อยเริ่มเปิดใจให้เธอมากขึ้น หัวใจของเอลีสเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุขเมื่อเธอได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาว พวกเขานั่งเล่นกันในสวนหน้าบ้าน ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ยามบ่าย เอลีสนั่งยองๆ ข้างๆ อเมลี มือของเธอช่วยประคองตุ๊กตาผ้าตัวน้อยที่อเมลีชอบเล่น ขณะที่เด็กน้อยหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน
เสียงฝีเท้าของสาวใช้ดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง เอลีสหันมองด้วยความสงสัยเมื่อเห็นสาวใช้ถือจดหมายอยู่ในมือ สาวใช้โค้งศีรษะอย่างนอบน้อมก่อนจะยื่นจดหมายฉบับนั้นให้เธอ "คุณผู้หญิงคะ จดหมายจากคุณกาเบรียลค่ะ"
เอลีสมองจดหมายในมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย ก่อนจะค่อยๆ เปิดซองออกด้วยความระมัดระวัง กระดาษจดหมายสีครีมมีลายมือคมชัดของสามีบรรจงเขียนไว้ คร่าวๆ ว่า กาเบรียลกำลังจะกลับมาในเร็วๆ นี้ ความรู้สึกแปลกประหลาดแทรกเข้ามาในหัวใจของเธอ แม้พวกเขาจะเป็สามีภรรยากัน แต่เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยที่กำลังจะได้พบเขาอีกครั้ง
เอลีสหลุบตาลงมองจดหมายในมือ พลางคิดถึงกาเบรียล ชายหนุ่มผู้สง่างามและสุภาพเรียบร้อย แต่แฝงด้วยความเ็าที่เธอจำได้จากครั้งแรกที่พบ ความคิดที่เธอจะได้เผชิญหน้ากับเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวเล็กน้อ
เอลีสพยักหน้าให้สาวใช้เก็บจดหมายจากไป ก่อนจะหันกลับมาหาอเมลีที่กำลังสนุกอยู่กับการเล่นตุ๊กตา เธอยิ้มและค่อยๆ เอ่ยบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “อเมลีจ๊ะ คุณพ่อกำลังจะเดินทางกลับมาแล้วนะลูก”
ดวงตาของอเมลีเบิกกว้างขึ้นทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าเล็กๆ ของเด็กน้อยสว่างไสวด้วยความตื่นเต้น แววตาเต็มไปด้วยความสุขที่ยากจะปิดบัง อเมลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างล้นเหลือ “คุณพ่อจะกลับมาแล้วจริงๆ เหรอคะ?”
เอลีสยิ้มให้และพยักหน้าเบาๆ ลูกสาวของเธอเติบโตมาพร้อมกับความรักและความอบอุ่นที่ได้จากพ่อ แม้กาเบรียลจะมีท่าทีเงียบขรึมและไม่ได้แสดงความรักกับเอลีส แต่เขาก็รักลูกสาวของเขาอย่างสุดหัวใจ แต่เนื่องจากการงานที่ทำให้เขาต้องเดินทางบ่อย เขาจึงไม่สามารถอยู่กับอเมลีได้นานนัก แต่ความรักและความอ่อนโยนที่เขามีให้ลูกสาวนั้นมากเกินพอที่จะทำให้อเมลีมีความสุขในทุกครั้งที่ได้พบหน้า
อเมลีสบตากับแม่ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อและเต็มไปด้วยความหวัง “คุณแม่คะ หนูอยากไปรับคุณพ่อที่สถานีรถไฟได้ไหมคะ หนูอยากเป็คนแรกที่ได้เห็นคุณพ่อเมื่อเขามาถึง!”
เอลีสนิ่งไปเล็กน้อยกับคำขออันไร้เดียงสาของลูกสาว เธอเห็นความปรารถนาที่จะได้ใกล้ชิดพ่อในแววตาของอเมลี เธอจึงยิ้มและพยักหน้าอย่างอบอุ่น “ได้สิจ้ะ แม่จะพาอเมลีไปรับคุณพ่อด้วยกันนะลูก”
ใบหน้าเล็กๆ ของอเมลีฉายความสุขอย่างล้นหลามเมื่อได้ยินคำตอบ เด็กน้อยยิ้มกว้างแล้วรีบเข้าไปกอดเอลีสอย่างตื่นเต้น
เอลีสก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือ เป็เวลาอีกประมาณสิบกว่านาทีที่ขบวนรถไฟของกาเบรียลจะมาถึง ความรู้สึกประหม่าเล็กๆ แผ่ซ่านในใจ เธอยกมือขึ้นจัดแต่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ค่อยๆ ปัดฝุ่นเล็กน้อยที่อาจติดบนกระโปรงและแต่งหมวกบนศีรษะให้เข้าที่ มันเป็หมวกขนาดเล็กที่มีขอบประดับด้วยผ้าลูกไม้เรียบง่ายที่เข้ากับชุดคลุมสีอ่อนของเธอ ความละเอียดละออของการแต่งกายในยุคนี้ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความสง่างาม แต่ในใจอดไม่ได้ที่จะนึกถึงความสะดวกสบายของการแต่งหน้าในโลกเก่าของเธอ ในยุคนี้เครื่องสำอางยังค่อนข้างจำกัด มีเพียงแป้งฝุ่นจางๆ และลิปสติกบางสีเท่านั้น ซึ่งต่างจากโลกเก่าที่เต็มไปด้วยลิปสติกสีสันสดใสและเครื่องสำอางครบครัน
เอลีสก้มลงมองอเมลีที่ยืนข้างๆ ลูกสาวตัวน้อยกำลังมองดูรอบๆ อย่างสนใจ เธอจึงยิ้มและตัดสินใจใช้เวลานี้พาอเมลีเดินไปรอบๆ สถานีเล็กน้อย ระหว่างที่รอขบวนรถไฟมาถึง “อเมลีจ๊ะ เราไปซื้อขนมรอกันดีไหมคะ?”
อเมลีหันมายิ้มแย้มพร้อมกับพยักหน้าอย่างตื่นเต้น เอลีสจึงจูงมือลูกสาวและเดินไปยังร้านขนมเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชานชาลา ร้านขนมนี้ตกแต่งอย่างน่ารัก มีตะกร้าใส่ขนมปังกลิ่นหอมฟุ้ง และขนมหวานหลากหลายชนิดวางเรียงอยู่บนชั้นไม้ที่ดูอบอุ่น กลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ลอยมาจากเคาน์เตอร์ ทำให้บรรยากาศของร้านดูผ่อนคลาย
เอลีสและอเมลีมองสำรวจขนมหวานที่เรียงราย ทั้งคุกกี้ช็อกโกแลตชิพชิ้นเล็ก ขนมอบสีทอง และมาร์ชแมลโลว์นุ่มๆ หั่นเป็ก้อนสีขาวที่ดูนุ่มฟู อเมลีตาเป็ประกายเมื่อเห็นขนมที่หลากหลายและมีสีสัน “คุณแม่คะ หนูขออันนี้ได้ไหม?” เธอชี้ไปที่ขนมปังอบเนยโรยด้วยน้ำตาลเป็ประกาย
เอลีสยิ้มและพยักหน้า ก่อนจะหยิบขนมให้ลูกสาว เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจเมื่อเห็นอเมลีเพลิดเพลินกับขนมในมือ เธอจ่ายเงินให้กับเ้าของร้านอย่างเรียบร้อยและจูงมืออเมลีเดินกลับไปยังชานชาลา ขณะที่มองลูกสาวกำลังหยิบขนมขึ้นมาทานอย่างร่าเริง ความตื่นเต้นในใจของเอลีสก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อนึกถึงการได้พบกับกาเบรียลอีกครั้งในไม่กี่นาทีนี้
กาเบรียลยืนอยู่ริมหน้าต่างในขบวนรถไฟที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าจอดชานชาลา เขาก้มมองจดหมายในมืออีกครั้ง ตัวอักษรที่บรรจงเขียนบอกเล่าอย่างชัดเจนว่า ‘ภรรยา’ ของเขามารอรับที่สถานี ความแปลกใจเล็กๆ ฉายขึ้นในดวงตาของเขา แต่งงานกันมากว่า 5 ปี แต่ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เอลีสมารับเขาด้วยตัวเอง เขาเก็บจดหมายลงกระเป๋า สูดหายใจลึกและพยายามเก็บความรู้สึกประหลาดนี้ไว้ในใจ
เมื่อขบวนรถไฟเทียบท่า เสียงคนพูดคุยจอแจและเสียงล้อรถไฟที่เสียดสีกับรางทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ชานชาลานั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างยืนรอคอยคนที่พวกเขารักและเฝ้ารอจะได้พบ ทุกคนดูต่างเร่งรีบและมีเป้าหมาย ราวกับทุกคนในที่แห่งนี้มีใครสักคนที่รอคอยอยู่
เมื่อประตูเปิดออก กาเบรียลก้าวลงจากรถไฟอย่างสง่างาม ร่างสูงโปร่งของเขาก้าวลงมาอย่างมั่นคงและสุขุม ใบหน้าคมเข้มมีแววตาที่นิ่งขรึม เผยให้เห็นความสง่างามในท่าทางของเขา เขากำลังมองหาภรรยาและลูกสาวของเขาท่ามกลางฝูงชน
ทันใดนั้นเอง เสียงใสๆ ของเด็กหญิงดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจ “พ่อจ๋า!”
กาเบรียลหันไปตามเสียงนั้นทันที และสายตาของเขาก็พบกับภาพที่ทำให้เขาชะงักเล็กน้อย ภรรยาของเขายืนอยู่ตรงนั้นข้างๆ ลูกสาว ร่างเล็กๆ ของอเมลีกำลังยิ้มอย่างดีใจ มือเล็กๆ ของเธอโบกมืออย่างตื่นเต้น ดวงตากลมโตและใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ทำให้เขายิ้มบางๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว
เอลีสที่ยืนอยู่ข้างๆ สวมชุดสีอ่อนที่เข้าชุดกับลูกสาว เธอดูสง่างามและอ่อนโยน ริมฝีปากมีรอยยิ้มเล็กๆ ในแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เส้นผมยาวของเธอปลิวไสวเล็กน้อยตามแรงลม ทำให้เธอดูเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ผิดไปจากท่าทีเ็าที่เขาคุ้นเคย สีหน้าที่ผ่อนคลายและแววตาที่อ่อนโยนของเอลีสในวันนี้ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
กาเบรียลเก็บความรู้สึกแปลกๆ นี้ไว้ในใจ เขามองเอลีสและอเมลีที่ยืนเคียงกันอย่างลงตัว และอดคิดไม่ได้ว่าภรรยาของเขาในชุดสีอ่อนนี้ดูงดงามและมีเสน่ห์เหลือเกิน เขายิ้มบางๆ ก่อนจะเดินไปหาพวกเธอ อเมลีรีบวิ่งมากอดเขาทันที
“อเมลีจ๊ะ ระวังหน่อยลูก” เขาพูดขณะที่ย่อตัวลงรับร่างเล็กๆ ของลูกสาวเข้าสู่อ้อมกอด เขาหัวเราะเบาๆ เมื่ออเมลีกอดเขาแน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและอ่อนโยนที่เขามีต่อเธอโดยไม่ปิดบัง
เอลีสยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม ดวงตาสีฟ้าของเธอเปล่งประกายอย่างอบอุ่น ขณะที่กาเบรียลเงยหน้ามองเธอ แววตาของเขาก็เผยความแปลกใจและความประทับใจออกมาเล็กน้อย เอลีสยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยทักทายกาเบรียลเบาๆ “ยินดีต้อนรับกลับค่ะ” น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง แฝงด้วยความอ่อนโยนที่เธอพยายามแสดงออก
กาเบรียลเพียงพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย ตอบรับด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ก่อนจะจูงมืออเมลีอย่างทะนุถนอม พาเธอเดินไปยังรถม้าที่รออยู่ตรงชานชาลา เมื่อถึงรถม้า เขาอุ้มอเมลีตัวน้อยขึ้นไปนั่งด้านในอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเอลีสเล็กน้อย ราวกับจะส่งสัญญาณให้เธอเข้ามาใกล้
เอลีสผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นกาเบรียลยื่นมือออกมาเพื่อประคองเธอ ดวงตาของเธอสบกับมือหนาของเขาที่รอเธออยู่ เธอรู้สึกได้ถึงความละอายในใจเล็กๆ ก่อนที่มือบางของเธอจะยื่นออกไปวางบนมือของเขา ความอุ่นที่แทรกผ่านจากมือของเขาทำให้เธอใจเต้นแรงเล็กน้อย เขาจับมือเธออย่างมั่นคงและประคองเธอขึ้นรถม้าด้วยท่าทีสง่างามและอ่อนโยน
เมื่อทั้งสามนั่งอยู่ภายในรถม้า บรรยากาศเงียบสงบลงอย่างประหลาด มีเพียงเสียงล้อรถม้าที่เสียดสีกับถนนและเสียงเกือกม้ากระทบพื้นหินเป็จังหวะ เอลีสนั่งอย่างเงียบๆ ตรงข้ามกับกาเบรียล ขณะที่อเมลีนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา เด็กน้อยมองพ่อและแม่ของเธอสลับกันด้วยดวงตาเป็ประกาย เธอยิ้มอย่างร่าเริงและเริ่มพูดคุยอย่างสนุกสนาน
“คุณพ่อคะ วันนี้หนูพาคุณแม่มารับคุณพ่อด้วยนะคะ! หนูเก่งไหมคะ” อเมลีพูดเสียงใส ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ขณะที่เธอหันไปสบตาพ่อของเธอ
กาเบรียลยิ้มบางๆ และพยักหน้าให้ลูกสาว “พ่อดีใจมากเลยจ้ะ ขอบคุณมากนะที่มารับพ่อ” น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและอบอุ่น ราวกับความเงียบในรถม้าถูกเติมเต็มด้วยความรักที่เขามีต่อลูกสาว
อเมลีหัวเราะคิกคัก “วันนี้คุณแม่ใจดีมากเลยค่ะ! เราไปซื้อขนมด้วยกันด้วย หนูชอบมากๆ เลย!”
เอลีสยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินลูกสาวพูด และหันไปสบตากับกาเบรียลที่กำลังมองมาอยู่ เขายกคิ้วเล็กน้อยเหมือนแปลกใจ ก่อนจะพยักหน้าให้เธออย่างแ่เบา