เวลา 12.12 น.
นักเรียนชั้นปี 3 และ 4 ต่างพากันทยอยลงไปรับประทานอาหารที่โรงอาหาร โดยมีร้านอาหารมากมายให้เลือก แล้วแต่นักเรียนแต่ละคนจะเลือกซื้อรับประทาน ยกเว้นชายหนุ่มสูงโปร่งคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เดินไปยังโรงอาหารเฉกเช่นนักเรียนคนอื่นๆ แต่เขากลับเดินตรงไปยังอาคารเรียนของนักเรียนชั้นปี 3
ภายในห้องเรียน 3 C มีจำนวนนักเรียนอยู่ในห้องไม่มากนัก หากแต่สายตาของชายหนุ่มก็สอดส่องหาคนที่เขา้าพบ แต่ดูเหมือนจะไม่มีแม้เงาของคนที่เขามาหา
ชายหนุ่มมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่พบคนที่เขาอยากเจอ ก่อนจะหันหลังเพื่อเดินจากไป
“คุณเหมันต์คะ”
เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเื้ัของเขา ทำให้ชายหนุ่มชะงัก และรีบหมุนตัวกลับมายิ้มให้อย่างดีใจ แต่แล้วก็ต้องชะงักยิ้มทันทีที่พบกับเ้าของเสียง
“มาหาเซร่าหรือคะ?”
เอริโกะสาวน้อยหน้าตาน่ารักไม่แพ้เซร่าเอียงคอถาม ก่อนจะส่งยิ้มให้กับเหมันต์ เพราะเธอเห็นเขามองเข้ามาในห้องเหมือนมองหาใครซักคนอยู่นานแล้ว
“อ่า...ครับ มิยาเกะซังไม่อยู่หรือครับ?” เหมันต์ตอบคำถามก่อนจะเอานิ้วขยับแว่นอย่างเก้อเขิน
“ไม่อยู่ค่ะ เซร่าน่ะ...เขา..” เอริโกะชะงักคำพูดค้างเอาไว้
“มิยาเกะซัง ทำไมเหรอครับ??” เหมันต์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยในคำพูดของเอริโกะ
“คือ...คือ...ฉัน....ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง...เหมือนกันน่ะค่ะ”
เอริโกะตะกุกตะกักตอบคำถามของเหมันต์ด้วยเพราะเธอนั้นสองจิตสองใจไม่อยากบอก แต่เธอก็คิดว่าเขาควรจะมีสิทธิ์รับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น
“ก็พูดมาสิครับ” เสียงของเหมันต์แม้จะแฝงการกึ่งบังคับ แต่ก็ยังคงความสุภาพเอาไว้ได้เป็อย่างดี
“คือว่าเมื่อเช้านี้น่ะค่ะ...............” เอริโกะอึ้งไปนิด ก่อนจะตัดสินใจเล่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ต์ฟัง โดยสีหน้าของเหมันต์เคร่งเครียดขึ้นทันทีที่ฟังเื่ทั้งหมดจบ
“..............”
“เื่ก็เป็แบบนี้ล่ะค่ะ และตอนนี้เซร่าก็ยังไม่กลับ...มาเลย รวมทั้ง..เอ่อ...นายคิมหันต์ด้วยน่ะค่ะ” เอริโกะเสียงอ่อยๆ เบาลงใน่ท้ายประโยคเมื่อเห็นสีหน้าที่เคร่งขรึมของเหมันต์
“งั้นหรือ” เหมันต์เสียงขรึมแววตามีความไม่พอใจปนครุ่นคิด ภายในหัวเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
คิมหันต์พามิยาเกะซังไปไหน ??
แล้วพาไปทำไมกันนะ ??
แต่เื่อื่นไม่สำคัญเท่ากับการที่คิมหันต์ทำให้มิยาเกะซังเดือดร้อน
เหมันต์สลัดหัวเล็กน้อยไล่ความคิด พร้อมกับเอานิ้วขยับแว่นเล็กน้อย ั์ตาเคร่งขรึม
เอริโกะมองหน้าเหมันต์กล้าๆ กลัวๆ เพราะเธอเดาอารมณ์และความคิดของเหมันต์ไม่ถูกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ท่าทางที่ดูเครียดของเขากดดันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไม่น้อย
“ขอบคุณที่บอกให้ผมทราบนะครับ คุณโรลมาเซียร์” เหมันต์บอกกับเอริโกะเสียงเรียบๆ แต่ก็ทำให้เธอสะดุ้งได้
“อ่า...ค่ะ ไม่..ไม่เป็ไรค่ะ” เอริโกะรู้สึกเหมือนทำตัวไม่ถูกเวลาที่อยู่ต่อหน้าเหมันต์ อาจเป็เพราะแววตาที่คมกริบเื้ัแว่นกรอบเงินนั่นก็เป็ได้ ที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นเกรง
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
เหมันต์บอกเสียงเรียบ เอริโกะพยักหน้าตอบรับเหมันต์ ก่อนจะแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก และเดินกลับไปหาเพื่อนๆ ของเธอที่อยู่ภายในห้อง
เหมันต์เดินตรงดิ่งกลับไปยังตึกเรียนของตน แต่ก็ต้องชะงักเท้า เมื่อเผชิญหน้ากับหญิงสาวคนหนึ่ง โดยที่เหมันต์ไม่รู้ว่าเธอมายืนอยู่ตรงนั้นั้แ่เมื่อไหร่
“การที่เธอปฏิเสธฉัน ฉันคิดว่าเป็เพราะเธอเกรงใจคิม แต่แท้จริงแล้ว.….”
ออยเฟ่ย์พูดเสียงสั่น เธอแอบเดินตามเหมันต์มาั้แ่หน้าห้องเรียนปี 4 B เพราะเธอสงสัยว่าเขาจะไปที่ไหน แทนที่จะเดินไปยังโรงอาหาร
“แท้จริงแล้ว…..คุณมีหญิงอื่นในใจแล้วใช่มั้ยคะ เหม?”
ออยเฟ่ย์กล้ำกลืนความเสียใจ ปากสั่นถามเหมันต์อย่างเจ็บช้ำ น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มดวงตา
เหมันต์นิ่งไป คำถามของออยเฟ่ย์บ่งบอกได้ว่า เธอได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาคุยกับเอริโกะหมดสิ้นแล้ว และเธอกำลังเข้าใจเขาผิด
เหมันต์รู้สึกลังเลใจว่าจะเล่าทุกอย่างให้ออยเฟ่ย์ฟังดีหรือไม่ แต่เมื่อประมวลความคิดเกี่ยวกับนิสัยของออยเฟ่ย์แล้ว เขาคิดว่าตอนนี้เธอคงไม่รับฟังคำอธิบายใดๆ ของเขาอย่างแน่นอน
“คุณชอบเด็กคนนั้นใช่มั้ยคะ เหม? คุณชอบมิยาเกะ เซร่าอย่างนั้นใช่มั้ยคะ? ตอบฉันสิคะ”
ออยเฟ่ย์เห็นเหมันต์นิ่งเงียบเหมือนยอมรับในสิ่งที่เธอพูด ยิ่งทำให้เธอเสียใจมากยิ่งขึ้น จึงยิงคำถามรัวใส่ น้ำตาที่คลอเริ่มไหลลงเปื้อนแก้มสองข้างของเธอ
เหมันต์ยังคงนิ่งเงียบกับคำถาม เขากำลังสับสนในความรู้สึกของตัวเอง
การที่เขาได้พูดคุยกับเซร่า เขารู้สึกเป็ตัวของตัวเอง และสบายใจมาก
แต่ยามที่เขาอยู่กับออยเฟ่ย์ เขารู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้เธอ แต่เขาก็รู้สึกผิดและทุกข์ใจเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็ต้นเหตุที่ทำให้คิมหันต์ต้องเสียใจ
“ใช่ ฉันชอบมิยาเกะซัง” เขาเลือกที่จะโกหกออยเฟ่ย์
ออยเฟ่ย์ตกตะลึงราวกับฟ้าถล่มลงตรงหน้า เมื่อคราวที่เขาบอกว่าไม่ได้ชอบเธอ ออยเฟ่ย์ยังคิดว่า ถ้าหากเหมันต์ยังไม่ชอบใคร เธอยังจะสามารถพยายามเพื่อใจของเหมันต์ได้
แต่สิ่งที่ได้ยินวันนี้…..
“ขอโทษนะ” เหมันต์เอ่ยขอโทษออยเฟ่ย์เบาๆ ก่อนจะตัดใจเดินผ่านออยเฟ่ย์ไปอย่างไม่ลังเล
“ทำไม!! เพราะอะไร!!” ออยเฟ่ย์หันตามและะโถามด้วยเสียงอันดัง ั์ตาพร่ามัวไปด้วยน้ำตา แต่ไร้คำตอบจากชายหนุ่ม
“ฮือ ฮือ”
ออยเฟ่ย์ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายคนที่เดินผ่านไปมาริมระเบียง หัวใจของเธอแหลกสลายด้วยน้ำมือของคนที่เธอรักมากที่สุด
“ออยเฟ่ย์?”
เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเรียกออยเฟ่ย์ด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ ออยเฟ่ย์เงยหน้าขึ้นมองทั้งน้ำตา ก็พบหญิงสาวผมตัดสั้นเป็ทรงกำลังยืนมองเธอด้วยสายตาไม่แน่ใจ
“เรน่า” ออยเฟ่ย์ร้องเรียกชื่อของเพื่อนเธอออกมาก่อนจะโผเข้ากอดเพื่อนของเธอ
“เป็อะไร? ทำไมร้องไห้แบบนี้?”
เรน่าเคยเป็เพื่อนร่วมชั้นกับออยเฟ่ย์และเหมันต์เมื่อตอนปี 3 แต่เมื่อขึ้นปี 4 การเรียนของออยเฟ่ย์กับเหมันต์ดีกว่าเธอ ทำให้เธอต้องหล่นไปอยู่ห้อง D และจากนั้นเธอก็ไม่ค่อยได้พบกับทั้งคู่นัก
“ฮือ ฮือ..”
“ไปทางโน้นกันเถอะ ออยเฟ่ย์ คนมองกันใหญ่แล้ว”
เรน่าไม่รู้จะทำให้ออยเฟ่ย์หยุดร้องไห้ยังไง เธอจึงพาออยเฟ่ย์ไปให้พ้นจากระเบียงทางเดิน
“เอ้า เล่ามาซิ แม่คนขี้แย”
“ฮึก...เหม..เขาชอบคนอื่นน่ะ”
“เป็ไปไม่ได้” เรน่าอุทาน
“จริงๆ นะ เมื่อกี้เหมบอกกับฉันเองน่ะ”
“คิดมากไปรึเปล่า เหมันต์ชอบเธอตั้งนานแล้ว ไม่มีทางจะเปลี่ยนใจง่ายๆ หรอก” เรน่ายังคงไม่เชื่อสิ่งที่ออยเฟ่ย์เล่า
“แต่...”
“ฉันว่าเขาคงแค่เผลอใจมากกว่า”
“เธอคิดว่างั้นเหรอ?”
“แต่ถ้าเขาชอบเด็กคนนั้นจริง ฉันก็ไม่ควรไปขวางความสุขของเขานะ” ออยเฟ่ย์รู้สึกลังเลใจ
“เธอจะบ้าเหรอ! เหมันต์เป็ของเธอนะ อยู่ๆ ไปยกให้ใครก็ไม่รู้ได้ยังไงกัน”
“เขาไม่ใช่ของฉันซะหน่อย” ออยเฟ่ย์แย้งเขินๆ
“เธอจะเป็แม่พระไปถึงไหน ถ้าเป็ฉันนะ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับคนรักของฉันหรอก”
“ฉัน.....ควรทำยังไงดี”
“เอางี้สิ เธอไม่ลองไปคุยกับเด็กคนนั้นดูล่ะ จะได้รู้กันชัดๆ ไปเลย” เรน่าแนะนำ
“มันจะดีเหรอ?”
“หรือว่าเธออยากเสียเหมันต์ไปล่ะ?”
“ฉัน....” ออยเฟ่ย์นิ่งไปอย่างใช้ความคิด
“ก็ได้ ฉันจะลองดู” ออยเฟ่ย์ตัดสินใจจะลองทำตามคำแนะนำของเรน่า
“ต้องแบบนี้สิ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็ยังไง ฉันก็จะเป็กำลังใจให้เธอเสมอ” เรน่าฉีกยิ้มให้กับออยเฟ่ย์
“ขอบคุณนะ เรน่า” ออยเฟ่ย์ซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อน
ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างเข้าใจกัน