ปัจจุบันรูปร่างหน้าตาและผิวพรรณกังหลงได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากมาย เนื่องจากหลังการยกระดับพลังฝีมือเข้าสู่ระดับปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุด พลังปราณได้ขับของเสียระดับหยาบที่ปะปนในร่างกายออกมาตามรูขุมขนจนหมดสิ้น กลั่นกรองผลัดเปลี่ยนร่างกายจนผิวพรรณดูขาวนวลผ่องใส หน้าตาคมคายหล่อเหลา ผมดำขลับยาวเลยไหล่ ร่างกายดูสูงใหญ่บึกบึนขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย จนรูปกายดูเติบโตเกินวัย เหมือนชายหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีเข้าแล้ว
ขณะนี้กังหลงได้ผลัดเปลี่ยนใส่ชุดนักศึกษาสีขาวดูเรียบร้อยสำรวมมีสง่าราศรีน่าเลื่อมใสยามนี้หากมีสาวชาวบ้านธรรมดาคนใดผ่านมาพบเห็นเข้าย่อมต้องลุ่มหลงงมงายจนอดมิได้ต้องแอบเก็บไปใฝ่ฝันเป็นแน่แท้
ถึงแม้กังหลงไม่ได้หล่อเหลาคมคายปานเทพบุตรจุติมา ดุจดังวลีของคนโบราณแต่ด้วยรูปหน้าปจจุบันที่ดูคมคายได้รูป จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วหนาเรียวดุจกระบี่ ดวงตาดำขลับคมดูทระนงองอาจ ผิวขาวใสดุจดังผิวอิสตรี สาวบ้านใดที่มีใจไม่หนักแน่นพอหากแม้นได้พบพานเป็นต้องเหม่อมองจนเหลียวหลังหรือมิฉนั้นก็อาจจะพากันสะดุดจนล้มระเนระนาดไปก็เป็นได้...
การเดินทางครานี้รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่าเนื่องจากกังหลงได้เรียกปีกฟ้าวายุคำรณออกมาใช้ในการเดินทางพร้อมทั้งใช้คุณสมบัติพรางกายจนยากที่ใครจะมีใครสังเกตุเห็นได้ และด้วยญาณสัมผัสของพลังจิตวิญญาณขณะนี้ที่แก่กล้าขึ้นจนสามารถแผ่พุ่งสำรวจรอบกายได้ภายในรัศมีหนึ่งลี้ ยามใดที่สำรวจพบพานพลังที่กล้าแข็ง ก็จะรีบพรางกายซ่อนหรือบินวกอ้อมหนีห่างออกไปเพื่อป้องกันปัญหายุ่งยากอันอาจจะเกิดขึ้น จึงนับว่าการเดินทางครั้งนี้แทบจะไม่ได้พบพานอุปสรรคใด ๆ...
ด้วยระยะทางที่ไกลตระกูลหยางซึ่งตั้งอยู่อีกฟากของเทือกเขาเนตรอสูร ทั้งสองตระกูลมีแนวเทือกเขาเนตรอสูรที่มีอาณาเขตประมาณหนึ่งพันกิโลเมตรขวางกั้น
หากเดินทางบุกฝ่าตัดผ่านเทือกเขาเนตรอสูรข้ามไปยังอีกฝั่งจะใช้เวลาสั้นที่สุดแต่อันตรายและมีความยากลำบากเป็นที่สุดเพราะต้องบุกผ่าฝ่าดงเข้าไปยังใจกลางเทือกเขาที่เต็มไปด้วยพฤกษาที่มีพิษและสัตว์อสูรดุร้ายระดับต่างๆ มากมายหลายชนิด จึงไม่ค่อยมีใครนิยมเสี่ยงบุกฝ่าเทือกเขาไปยังอีกฝั่งผ่านเส้นทางสายนี้
ด้วยสภาพภูมิประเทศเทือกเขาเนตรอสูรอันกว้างใหญ่มีเส้นผ่าสูญกลางประมาณหนึ่งพันกิโลเมตรหากผ่าแบ่งเทือกเขาเนตรอสูรเป็นสองส่วนจากเหนือมาใต้
ครึ่งซีกฝั่งด้านซ้ายล้วนเป็นแนวเทือกเขาและผืนป่ากว้างไกลออกไปจนยากจะประมาณได้เป็นพื้นที่ของอีกดินแดนหนึ่งครึ่งซีกด้านขวาของเทือกเขาเป็นพื้นที่ของอาณาจักรเนตรอสูร ตระกูลกังอยู่ทางใต้สุดตระกูลหยางอยู่ทางเหนือสุด กังหลงเลือกเดินทางตามเส้นทางที่อ้อมผ่านเทือกเขาเนตรอสูรเป็นแนวโค้งครึ่งวงกลม
ตามเส้นทางที่ผ่านมากังหลงมักพบผู้ฝึกยุทธหลายกลุ่ม กำลังมุ่งหน้าเดินทาง ไปตามทิศทางที่ตนมุ่งหน้าไป เขาโบยบินพร้อมอำพรางตัวติดตามไปห่าง ๆ
กังหลงโบยบินมาประมาณหนึ่งชั่วยามก็ได้พบได้พบกับเงาตะคุ่ม ๆ ของบ้านเรือนมากมายเบื้องหน้าเห็นกลุ่มคนที่ล่วงหน้ามาก่อนตนต่างมุ่งเข้าสู่เมืองด้านหน้าเกือบทั้งสิ้นจึงลดระดับความเร็วลงพร้อมเก็บปีกฟ้าวายุคำรณเข้าสู่ในกายก่อนถึงเขตบ้านเรือนประมาณหนึ่งร้อยเมตรและเดินเท้าเข้าไปยังชุมชนเบื้องหน้าเช่นกันซึ่งบัดนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คน
"สมาคมโอสถจัดงานมาจัดงานประลองคัดเลือกหาอัจฉริยะด้านการปรุงโอสถในที่นี้คงเพื่อหาและรวบรวมผู้เยาว์ดาวรุ่งไปเป็นตัวแทนเข้าแข่งขันการปรุงโอสถระดับเมือง ทำให้เมืองนี้ครึกครื้นขึ้นเยอะ"
เสียงคุยกันแว่วมาให้ได้ยินเมื่อกังหลงเริ่มเข้าใกล้เหล่าร้านรวงต่างๆ เบื้องหน้า บัดนี้ภายในเมืองแน่นขนัดไปด้วยผู้คน สองฟากข้างถนนเต็มไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ มากมาย
"เชิญลูกค้าทุกท่านแวะชม แวะเลือกซื้อของได้ตามใจชอบ"
"ท่านผู้สูงส่ง โปรดเชิญเลือกชมก่อน !"
เสียงพ่อค้าแม่ค้าจากร้านรวงต่างๆ ดังจอแจตลอดทาง กังหลงไม่เคยมายังเมืองแห่งนี้ ไม่นึกว่าจะมีผู้คนมากมาย นี่น่าจะเป็นเพราะมีการจัดงานประลองอะไรของสมาคมโอสถที่ฝูงชนได้เพิ่งกล่าวให้ได้ยินเมื่อครู่นี้เป็นแน่แท้ กังหลงเกิดความสนใจจึงเข้าไปสอบถามพ่อค้าขายของเก่าท่าทางช่างพูดคนหนึ่ง
"พี่ชายไม่ทราบที่นี่เกิดอะไรขึ้น? ถึงได้ดูครึกครื้นและมีผู้คนมากมายยิ่ง"
กังหลงกล่าวถามขึ้น
"คุณชายคงไม่ใช่คนที่นี่กระมังที่นี่เรียกว่าเมืองเหอหนาน เป็นเมืองหน้าด่านของเมืองเนตรอสูรซึ่งเชื่อมต่อระหว่างตระกูลหม่าและตระกูลเยี่ยน ก่อนหน้านี้ไม่ได้ครึกครื้นเช่นนี้ "
" แต่บังเอิญจะมีการจัดงานประลองเพื่อเฟ้นหาอัจฉริยะด้านการปรุงโอสถโดยสมาคมโอสถขึ้นที่นี่ในอีกสองวันข้างหน้าช่วงนี้จึงมีผู้คนและนักปรุงโอสถรุ่นเยาว์ ต่างหลั่งไหลกันมายังที่นี่มากมายทำให้กิจการค้าขายของเมืองนี้ดีขึ้นมาก"
กังหลงพยักหน้าเมื่อเข้าใจถึงสาเหตุและสอบถามต่อ
"พี่ท่านแล้วเมืองนี้มีที่พักหรือสถานที่ใดน่าสนใจบ้างข้าพเจ้าบังเอิญผ่านมาอยากจะหาที่พักและเที่ยวชมสักหน่อย"
พ่อค้ารีบกล่าวต่อเพื่อสาธยายความถึงเรื่องราวเพื่อให้บุรุษหนุ่งเบื้องหน้าพึงพอใจเพราะมิแน่อาจจะได้ลาภเล็ก ๆ น้อยจากข้อมูลที่ให้ไปการให้ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ก็เป็นการค้าขายชนิดหนึ่ง
เนื่องจากหากเป็นข่าวคราวธรรมดาการที่ผู้รับฟังจะให้ค่าตอบแทนสินน้ำใจหรือไม่ก็ได้แต่ถ้าหากเป็นข่าวสารที่สำคัญยิ่งเป็นความลับแล้วจะยิ่งมีราคาซึ่งผู้ที่อยู่ในแวดวงของนักยุทธย่อมทราบกันเป็นอย่างดีถึงธรรมเนียมเหล่านี้
"เมืองเหอหนานแม้จะเป็นเมืองหน้าด่านแต่ความเจริญมิได้ด้อยไปกว่าตัวเมืองเนตรอสูรซึ่งอยู่ในพื้นที่ทางเหนือของตระกูลหยางท่านคงมิเคยได้ฟังวลีจตุรนามสู่ราชันย์ที่ว่า "
" ฝ่าหอนิระทุกข์พยายม..ชมหญิงงามล่มเมือง...เลื่องชื่อศิลาผู้กล้า..คนึงหาสุราสวรรค์พิชิตได้คือราชันย์..!! "
" บรรดาจอมยุทธที่เคยผ่านเมืองนี้ย่อมต้องการจะก้าวผ่านสี่วลีที่ว่านี้กันทั้งนั้นผู้ใดที่ก้าวผ่านได้ย่อมถูกยกย่องเป็นผู้กล้า"
กังหลงได้ฟังเช่นนั้นจึงมีความสนใจจึงสอบถามต่อไป
"สี่วลีที่ว่า คืออะไรรึทำไมผู้คนถึงให้ความสำคัญเช่นนั้น"
พ่อค้ากล่าวฟุ้งจนน้ำลายแทบกระเซ็น วาดมือวาดเท้ายืดอกยกขึ้นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าให้ความสนใจในคำบอกเล่าของตน จึงรีบบอกเล่าต่อ
"ในสี่วลีนั้นหอนิระทุกข์พยายมนับเป็นอันดับหนึ่งที่ทุกคนปรารถนาจะก้าวผ่านเพราะหากใครสามารถก้าวผ่านแต่ละชั้นสำเร็จจะมีของรางวัลอันล้ำค่าที่สุ่มออกมาให้ผู้คน ยามที่หอดีดส่งออกมาข้างนอกซึ่งใครสามารถผ่านไปจนถึงชั้นบนสุดได้ย่อมต้องได้รับของรางวัลอันล้ำค่าที่ยากจะประเมินค่าได้เป็นแน่"
"ของล้ำค่านั้นคือสิ่งใดรึ? แล้วหอเป็นลักษณะอย่างไร? แล้วผู้คนไม่นำสิ่งล้ำค่าไปจนเกือบหมดแล้วรึในเมื่อทุกคนต่างปรารถนาจะก้าวผ่าน?"
กังหลงถามขึ้นด้วยความฉงน เมื่อพ่อค้าได้ฟังเช่นนั้นก็เปล่งเสียงหัวเราะจนดังลั่น
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าหนุ่มเจ้านับเป็นบ้านนอกเข้าเมืองแท้ ๆ ถ้าง่ายดายปานนั้นคงไม่ชื่อว่าหอนิระทุกข์พยายมแล้ว หอนิระทุกข์แห่งนี้ มีทั้งหมดสิบชั้น อยู่มาหลายชั่วคนแล้ว "