ค่ำคืนที่โหดร้าย ค่อยๆ ผ่านไปอย่างเงียบงัน ตฤณ เริ่มรู้สึกตัว ค่อยๆ ลุกขึ้นมา เมื่อััรอบๆ ตัวเขารู้สึกว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป เขายันตัวขึ้นมาแล้วมองไปรอบๆ พบว่า ตัวเองอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยไอหมอก แต่ยังคงมีแสงสว่างเรืองรอง ด้านหน้ามีเนินเขาลูกหนึ่ง และมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน ถัดออกไป เป็สระน้ำขนาดใหญ่ เมื่อมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นมีสิ่งมีชีวิตใด นอกเหนือจากตัวของเขาเอง
"นี่เราตายแล้วหรือนี่" ตฤณ คิด แต่ยังไม่ทันคิดอะไรต่อ ก็ปรากฎร่างรางๆ ของมนุษย์คนหนึ่งขึ้นมาใกล้ๆ เขา
"นี่ฉันเองค่ะ มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ _/\_ :-) " ร่างนั้นกล่าวออกมา
"เฮ้ย นี่มันเหมือน OK Google เลยนี่นา .. แล้วเธอเป็ใคร... แล้วนี่ฉันตายแล้วใช่ไหม" ตฤณรีบถามอย่างรวดเร็ว
"คุณยังไม่ตาย... แต่ที่ที่คุณอยู่ ณ ขณะนี้ ในโลกของคุณจะเรียกว่า จักรวาลนฤมิต เป็โลกอีกแห่งที่จะอยู่ภายในจิตใจของคุณ แต่คุณยังคงมีความนึกคิด มีความรู้สึก มีประสบการณ์ สามารถทำงานต่างๆ ในที่นี้ได้..ส่วนฉัน..คุณเรียกว่า..อลิส..ก็ได้ ฉันเป็ผู้ช่วยของคุณ ที่อยู่ในที่แห่งนี้" เงาจางๆ ยิ้มให้กับเขา
"แล้วฉันต้องทำอย่างไรในที่แห่งนี้ จะเข้า จะออกได้อย่างไร" ตฤณถามด้วยความสงสัย
"ที่แห่งนี้ คุณสามารถเข้า ออก ตามที่ใจของคุณคิด ในขณะที่คุณเข้ามา ร่างกายในโลกจริงของคุณ จะถูกอำพรางไม่ให้คนเห็นจนกว่าคุณจะออกไปได้ แต่โลกแห่งนี้มีขีดจำกัด ให้คุณเข้ามาได้เพียงวันละ 2 ชั่วโมง 30 นาที ในโลกความเป็จริงของคุณ แต่เวลาในโลกแห่งนี้จะขยายออกได้ 288 เท่า ของเวลาจริง หรือ เท่ากับว่าคุณมีเวลาในโลกนี้ 30 วัน โดยเท่ากับเวลาภายนอกเพียง 2 ชั่วโมง 30 นาทีนั่นเอง สิ่งที่คุณทำ จะส่งผลต่อคุณในอนาคตทั้งโลกภายในนี้ และโลกจริงของคุณด้วย" และเธอยังกล่าวต่ออีกว่า
"สิ่งที่คุณควรทำคือ การพัฒนาตัวเอง และพัฒนาโลกแห่งนี้ให้มากขึ้น เมื่อพลังงานในโลกแห่งนี้สมบูรณ์เมื่อไหร่ คุณจะสามารถย้อนกลับไปแก้ไขบางสิ่งในอดีต เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตของตัวคุณได้"
"หมายความว่า ฉันจะสามารถย้อนกลับไปช่วยให้ พ่อ แม่ ของฉันไม่ต้องจากไปได้ใช่ไหม" เสียงเครือๆ ปนสะอื้น ดังออกมาจากปากของตฤณ
"ถูกต้อง คุณสามารถทำได้ แต่ที่สำคัญ กระบวนการพัฒนาสถานที่แห่งนี้ คุณจำเป็จะต้องศึกษา และสังเกตด้วยตนเอง บางอย่างฉันไม่สามารถแนะนำได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณเท่านั้น ตอนนี้หมดเวลาของฉันแล้ว" เมื่ออลิสพูดจบ ร่างของเธอ ก็หายไป
"เดี๋ยวก่อน อลิส อย่าพึ่งไป ให้ฉันถามอะไรอีกหน่อย" ตฤณ ะโเรียกด้วยความใ เขาะโเท่าไหร่ ตอนนี้ อลิสก็ไม่ออกมา เขาจึงทรุดตัวนั่งลง แล้วทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด อืม เราจะพัฒนาอย่างไร? แล้วเราจะต้องทำอะไรต่อไปจากนี้์? เขามองไปรอบๆ ในที่นี้ ยังไม่มีสิ่งมีชีวิต หรือว่า เขาต้องฟื้นชีวิตให้กับที่นี่?
ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เอาล่ะ เป็งัยเป็กัน เมื่อมันมีหนทาง เราก็ต้องลองให้ถึงที่สุด "ออก" ตฤณคิดในใจ
เขาพบว่า ร่างเขายังคงนอนอยู่กลางบ้าน สภาพทุกสิ่งทุกอย่างยังคงมีร่องรอยเสียหาย แต่ร่องรอยของ ร่างทั้งพ่อ และแม่ รวมทั้งเพื่อนของเขา หายไป ไม่มีแม้กระทั่งคราบเื เขาลุกขึ้นและเดินออกไปหน้าบ้านอย่างงุนงง พบว่าตอนนี้เป็เวลา ตี 5 เขาจึง คว้ามอเตอร์ไซค์ ขี่ออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหารไว้สำหรับกินและเตรียมใส่บาตรในตอนเช้า
แสงแดดรำไร หลวงปู่ เดินมารับบาตรเหมือนเดิม เมื่อเห็นหน้าที่เศร้าหมองของตฤณ ท่านจึงกล่าวเบาๆ ว่า "ความจริง มันเป็สิ่งไม่ตาย... ความจริง...มันมีหลายมุมมอง หลายด้าน... แล้วแต่การเลือกที่จะรับรู้ เลือกที่จะเห็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับใจของเราเป็สำคัญนะ รักษาใจให้สงบ มีสติ มีสมาธิ ในที่สุดก็จะพบกับทางออกเอง"
"เอ้า ตื่นแต่เช้าเลยนะตฤณ" เสียงป้าข้างบ้านทักทายมา "แล้วเช้านี้กินอะไรหรือยังล่ะลูก" ป้าถามด้วยความเป็ห่วง
"ซื้อไว้แล้วครับ" ตฤณตอบ ป้าสังเกตเห็นหน้า ตฤณ เศร้าๆ จึงกล่าวปลอบใจว่า "วันนี้ เป็วันครบรอบวันตาย 5 ปี ของพ่อกับแม่เธอนะ อย่างไร ป้าก็ไม่อยากให้เศร้ามาก ชีวิตเรายังคงต้องดำเนินต่อไป ก่อนวันที่พ่อกับแม่เธอ จะออกไปประชุมแล้วเกิดอุบัติเหตุ เขายังคุยอยู่ว่า อยากให้ตฤณ เรียนจบ มีงานทำ ใช้ชีวิตให้ดี ยังวาดฝัน วาดอนาคต อยู่เลย ป้าเชื่อว่า พ่อกับแม่ คงมองดูความสำเร็จของตฤณ จาก์ล่ะนะ" ป้าพูดพร้อมลูบหัวตฤณ เบาๆ
"อะไรนะ"...... ตฤณคิดในใจ ก่อนจะตั้งสติวูบนึงแล้วตอบ "ครับ"
หลังจากนั้น เขากลับเข้าบ้านแล้วเข้าไปดูในชั้นหนังสือ พบหนังสือพิมพ์เก่าที่จัดเก็บไว้อย่างดี มีหัวข้อพร้อมภาพ บนหน้า 1 เกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนั้น เมื่อ 5 ปีที่แล้ว พ่อกับแม่ของเขาเดินทางไปประชุม กลับดึก แล้วถูกรถอีกฝั่ง พุ่งข้ามเลนมาชน จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้งคู่ จากเหตุการณ์ในวันนั้น ตฤณ จึงต้องอยู่คนเดียวมาั้แ่อายุ 13 เขารีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง ดูสมุดบันทึกต่างๆ ก็พบว่าลายมือของเขาเอง ได้เขียนเกี่ยวกับรายละเอียดทั้งหมด ทั้งความรู้สึก ความเสียใจ อะไรต่างๆ ได้ถูกบันทึกไว้ในสมุดเล่มโปรดของเขา ทันใดนั้น เขารู้สึก เย็นๆ ที่หัว และเหมือนมีข้อมูลต่างๆ ไหลเข้ามายังสมองของเขา
ในที่สุดเขาก็รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนจะถึงวันนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง จึงตัดสินใจ เดินทางไปที่วัดเพื่อกราบหลวงปู่
"เข้ามาสิ" หลวงปู่เรียกตฤณเข้ามาในกุฏิ พลางะโไปว่า
"สมปองเอ้ย..ไปบอกญาติโยมท่านอื่นก่อนนะว่าหลวงปู่ติดธุระสำคัญ หากใครมีอะไรอยากจะคุยกับหลวงปู่ ให้เข้ามาใหม่ในวันพรุ่งนี้" แล้วหันมาคุยกับตฤณ ว่า "เป็ไง เข้าใจทั้งหมด แล้วใช่ไหม"
"ยังมึนๆ งงๆ ครับหลวงปู่" ตฤณตอบตามตรง
"ลองดูที่ตรงหน้าอกของเ้าสิ" ตฤณ จึงแหวกเสื้อและก้มลงไปดู พบรอยสักที่เป็รูปเดียวกับตระกรุดเงิน ตระกรุดทอง อยู่บนหน้าอก ของตัวเอง
"นั่นแหละเป็หลักฐานว่า สิ่งที่ผ่านมา เป็เื่จริงทั้งหมด แต่เื่จริง บางเื่ ก็อยู่ในอีกมิตินึง ในขณะที่อีกเื่จริงนึง ก็จะต้องดำเนินต่อไป การแก้ไขปัญหา เราต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ อย่างไรก็ตาม เหตุที่สำคัญ เกิดจากจิตใจของเรานะ"
จากนั้นหลวงปู่ให้ตฤณนั่งสมาธิ ในกุฎิ เพื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น จนในที่สุด เขาก็ได้ข้อสรุปว่า อะไรที่มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่สามารถไปแก้ไขได้ สิ่งที่จะทำคือ สิ่งใหม่ ที่จะต้องทำต่อเพื่อให้เกิดอนาคตไปตามที่หวังไว้ได้ จึงได้กราบลาหลวงปู่
"เอาสิ่งนี้ไปสิ" หลวงปู่ยื่นกล่องไม้ที่มีลักษณะเป็ทรงกลม ด้านนอกมีลายฉลุแกะสลักอย่างสวยงาม
"เอาไปไว้ในที่ ที่เ้ารู้จักคนเดียวนะ แล้วค่อยเปิดมันออกมา ห้ามเปิดระหว่างทางเด็ดขาด" หลวงปู่กำชับ
"กราบขอบพระคุณหลวงปู่มากครับ ที่ให้ความเมตตามาโดยตลอด" ตฤณ ก้มกราบ รับกล่องไม้และเดินทางกลับบ้าน
ระหว่างทางตฤณหันมองกล่องไม้ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ใจก็คิดสงสัยอยู่ตลอดว่า ในกล่องมันมีอะไร จนเมื่อถึงบ้านก็ระลึกถึง เื่การเข้าสู่มิติของจักรวาลนฤมิตรได้ จึงตั้งจิต "เปิด" แต่ทุกอย่างกลับเงียบงันไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจึงตั้งจิตใหม่ "เข้า" ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"โอ้ย แล้วจะเข้าไปยังงัยล่ะเนี่ย" ตฤณกำหมัดแน่นด้วยความหงุดหงิดใจ
แต่แล้ว ก็นึกขึ้นได้ว่า อ่อ ในมือถือเรา ต้องพูด OK Google นี่นา มันถึงจะตอบสนอง ดังนั้นก็
"OK Alice" สิ้นเสียงของตฤณ แสงสว่างวาบปรากฏขึ้น
"เข้าจักรวาลนฤมิต" ตฤณคิดในใจ
"รับทราบค่ะ เราจะเปิดประตูเข้าจักรวาลนฤมิต ณ บัดนี้" เสียงใสๆ แบบโมโนโทน ตามสไตล์ตอบกลับเข้ามาในหัว พร้อมกับความสว่างวาบและความรู้สึกต่างๆของตฤณ หายไป
ตัวเขากลับมายังมิติเดิมอีกครั้ง ก่อนควักกล่องขึ้นมาแล้วค่อยๆ เปิดออก....