เยว่ชิงเซียน นางรู้ดีอี้เฉินดื้อรั้น เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เหตุใดอี้เฉิน ถึงได้ยอมแพ้เสียดื้อๆ ไม่สมกับเป็นเขาเลยเล่า “พี่เยว่ชิงเซียน ท่านอย่าคิดมากเลย รีบไปรับศิษย์พี่ เซียงอวี่กันเถอะ” หญิงสาวกล่าวพูด พร้อมดวงตาที่เป็นประกาย ก่อนเยว่ชิงเซียนนางจะถอนลมหายใจยาว กล่าวพูดพึมพำออกมา “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่มีใครต้องบาดเจ็บ”
ทว่าเซียงอวี่ ไม่รู้เหตุใด เขาเหมือนไม่ดีใจ ที่ชนะการประลองแม้แต่น้อย ครั้นเห็นสายตาของเยว่ชิงเซียน แอบชำเลืองสายตาไปมองอี้เฉินอยู่แวบหนึ่ง
ทิศทางที่อี้เฉินสืบฝีเท้า เดินกลับไปนั่งที่เก่าดั้งเดิม เมี่ยนจือ นางอดไม่ได้ที่จะไต่ถาม ชายหนุ่มข้างกายนางออกมา “อี้เฉิน เจ้ามีแผนอะไรกันแน่ ถึงได้กล่าวยอมแพ้ออกมาเช่นนี้เล่า?”
อี้เฉินคลี่ยิ้ม ด้วยใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ ราวกับไม่มีสิ่งใดแอบแฝง “เจ้าคิดมากเกินไปแล้วกระมังเมี่ยนจือ ข้าอาจกล่าวยอมแพ้ ให้เจ้าดูเป็นตัวอย่างก็เป็นได้ เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ”
เมี่ยนจือ ครั้นนางได้ยินคำตอบ ยอกย้อนของอี้เฉิน ริมฝีปากนางสั่นกระตุกออกมา น้อยๆ ด้วยความโกรธเคืองในทันที ขาเรียว ขาว ที่นั่งขัดสมาธิ เผยขาอ่อนเรียว ขาวภายใต้กระโปรง เตะใส่อี้เฉินที่นั่งหลับตาในทันใด
ตุบ!!
ทว่าอี้เฉินที่หลับตา เหมือนจมเข้าไปภายในความคิดของเขา แม้แต่เสียงต่อสู้บัดนี้ มันยังไม่อาจรบกวน สมาธิของอี้เฉินได้
เหมือนว่าภายในสถานที่แห่งนี้ จะมีกฎเกณฑ์ บางอย่างที่รุนแรง แม้แต่ลูกบาศก์มิติ ภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน บัดนี้ถูกปิดกั้น ไว้ด้วยอักขระสีแดงรายล้อมอย่างสมบูรณ์
อี้เฉินจึงได้แต่ถอน ลมหายใจออกมายาว เกรงว่าจะเกี่ยวข้องกับ งานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ ทำให้อี้เฉิน ไม่สามารถพูดคุยกับปู่ดวงเฮงได้โดยตรง ราวกับบัดนี้ลูกบาศก์มิติถูกตัดขาด
‘แต่ไม่ผิดแน่ การกระตุ้นของกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ที่สลักส่วนหนึ่ง ของวิชาสังสารวัฏ ที่ไม่สมบูรณ์บัดนี้มันกำลังถูกกระตุ้น ครั้นเมื่ออี้เฉินขึ้นไปด้านบนลานประลอง เขายังจดจำความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดี’
ฉับพลันร่างปราณจิตอี้เฉินออกจากร่าง พุ่งปราดออกไปสำรวจในทันที แม้จะมีความเสี่ยง ที่ปราณจิตจะบาดเจ็บ เสียหายจนถึงขั้นตายตกก็ตาม อี้เฉินไม่ลังเลที่จะส่งปราณจิต ออกไปสำรวจค้นหาความจริง เขาเองก็เคยได้ยินมาเช่นกันว่า ภายในสถานที่แห่งนี้มี วิชาสังสารวัฏ อีกส่วนหนึ่งหลับใหลอยู่ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะถูกกระตุ้น ขึ้นมารวดเร็วถึงเพียงนี้
จนอี้เฉินพบเจอใต้พื้นสนามประลอง มีแผ่นกระดาษสีทองพร่างพราว แอบซ่อนอยู่อย่างดี ให้ความรู้สึกที่เก่าแก่โบราณ เต็มไปด้วยอักษร รูน สลักจารึก ปลดปล่อยกลิ่นอาย ของยุคสมัยเบิกฟ้า ราวกับมันข้ามผ่านยุคสมัยอดีตอันรุ่งโรจน์ จนมาถึงยุคปัจจุบัน ทว่าทั่วแผ่นกระดาษสีทองนั้น เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ลุกลามออกไปทั่ว ราวกับมีคนอยากจะทำลายมันทิ้ง
อี้เฉินเขาแววตาวาวโรจน์ด้วยความยินดี ไม่คิดว่าวิชาสังสารวัฏ ส่วนหนึ่งที่หลายคนตามหา จะมาอยู่ใต้สนามประลองแห่งนี้ ต่อให้หาทั่วหอคัมภีร์ทั้ง4หลัง ก็ไม่มีทางเจอ ทว่าเมื่อร่างปราณจิตอี้เฉิน คิดจะสืบฝีเท้าเข้าไปใกล้ แผ่นกระดาษสีทองพร่างพราวนั้น จู่ๆ พลังศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ซ่านออกมา ผลักร่างปราณจิต อี้เฉินจนลอยกระเด็น บาดเจ็บหนักในทันใด
แม้แต่แรงสั่นไหวแปลกๆ นั้น ยังทำให้หลายคน ที่มองชมฉากการประลอง ภายในงานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ ยังรู้สึกแปลกใจ ก่อนจะไม่ได้ใส่ใจ แรงสั่นไหวเล็กน้อยนั้น
แต่ทว่าไม่อาจรอดพ้น สายตาของเหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ “หืม!! พลังศักดิ์สิทธิ์เมื่อครู่ หรือว่าจะเป็นวิชาสังสารวัฏ หรือจะเป็นอี้เฉิน ที่มีวิชาสังสารวัฏ กระตุ้นมันขึ้นมา” จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ใบหน้าเขาเคร่งขรึมขึ้นมาไม่น้อย ครั้นกล่าวพูดพึมพำออกมา ใบหน้าเขาก็ครุ่นคิดไม่ตก
‘เกรงว่าจักรพรรดิคนอื่นๆ เองก็น่าจะรับรู้เช่นกัน หากวิชาระดับสูงเช่นนี้ ปรากฏออกมาสู่โลกภายนอก คงจะเป็นเรื่องร้าย มากกว่าดี’
ด้านอี้เฉินที่ปราณจิตกลับเข้าร่าง หน้าผาก บริเวณกลางหว่างคิ้วของเขา เกิดรอยปริแตก ริมฝีปากมีเลือดไหลซึมออกมาน้อยๆ ในทันใด จนอี้เฉินต้องกัดกรามกรอด ส่งเสียงชิ!! เล็ดลอดไรฟันออกมา
ก่อนเสียงผู้คนจะขำออกมาดังก้อง ครั้นเห็นอี้เฉินบาดเจ็บ “ดูไอ้เวร โอหังคนดินแดนเทพนั้นซิ เหมือนว่ามันจะทำผิดบาป อะไรบางอย่าง ถึงได้ทำให้ปราณจิตของมันบาดเจ็บ เสียหาย ฮ่าๆ”
ท่ามกลางเสียงผู้คน ที่พูดคุยออกมาดังก้อง พร้อมการประลอง ในรอบถัดไปได้เริ่มขึ้นแล้ว ..เหล่าอัจฉริยะ พวกเขาไม่คิดเฉกเช่นนั้น เกรงว่าอี้เฉินจะต้อง พบเจอการโจมตีบางอย่างมาแน่ ไม่เว้นแม้แต่คุณชายเทียนซง หนานกงอวิ๋น แม้แต่อวิ๋นซี พวกเขายังมองอี้เฉิน ด้วยสายตาลึกล้ำ
เมี่ยนจือนางเอง ยังตกอกตกใจ ครั้นเห็นบัดนี้ ปราณจิตของอี้เฉิน มีอาการบาดเจ็บ ปรากฏขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จนนางต้องขยับกาย มารักษาบาดแผลให้อี้เฉิน พร้อมกับส่งปราณจิต ออกไปไต่ถามชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า “อี้เฉินเจ้าไปโดนอะไรมากันแน่”
อี้เฉินเพียงคลี่ยิ้มทอประกาย ออกมาเท่านั้น ไม่ได้บอกกล่าวอธิบายอะไรให้ เมี่ยนจือ นางรับฟังมากนัก ภาพที่หญิงสาว ทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ ส่งเสียงฟันกระทบกัน ดังออกมาน้อยๆ ก่อนจะได้ยินคำพูดของอี้เฉิน มันจึงทำให้เมี่ยนจือ นางผ่อนโทสะลงได้
“เจ้าอยากขึ้นไปด้านบนหอตำรา ชั้นสูงๆ ใช่หรือไม่ เมี่ยนจือ เดี๋ยวข้าจะช่วยเหลือเจ้าเอง”
เมี่ยนจือ แววตานางเป็นประกาย เอ่ยตอบออกมา ด้วยความคาดหวัง ‘มีใครเล่าภายในสถานที่แห่งนี้ ไม่อยากขึ้นไป ด้านบนชั้นสูงๆ แม้การต่อสู้นางจะเป็นรอง แต่เรื่องการรักษา นางไม่แพ้ใครอย่างแน่นอน’ “หากทำได้เช่นนั้นก็คงดี นะซิอี้เฉิน”
เสียง วจนะ ครั้นกล่าวขานนามของอี้เฉินขึ้นไปต่อสู้ ออกมาดังก้อง หมู่ชนที่ดูชม อยู่ภายนอกทั่วบริเวณอย่างหนาตา มาร่วม2วันเต็ม พวกเขาต่างก็คาดหวังกับการประลองนี้ ครั้นจะได้เห็น จักรพรรดิหนุ่มผู้ปกครองดินแดนเทพ สำแดงพลัง ไม่เว้นแม้กระทั่งเมี่ยนจือ ที่ตื่นเต้น ครั้นจะได้เห็นอี้เฉินเคลื่อนไหว
แต่เมื่อน้ำเสียงอี้เฉิน เอ่ยเสียงเนิบช้าออกมาดังก้อง “ข้าขอยอมแพ้” หมู่ชนที่มองชมการประลอง พวกเขาต่างก็พากันเดือดดาลทันที ไม่เว้นแม้แต่คู่ต่อสู้ของอี้เฉินเอง ยังไม่พอใจในชัยชนะครั้งนี้ ถึงเขาจะได้100คะแนนมา แต่เขาไม่มีท่าทีของความยินดี ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าแม้แต่น้อย
“ไอ้เวรนั้น มันคิดว่างานประลองหอ คัมภีร์เกียรติยศ ของพวกเราคนดินแดนจักรพรรดิเป็นอะไรกันแน่ นี่มันยอมแพ้มาสองรอบแล้วนะ” เสียงหมู่ชนสบถด่าอี้เฉิน ดังออกมาก้องไม่ขาด
แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ยังส่ายหัว ครั้นรับรู้ถึงจิตสังหาร ของหมู่ชนไม่น้อย ส่งตรงไปหาจักรพรรดิหนุ่ม ผู้ปกครองดินแดนเทพ พวกเขาต่างก็ไม่คิดว่า เพียงเวลาไม่นาน อี้เฉินจะทำให้หมู่ชนโดยรอบ เดือดดาลได้มากถึงเพียงนี้
เมี่ยนจือนางห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ จ้องตาอี้เฉินเขม็ง ราวกับจะดื่มเลือดกินเนื้อ “อี้เฉินนี่หรือ คือการลงมือของเจ้า เหมือนว่าข้าจะหวังกับเจ้ามากไปซินะ” ก่อนเสียงถอนหายใจ เฮ้อ!! ของเมี่ยนจือจะดังออกมายาว
ครั้นนางปรายตาขึ้นไปมอง แผ่นป้ายรายชื่อของตนเอง ที่ลอยสูงท่ามกลางอากาศ ยังมีศูนย์คะแนน ความหวังที่จะขึ้นไปชั้นสูงๆ เกรงว่าจะเป็นเรื่องยาก
อี้เฉินเอ่ยพูดไต่ถามนางออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจ้ารู้วิธีการตกปลา หรือไม่เมี่ยนจือ”
“อี้เฉิน เจ้ายังจะมีเวลามาพูดเล่น อีกเช่นนั้นหรือ” เมี่ยนจือนางกลอกตา กล่าวตอบออกมาทันที
อี้เฉินที่เห็นท่าทีของเมี่ยนจือ เขาส่ายหัวออกมาน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยพูดพลางอธิบายนางออกมา “การจะตกปลาตัวใหญ่ๆ เจ้าก็ต้องมีเหยื่อล่อตัวโตๆ ล่อปลาตัวใหญ่ ให้มากินเบ็ด ..เจ้าอย่าลืมกฎการท้าประลอง ผู้ที่ท้าประลองจะต้องเสีย แต้มคะแนนทั้งหมด หากพ่ายแพ้”
เมี่ยนจือครั้นนางได้ยินคำพูดจากปากอี้เฉิน มันจึงทำให้นางคลี่ยิ้มขึ้นมาได้ “เจ้าเอาจริงหรืออี้เฉิน ที่จะเป็นเหยื่อล่อเช่นนี้ ..แต่เกรงว่าจะไม่ใช่ พวกเขาที่ไม่ชอบขี้หน้าเจ้า แต่จะเป็นผู้คน ทั่วดินแดนจักรพรรดิเลยนะ”