ตกหลุมรักแม่นักศึกษาฝึกงาน

    ตอนที่ 5

             

            “ฉันปวดท้อง คงต้องหาโรงแรมเพื่อแวะเข้าห้องน้ำสักพักแล้วหละ”

            ใครจะว่าเขาใช้มุกโบราณหรือลูกไม้ตื้นๆในการเคลมหญิงก็ตามเถอะ  แต่ปรานต์ไม่สนใจ  ไม่ว่าจะได้ด้วยวิธีไหนก็ตาม  ดูที่ผลสำเร็จก็พอ

            “แล้วเมื่อตอนอยู่ในโรงแรมที่เราไปทำงานนั้น  ทำไมคุณไม่เข้า”

            “ก็ตอนนั้นมันไม่อยากเข้า”

            “เมื่อกี้ก็ผ่านปั้มมา ทำไมคุณไม่แวะคะ”

            อัมภาวรรณถามอีกอย่างแปลกใจ

            “จะให้คนอย่างฉันเนี่ยนะ เข้าห้องน้ำในปั้ม”

            อัมภาวรรณมองหน้าคนที่พูดอย่างนั้นด้วยสายตาเหมือนจะถามว่าแล้วคนอย่างเขามันแปลกแตกต่างกับคนอื่นตรงไหน  แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป นั่งเงียบจนเขาหาโรงแรมได้และพารถเข้าไปจอดยังที่จอดรถ

            “ป่ะ  ลงไปด้วยกัน”

            “ไม่ละค่ะ หนูนั่งรอในรถดีกว่า”

            “นี่เธอจะบ้าเหรอ จะมานั่งรอในรถได้ยังไง ฉันท้องเสียนะ ถ้าต้องเข้าห้องน้ำนานเป็๞ชั่วโมงล่ะ เดี๋ยวพี่หนึ่งรู้ว่าฉันทิ้งเธอไว้ในรถก็จะตำหนิฉันเอาได้”

            ชายหนุ่มทำเสียงห้วนๆสีหน้าจริงจังเต็มประดา  ทำให้เด็กสาวต้องลงจากรถตามเขาเข้าไปจนได้

            “ทำไมต้องถึงขั้นเปิดห้องคะ”

            เด็กสาวพยามถามในสิ่งที่ตนแปลกใจ แต่ถึงกระนั้นก็จำต้องตามเขาไปในห้องจนได้ ซึ่งเมื่อเข้าไปในห้องพักแล้ว ชายหนุ่มก็รีบเดินเข้าห้องน้ำไปทันที ส่วนเด็กสาวก็เดินไปนั่งลงที่โซฟาอย่างเซ็งๆ

            ยี่สิบนาทีผ่านไป ปรานต์ก็ออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ดูอ่อนแรง  เขาเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียง  ซึ่งอัมภาวรรณเห็นอย่างนั้นก็๻๷ใ๯  รีบลุกขึ้นไปดูเขาด้วยความรู้สึกห่วงใย  และไม่ได้เฉลียวใจใดใดเลย

            “ท่านรองประธานคะ  เป็๲อะไรไป”

            “หมดแรง”

            “ต้องโทรตามหมอไหมคะ”

            “ไม่ต้อง”

            “งั้นโทรบอกท่านประธาน”

            “ไม่ต้อง”

            “อะไรก็ไม่ต้องๆ แล้วคุณจะให้หนูทำยังไงคะ”

            เด็กสาวชักโมโหที่อะไรๆเขาก็ไม่เอาสักอย่าง  แล้วจะให้เธอทำยังไง  แล้วถ้าอาการหนักขึ้นอีกล่ะ

            “นั่งลงตรงนี้”

            เขาตบมือลงบนที่นอนข้างตัว

            เด็กสาวมองตรงที่เขาบอกแล้วก็มองหน้าเขา  คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง ทำไมเขาจะต้องให้เธอไปนั่งอยู่ใกล้ขนาดนั้นด้วย  แต่เธอก็ยอมนั่งลงไปอย่างเสียไม่ได้

            “เธอเป็๞เด็กมาจากต่างจังหวัดใช่ไหม”

            “ใช่ค่ะ”

            เด็กสาวไม่เข้าใจเลย  ว่าเขาจะถามเ๹ื่๪๫พวกนี้ทำไม  ไม่เห็นจะเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้เลยสักนิด

            “ทางบ้านลำบากกันไหม แล้วเธอมีอะไรจะให้ฉันช่วยหรือเปล่า”

            “ลำบากหรือเปล่า ก็คงจะเป็๞ไปตามอัตภาพนั้นแหละค่ะ ส่วนเ๹ื่๪๫ที่อยากให้คุณช่วยนั้น ช่วยพาหนูกลับเร็วๆได้ไหมคะ”

            เป็๲คำกล่าวที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกโคตรเซ็งเลยทีเดียว ยัยนี้อ่อนต่อโลกจริงๆหรือว่าจงใจป่วนเขากันแน่นะ แต่คนอย่างเขาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆซะด้วยสิ

            “จะรีบไปไหนล่ะ ฉันคิดว่าเรามาหาอะไรสนุกๆทำกันดีกว่า”

            ไม่ได้พูดเปล่า แต่มือของชายหนุ่มเริ่มไต่ยุบยิบไปตามตัวของเด็กสาวอีกด้วย

            “เอ๊ะ  ท่านรองคะ”

            เด็กสาวอุทาน๻๠ใ๽และไม่พอใจไปพร้อมกัน  รีบปัดมือเขาออกอย่างรวดเร็ว

            “เอาน่า  ร่วมมือกับฉันดีๆแล้วเธออยากได้อะไรก็จะได้”

            ชายหนุ่มทำเสียงคุกคาม แต่แววตาพราวระยับ พร้อมกับลุกขึ้นมาสบตากับเด็กสาวในระยะใกล้  แม้เด็กสาวจะพยายามเอนตัวหนี  แต่เขาก็เอนตัวตามไปอย่างกระชั้นชิด  จนร่ำๆเด็กสาวจะหงายหลังลงไปแล้ว  มือใหญ่ก็รีบยกขึ้นประคองหลังเธอเอาไว้ มันจึงเท่ากับเป็๲การล๊อกตัวเธอเอาไว้ไม่ให้ขยับหนีไปไหนได้อีก  เขาจึงสามารถสบตาเธอได้อย่างใกล้ชิดในระยะที่๼ั๬๶ั๼ถึงลมหายใจของกันและกันได้ทีเดียว

            “ท่านรองจะทำอะไรคะ”

            เด็กสาวถามเสียงสั่น แววตาตื่นตระหนก และได้พยายามขืนตัวหนีเขาด้วย แต่ก็ยังไม่เป็๲ผล

            “ไม่ต้องถาม  อยู่นิ่งๆเดี๋ยวก็รู้”

            ชายหนุ่มบอกก่อนประทับริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนเรียวปากอิ่มสวยของเด็กสาวแล้วขยี้จุมพิตลงไปอย่างเร่าร้อน  ทำเอาเด็กสาวตื่นตระหนก๻๠ใ๽จนตัวสั่น  พยายามจะปัดป้องตัวเองจากการรุกรานจากเขา  แต่ความแนบชิดก็ทำให้ไม่สามารถทำได้ง่ายๆ

            แต่เมื่อชายหนุ่มผละริมฝีปากออกเท่านั้นแหละ  ฝ่ามือบางก็ตบเผี้ยะเข้าที่ใบหน้าเขาทันที

            “โอ๊ะ”

            ชายหนุ่มผงะ เจ็บกายนั้นไม่เท่าไหร่หรอกแต่เจ็บใจนี่สิ เกิดมายังไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนตบมาก่อนเลย อารมณ์หวามๆกลายเป็๞ความโกรธแค้นขึ้นมาทันที  เขาจับร่างบางกระชากเข้าหาตัวทันที  แต่คราวนี้เด็กสาวตั้งหลักไว้ดีแล้ว เธอสะบัดตัวออกแล้วลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปจากห้องทันที

            “บ้าเอ๊ย”