ฮูหยินหลิ่วที่อยู่ข้างๆดูท่าทีปกติ แต่คุณหนูหลิ่วนั้นกลับยู่ปาก แล้วถามว่า“ไม่ทราบว่าเป็นน้ำค้างกุหลาบแบบไหนเจ้าคะ? ฮูหยินอี้นำมาให้พวกเราดูเพื่อเปิดหูเปิดตาได้หรือไม่?”
ฮูหยินอี้ก็แล้วไปแต่เหตุใดคุณชายเจ้าของห้างถึงแนะนำน้ำค้างกุหลาบนี้ให้แค่สกุลไช่แต่ไม่มาที่สกุลหลิ่วของพวกนางเล่า?!
ฮูหยินรองได้ยินดังนั้นก็รีบสั่งบ่าวรับใช้ให้นำขวดของตนเองมาแล้วหัวเราะอธิบายว่า “ของสิ่งนี้มีไม่มากนักตอนนั้นที่รุ่นจือมาแนะนำท่านทั้งหลายไม่อยู่ข้าก็คิดว่าเป็นเพียงความตั้งใจที่รุ่นจือมีให้ข้าซึ่งเป็นป้าที่เคารพแต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีสรรพคุณวิเศษถึงเพียงนี้!”
น้ำค้างกุหลาบถูกนำมาให้ชมมันบรรจุอยู่ในขวดผลึกธรรมดาๆย่อมไม่สวยงามเท่าเครื่องประดับตกแต่งอันประณีตในบ้านของบรรดาท่านหญิงที่อยู่ในงานเลี้ยง
ฮูหยินรองหยิบขวดมาเปิดฝาแล้วเทใส่ถ้วยกระเบื้องสีขาวเล็กน้อยเพื่อให้ผู้ที่อยากรู้อยากเห็นได้ทามือและดมกลิ่นดู
“หอมจังเลยเจ้าค่ะ! แถมยังเป็นสีชมพูอีกด้วย!” คุณหนูอันอุทานด้วยความตกใจดวงตาทั้งสองจ้องมองของเหลวในถ้วยกระเบื้องด้วยความอิจฉา
ฮูหยินหลิ่วก้มหน้าดมกลิ่นเล็กน้อยจากนั้นพยักหน้ากล่าวว่า “เป็นของดีจริงๆไม่ทราบว่าคุณชายเจ้าของห้างยังมีเหลืออยู่ในมืออีกหรือไม่เจ้าคะ?”
คำพูดนี้เรียกเสียงเห็นด้วยจากบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลาย“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ขอแบ่งให้พวกเราสักขวดได้หรือไม่?”
แม้ของสิ่งนี้จะล้ำค่าเพียงขวดเล็กๆ ราคาถึงยี่สิบห้าตำลึงแต่สำหรับผู้ที่อยู่ในงานนี้ก็ไม่ถือว่านั่นเงินจำนวนมาก เพื่อความงามของใบหน้าต่อให้ต้องทุ่มเงินมากมายก็นับว่าคุ้มค่า!
“นี่...” ฮูหยินรองอดไม่ได้ที่จะหันไปมองฮูหยินใหญ่ที่สงบนิ่งอยู่เสมอ
ฮูหยินใหญ่เผยเมื่อครั้งยังเยาว์วัยก็เป็นที่เลื่องลือเรื่องความงามเป็นที่รู้จักในเรื่องความสงบเสงี่ยมสูงส่ง ต่อหน้านางทุกคนล้วนรู้สึกอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว
ปกติแล้วนางเพียงแค่นั่งอยู่บนที่นั่งประธานพร้อมรอยยิ้มและไม่ค่อยพูดมากนัก ครานี้นางหัวเราะเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแล้วเอ่ยว่า“ฮูหยินทั้งหลายโปรดนั่งรอสักครู่หากข้าถามบุตรชายของข้าแล้วจะมาให้คำตอบ เช่นนี้ดีหรือไม่?”
ผู้ที่อยู่ในงานย่อมไม่มีใครปฏิเสธทุกคนกลับไปนั่งสนทนาและหัวเราะอย่างร่าเริง
หลังจากงานครั้งนี้น้ำค้างกุหลาบในขวดผลึกก็เป็นที่เลื่องลือในวงสังคมชั้นสูงของเมืองสืออันและเป็นที่ต้องการอย่างมาก จนสินค้าขาดตลาด เผยรุ่นจือจึงทุกข์ใจนักเขาต้องถูกบ้านนั้นบ้านนี้รบเร้าขอไม่หยุด
ป้าผู้นี้เป็นสหายเก่าแก่ของตระกูลป้าผู้นั้นเลี้ยงดูเจ้ามาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังเป็นผู้อาวุโสอีกด้วยจะให้พูดปัดไปว่าไม่มีสินค้าเลยได้รึ? แม้จะปฏิเสธไปตรงๆอีกฝ่ายก็ไม่เชื่อ รบเร้าให้ผู้ผลิตทำเพิ่มอีกหลายขวด
นักปราชญ์กล่าวว่า“มีแต่หญิงและคนชั่วที่เลี้ยงยาก”
เลี้ยงยากดังคำกล่าวจริงหรือไม่เผยรุ่นจือไม่รู้ เขารู้แต่ว่าเมื่อพวกนางต้องการสิ่งใดพวกนางก็จะพยายามอย่างไม่ย่อท้อ จนทำให้เขาเหนื่อยหน่ายไปเลย
ฮูหยินรองและเผยฉางสี่ลอบหัวเราะเถ้าแก่หนุ่มที่มักจะรับมือกับทุกสิ่งได้อย่างง่ายดายกลับเป็นครั้งแรกที่ต้องลำบากใจถึงเพียงนี้
เผยรุ่นจือมาตามหาเย่ชิงชิงในขณะที่นางกำลังช่วยที่บ้านทำขนมเหนียนเกา[*]
ขนมเหนียนเกาเป็นอาหารดั้งเดิมทำจากข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้า เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในช่วงเทศกาลสำคัญเย่ชิงชิงม้วนแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นแขนขาวผ่องบอบบางนางกำลังทำหน้าเคร่งเครียดขณะนวดแป้งอย่างขะมักเขม้น
แป้งนุ่มๆใครใคร่ปั้นก็ปั้น ทำเป็นรูปทรงต่างๆ ได้อย่างสนุกสนาน
“ครอบครัวป้าซูช่างอบอุ่นน่าอิจฉานัก~” เผยรุ่นจือเดินเข้ามาในบ้านอย่างสง่างามใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอบอุ่น
“ไอ๊หยา คุณชายนี่เอง เข้ามานั่งก่อนสิเจ้าคะ”
นางซูหัวเราะแล้วลุกขึ้นยืนกำลังจะล้างมือเพื่อออกไปต้อนรับแต่บังเอิญเหลือบเห็นคุณชายเจ้าของห้างมองไปที่แขนเปลือยเปล่าของบุตรสาวนางจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วสั่งว่า “ชิงชิงเลิกเล่นได้แล้ว เจ้าไปชงชาให้คุณชายเจ้าของห้างเถิด”
เย่ชิงชิงเงยหน้ามองเขาเล็กน้อยไม่เต็มใจนักแต่ก็เชื่อฟัง นางลุกขึ้น เดินจากแป้งไปล้างมือ
ในบ้านมีเตาผิงจึงไม่ได้รู้สึกหนาวแต่พอออกไปริมบ่อน้ำข้างนอกก็หนาวสะท้านทันที เย่ชิงชิงหดคอล้างมือน้ำในบ่อยามฤดูหนาวกลับอุ่นสบายจนน่าแปลกใจ แต่นางก็ยังนึกถึงนางซูและคนอื่นๆที่จะต้องล้างมือในภายหลัง จึงตักน้ำใส่หม้อสำรองไว้ให้พวกนางมีน้ำอุ่นไว้ใช้
เมื่อกลับมาที่ห้องโถงเย่ชิงชิงวางกระปุกใบชาสามอย่างลงบนโต๊ะ แล้วค่อยๆ ชี้ทีละกระปุก“ไม่ทราบว่าคุณชายเจ้าของห้างต้องการดื่มชาอะไรเจ้าคะ?”
“ทำไมเจ้าถึงต้อนรับแขกเช่นนี้เล่า? ย่อมต้องเลือกชาที่ดีที่สุดออกมาชงให้อยู่แล้วสิ”เผยรุ่นจือหัวเราะแล้วกล่าวตอบ
เย่ชิงชิงพยักหน้า“ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นก็แล้วแต่แขกเลย” นางสุ่มเลือกชาที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆมาหนึ่งอย่าง แล้วหยิบเตาชงชามาเตรียมการอย่างวุ่นวาย
“เสี่ยวชิงชิงช่างเย็นชานัก” ทันใดนั้นเขาก็กล่าวออกมา “ปล่อยข้าโดดเดี่ยวก็พอว่าแม้แต่ฉางสี่เจ้าก็ไม่มาเจอเลยหรือ? นางรบเร้าจะมาเล่นที่หมู่บ้านเถียนซินหลายครั้งแล้วนะ”
เย็นชางั้นหรือ?คำพูดประหลาดเช่นนี้มันอะไรกัน เย่ชิงชิงชะงักเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “คุณชายเจ้าของห้างมาวันนี้เพื่อพูดถึงเรื่องนี้หรือเจ้าคะ?”
สงสัยฉางสี่คงถูกกักบริเวณอีกแล้วกระมัง?นางไม่ได้อยากตัดขาดกับพวกเขาสักหน่อยคงต้องหาเวลาไปเยี่ยมฉางสี่บ้าง
“แน่นอนว่าไม่ใช่” เผยรุ่นจือเหลือบมองนางซูและคนอื่นๆที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบว่า “ข้ามีการค้าใหม่เข้ามาเสนอ~”
“อะไรหรือ?”
“น้ำค้างกุหลาบที่ต้องกลั่นยาวนานสี่สิบเก้าวันของเจ้าอย่างไรเล่า~”เผยรุ่นจือหัวเราะ
รอยยิ้มการค้านั้นทำให้เย่ชิงชิงรู้สึกว่าเขากำลังเยาะเย้ยเหมือนกับว่านางถูกมองทะลุปรุโปร่งแล้ว ไม่มีสิ่งใดปิดบังจากเขาได้...
เชิงอรรถ
[*]ขนมเหนียนเกา (年糕) ขนมทำจากแป้งข้าวเหนียวนิยมกินช่วงปีใหม่