ประมาณ 10นาทีก็ได้ยินเสียงไซเร็นและรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลเลี้ยวเข้ามาบริเวณบ้านวันนี้เป็หยุดและยังเช้าอยู่ รถพยาบาลจึงได้มาถึงอย่างรวดเร็วเ้าหน้าที่พยาบาลตรงขึ้นไปในห้องนอน ทำการตรวจตรวจร่างกายตามวิธีการแพทย์ฉีดยาให้หนึ่งเข็ม คุณแม่ได้ถามบุรุษพยาบาลถึงอาการของน้องพลอย ได้รับคำตอบว่ามีไข้สูงมากหัวใจเต้นช้า ถ้าพวกเขามาช้าอีกหน่อย อาจจะช็อคและเสียชีวิตได้ตอนนี้ฉีดยาลดไข้ให้แล้วแต่ต้องนำส่งให้ถึงมือแพทย์ด่วน แล้ววางร่างของน้องพลอยใส่เปลนำไปที่รถฉุกเฉินเปิดไซเร็นมุ่งสู่โรงพยาบาลซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปไม่ไกลมากนัก
ทั้งครอบครัวได้ขับรถตามไป ไม่มีใครนึกถึงความหิวและอาหารเช้าจิตใจจดจ่อด้วยความเป็ห่วงอยู่กับน้องพลอย ระหว่างทางไม่มีใครพูดจาคุณแม่กับน้ำอ้อยนั่งสะอึกสะอื้นตลอดทาง น้องอ้วนปกติเป็เด็กพูดเป็ต่อยหอยก็นั่งเงียบน้องแก้มกับคุณพ่อมีสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อไปถึงโรงพยาบาลพบว่าหมอได้นำตัวพลอยเข้าห้องฉุกเฉินไปแล้วเ้าหน้าที่ฝ่ายต้อนรับได้นำครอบครัวมานั่งรอในห้องรับรองและรอพบคุณหมอเ้าของคนไข้ พักใหญ่ๆคุณหมอออกจากห้องฉุกเฉินเดินมาที่ห้องรับรองทุกคนลุกขึ้นรวมทั้งคุณแม่ร้องถามคุณหมอว่า
“น้องพลอยอาการเป็อย่างไร และป่วยด้วยโรคอะไรคะ คุณหมอ”
คุณหมอยกมือทำความเคารพคุณพ่อและคุณแม่สีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียดแนะนำตัวเอง
“ผม นายแพทย์ดนัย พบประเสริฐครับ” แล้วชี้แจงต่อ
“กำลังตรวจเืเพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัดตอนนี้วิเคราะห์เบื้องต้นว่า คนไข้มีอาการติดเชื้อรุนแรงและโลหิตเป็พิษอาการค่อนข้างหนัก กำลังให้ยาตามอาการ ถ้ามาช้าอีกนิดคงช่วยไว้ไม่ทัน”
ทุกคนตกตะลึง ไม่คิดว่าอาการป่วยของพลอยเป็มากมายขนาดนี้ทั้งครอบครัวน้ำตาเริ่มไหลรินออกมา คุณแม่บอกให้คุณหมอทราบว่ามันเริ่มจากตะปูตำฝ่าเท้าเมื่อหลายวันก่อนได้ล้างแผลทานยารักษาเองและน้องไม่ได้มีอาการป่วยเพียงแต่รู้สึกปวดที่แผลบ้างจนเมื่อคืนเริ่มมีอาการปวดหัวมีไข้แล้วเข้านอน คุณหมอพยักหน้ารับทราบและอธิบายว่าคงติดเชื้อจากตะปูแล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและได้ปล่อยปละละเลยมาหลายวัน
“ขอให้ทุกคนสบายใจ หมอพยายามช่วยอย่างเต็มที่คนไข้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกหลายวันช่วยไปติดต่อฝ่ายคนไข้ภายในเพื่อจัดหาห้องคนไข้ให้ระหว่างที่พักที่นี่”หมอดนัยชี้แจง “หมอจะเป็คนดูแลคนไข้เอง”
คุณแม่สมศรีโศกเศร้าร้องไห้ตลอดเวลาทำอะไรไม่ถูกมึนงงไปหมดด้วยความเป็ห่วงลูกสาวคนโต แม่บ้านน้ำอ้อยน้องแก้มและน้องอ้วนน้ำตาไหลอาบแก้มคุณพ่อสุธรรมเป็คนติดต่อเ้าหน้าที่และจองห้องพิเศษส่วนตัวระหว่างที่น้องพลอยต้องพักเพื่อรับการรักษาพยาบาล อีกสองสามชั่วโมงต่อมาพยาบาลก็เข็นเตียงคนไข้และน้องพลอยมาไว้ในห้องสาวพยาบาลได้เข้ามาแนะนำตัวว่าจะเป็คนเฝ้าดูแลคนไข้และทางฝ่ายครอบครัว้ามานอนเฝ้าคนไข้ด้วยก็ได้และแนะนำทุกคนไม่ให้เข้าไปล้อมรอบเตียงคนไข้เพราะจะกีดขวางการปฏิบัติงานของหมอและพยาบาล
น้องพลอยยังหลับไม่ได้สติ สาวพยาบาลได้จัดการต่อสายน้ำเกลือท่อออกซิเจนช่วยหายใจและต่อสายวัดชีพจรความดันโลหิตเข้ากับเครื่องที่ติดตั้งไว้ในห้องทุกอย่างโยงต่อไปยังห้องควบคุมกลางของกลุ่มพยาบาลด้านนอกและส่งสัญญานเตือนพยาบาลส่วนกลางให้มาช่วยเหลือถ้าคนไข้มีอาการผิดปกติสักครู่หนึ่งนายแพทย์ดนัยได้เข้ามาตรวจความเรียบร้อย
“เราได้ให้ยาแก้อักเสบและยาฆ่าเชื้อพร้อมกับให้ยานอนหลับในน้ำเกลือเพื่อให้คนไข้ได้นอนหลับพักผ่อนพยาบาลจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ถ้าเกิด้าความช่วยเหลือพยาบาลจะติดต่อผมไปทันทีขอแนะนำว่าครอบครัวอย่าเพิ่งรบกวนคนไข้ กลับมาเยี่ยมคนไข้ได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ส่วนคืนนี้ทางครอบครัวมานอนเฝ้าไข้ก็ได้ครับ”คุณหมอชี้แจงแล้วก็ขอตัวไปตรวจคนไข้รายอื่นต่อไป
คุณแม่สมศรีมานอนเฝ้าทุกคืนด้วยความรักและห่วงใยลูกสาวมีน้องแก้มและน้ำอ้อยสลับกันมาอยู่เป็เพื่อนด้วยส่วนคุณพ่อสุธรรมและน้องอ้วนแวะมาเยี่ยมเป็ประจำทุกวัน
เพื่อนร่วมคณะในมหาวิทยาลัยเพื่อนและคนที่รู้จักคุ้นเคยต่างแวะมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลเมื่อได้ข่าวการป่วยของน้องพลอยรวมทั้งขวัญตา วรีรัตน์ที่เป็ทั้งเพื่อนรักร่วมมหาวิทยาลัยและอาศัยอยู่ในซอยเดียวกัน มีเพื่อนหญิงสนิทกนิษฐา วงษ์เผ่า และเพื่อนชาย วรกานต์ สมตระกูล ชวลิต ลี้สมหวัง แวะมาเยี่ยมทุกวันทุกคนมาเยี่ยมด้วยความผูกพัน ความห่วงใย และมาให้กำลังใจเพื่อให้พลอยหายป่วยโดยไว
ั้แ่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลร่วมสัปดาห์แล้วน้องพลอยยังไม่เคยฟื้นตื่นหรือรู้สึกตัว
w
เช้ามืดวันอาทิตย์ เสียงมือถือดังขึ้นมาคุณพ่อสุธรรมสะดุ้งตื่น ในใจคิดว่าใครนะโทรมารบกวนแต่เช้า เอื้อมมือไปรับได้ยินเสียงคุณแม่พูดละล่ำละลักผสมกับเสียงร้องไห้
“พ่อ พ่อ มาที่โรงพยาบาลด่วนน้องพลอยอาการไม่ดี พยาบาลกำลังโทรตามหมอดนัย มาเดี๋ยวนี้เลย”
คุณพ่อวางมือถือ ทำอะไรแทบไม่ถูกรีบปลุกน้องแก้มและน้องอ้วน เปลี่ยนชุดเสื้อผ้าอย่างฉุกละหุกขึ้นรถแล้วขับอย่างรวดเร็วตรงไปที่โรงพยาบาล
“คุณพ่อระวังมอเตอร์ไซ ว้าย ว้ายระวังคนข้ามถนน คุณพ่อ”
น้องแก้มร้องเตือนคุณพ่อเสียงดังแต่ก็ไปถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย พอจอดรถได้ ทุกคนก็รีบวิ่งไปที่ห้องคนไข้พิเศษเห็นพยาบาลประจำห้องกำลังทำการปั๊มหัวใจน้องพลอย หมอดนัยก็มาถึงคุณหมอทำหน้าที่เป็แพทย์ห้องฉุกเฉินคืนนี้พอดีด้วย
“แม่ น้องเป็อะไรไป” คุณพ่อถามเสียงดัง
“พลอยหัวใจหยุดเต้นไปพยาบาลได้เข้ามาช่วย ตอนนี้คุณหมอดนัยก็มาช่วยอยู่” คุณแม่ตอบไปร้องไห้ไป“แม่กำลังหลับ น้ำอ้อยเขาได้ยินเสียงน้องพลอยดิ้นไปมา เลยเรียกคุณพยาบาลให้มาดู”
ทั้งครอบครัวเหมือนหัวใจหล่นหายคุณพ่อเริ่มน้ำตาไหล น้องแก้มกับน้องอ้วนร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำอ้อยทำท่าเหมือนจะเป็ลม ต้องควักยาดมมาสูดดม
“โปรดหลีกทาง ผมต้องนำคนไข้ไปห้องฉุกเฉินเดี๋ยวนี้”หมอดนัยออกคำสั่ง พยาบาลเข็นเตียงออกจากห้องไปพร้อมกับคุณหมอทุกคนก็วิ่งตามไปยืนรอตรงบริเวณหน้าห้องพยาบาลฝ่ายธุรการมาบอกให้ไปรอที่ห้องรับรอง คุณหมอดนัยจะออกมารายงานให้ทราบ
อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมามันแสนยาวนานและทรมานใจมากสำหรับทั้งครอบครัว หมอดนัยเดินเข้ามาที่ห้องรับรองทั้งครอบครัวหันไปมอง ส่งสายตาเป็คำถาม หมอหน้าตาเศร้าเคร่งเครียดและกล่าวว่า
“ผมเสียใจที่จะเรียนให้ทราบว่าคนไข้ได้จากไปแล้ว ผมและทีมผู้ช่วยได้พยายามช่วยยื้ออย่างสุดความสามารถแล้ว”
ทุกคนปล่อยโฮออกมาคุณแม่และน้ำอ้อยเป็ลมล้มพับลง คุณพ่อช่วยประคองไว้ทันไม่ให้ล้มลงฟาดพื้นทีมแพทย์วิ่งเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลคุณพ่อถามคุณหมอด้วยเสียงสั่นเครือถึงสาเหตุการเสียชีวิต
“น้องเขาติดเชื้ออย่างรุนแรงอีกทั้งโลหิตเป็พิษั้แ่รับตัวเข้ามารักษาและมีสภาวะแทรกซ้อนทำให้ช็อค ยาที่หมอให้ไม่สามารถช่วยยื้อชีวิตไว้ได้ผมขอแสดงความเสียใจจากใจจริง”
“ทางโรงพยาบาลจะออกใบแจ้งสาเหตุการเสียชีวิต”หมอดนัยอธิบายเพิ่มเติม “ทางคุณต้องไปแจ้งขอใบมรณะบัตรแล้วติดต่อสถานที่หรือวัดที่จะทำการบำเพ็ญกุศลทางเราได้เก็บศพไว้ในห้องเย็นจนกว่าฝ่ายคุณจะมารับไป”
w
ทุกคนต่างหมดอาลัยตายอยากจนทำอะไรไม่ถูกคุณแม่สมศรีและน้าน้ำอ้อยเอาแต่ร้องไห้อย่างน่าเวทนา เป็ลมแล้วเป็ลมอีกที่สูญเสียลูกสาวคนโตไปอย่างไม่คาดคิด น้องแก้มและน้องอ้วนก็น้ำตาไหลเต็มหน้ามีแต่คุณพ่อสุธรรมที่วิ่งเต้นโทรมือถือติดต่อขอเอกสาร ร้านขายโลงศพและวัดใกล้บ้านจัดเตรียมการรดน้ำศพตอนเย็นให้น้องแก้มช่วยติดต่อบอกญาติพี่น้องเพื่อนฝูงถึงการจากไปของพลอย
คุณพ่อปลอบโยนคุณแม่ให้หักห้ามความเสียใจ
“น้องพลอยหมดความทุกข์แล้วแม่น้องเขาได้ไปสู่์ สู่สุขคติภูมิแล้ว”
คุณแม่ปล่อยโฮออกมา น้ำตาไหลนองเหมือนใจจะขาด
“ทำไมลูกแม่บุญน้อยเหลือเกินทำไมรีบจากแม่ไป แม่อยากตายตามลูกไป ฮือๆๆๆ”
น้าน้ำอ้อยก็มีอาการไม่แพ้คุณแม่เธอได้เลี้ยงดูน้องพลอยมาั้แ่แรกคลอด ั้แ่เล็กจนโต ความรักผูกพันเสมือนแม่กับลูกเช่นเดียวกันน้องแก้มต้องคอยพยุงปลอบโยนอยู่ตลอดเวลา
ข่าวการจากไปของน้องพลอยกระจายไปรวดเร็วกลุ่มเพื่อนสนิทที่มหาวิทยาลัยส่งข่าวกลับมาว่าจะมาร่วมรดน้ำศพตอนเย็นญาติพี่น้องของคุณพ่อคุณแม่ รวมทั้งอาจารย์จากมหาวิทยาลัย ต่างส่งข่าวว่าจะมาร่วมพิธีสวดและขอเป็เ้าภาพในการสวดบ้างทุกคนมีแต่ความโศกเศร้าเสียใจ เพราะน้องพลอยเป็ที่รักใคร่ของเพื่อนอาจารย์และญาติทุกคน
w