บทที่ 58 ตัดสินใจผิดพลาด
“หือ? ก็...พวกเราไม่ใช่พี่น้องกันนี่ครับ” ปลายฝนจิ้มนิ้วตนเองไปมาราวกับเขินอายนักหนา ต้นหนาวที่ยังมองการแสดงของน้องชายอดที่จะหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้
นี่ทำให้ภาพลักษณ์ของต้นหนาวในสายตานักธุรกิจคนอื่นได้เปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน แต่เดิมพวกเขาคุ้นเคยกับประธาน TIMEs Tula ที่โหดเหี้ยมและจริงจัง อีกฝ่ายเป็นคนตรงไปตรงมา แต่ไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง ต่อให้ใครจะคุกเข่าอ้อนวอนร้องขอความเมตตาอย่างไร ถ้าเขาบอกว่าจะทำลายธุรกิจนั่น ยังไงมันก็ต้องถูกทำลาย
ทว่าตอนนี้สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือ “รอยยิ้ม” แล้วรอยยิ้มโง่งมนั่นมาจากคุณเหมันต์ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ทำให้ผู้คนไม่อยากจะเชื่อสายตา
ครั้งก่อนที่มีประชุมนักธุรกิจที่เป็นตัวแทนของแต่ละภาค มีคนอัดเสียงมาจากงานประชุมนั่น เป็นเสียงของประธานกลุ่มอุตสาหกรรมที่กล่าวเอาไว้ เกี่ยวกับประธานของบริษัท TIMEsTULA
“ผมอยู่ในวงการธุรกิจมาเนิ่นนาน เจรจากับนักธุรกิจเกือบพันคน แต่มีนักธุรกิจคนหนึ่งที่ทำให้ผมเหนื่อยมากที่สุดตั้งแต่รับหน้าที่ประธานมา เพราะไม่ว่าใครจะขอความช่วยเหลือจากผมให้ไปคุยกับคนๆนั้น....ผมจะบอกปฎิเสธพวกเขาไปแล้ว 80% ว่ามันไม่มีทางสำเร็จ”
“พวกคุณรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร”
“อ่า นั่นแหละ เขาคือคนที่พวกคุณคิด”
“ต่อให้ประธานอุตฯภาคกลางอย่างผมไปพูด เขาก็ไม่เคยเห็นผมในสายตาเลย คนๆนี้ทำธุรกิจด้วยความน่ากลัว เขาไม่เคยใช้อารมณ์ในการทำสิ่งใดเลย ดังนั้นคำแนะนำของผมก่อนจะเข้าไปเจรจากับเขา นั่นคือคุณต้องใช้กระบวนการคิดอย่างตรงไปตรงมายิ่งกว่าหุ่นยนต์ ถามและตอบตัวเองในทุกๆสิ่งที่จะเป็นไปได้ เพราะถ้าคุณไปถึงแล้วพูดอะไรก็ตามที่เป็นการโน้มน้าวจิตใจของเขา ผมบอกได้เลยว่าโอกาสที่จะได้นั้นเป็น 0”
“แต่เพราะแบบนั้น ธุรกิจของเขาจึงมั่นคงและพร้อมที่จะเติบโตไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องแบบนี้ กับผู้ชายคนนั้น...ผมมีทั้งความรู้สึกเหม็นขี้หน้า ไม่ชอบใจ แล้วก็มีความรู้สึกเคารพกับภูมิใจอยู่ด้วย เหนือไปกว่านั้นที่ผมมีต่อเขาก็คือ “ความกลัว””
คนที่กระทั่งประธานอุตสาหกรรมภาคกลางพูดออกมาว่า “กลัว” นั้นไม่ใช่คนธรรมดา และแม้ว่าไม่ต้องพูดชื่อออกมา ทุกคนก็ยังเข้าใจได้ว่าคนๆนั้นเป็นใคร
คำแนะนำที่ให้คุยกับอีกฝ่ายเหมือนคุยกับหุ่นยนต์ เมื่อก่อนพวกเขาคิดว่ามันคือเรื่องจริงที่จะไม่มีวันปฎิเสธได้ กระทั่งวันนี้ที่พวกเขาเห็นรอยยิ้มและดวงตาหลงใหลเหมือนกับคนโง่คนหนึ่งนั่น...พวกเขาจึงได้รู้ว่าที่ผ่านมาพวกเขามีความเชื่อผิดๆ
คนๆนี้ไม่ได้ไร้หัวใจ
แต่เขามีหัวใจไว้เพื่อใครนั่นก็อีกเรื่อง!
“ไม่ใช่พี่น้อง...สินะครับ” หลังจากที่ได้เห็นความรักของทั้งสองคน บีก็กำหมัดแน่น ความริษยาปรากฏขึ้นในดวงตา เขารู้สึกว่าอยากจะทำลายความรักนี้เสียเหลือเกิน ยิ่งได้มองเห็นว่าเหมันต์มีความสุขขนาดไหนที่ได้รับความรักจากน้องชายของตนเอง ไหนจะท่าทางรักใคร่ของคุณวัสสานั่นอีก
เขาต้องการทำลายความรู้สึกนี้ให้สิ้นซาก
แย่งเอาความรักนั่นมาเป็นของเขา ทำลายคนที่ได้รับความรักนั้นให้เจ็บช้ำ หลังจากนั้นก็เล่นกับคนที่เปี่ยมไปด้วยความรักนั่นให้เจ็บปวด ทำให้เห็นว่าหลังจากที่เขาขโมยหัวใจมาได้แล้ว เขาเล่นกับมันเหมือนของไร้ค่าอย่างไร
แน่นอนว่าท่าทางเช่นนั้นล้วนตกอยู่ในสายตาของปลายฝนทั้งหมด เด็กหนุ่มเพียงมองอีกฝ่ายด้วยหางตาเท่านั้น เขาคิดว่าตัวเองนั้นรู้รสนิยมที่วิปริตนี้ดีขนาดไหน แต่เมื่อก่อนเขาเป็นคนโง่เกินไป มองเพียงด้านดีๆของอีกฝ่ายที่พยายามเอาอกเอาใจ กระทั่งไม่สนใจที่จะมองท่าทางดูถูกเขาด้วยซ้ำไป
มาเจอกันครั้งนี้ เมื่อได้ลอบสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายจริงๆ เขาก็รู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา ไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นตนเองถึงได้โง่เง่านัก คิดจะปล่อยให้คนๆนี้ได้สัมผัสร่างกายได้ยังไง แค่คิดก็รู้สึกเหมือนกับอยากจะด่าตัวเองเป็นร้อยๆรอบแล้ว
เมื่อก่อนเขาดูเหมือนเด็กน้อยที่อยู่ในวัยต่อต้านจริงๆนั่นแหละ ยิ่งรู้ว่าพี่ชายให้คนลอบติดตามตนเองแล้วไปรายงาน เขาก็ยิ่งทำร้ายอีกฝ่ายให้มากขึ้นเพียงเพราะต้องการประชดประชัน
มองดูพี่ชายในตอนนี้ที่แสนดีกับเขาเหลือเกิน ปลายฝนได้แต่ถอนหายใจออกมา
“พี่ครับ ผมหิว” ปลายฝนไม่ได้เกรงใจที่จะแสดงความรักต่อหน้าคนอื่นๆ อย่างไรการปรากฏตัวของเขาในตอนนี้ ไม่ว่าจะทำอะไร หลังจากนี้ก็เป็นแค่การกระตุ้นความสนใจของบีเท่านั้น แน่นอนว่าเขาสามารถกระตุ้นอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องทำอะไรผิดแปลกจากเดิมเลย
ต้นหนาวเห็นปลายฝนแตะไปที่หน้าท้องของตนเองเบาๆก็ส่งสัญญาณให้เชษเพื่อจะได้ตั้งโต๊ะอาหารได้แล้ว เนื่องจากชุดที่ปลายฝนใส่มานั้นแม้ว่าจะรัดกุม แต่ก็ยังแนบเนื้ออยู่มาก ต้นหนาวที่เห็นแบบนั้นก็เลยให้เด็กน้อยของเขาสวมเสื้อโค้ทมาตั้งแต่แรก ถ้าไม่ใช่เพราะมือเล็กๆนั่นแตะไปที่หน้าท้องของตนเอง ก็คงไม่มีใครสังเกตว่าเด็กคนนี้ตัวผอมบางมากขนาดไหน
เอวของดาราสาวที่ว่าเล็กและดึงดูดแล้ว ยังไม่ได้ดูเย้ายวนไปมากกว่าผู้ชายตรงหน้าเลย หากว่าให้เทียบว่าใครสวยกว่ากัน ก็คงบอกได้อย่างชัดเจนว่านางเอกสาวนั่นแหละที่สวยกว่า แต่ถ้าถามว่าใครกันที่ดึงดูดสายตามากกว่า ทุกคนคงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณวัสสาที่เป็นน้องรักเหมือนไข่ในหินของประธานบริษัท TIMEs Tuly อย่างไรล่ะ
บีมองหน้าท้องแบนราบนั้นด้วยความคิดแปลกๆ ตัวเขาเองนั้นมีรสนิยมอยู่สองอย่าง หนึ่งคือชอบคนมีเสน่ห์และถ้าเซ็กซี่โดยไม่รู้ตัวนั้นเขาจะชอบมากเป็นพิเศษ นี่คือรสนิยมด้านเพศของเขา เขาไม่ได้สนใจว่าจะเป็นชายหรือหญิง ขอแค่น่ามองก็เล่นได้หมด และสองก็คือคนที่มีความรักมากเกินไป เพราะมันหมายถึงว่าเขาจะได้ทำลายมันให้สิ้นซาก
ใครจะไปคิดว่าการมาร่วมงานครั้งนี้ ซึ่งเป็นความฝันของเขาเลยในการยกฐานะตนเองเป็นพระเอก จะทำให้เขาได้มาเจอคนที่ถูกใจได้ขนาดนี้
“คุณวัสสาอายุเท่าไรแล้วนะครับ ดูยังเด็กมากๆเลยนะครับ หน้าก็เด็ก ผิวก็เนียนด้วย” บีเอ่ยถามขณะที่กำลังกินอาหารอยู่ไม่ไกลนัก เขาส่งรอยยิ้มใสซื่อของตนเอง เข้าโหมดนักแสดงทรงเสน่ห์อย่างเต็มตัว
เห็นท่าทางเช่นนั้นของอีกฝ่าย สาวๆที่มาร่วมกินเลี้ยงด้วยก็อดที่จะเขินอายไม่ได้ ทุกคนรู้ดีว่าพีรพลไม่ใช่คนธรรมดา เขานั้นเจ้าชู้และมีนิสัยน่ารังเกียจ ทว่าทุกคนกลับรักเขา และหวังว่าจะเป็นคนสุดท้ายที่หยุดเสือตัวนี้ได้
แม้ว่าคุณเหมันต์จะดูดีมีระดับมากกว่า แต่เพราะออร่าของเขาทำให้คนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง ดังนั้นสาวๆมากมายจึงไม่กล้าที่จะหวัง และขอเพียงใช้ชีวิตเงียบๆให้ห่างไกลจากผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ก็พอ
“อย่าล้ำเส้น” ไม่ปล่อยให้น้องชายที่รักได้เป็นคนตอบ พี่ชายขี้หวงก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน
อันที่จริงคำถามนั้นเป็นคำถามธรรมดาที่ไม่ได้ดูจะเป็นประเด็นอะไรหรือเป็นการล้ำเส้นเลย แต่เพราะว่ามันออกมาจากปากของว่าที่พระเอกหนุ่มที่น้องชายสนใจต่างหาก มันเลยเป็นอะไรที่ขัดหูขัดตาเป็นพิเศษ
“เอ่อ ขอโทษครับ” แม้ปากจะพูดขอโทษขอโพย แต่มือของบีกลับกำแน่นด้วยความโกรธ หากไม่ใช่ว่าเหมันต์คือผู้สนับสนุนหลัก เขาก็คงไม่ยอมขนาดนี้หรอก
“เอ่อ คุณเหมันต์ครับ วันเปิดกล้อง คุณเหมันต์สนใจจะมาร่วมพิธีไหมครับ”ผู้กำกับเอ่ยถามพรางถูไม้ถูกมือไปด้วย หวังว่าสถานการณ์ที่กดดันนี้จะคลี่คลายลง
"เปิดกล้องวันไหนหรอครับ” เป็นปลายฝนที่ยังเคี้ยวตุ้ยๆเอ่ยถามออกมาด้วยความสนใจ มือหนาของพี่ชายแตะไปที่ริมฝีปากล่างของปลายฝนอย่างเบามือเพื่อที่จะเช็ดน้ำซอสออกให้ ท่าทางของคนที่เหมือนกับดูแลเด็กเล็กนั่นยิ่งตรงกันข้ามกับน้ำเสียงเย็นชาโดยสิ้นเชิง นี่ยิ่งทำให้ผู้กำกับระมัดระวังตัวขึ้น เขาตั้งใจว่าหลังจากที่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองจากไป เขาจะต้องเอ่ยเตือนนักแสดงนำชายให้ดีกว่านี้ ไม่รู้ว่าไปทำอะไรขัดหูขัดตาท่านประธาน แต่มันย่อมไม่เป็นผลดีกับเจ้าตัวแน่ๆ
“อีก 4 วันข้างหน้าครับคุณวัสสา”
“อีก 4 วันงั้นหรอ อืม....พี่ครับ ผมอยากไปดูได้ไหมครับ” เด็กน้อยส่งสายตา ร้องขอพี่ชายให้อนุญาต ถึงอย่างนั้นต้นหนาวก็ไม่ได้ใจอ่อนกับเรื่องนี้เลย
“ไม่มีอะไรน่าดูหรอก อีก 4 วันพี่จะพาไปดูหนัง ดีไหม?” คนอายุมากกว่าถึงกับเอาเรื่องที่น้องเคยขอให้พาไปดูหนังมาเป็นข้ออ้าง ปลายฝนคิดเล็กน้อยก็รู้แล้วว่าพี่ชายจริงจังกับเรื่องนี้ หากเขาดื้อดึงไปก็มีแต่จะทะเลาะแง่งอนกันเสียเปล่าๆ ดังนั้นจึงได้คลี่ยิ้มหวานเอาใจคนแทน
“จริงหรอครับ ผมอยากดูหนังกับพี่ที่สุดเลย” เมื่อเห็นปลายฝนยิ้มตาหยีส่งมาให้ตนเอง ต้นหนาวก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ อารมณ์คุกกรุ่นจากการที่เห็นคนอื่นมองน้องน้อยด้วยสายตาไม่ซื่อค่อยๆลดลงไป
ต่อให้ใครจะมองคนรักของเขาอย่างไร แต่ถ้าน้องยังรักเขามากขนาดนี้ เขาก็เบาใจได้แล้ว สำหรับเขา....ขอแค่น้องสนใจเขามากกว่าใครก็พอ เพราะอย่างไรเรื่องนี้ก็สำคัญที่สุด ส่วนคนอื่นๆ....เมื่อน้องเล่นจนพอใจแล้ว เขาจะกำจัดออกไปเมื่อไรก็ย่อมได้
“แต่พี่ครับ ถ้าดูหนังกับผมเสร็จ เราแวะไปดูกองถ่ายได้ไหมครับ” ยังไม่ทันที่ต้นหนาวจะยิ้มจนพอใจ มุมปากของเขาก็คว่ำลงเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้หลังจากที่เห็นว่าน้องยังต้องการที่จะไปกองถ่าย
อันที่จริงเขารู้ตั้งแต่ก่อนมาแล้วว่าแผนของน้องคืออะไร ต้องการทำร้ายจิตใจของผู้ชายที่ชื่อพีรพลโดยเอาตัวเองเป็นเหยื่อให้คนรัก แน่นอนว่าเขาไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้ว กระนั้นเขาจะทำอะไรได้กัน? ถ้าน้องบอกว่าอยากทำ แล้วมันอยู่ในขอบเขตสายตาของเขา เขาก็มีแค่ยอมเท่านั้น
มันก็ดีกว่าที่เขาจะเอาแต่ใจตัวเอง กักขังน้องไว้ไม่ให้คิดหรือตัดสินใจอะไร เพราะถ้าเขาทำแบบนั้นขึ้นมาแล้วน้องอึดอัดจนอยากจะหนีเขาไปจริงๆ ถึงเวลานั้นเขาจะยอมรับได้ยังไง
ทว่าเรื่องที่คิด กับพอเกิดขึ้นจริงแล้วมันไม่เหมือนกัน
“.................” คนอายุมากกว่าไม่ยอมตอบ เหมือนกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง แต่ออร่าดำทมึนก็ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าครอบคลุมบรรยากาศในห้องอาหารจนทำให้ทุกคนก้มหน้าหลบตา โดยเฉพาะผู้กำกับที่คิดได้ว่าตัวเองไม่น่าจะถามคำถามโง่ๆนั้นออกไปเลย น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคุณเหมันต์ไม่ได้ใคร่จะยินดีมาร่วมการเลี้ยงนี้ตั้งแต่แรก ทั้งยังไม่ได้อยากจะสนิทกับพวกเขาด้วยซ้ำ ทำไปทำมา....การที่ทั้งสองมาที่นี่ได้ อาจจะเป็นเพราะคุณวัสสาที่ต้องการมาคนเดียวก็ได้ แล้วคุณเหมันต์ไม่อยากขัดใจก็เลยต้องตามมาคุม
ให้ตายเถอะ! อยู่กับคนใหญ่คนโตมาก็มาก ทำไมเขาจึงโง่ขนาดนี้นะ!
แต่จะโทษเขาคนเดียวก็ไม่ได้ใช่ไหม ต้องโทษว่าคนใหญ่คนโตที่เขาเคยเจอมา ยังไม่เคยมีใครหลงเมียขนาดนี้เลย ปกติแล้วถ้าเขาพาสาวๆมาร่วมงานด้วย ก็จะต้องมีการเอาอกเอาใจกันต่อ พวกนักแสดงสาวที่มาที่นี่ ทุกคนต่างก็พร้อมใจกันจะให้บริการทั้งนั้น ทุกคนคิดว่าบรรยากาศมันจะออกมาในรูปแบบที่พวกเขาเคยเจอ
อะไรคือการที่พวกเขาต้องมาก้มหน้าก้มตาเพียงเพราะทำให้คุณวัสสาอยากจะร่วมงานกับพวกเขา?
“งื้อ พี่ไม่อยากไปหรอครับ” เด็กน้อยย่นจมูก ทำลายบรรยากาศที่เงียบสงบ ส่งสายตาเศร้าสร้อยไปให้ด้วยท่าทางน่าสงสารอย่างมาก
ต้นหนาวที่นั่งปล่อยออร่ามืดมนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดน้ำเล็กๆที่หางตาของคนเป็นน้องชาย คิ้วหนาของเขาขมวดเข้าด้วยกันอย่างเคร่งเครียด ยืดอกของตนขึ้นก่อนจะยกน้องชายให้มานั่งบนตักของตนเอง
“อย่าร้อง” คนพูดปลอบประโลม โอบกอดน้องชายเอาไว้อย่างทะนุถนอม
“พี่ผิดคำพูด” เด็กน้อยงอแง ไม่ยอมเงยหน้ามองพี่ชาย ปลายฝนก้มหน้างุดเข้าไปที่ฝ่ามือของตนเอง ตัวเล็กๆของเขายิ่งม้วนเป็นก้อนกลมเล็กๆเข้าไปใหญ่เมื่ออยู่บนร่างกายใหญ่โตของคนเป็นพี่
“ปลายฝน อย่าดื้อครับ” ต้นหนาวพยายามดึงตัวน้อยให้เข้ามาพิงที่อกของตนเอง แต่ก็ไม่เป็นผล เด็กน้อยของเขาดื้อแพ่งเสียแล้ว ตอนนี้ต่อให้ดุยังไง ดูเหมือนอีกฝ่ายก็จะไม่สนใจ
อันที่จริงเรื่องนี้โทษใครไม่ได้เลย มันเป็นเขาเองตั้งแต่แรกที่ยอมตกลงกับแผนการของน้อง แล้วตอนนี้จะมานึกไม่พอใจตอนที่เห็นน้องอยากจะแสดงตัวต่อหน้าคนอื่นได้ยังไง
คนอายุมากกว่าลูบใบหน้าของตนเองอย่างยอมแพ้
“ตกลง ไปร่วมงานเปิดกอง” หลังจากที่ได้ยินคำอนุญาต ปลายฝนก็เงยหน้าอย่างรวดเร็ว ที่ดวงตายังมีน้ำใสๆคลอหน่วยเหมือนกับเด็กน้อยที่ถูกรังแกอยู่ด้วย เห็นแบบนั้นคนเป็นพี่ชายก็ใจอ่อนยวบ คว้าเอวเล็กเข้ามาประชิดตนเอง โอบกอดร่างนุ่มนิ่มไว้อย่างต้องการปลอบโยน
คนทั้งกองนั่งมองดูท่าทางเช่นนั้นของพี่น้องบุญธรรม พวกเขาลอบมองหน้ากันเหมือนกับต้องการยืนยันสิ่งที่ตนเองเห็น ผู้หญิงบางคนยังรู้สึกหน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อได้จินตนาการถึงการเป็นพี่น้องของพวกเขาทั้งสองคน
ต่อให้คนโง่ก็ยังรู้เลยว่านี่ไม่ใช่พี่น้องธรรมดา ข่าวลือที่ออกมานั้นเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน ทั้งสองไม่ได้รักกันเหมือนพี่น้อง แต่ทั้งคู่เป็นมากกว่านั้นแล้ว
ยิ่งเห็นท่าทางอ่อนโยนที่มีไว้เพื่อคุณวัสสาแค่คนเดียวนั้นยิ่งทำให้พวกผู้หญิงต่างก็รู้สึกอิจฉา ไม่ว่าใครก็คาดหวังว่าจะได้รับความรักเช่นนี้ทั้งนั้น ต่อให้ผู้ชายของพวกเธอจะเป็นคนร่ำรวยหรือยากจน แต่ขอแค่ใครสักคนที่รักพวกเธอจากใจ หลงพวกเธอจนหัวปักหัวปำ มันก็แค่นี้ไม่ใช่หรือ?
พวกเธอเป็นนักแสดง อยู่ในวงการบันเทิงย่อมมีผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้าออกเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ล้วนเป็นนักธุรกิจที่ทำธุรกิจร่วมกันและได้ผลประโยชน์ บางคนแรกๆมาจีบเหมือนรักพวกเธอจริงๆ แต่หลังจากผ่านไปไม่นานก็ได้รู้ว่าคนเหล่านั้นมองพวกเธอเหมือนของเล่น
วงการบันเทิงก็เป็นเช่นนี้ แล้วจะให้พวกเธอต้องการรักแท้จากใครได้ยังไง
ทว่า....ในจิตใจลึกๆแล้ว ทุกคนก็โหยหาความรักที่มั่นคงและซื่อตรงเช่นนี้ไม่ใช่หรือ? ยิ่งได้มาเห็นคนรวยติดอันดับโลกที่มีสายตาไว้เพื่อมองผู้ชายแค่คนๆเดียว แล้วเทียบกับพวกนักธุรกิจตัวเล็กตัวน้อยทั้งหลาย นี่ไม่เท่ากับว่าที่ผ่านมาพวกเธอแค่โชคร้ายไปหรอกหรอ ในอนาคต....อาจจะเจอใครสักคนที่จริงใจ ไม่ได้คิดเหมือนว่าพวกเธอเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์แลกกับงานใช่ไหม?
ใครจะคิดว่าการแสดงความรักของสองพี่น้องในวันนี้ ทำให้หญิงสาวมากมายในวงการบันเทิงนั้นได้เปลี่ยนความคิดของตนเองไปเสียแล้ว
............................................