รถคันนั้นเข้ามาจอดลงใกล้ๆแล้วคนในรถคันนั้นซึ่งเป็ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาชนิดที่กระชากใจของผู้หญิงได้ง่ายๆแค่เพียงสบตาก็โผล่ออกมาจากหน้าต่างกระจกที่ลดลง
“สวัสดีครับ เชิญขึ้นรถมาด้วยกันสิครับ”
เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มที่สาวใจอ่อนเห็นแล้วต้องละลายภายในวินาทีนั้น แต่ยกเว้นลลิตนารีเพราะเธอเป็สาวใจแข็ง
“ตลกมากค่ะ แต่ฉันไม่ขำด้วยเลยสักนิด”
หญิงสาวตอบด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงก่อนเดินเลยไป มันทำให้หนุ่มหล่อที่นั่งอยู่ในรถคันหรูต้องทำสีหน้ายุ่งเหยิงอย่างขัดใจก่อนเปิดประตูลงจากรถแล้ววิ่งตาม
“เดี๋ยวก่อนสิคุณ ทำไมต้องเดินหนีกันด้วยล่ะ”
เขาถามเอะอะ หญิงสาวหันกลับมาจ้องมองเขาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาิ่ๆ
“ท่าทางของคุณก็ดูดีนะคะ ไม่น่าเชื่อว่าจะมาทำอะไรแบบนี้”
ทั้งคำพูดและแววตาของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มถึงกับหน้าชาวูบทีเดียว ก็ั้แ่เล็กจนโต ยังไม่เคยมีใครมามองเขาด้วยสายตาอย่างนี้มาก่อนเลยนี่หว่า
“อ้าว คุณ ทำไมต้องว่าและมองกันด้วยสายตาอย่างนั้นด้วยล่ะ”
“สายตายังไงไม่ทราบ”
เสียงหวานย้อนถาม ริมฝีปากงามเบ้บิดด้วยความเหยียดหยาม มันทำเอาคนมองแทบเดือดพล่านด้วยความโกรธ
“ก็ สายตาแบบว่า รังเกียจ เหยียดหยาม ...”
ชายหนุ่มพยายามอธิบายความรู้สึกให้หญิงสาวฟังด้วยท่าทางยุ่งยากใจ
“ก็การกระทำของคุณมันทำให้ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆนี่คะ”
“การกระทำของผมมันเป็ยังไง”
ชายหนุ่มถามอย่างเอาเื่
“ก็ เหมือนพวกแก๊งมิจฉาชีพ เหมือนพวกแก๊งโรคจิต เหมือน...”
“พอแล้ว ผมไม่ใช่อะไรอย่างที่คุณคิดน่ะ”
ชายหนุ่มรีบห้ามก่อนที่หญิงสาวจะมองเขาเลวร้ายไปยิ่งกว่านั้น
“ก็แล้วงั้นคุณมาชวนฉันขึ้นรถทำไม คุณคิดว่าฉันจะเป็ผู้หญิงประเภทไหนไม่ทราบ”
หญิงสาวย้อนถามเขาด้วยท่าทางไม่พอใจชัดเจนทีเดียว
“ผมก็แค่มีธุระสำคัญที่อยากจะพูดกับคุณเท่านั้น”
“คนไม่รู้จักกันจะมามีธุระสำคัญด้วยกันได้ยังไง”
“ผมรู้จักคุณ คุณลลิตนารี”
“อะไรน่ะ คุณรู้จักชื่อของฉันได้ยังไง”
“ที่นี้เชื่อหรือยังว่าผมมีธุระสำคัญกับคุณจริงๆ”
“แต่ฉันก็ไม่มีอะไรที่จะพูดกับคุณอยู่ดี เพราะฉันไม่รู้จักคุณ”
ว่าแล้วหญิงสาวก็ทำท่าจะเดินหนี แต่ชายหนุ่มก็รีบตามไปขวางเอาไว้
“แล้วถ้าผมบอกว่า ผมเป็ลูกชายของคุณหญิงเกศกนกกับอดีตรัฐมนตรีช่วยพิพัฒน์ล่ะ คุณยังจะคิดว่าเราไม่ควรมีธุระต่อกันอีกไหม”
“อะไรนะคะ”
หญิงสาวหันขวับไปจ้องหน้าเขา แล้วมองเขาอย่างพิจารณามากขึ้นกว่าเดิม แล้วก็ได้พบกับความน่าจะเป็ไปได้สูง เพราะเขาดูดีเอามากๆหนำซ้ำหน้าตาของเขาก็ยังมีเค้าของเด็กหนุ่มที่เธอเคยเห็นเมื่อสิบสองปีก่อนนี้อยู่อย่างชัดเจน
“ว่าไง”
ชายหนุ่มถามด้วยท่าทีที่รู้สึกเป็ต่อขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาว
“คุณคิดว่าเราควรจะพูดเื่อะไรกันหรือคะ”
ลลิตนารีลองถามหยั่งเชิง ในใจคิดว่าบางทีเธออาจจะตกลงเื่ไม่ต้องแต่งงานตามความ้าของผู้ใหญ่กับเขาได้
“เราจะมายืนพูดกันอยู่ตรงนี้นะเหรอ”