ย้อนกลับไปหลังจากที่รถม้าขององค์หญิงแล่นผ่านหน้า ชูยงกับลู่ลี่ได้ไม่นาน พวกเราก็ได้ลาดตระเวนต่อระหว่างที่ทั้งสองกำลังลาดตระเวนอยู่นั้นลู่ลี่ก็ได้เปิดการสนทนาขึ้น
"ชูยงนายคิดว่าอีกกี่ปีพวกเราจะได้ออกไปเห็นโลกกว้างกับเขาบ้างล่ะ" ชูยังไม่แปลกใจกับคำถามนั้นเองเพราะชาวแคว้นถังทุกคนต่างก็มีคำถามในใจกันทุกคน
"นั่นสินะครับ" ชูยงตอบด้วยท่าทีที่ลำบากใจ ลู่ลี่เองก็เข้าใจอยู่แล้วว่าชูยงเองก็ตอบไม่ได้
"โทษทีนะชั้นรู้ว่ามันเป็คำถามที่ชวนให้ลำบากใจพอสมควร" ลู่ลี่กล่าวขึ้นด้วยไม่หน้าที่ดูหม่นหมองเช่นเดียวเเต่วินาทีนั่นเองเขาก็ทำหน้าเหมือนคิดอะไรได้ แล้วหันหาชูยง ชูยงสูงเพียงแค่หัวไหล่ของลู่ลี่เท่านั้นเขาจึงต้องก้มลงมองที่ชูยง ชูยวที่ไม่ชอบมองหน้าใครตรงๆก็ได้เเต่มองทางข้างหน้า
"ชูยง ถ้าแคว้นถังได้รับการปลดปล่อยเมื่อไรนายจะทำอะไรหรอ" ชูยงที่ยินดังนั้นก็แปลกใจนิดหน่อยเพราะความฝันของเขาก็คล้ายกับทุกคนในแคว้นถังคืออยากจะออกไปชมโลกภายนอก แต่ถ้าถามว่าออกไปแล้วจะทำอะไร แต่ชูยงเองก็มีคำตอบในใจแล้ว
"นั่นสินะครับ ผมคงจะไปท่องเที่ยวตามแคว้นๆ โดยเฉพาะแคว้นทางตะวันตกผมเคยอ่านเจอในหนังสือบอกว่ามีูเาที่สูงมากเลยที่เขาเรียกกันหิมาลัยผมอยากไปเห็นสักครั้ง" ลู่ลี่แปลกใจมากเพราะเขานั้นไม่รู้จักูเาหิมาลัยมาก่อนเขาคิดในใจว่าเขาคงอ่านหนังสือคนละเล่มกับชูยง อันที่จริงตำราของแคว้นถังที่เกี่ยวกับโลกภายนอกมีอยู่มากก็จริงแต่ว่าวันเวลาผ่านไปคนในยุคปัจจุบัน ก็เริ่มสงสัยว่าในตำราที่บันทึกไว้นั้นอันไหนเป็เื่จริงและอันไหนที่เป็เื่แต่งบ้าง
"แล้วรุ่นพี่ล่ะจะทำอะไรหรอหลังจากแคว้นเปิดแล้ว"
ลู่ลี่เองก็คิดในใจกับคำถามนี้แล้วเพราะเขาก็รู้ว่าชูยงจะต้องถามกลับมา
“ชั้นมีความฝันที่เด็กอย่างนายฟังอาจจะบ้าบอไว้นายอายุเท่าชั้นเดี๋ยวก็เข้าใจเองนั่นเเหละ”
ชูยงที่ได้ยินดังนั้นเลยหันไปมองหน้่าลู่ลี่นิดหนึงกลับพบว่าใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
“สิ่งนั้นคือชั้นอยากจะแต่งงานกับสาวงามแห่งแคว้นเฉิน” ชูยงที่ได้ยินดังนั้นถึงกับ ห่า ในใจแต่ที่ชูยงก็ไม่ได้ดูถูกความฝันของลู่ลี่แต่อย่างใดเพราะผู้ชายแทบทุกคนก็มีความฝันที่อยากจะได้แต่งงานกับหญิงงามแห่งแผ่นดินอยู่แล้วรวมถึงตัวของ ชูยงเองด้วยแต่วิ่งที่ทำให้ชูยงแปลกใจคือทำไมต้องเป็แคว้นเฉิน ซึ่งเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแคว้นเฉินเลย อันที่จริงตำราที่เขาได้อ่านมาเทือบทั้งหมดก็จะเขียนถึงความยิ่งใหญ่ของแคว้นถังซึ่งแคว้นอื่นๆนั้นเขาไม่รู้อะไรเลย
ลู่ลี่ที่เห็นชูยงเรียบไป เขากลับคิดว่าชูยงนั้นกำลังหัวเราะเขาอยู่ในใจ
“มีอะไรหรอชูยงนายคิดว่าความฝันของชั้นมันตลกนักหรอ”
“เปล่าผู้ชายส่วนใหญ่ก็มีความฝันที่อยากจะแต่งงานกับหญิงงามอยู่แล้ว แต่ที่ผมสงสัยหรอครับ”
ลู่ลี่ที่ได้ยินชูยงพูดออกมาก็คิดในใจ
ชูยงนายเป็เด็กที่มีความรู้เยอะจริงๆแต่สงสัยนายคงจะไม่รู้เื่นี้สินะขอชั้นเป็คนให้ความรู้บ้างเถอะ
“สงสัยว่าตำรานายคงจะไม่เคยอ่านสินะ นายรู้จักการจัดอันดับในเป็หนึ่งใต้หล้าไหม"
“ไม่ครับ” ชูยงตอบโดยไม่ถังเลเพราะเขาก็ไม่เคยได้ยินจริงๆ
“ถ้าชั้นจำไม่ผิดการจัดอันดับครั้งแรกก็น่าจะประมาณ 25 ปีก่อนเหตุการณ์ถังเกาจิ้งละมั้ง เื่มันเริ่มขึ้นเมื่อเหล่าผู้าุโของแคว้นต่างๆ 12 แคว้นทุกคนล้วนเป็ยอดฝีมือมีทั้งชายและหญิงรวมแล้วมี 24 คน คนเหล่านี้เรียกว่าคณะกรรมการ พวกเขาได้รวมตัวกันจัดงานจัดอันดับเป็หนึ่งในใต้หล้าโดยงานจัดขึ้นทุกๆ 5 ปี โดยตลอด 5 ปี จะให้คณะกรรมการแต่ละคนเดินทางไปทั้ง 12 แคว้นเมื่อจัดอันดับว่าใครเป็หนึ่งในใต้หล้า" พอลู่ลี่พูดถึงตรงนี้ชูยงขัดจังหวะ
“รุ่นพี่หมายความว่าทั้ง 24 คนจะต้องไปแต่ละแคว้นเพื่อที่จะจัดลำดับว่าใครเก่งที่สุดอย่างงี้หรอครับ”
“ไม่ผิดพวกเขาจะไปแต่ละแคว้นเป็คู่ กรรมการของแคว้นถังก็มีชายหนึ่งหญิงหนึ่ง กรรมการของแคว้นถังก็จะดูภายในแคว้นของตัวเองก่อนจนกระทั่งมีกรรมการจากแคว้นอื่นมาเปลี่ยน อย่างเช่น กรรมการของแคว้นถังก็จะสังเกตการณ์ดูยอดฝีมือแห่งแคว้นถังก่อนแล้วค่อยไปยังแคว้นถัดไป แคว้นถัดไปอาจจะเป็แคว้นเฟย แคว้นฉินหรือแคว้นเฉินก็ได้ ชั้นสมมติว่าเป็แคว้นเฉิน เมื่อกรรมการจากแคว้นถังไปแคว้นเฉิน กรรมการจากแคว้นเฉินจะต้องย้ายไปแคว้นถัดไป แฃะพอกรรมการจากแคว้นถังไปจากแคว้นเฉินแล้วพวกเขาก็ต้องไปยังแคว้นถัดไปไปเรื่อยๆจนกว่าจะครบ 12 แคว้นแล้ว โดยกฏคือห้ามมีกรรมการจากสองแคว้นในแคว้นเดียว แต่พวกเขาก็มีวิชาที่สามารถสื่อสารกันได้จากระยะไกลเป็หมื่นลี้ได้อยู่เลยไม่ต้องกังวลว่ามันจะทับซ้อนกัน กรรมการบางคนแคว้นอาจจะใช้เวลาสังเกตการณ์ในแคว้นนานหน่อยเขาก็ต้องแจ้งคนของแคว้นอื่นที่จะมาตรวจสอบถัดไปจากพวกเขาให้รอก่อน เมื่อครบแล้วกรรมการทั้งหมดจะต้องมารวมตัวกันเพื่อตัดคะแนน”
“อ่อ” ชูยงที่ได้ยินดังนั้นก็กระจ่างในทันที และแทรกด้วยความรู้สึกตื่นเต้นกับเื่ที่ลู่ลี่เล่าเป็อย่างมาก
“ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ประเมินแค่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดนะ ยังมีแคว้นที่น่าที่สุด หรือกระทั้งหญิงงามที่สุดแห่งแผ่นดินโดยจะต้องงามทั้งกายและใจ” และชูยงก็ขัดจังหวะอีกครั้ง
“อ่าวแล้วพวกเขาจะไม่โดนแทรกแซงการจัดอันดับหรอ” และลูลี่เองก็เตรียมคำตอบสำหรับคำถามนี้เอาไว้แล้ว
“ไม่ เพราะคณะกรรมการเ่าั้ถูกคัดเลือกโดยเทพเซียนไม่สามารถแทรกแซงได้ และกรรมการเราจะไม่รู้เลยว่าเป็ใคร อาจจะรู้ชื่อแต่ยามที่พวกเขาสังเกตการณ์ เราจะไม่รู้เลยว่าเขานั้นคือกรรมการเขาจะปลอมตัวเพื่อสังเกตการณ์หรือเฝ้าออกห่างๆก็เป็ได้เพราะว่าถ้าหากมีคนรู้ว่ากรรมการกำลังเฝ้าดูอยู่พวกเขาจะไม่เป็ตัวของตัวเอง เพราะเงื่อนไขนี้เองทำให้การจัดอันดับเต็มไปด้วยการยอมรับจากทั้ง 12 แคว้น”
“แล้วเท่าที่รุ่นพี่รู้ผลการจัดลำดับเป็ยังไง”
“ชั้นเองก็จำได้ไม่หมดหรอก เพราะมีหลายปีหลายรายการแต่รายการจัดอันดับที่ถือว่าเป็รายการที่คนจับตามองมากที่สุดคือ การจัดอันดับยอดฝีมือในใต้หล้ารุ่นอายุไม่เกิน 26 ปี และ หญิงงามที่สุดในใต้หล้ารุ่นอายุไม่เกิน 26 เช่นเดียวกัน โดยสองรายการนี้จะจัดอันดับรายการละ 350 อันดับ และในครั้งแรกที่ก็เป็ความภาคภูมิใจของแคว้นเราเพราะการจัดอันดับยอดฝีมือในใต้หล้ารุ่นอายุไม่เกิน 26 ปี นั้น 10 อันดับแรกเป็คนของแคว้นถังถึง 7 คน และ 5 อันดับแรกก็ล้วนก็เป็คนจากแคว้นถังและใน 350 อันดับ 1 ใน 3 ก็เป็คนของแคว้นถัง”
ชูยงที่ได้ฟังดังนั้นก็ถามขึ้นในใจแคว้นเราแต่ก่อนเจ๋งขนาดนั้นเลยหรอ
“แต่ว่าในการจัดอันดับหญิงงามที่สุดในใต้หล้ารุ่นอายุไม่เกิน 26 ในครั้งแรก 12 อันดับแรกล้วนเป็สาวงามจากแคว้นเฉินทั้งสิน หรือ บางปี 20 อันดับแรกก็ล้วนเป็แคว้นเฉินและใน 350 อันดับแรกก็ 5 ใน 10 ส่วนก็ล้วนเป็สาวงามจากแคว้นเฉิน ”
พอชูยงได้ยินดังั้นก็คิดในใจด้วยความอึ้ง
แคว้นเฉินมีสาวงานขนาดนั้นเลยหรอ แต่การจัดอันดับนี้สาวงามจะต้องงามทั้งกายและใจแปลว่าสาวงามจากแคว้นเฉินงามทั้งกายและใจเลยหรอมิน่าล่ะรุ่นพี่ลู่ลี่ถึงบอกว่าอยากจะแต่งงานกับหญิงงามแห่งแคว้นเฉิน ถ้าแคว้นถังเปิดเมื่อไรจะต้องไปยลโแมสักหน่อยแล้ว
“อ่ออีกอย่างนะชูยง” ลู่ลี่เหมือนคิดอะไรได้ และชูยงเองก็ตั้งใจฟังเป็อย่างมาก
“แคว้นที่ถูกจัดอันดับว่ามีความสุขในการชีวิตมากที่สุดก็เป็แคว้นเฉินด้วยเช่นกันทั้งที่ในการจัดอันดับยอดฝีมือในใต้หล้ารุ่นอายุไม่เกิน 26 ปีในปีแรก นั้น 15 อันดับแรกก็ไม่มีเฉินในนั้น”
ชูยงเองก็เริ่มกระจ่าง
หรือว่าที่แคว้นมีแต่สาวงามก็เพราะทางแคว้นมีความสุขกันนะ
“อีกอย่างนะในการจัดอันดับในครั้งที่สองหรือก็คือ 5 ปีหลังจากครั้งแรกได้เกิดเมืองเ้าภาพขึ้น”
“เมืองเ้าภาพหรอครับ” ชูยงทวนคำพูดของลู่ลี่
"ใช่เมืองเ้าน่ะก็คือเมืองหลวงของแคว้นนั้นๆแหละชั้นจำได้ว่าเมืองเ้าภาพในการจัดอันดับครั้งที่ 2 นั้นคือเมืองหลวงของแคว้นจ้าว เนื่องจากว่าอยากจะกระตุ้นเศรษฐกิจของแคว้นั้แ่การจัดอันดับครั้งที่ 2 เป็ต้นมา โดยจะผลัดเปลี่ยนเมืองเ้าภาพไปตามเมืองหลวงของแต่ละแคว้น โดย่ 2 เดือนก่อนงานประกาศผลคณะกรรมการจะต้องมมาเก็บตัวที่เมืองเ้าภาพโดยที่ใครก็ตามในแคว้นจะไม่รู้เลยว่าใครเป็กรรมการมีแต่เทพเซียนเท่านั้นที่รู้ เรารู้แค่ว่าเขามาเก็บตัวที่เมืองเ้าภาพเป็เวลา 2 เดือน ซึ่งเมืองเ้าภาพเเห่งแรกเทพเซียนก็เป็กำหนดเช่นกัน และจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ต้องมีเมืองเ้าภาพคือ ้าให้ทุกคนจากทุกแคว้นหลั่งไหลมาที่เมืองเ้าภาพเพราะว่าเมื่อพวกเขารู้แล้วว่ากรรมการทั้ง 24 คนจะอยู่ที่เมืองนี้ใน่ 2 เดือนสุดท้ายก่อนการประกาศผล ทุกคนต่างก็อยากจะทำคะแนนใน่ 2 เดือนสุดท้ายทำให้ในเมืองนั้น ไม่สิในแคว้นนั้นเต็มไปด้วยผู้คน โรงเตี๊ยมต่างๆก็ถูกจองล่วงหน้า 5 ปีเลยทีเดียว และพักหลังๆแต่ละแคว้นก็เริ่มจัดงาน เช่นจัดงานประลองยุทธ์บ้าง แข่งขันตามหาของบ้าง เพื่อเรียกคะแนนจากกรรมการลึกลับทั้ง 24 คน"
หลังจากพูดจบสีหน้าของลู่ลี่ก็เริ่มหม่นหมองลง
“และแน่นอนหลังจากเหตุการณืถังเกาจิ้งพวกเราก็ถูกถอด กรรมการของเราก็เช่นกันจากทั้งหมด 24 คนก็เหลือ 22 คน”
และในคณะที่ทั้งสองคุยกันนี้เองหญิงชาวบ้านรายหนึ่งก็รีบมึงต้องมายังทั้งสิน
“คุณมืิอปราบค่ะช่วยด้วยค่ะมีคนตายแปลกประหลาดมากเลย”
ชูยงกับลู่ลี่ที่ยินดังนั้นก็เลยสั่งให้นางขึ้นนำทางไปใช้เวลาสักพักกว่าทั้งสองจะมาถึง พอมาถึงก็พบว่าที่แห่งนั้นคือบ้านเล็กหลังหนึ่งที่ตอนที่ด้านหน้าบ้านก็เต็มไปด้วยชาวบ้านมาดูเหตุการณ์
“มือปราบคดีหลีกทาง” ลู่ลี่ประกาศพร้อมกับชูยงตราขึ้น
ชาวบ้านที่เห็นดังนั้นจังรีบขยับเพื่อเปิดทางพอทั้งสองหลุดมาถึงหน้าบ้านก็มองเข้าไปข้างในก็เห็นร่างๆหนึ่งนอนอยู่กับพื้น ชูยงกับลูลี่จึงขยีบเข้าไปดูร่างนั้นใกล้ พอเข้าไปใกล้ๆทั้งสองที่เห็นร่างนั้นเต็ม 2 ตา กับช็อคกับสิ่งที่ตา ร่างที่ไร้ วิญญานของชายผู้หนึ่งนอนอ่าปากค้าง ที่ช็อคไปกว่านั้นคือร่างของเขาผอมจนเหลือแต่กระดูก ชูยงที่ได้เรียนวิชาแพทยืมาบ้างจึงสรุปขึ้นมาว่า
“เืหมดตัวงั้นหรอ” เสียงพูดของชูยงสร้างความสั่นสะพรึงให้กับลู่ลี่ไปไม่น้อย และในขณะนั้นเองสายตรวจในชุดสีแดงก็เข้ามาหาทั้งสอง เมื่อสายตรวจเห็นศพไร้เืเข้าถึงกับอาเจียนออกมา
ลู่ลี่ที่เห็นสายตรวจอาเจียนออกมาเลยพูดขึ้น
“เ้ารีบกลับไปรายงานจวิ้นอ๋องเดี๋ยวนี้ บอกว่าสิ่งที่เห็นอยู่นี้คาดว่าน่าจะเป็ฝีมือของปีศาจ”
สายตรวจรับเื่แล้วก็รีบวิ่งออกจากบ้านนั้นในทันที แต่ชูยงเองกลับคิดในใจ
มันใช่ฝีมือของปีศาจจริงหรือแต่ดูจากวิธีฆ่าแล้วมันก็เหมือนกับปีศาจจริงแหละ