*เนื้อหาในนิยายต่อไปนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในงานเขียน
บุคคลและสถานที่ต่าง ๆ ไม่มีอยู่จริง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ขอให้ผู้อ่าน อ่านด้วยความสนุก ไม่คิดมากถึงความไม่สมเหตุผลในบางกรณี
บทที่ 2 : เข้าใจผิด
จากสถานการณ์ตรงหน้า ลั่วซือหานจึงรีบทำ CPR ให้เธอทันที เมื่อทำ CPR เสร็จ เขาจึงก้มตัวลงยื่นใบหน้าเข้าใกล้เธอ
“ขอโทษนะ!” ลั่วซือหานกล่าวเสียงเบา
ลั่วซือหานใช้วิธีผายปอดเพื่อช่วยชีวิตคน เขารู้สึกได้ถึงริมฝีปากที่นิ่มนวล แต่ความสนใจของเขาคือการช่วยคน
ไม่นานเธอก็สำลัก ไอจนน้ำที่อยู่ในปอดออกมาเล็กน้อย
ใบหน้าของเธอซีดขาวจากการขาดอากาศหายใจชั่วคราว
เธอมองมายังลั่วซือหานด้วยสายตาที่พร่างพราย พวกเขาทั้งสองสบตากันเพียงเสี่ยววินาที จากนั้นเธอก็หลับไปอีก
ลั่วซือหานตกใจรีบตรวจชีพจรเธออีกครั้ง แต่ชีพจรของเธอกลับมาเต้นปกติแล้ว
“ซูเหม่ยหลิง!” เสียงดังมาจากทางด้านหลังลั่วซือหาน
ในที่สุดลั่วซือหานก็รู้ตัวว่าที่ตรงนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาอีกต่อไป แต่ในช่วงเวลาที่เขาได้ช่วยชีวิตเธอ เขากลับไม่เจอใครอยู่ใกล้ ๆ มาก่อน นอกจาใครบางคนที่เขาเห็นว่าวิ่งหนีออกไป…
“ซูเหม่ยหลิง พวกเธอกำลังทำอะไรกัน?!”
คนที่มาใหม่เป็นหญิงสาว และนอกจากเธอแล้วยังมีชาวบ้านอีกคนซึ่งเดินผ่านมาแถวนี้พอดี
เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาวคนนั้น เธอจึงหยุดยืนฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลั่วซือหานขมวดคิ้วไม่พอใจ
เห็นคนนอนหมดสติอยู่ นอกจากจะไม่สอบถามอาการ กลับตะโกนเสียงดังเหมือนต้องการจะให้ใครได้ยิน แถมคำถามยังชวนเข้าใจผิดอีก!
“ผู้หญิงคนนี้จมน้ำ ฉันเลยช่วยเธอขึ้นมา” ลั่วซือหานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
หญิงสาวที่มาใหม่ เกิดความรู้สึกหวาดกลัวน้ำเสียงของลั่วซือหาน
“แต่ฉันเห็นคุณกำลังจูบเธอ!” หญิงสาวคนนั้นบอกในสิ่งที่เธอเห็น
ในที่สุดลั่วซือหานก็รู้ตัว ว่าสิ่งที่เขาพึ่งทำไป ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด
“เพราะเธอจมน้ำ ฉันเลยต้องผายปอดช่วยชีวิต!”
ลั่วซือหานอธิบาย เขาไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิด
เนื่องจากในยุคสมัยโบราณ การถูกเนื้อตัวของเพศตรงข้ามที่ไม่ใช่คนในครอบครัว ถือว่าเป็นการคุกคามทางเพศ
“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าการจูบสามารถช่วยชีวิตคนได้?” เธอพูดอย่างไม่เชื่อ
“ลั่วซือหานแกแอบลวนลามผู้หญิงคนนั้น ตอนที่เธอไม่ได้สติใช่ไหม” หญิงชาวบ้านถามกลับด้วยน้ำเสียงตำหนิ
“ฉันบอกว่ามันคือการช่วยชีวิต ถ้าไม่เชื่อพวกเธอสามารถไปถามหมอที่โรงพยาบาลดูสิ!”
ลั่วซือหานบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดีนัก เขาไม่ได้กลัวตัวเองจะถูกเข้าใจผิด เขากลัวแค่ว่าชื่อเสียงของหญิงสาวจะเสียหาย
“แต่ฉันเห็นคุณจับหน้าอกของซูเหม่ยหลิงด้วยนะ!” หญิงสาวยังคงไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ลั่วซือหานพูด
ลั่วซือหานขมวดคิ้วไม่พอใจอีกครั้ง
“เธอไม่รู้จักการทำ CPR เหรอ? มันคือการช่วยคนที่หยุดหายใจ มันถูกเขียนไว้ในหนังสือการแพทย์”
ลั่วซือหานพูดด้วยน้ำเสียงที่น่าเชื่อถือ แถมเขายังพูดถึงหนังสือการแพทย์อีก
ในที่แห่งนี้มีใครบ้างที่ได้อ่านหนังสือการแพทย์? แน่นอนว่าไม่มี แล้วชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอเขาจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น
แล้วเขาเอาหนังสือการแพทย์มาจากไหน? เพราะมันคงจะมีราคาแพงมากแน่ ๆ
“พวกเราจะเชื่อคุณได้ยังไง” หญิงสาวที่มาใหม่พูดด้วยความสงสัย
“ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามหมอที่โรงพยาบาล แต่ฉันอยากจะถามเธอบ้าง?”
ลั่วซือหานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกครั้ง
“อะ… อะไร?” หญิงสาวพูดเสียงติดขัด เธอได้ยินชื่อเสียงที่ไม่ดีของลั่วซือหานมามาก
เธอกลัวว่าเขาจะไม่พอใจที่เธอไปกล่าวหาเขา จนเขาเกิดอยากจะลงมือกับเธอ!
“เธอรู้จักผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม? นอกจากเธอจะไม่ถามอาการของผู้หญิงคนนี้แล้ว เธอยังถ่วงเวลาไม่ให้ฉันพาคนไปหาหมออีกด้วย? หรือว่าเธออยากให้ผู้หญิงคนนี้ตาย?!”
หญิงสาวที่มาใหม่ตกใจ! จนหน้าถอดสี! ไม่คิดว่าเขาจะพูดได้ถูกประเด็นขนาดนี้
ใช่แล้วเป็นเธอเองที่ผลักซูเหม่ยหลิงตกน้ำ แต่คำพูดของลั่วซือหานไม่มีหลักฐานเธอจะยอมรับได้ยังไง?
“คุณจะพูดอะไร! ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นนะ”
“ถ้าไม่ใช่แบบนั้นก็ดี หลบทางด้วยฉันจะพาคนไปหาหมอ!”
ลั่วซือหานไม่ได้สนใจหญิงสาวที่เข้ามาใหม่อีก เขาเลือกที่จะอุ้มหญิงสาวขึ้นมา ซึ่งเขาพึ่งจะรู้จักชื่อของเธอว่าชื่อซูเหม่ยหลิง
ลั่วซือหานรู้ว่าควรจะไปหาใครในเวลานี้ คนคนนั้นคือหลิวผิงอัน เขาไม่รู้ว่าเธอเข้ามาอยู่ในโลกนี้หรือยัง แต่จากความทรงจำเขารู้ข่าวไม่ดีของหวังห่าวซานแล้ว
ดังนั้นบ้านตระกูลหลิวก็คงจะรู้แล้วเช่นกัน!
อีกอย่างในหมู่บ้านก็ไม่มีหมอที่ไหนแล้ว จะมีก็แต่หมอหมู่บ้าน ที่สามารถให้ยาไปตามอาการเท่านั้น ซึ่งความเป็นจริงจะเรียกว่าหมอก็ยังไม่ได้
เพราะคนคนนั้นไม่เคยได้เรียนรู้ทางด้านนี้มาเลย ที่เขาสามารถรักษาคนได้ก็เพราะจดจำมาจากคนอื่นก็เท่านั้น
แม้ว่าซูเหม่ยหลิงจะฟื้นขึ้นมารอบหนึ่งแล้ว แต่อาการของเธอก็ยังคงหน้าเป็นห่วง
ในช่วงเวลาที่เธอจมน้ำ เธอคงกินน้ำเข้าไปจำนวนมาก
หญิงสาวมองตามแผ่นหลังที่เหยียดตรงของลั่วซือหานไปด้วยสายตาเครียดแค้น
เธอมีชื่อว่าจางชิงชิง รู้จักกับซูเหม่ยหลิงมาตั้งแต่เด็ก เธอรู้สึกอิจฉาซูเหม่ยหลิงที่หน้าตาดีกว่าเธอมาโดยตลอด
วันนี้ในช่วงเวลาพักกลางวัน เธอเห็นซูเหม่ยหลิงเดินมาทางแม่น้ำคนเดียว เธอจึงแอบเดินตามมาอย่างลับ ๆ
จากนั้นเมื่อเห็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เธอจึงได้ผลักซูเหม่ยหลิงให้ตกลงไปในแม่น้ำ หลังจากนั้นเธอก็หนีไปซ่อนตัวเพื่อดูให้แน่ใจว่าซูเหม่ยหลิงจมน้ำตายไปแล้วจริง ๆ
ใครจะคิดว่าตัวขี้เกียจสันหลังยาวอย่างลั่วซือหาน จะวิ่งมาช่วยสาวงามแบบนี้?
แต่ในตอนที่ซูเหม่ยหลิงถูกช่วยขึ้นมา เธอดันเห็นการช่วยเหลือแปลก ๆ ของลั่วซือหาน
คิดว่าเขาต้องการฉวยโอกาสจากซูเหม่ยหลิงที่กำลังจะตาย แต่หลังจากที่เขาจูบเธอ เธอดันฟื้นขึ้นมาจริง ๆ
จางชิงชิงสังเกตเห็นว่ามีชาวบ้านเดินเข้ามาใกล้ เธอจึงปรากฎตัวออกมาแล้วตะโกนเสียงดัง เรียกความสนใจจากชาวบ้านที่พึ่งเดินผ่านมา
“ดูเหมือนว่าลั่วซือหานจะช่วยคนจริง ๆ นะ?” หนิงลี่พูดตามที่เธอเห็น เพียงแต่วิธีการช่วยของเขามันแปลกมากก็เท่านั้นเอง
ชาวบ้านที่เข้ามาถามจางชิงชิงไม่ใช่ใคร แต่เป็นหนิงลี่
หนิงลี่เธอคือหญิงวัยกลางคน อายุมากกว่าสี่สิบปี เธอแต่งงานเข้าตระกูลหวัง ตะกูลเดียวกับพระเอกในนิยาย เธอเป็นสะใภ้คนกลาง
หนิงลี่มีลูกชายสองคน คนหนึ่งอายุเท่าพระเอกอีกคนอายุเท่าลั่วซือหาน แถมทั้งสองคนยังเป็นเพื่อนเที่ยวเล่นด้วยกันบ่อย ๆ อีกด้วย
หนิงลี่มีลักษณะนิสัยเห็นแก่ตัวและชอบนินทา จางชิงชิงจึงไม่อยากพลาดโอกาสในการสร้างข่าวลือที่เสียหาย ให้แก่ซูเหม่ยหลิง
“ป้าหนิง ฉันคิดว่าบางที ลั่วซือหานอาจจะโกหกก็ได้ค่ะ”
จางชิงชิงแสดงท่าทางเหมือนคนไม่อยากพูด
“เธอคิดแบบนั้นเหรอ? แต่เขาบอกว่าให้เราไปถามหมอที่โรงพยาบาลได้ไม่ใช่เหรอ ทำไมเขาถึงกล้าให้เราไปถามละ?” หนิงลี่ถามอย่างไม่แน่ใจ
“เพราะเขาคิดว่าเราคงไม่กล้าไปถามมากกว่า อีกอย่างเขาเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น! จะไปหาหนังสือการแพทย์มาจากไหน?” จางชิงชิงพยายามพูดให้หนิงลี่เชื่อว่า ลั่วซือหานลวนลามซูเหม่ยหลิงจริง ๆ
หนิงลี่แสดงใบหน้าครุ่นคิด จากนั้นจึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “อาจจะเป็นอย่างที่เธอพูด!”
จางชิงชิงแอบยิ้มในใจ โชคดีของเธอที่คนมาเจอคือหนิงลี่ คนปากมากที่สุดในหมู่บ้าน ไม่นานเรื่องของลั่วซือหานและซูเหม่ยหลิงคงกระจายไปทั่วหมู่บ้าน
เธอจะรอดูว่า ถ้าหากเรื่องนี้รู้ไปถึงครอบครัวซูที่ปักกิ่ง ซูเหม่ยหลิงยังจะได้แต่งงานกับจ้าวเสวียนอีกไหม จ้าวเสวียนคือเพื่อนสมัยเด็กของพวกเธอ
จางชิงชิงแอบชอบจ้าวเสวียนมาโดยตลอด แต่ครอบครัวซูและครอบครัวจ้าวต้องการให้จ้าวเสวียนกับซูเหม่ยหลิงแต่งงานกัน
โชคดีที่จ้าวเสวียนสมัครไปกองทัพก่อน ไม่นานพวกเธอก็ถูกส่งตัวมาที่หมู่บ้านหลิ่วจางแห่งนี้
เพียงแต่เมื่อไม่กี่วันก่อน มีข่าวลือมาว่าทางรัฐบาลได้เปิดให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง
พวกยุวชนต่างดีใจที่พวกเขาจะได้กลับไปเรียนอีกครั้ง เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขายังสามารถกลับบ้านได้อีกด้วย
ถ้าพวกเธอสามารถกลับไปปักกิ่ง ซูเหม่ยหลิงก็จะได้กลับไปแต่งงานกับจ้าวเสวียน ซึ่งจางชิงชิงจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น
เธอคิดเพียงว่า ถ้าซูเหม่ยหลิงไม่สามารถกลับไปปักกิ่งได้ก็คงดี จากนั้นจางชิงชิงก็เจอกับซูเหม่ยหลิงที่เดิมมาทางแม่น้ำพอดี เรื่องราวต่อจากนั้น จึงเป็นไปตามเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
หน้าบ้านของตระกูลหลิว
ลั่วซือหานยังคงอุ้มซูเหม่ยหลิงไว้ในอ้อมแขน
“หลิวผิงอัน! หลิวผิงอันอยู่บ้านไหม?” ลั่วซือหานตะโกนเรียกหลิวผิงอันผู้ชึ่งเป็นนางเอกในนิยายเสียงดัง
หลิวผิงอันที่กำลังปลูกผักอยู่หลังบ้าน เมื่อได้ยินเสียงคนเรียกชื่อตัวเองจึงรีบออกมาดู
เท่าที่เธอจำได้เสียงนี่คือเสียงของลั่วซือหาน จากความทรงจำลั่วซือหานคือคนอันตพาลตัวน้อยของหมู่บ้าน
ว่าแต่เขามีเรื่องอะไรถึงได้มาหาเธอ?
เมื่อเปิดประตูออกมา หลิวผิงอันก็เจอกับลั่วซือหานที่เนื้อตัวเปียกปอน แถมในวงแขนของเขายังมีหญิงสาวอยู่ด้วย
“ช่วยด้วย… เธอจมน้ำมา” น้ำเสียงลั่วซือหานมีอาการเหนื่อยหอบ เนื่องจากระยรทางจากแม่น้ำมาบ้านตระกูลหลิวนั้นไกลพอสมควร
หลิวผิงอันตกใจ ด้วยความเป็นหมอมืออาชีพ เธอจึงรีบบอกให้เขานำเธอเข้ามา “พาเธอไปที่ห้องของฉัน!”
หลิวผิงอันรีบเข้าไปดูอาการของซูเหม่ยหลิง จากนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้สถานะของเธอไม่ใช่แพทย์อีกต่อไปแล้ว
“นายออกไปรอข้างนอกก่อน ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ทางที่ดีนายรีบไปหารถ มาพาเธอไปโรงพยาบาลจะดีกว่า” หลิวผิงอันบอกเสียงเคร่งขรึม
“ได้!” ลั่วซือหานพยักหน้า แล้วเดินออกไป
เมื่อเดินออกลั่วซือหานก็เจอกับหนิงลี่และกลุ่มชาวบ้านที่เดินตามเขามาตอนไหนก็ไม่รู้
“ลั่วซือหานแกลวนลาม ซูเหม่ยหลิงตอนนที่เธอสลบใช่ไหม?!” หนิงลี่พูดถามเสียงดัง
ลั่วซือหานแสดงสีหน้าไม่พอใจ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ตามเขามาอีก?
เขากำลังรีบไปขอยืมรถจากหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อพาซูเหม่ยอันไปโรงพยาบาล แต่ดันออกมาเจอกลุ่มชาวบ้านขวางทางเอาไว้ จึงทำให้เขาไม่สามารถออกไปได้
“หลีกไป!” ลั่วซือหานพูดเสียงแข็ง ไม่ใช่การตะคอกเสียงดัง
แต่พวกชาวบ้านที่มามุงดูต่างก็รู้สึกหวาดกลัว จึงเดินถ่อยหลังกันไปคนละก้าว
พวกเขารู้ว่าลั่วซือหานนั้นโหดร้ายแค่ไหน ดูได้จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา
เมื่อเห็นว่าชาวบ้านถอยหลังกันออกไปแล้ว ลั่วซือหานจึงเดินออกไปอย่างเร่งรีบ ตรงไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน
หนิงลี่หุบปากไม่กล้าพูดอะไร เธอรู้สึกว่าลั่วซือหานวันนี้น่ากลัวกว่าทุกวัน จึงไม่กล้าพูดอะไรอีก
“หนิงลี่เธอเห็นลั่วซือหานจูบกับซูเหม่ยหลิง ด้วยตาตัวเองหรือไง?” มีชาวบ้านคนหนึ่งพูดถามด้วยความสงสัย
“ฉันไม่ได้เห็นเอง แต่จางชิงชิงเป็นคนเห็น!” หนิงลี่พูดตามที่เธอได้ยินมา
“แล้วทำไมซูเหม่ยหลิงถึงไม่ได้สติแบบนั้น?” ชายบ้านคนหนึ่งถามด้วยความสงสัย
จากนั้นหนิงลี่ก็บอกถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เธอรู้มา
“แต่ทำไมลั่วซือหานถึงมาบ้านตระกูลหลิวล่ะ?” มีคนถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” หนิงลี่พูดด้วยน้ำสงสัย สายตาก็มองเข้าไปในบ้านตระกูลหลิว
เธอได้แต่มองเข้าไปในบ้านตระกูลหลิว แต่ไม่กล้าเข้าไป เพราะยายแก่บ้านตระกูลหลิวดุอย่างกับหมา!
“มีเรื่องอะไรกัน?” ลั่วตงพ่อของลั่วซือหานกล่าวถาม
เมื่อเห็นว่ามีชาวบ้านมารวมตัวกันจำนวนมากที่หน้าบ้านของตระกูลหลิว
ซึ่งบ้านตระกูลหลิว และบ้านของพวกเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามกันเท่านั้น