“อ้าวน้องเฟิง เลิกคาบเรียนแล้วเหรอ” ป้าจางทักขึ้นเมื่อเห็นอาเฟิงเดินเข้ามาในแผนกธุรการ
“ครับพี่จาง ว่าแต่พี่ถงกับพี่หลิว เลิกคาบรึยังครับ” อาเฟิงถามป้าจาง
“เมื่อกี้เดินผ่านเห็นเพิ่งเลิกคลาสน่ะ ทำไมเหรอ” ป้าจางถาม อาเฟิงไม่ได้พูดอะไรอีกเขารีบออกจากแผนกธุรการไปยังคลาสเรียนการแสดงขั้นกลางกับขั้นสูงทันที
“อ้าวน้องเฟิง มาทำอะไรหน้าคลาสเรียนฉันเนี่ย หรือวันนี้จะชวนไปดื่มอีกล่ะ” อาถงถามขึ้น
“นั่นสินายไม่ได้เลี้ยงเหล้าพวกฉันนานแล้วนะ” อาหลิวกล่าว
“โถ่พวกพี่นี่ เห็นหน้าผมทีไรมีแต่เื่ดื่มกันทุกที่ที่จริงผมมีเื่อยากจะปรึกษาพวกพี่หน่อยเื่นี้ต้องได้รับความยินยอมจากพวกพี่ด้วย” อาเฟิงกล่าว
“เื่อะไรล่ะหรือมีเด็กใหม่ในคลาสที่น่าสนใจจะแนะนำ” อาหลิวถามขึ้นการที่อาเฟิงพูดจริงจังแบบนี้แสดงว่ามีเด็กที่มีพร์หรือความสามารถโดดเด่นปรากฏตัวขึ้นเป็แน่
“ใช่ครับเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะอัดคลิปของนักเรียนคนนั้นมาให้พี่ดู วันนี้ในคลาสเรียนการแสดงของผมเขาแสดงได้ดีมาก ผมคิดว่าเขาสามารถข้ามไปเรียนคลาสของพวกพี่มากกว่าแต่ติดตรงที่ว่าเขาเป็เด็กใหม่แกะกล่องที่เฉินเฟิงแนะนำมาตามระเบียบแล้วการจะให้เลื่อนคลาสทันทีจำเป็จะต้องได้รับความเห็นชอบจากพวกพี่ก่อน” อาเฟิงกล่าว
“หือเฉินเฟิง แนะนำมาเหรอ นายมีรูปไหม” อาถง ถามหารูปของไป่เจ๋ออาเฟิงนำเอกสารของไป่เจ๋อที่พี่สาวจางมอบให้ตอนส่งตัวไป่เจ๋อมาที่ห้องเรียนให้อาถงกับอาหลิวดู
“อื้อหือหน้าตาทรมานใจสาว ๆ แบบนี้ หากขยัน มีความสามารถ วางตัวดี ดังแน่ ๆ” อาหลิวกล่าว
“เหกำลังพูดถึงเด็กใหม่ที่ฉันส่งมาที่ศูนย์รึเปล่า” มีเสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นทำให้ทั้ง 3 คนที่กำลังสนทนากันอยู่หันไปทางที่มาของเสียง
“ว่ายังไงเสี่ยวเฟิงเสี่ยวถง เสี่ยวหลิว กำลังพูดถึงไป่เจ๋อที่ฉันเป็คนแนะนำมาอยู่รึเปล่า”เฉินเฟิงถาม ใช่แล้ว เขาคือเ้าของเสียงที่พูดแทรกขึ้นมาระหว่างทั้ง 3 คนกำลังสนทนากันอยู่
“ใช่ครับคุณเฉิน พวกเรากำลังคุยกันเื่เด็กที่คุณแนะนำมาเขามีฝีมือการแสดงเกินระดับขั้นพื้นฐานไปแล้ว ผมเลยมาปรึกษากับพี่ถง พี่หลิวว่าจะให้พวกเขาช่วยประเมินและเซ็นอนุมัติให้ไป่เจ๋อได้เลื่อนขั้นเข้าไปเรียนในคลาสเรียนที่สูงขึ้นแทนเพราะผมคงสอนเขาต่อไม่ได้ เขาเรียนรู้ได้รวดเร็วมากมันจะทำให้นักเรียนคนอื่นในคลาสตามไม่ทัน” อาเฟิงอธิบาย
“งั้นพรุ่งนี้ฉันจะมาดูอาจารย์ไป่เรียนในคลาสของนาย ส่วนเสี่ยวถงกับเสี่ยวหลิวพวกนายยังไงก็ต้องมาล่ะนะ ถ้าหากอาจารย์ไป่มีความสามารถผ่านเกณฑ์ของฉันฉันเองก็จะได้เปิดกล้องซีรีส์เร็วขึ้น อ้อ ลืมบอกไปอาจารย์ไป่เป็หลานบุญธรรมของซีหลัว เ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1ของประเทศ กว่าฉันจะขอตัวเขามาได้มันลำบากมาก ฝากดูแลเขาดี ๆ ล่ะเพราะเขาไม่ได้มีดีแค่เป็หลานของซีหลัวหรอกนะ เดี๋ยวเดือนหน้าพวกนายก็จะรู้เองหึหึ” เฉินเฟิงกล่าว ก่อนจะเดินจากไป
“พวกนายว่าฉันหูฝาดไหมเมื่อตะกี้คุณเฉินเรียกเด็กนั่นว่า อาจารย์ไป่ ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยแม้แต่เรียกพวกเราว่าอาจารย์ด้วยซ้ำแต่กลับเรียกเด็กนั่นว่าอาจารย์เหรอ” อาหลิวกล่าว
“เดี๋ยวก็รู้ตอนนี้ก็ปฏิบัติตัวกับเขาระวัง ๆ ละกันเราไม่รู้ว่าเด็กนี่นิสัยที่แท้จริงเป็ยังไงการที่คุณเฉินเตือนแบบนี้ต้องไม่ใช่แค่ซีหลัวที่หนุนหลังอยู่แน่ ๆ อาจจะมีมากกว่า1 และคนเ่าั้มีอำนาจพอที่คุณเฉินจะต้องเกรงใจ” อาเฟิงกล่าว
ห้องเช่าของครอบครัวไป่เจ๋อ
ไป่เจ๋อกลับมาถึงห้องเช่าเขาพบว่าพ่อกับแม่ยังไม่กลับมา จึงเดินไปเปิดดูตู้เย็นว่ามีอะไรบ้างจากนั้นก็ทำอาหารง่าย ๆ โดยผสมโอสถสำหรับขับของเสียที่เขาสกัดให้อยู่ในรูปแบบของเหลวเพื่อให้คนธรรมดาสามารถดูดซับได้โดยไม่ต้องใช้ปราณย่อย
สาเหตุหลักก็คือเขา้าล้างพิษจากสุรากับบุหรี่ในตัวของพ่อและล้างสารพิษตกค้างที่ได้มาจากการทำงานเชื่อมเหล็กกับหลอมโลหะที่แม่ของเขาทำเป็ประจำ
“เสร็จเรียบร้อยต่อไปก็ฝึกปราณ” ไป่เจ๋อ นำยาเสริมปราณที่เขาทำขึ้นมากินพร้อมอาหารปราณขั้นสูงก่อนจะเริ่มบ่มเพาะพลังต่อ
ครั้งนี้เขาดึงเอาพลังปราณที่ถูกผนึกไว้ในจิติญญาออกมาแทนการดูดซับปราณที่อยู่โดยรอบเพราะปราณรอบตัวเขามันสกปรกเกินไป ทำให้เสียเวลาในการกำจัดสิ่งสกปรกเ่าั้ซึ่งตอนนี้เขาต้องรีบเพิ่มระดับของตัวเองให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้สามารถป้องกันตัวเองได้
ไม่นานพ่อกับแม่ของเขาก็กลับมาและพบว่าบนโต๊ะมีฝาชีครอบปิดไว้พร้อมกระดาษโน๊ตที่เขียนไว้ว่า [ผมทำอาหารเอาไว้ กินได้เลยนะครับ ผมกินอิ่มแล้ว]
ไป่ชิงหยุนกับไป่เหลียนฮวามองลูกชายของตนที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ด้วยความเอ็นดูทั้ง 2 รู้สึกว่าไป่เจ๋อเปลี่ยนไปมาก ดูสดใสร่าเริงขึ้นอีกทั้งยังดูแข็งแรงขึ้นอีกด้วย
ทั้ง2 ผลัดกันไปอาบน้ำ และมากินข้าว สำหรับทั้ง 2 คนอาหารที่ไป่เจ๋อทำนั้นรสชาติพอใช้ได้ พวกเขาใช้เวลากินกันไม่นานก่อนที่ไป่ชิงหยุนจะไปแปรงฟันและเข้านอนส่วนไป่เหลียนฮวาก็ล้างถ้วยชามและไปแปรงฟัน ก่อนเข้านอนไป
เวลาล่วงมา5 ทุ่มกว่า ของเหลวสีดำเริ่มไหลซึมออกมาจากิัของไป่เจ๋อิับางส่วนของเขาเริ่มที่จะล่อนออกเป็แผ่น ๆ ไป่เจ๋อที่ได้กลิ่นเหม็น ค่อย ๆลืมตาขึ้น
‘ในที่สุดข้าก็บรรลุปราณปฐีแล้วแต่...ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี’ ไป่เจ๋อลุกขึ้นไปอาบน้ำ ก่อนจะมานั่งทำการบ้าน
เมื่อเขาทำเสร็จและเห็นว่าเวลายังเหลืออยู่อีกนิดหน่อย เขาจึงเขียนนิยายเื่ใหม่ต่ออีก 1ชั่วโมง ถึงจะเข้านอน
ล่วงเข้าเช้าวันใหม่ไป่เจ๋อรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำั้แ่ตี 4 พอเขาอาบน้ำเสร็จแม่ของเขาก็รีบไปเข้าห้องน้ำ เสียงของการขับถ่ายดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะยาที่ไป่เจ๋อใส่เข้าไปในอาหาร มันแรงสุด ๆมันสามารถขับของเสียออกได้ในครั้งเดียวซึ่งไป่เหลียนฮวาใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงกว่าเธอจะออกมาจากห้องน้ำจากนั้นไป่ชิงหยุนก็วิ่งเข้าห้องน้ำต่ออีกร่วมครึ่งชั่วโมง ถึงแม้จะทั้ง 2จะถ่ายหนัก แต่ทั้ง 2 กลับรู้สึกตัวเบาสบายอย่างมาก
“เฮ้อวันนี้สบายตัวดีแท้” ไป่ชิงหยุนกล่าวเขารู้สึกว่าร่างกายของเขาได้ย้อนกลับไปสมัยที่เขายังอยู่ที่ตระกูล
“นั่นสิอาการปวดเมื่อยหายเป็ปลิดทิ้งเลย” ไป่เหลียนฮวามีสีหน้าแจ่มใสมากในเช้าวันนี้
ส่วนไป่เจ๋อนั้นเขาเตรียมอาหารให้พ่อกับแม่เสร็จก็งีบหลับต่อจนถึง 6 โมงเช้าก่อนจะแต่งตัวไปโรงเรียน
โรงเรียนมัธยมต้นมิดการ์ด
กลุ่มของมู่ซื่อเฉิงเข้ามาคุยกับไป่เจ๋ออย่างคุ้นเคยพวกนักเรียนหญิงในห้องก็เช่นกันทำให้ตอนนี้ไป่เจ๋อกลายเป็จุดศูนย์รวมของห้องไปแล้วไป่เจ๋อคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็ที่ยอมรับและสามารถเขาสังคมได้แล้ว แต่ยังติดปัญหาอยู่อีกปัญหาหนึ่ง
โรงแรมใจกลางเมืองหลวง
หลี่โจวหม่าได้จองห้องจัดสัมมนาไว้ตอนนี้เธอกำลังรอคนคนหนึ่งที่เธอเชิญมาเพื่อพูดคุยธุระบางอย่างซึ่งก่อนจะถึงเวลานัดในอีกไม่นาน ชายแต่งหญิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับเด็กหนุ่ม 2 คนคนหนึ่งอายุราว 15 ปี ส่วนอีกหนึ่งคนดูจะอายุมากกว่าซึ่งเด็กหนุ่มที่อายุมากกว่ากำลังประคองเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าที่เดินกะเผลก ๆ มา
ตอนจะนั่งลงเด็กหนุ่มคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะค่อย ๆ นั่งลงอีกครั้ง ใช่แล้วชายแต่งหญิงคือเหลาเหล่า ส่วนเด็กหนุ่มอีก 2คนคือ อี้หาน กับศิษย์พี่ของเขานั่นเอง
“แม่เฒ่าหลี่ปกติท่านไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับโลกยุทธภพแล้ว อะไรทำให้ท่านเชิญผู้น้อยมาที่นี่ซ้ำยังให้พา หานหานมาด้วย” เหลาเหล่าถามขึ้น เขาอดแปลกใจไม่ได้ เพราะแม่เฒ่าหลี่เป็คนไม่ค่อยยุ่งกับใคร แล้วทำไมถึงอยากพบเขากับอี้หาน
“เื่นี้เกี่ยวข้องกับเด็กที่ชื่อไป่เจ๋อเด็กคนนั้นมีบุญคุณกับฉัน และอยู่ในความคุ้มครองของตระกูลหลี่เื่บาดหมางระหว่างไป่เจ๋อกับอี้หาน ให้พวกเขาจัดการกันเองเธอกับฉันจะไม่เข้าไปยุ่ง ที่เรียกมาวันนี้ก็เพราะสาเหตุนี้นี่ล่ะ”หลี่โจวหม่ากล่าว
“ฉันตกลงหนี้แค้นให้พวกเด็ก ๆ ให้สะสางกันเอง เท่านี้แม่เฒ่าหลี่พอใจแล้วใช่หรือไม่”เหลาเหล่าถาม
“อืมอีกอย่าง ฉันสืบมาแล้วว่า ไป่เจ๋อได้รับการทาบทามจากเฉินเฟิงให้เข้าวงการบันเทิงหากอี้หานอยากจะแข่งกับไป่เจ๋อ มีหลายเื่ที่สามารถแข่งกันได้ไม่ว่าจะเป็เื่เรียน หรือหน้าที่การงาน” แม่เฒ่าหลี่กล่าว
“แต่ฉันไม่เข้าใจเลยทำไมท่านถึงออกหน้าให้กับเด็กนั่นกันบุญคุณที่ท่านติดค้างเขามันยิ่งใหญ่มากอย่างนั้นหรือ” เหลาเหล่าเอาสองมือประสานกันแล้ววางคางลงบนมือที่ประสานนั้น พร้อมกับหรี่ตามองหลี่โจวหม่า
“หึเขาช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ด้วยเหตุนี้ฉันและตระกูลหลี่ติดหนี้เขาอยู่ดังนั้นดูแลศิษย์ในปกครองของเธอให้ดี ๆ อีกอย่างไป่เจ๋อเองตอนนี้ก็เป็หลานบุญธรรมของซีหลัวเ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของประเทศด้วย ส่วนอี้หาน เธอจำไว้นะพ่อของเธอจะใหญ่ขนาดไหนแต่อำนาจของเขาสู้อำนาจของซีหลัวและสหายของเขาเมิ่งตงไม่ได้แน่นอนอย่าทำอะไรที่ทำให้พ่อของเธอเดือดร้อน เข้าใจไหม” หลี่โจวหม่ากล่าว
“ผม...เข้าใจแล้วครับ”อี้หานกำหมัดแน่น นี่เขาแพ้ไป่เจ๋อทั้งการต่อสู้ หน้าที่การงานและแม้แต่อำนาจหนุนหลังงั้นเรอะ ใครจะไปยอมรับกัน
“จำไว้นะอี้หานฉันขอเตือนเธอเอาไว้ ยุทธภพเองก็มีกฎการปะทะกันนอกจากการแข่งที่ถูกจัดขึ้นโดยสมาคมการค้าตะวันจันทราของพวกเาาวยุทธจะถือว่าผิดกฎคราวก่อนเหลาเหล่าช่วยเธอปิดเื่นี้ไว้ได้แต่หากมีครั้งหน้าโทษที่ได้รับมันถึงขั้นต้องตายเชียวนะ” หลี่โจวหม่ากล่าว
“อาจารย์ผะ...ผมขอโทษครับ” อี้หานตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมอาจารย์ของเขาถึงโกรธขนาดนั้น
“คุยกันแค่นี้ฉันขอตัวก่อน เหลาเหล่าดูแลศิษย์เ้าด้วย เื่นี้ข้าจะช่วยปิดอีกแรงแต่ถ้าหากเื่แดงขึ้นเมื่อใด เ้าก็เตรียมรับทำพิธีศพให้ศิษย์ของเ้าได้เลย”หลี่โจวหม่ากล่าวจบก็เดินออกจากห้องไป ส่วนเหลาเหล่าได้แต่ปลอบอี้หานที่เพิ่งรู้ตัวว่าเื่ที่ทำไปนั้นอาจทำให้ตัวเองต้องตายได้ใช่แล้ว เขากลัวตายมากกว่ากลัวไม่ได้แก้แค้น
ทางด้านไป่เจ๋อหลังจากเลิกเรียน เขาเดินทางไปเรียนการแสดงที่ศูนย์ฝึกอบรมของ LSA อีกครั้งแต่วันนี้นอกจากอาจารย์เฟิง เขายังพบกับเฉินเฟิงด้วย ในคาบเรียนเฉินเฟิงได้ลองให้เขาแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ซึ่งไป่เจ๋อสามารถทำได้ดีมาก เฉินเฟิงพอใจก่อนจะขอตัวกลับ
หลังเลิกคลาสอาจารย์เฟิงได้ให้เขาอยู่รอในห้องเรียนก่อนอลิซที่เห็นไป่เจ๋อยังไม่กลับจึงขออยู่เป็เพื่อน
“ไป่เจ๋อนายเป็เด็กใหม่ของค่ายจริง ๆ เหรอการแสดงของนายระดับเดียวกับพวกนักแสดงมืออาชีพเลยนะ” อลิซกล่าว
“ไม่หรอกฉันแค่เจอคนมาเยอะน่ะ เลยจำท่าทางการแสดงออกของพวกเขามาเท่านั้น” ไป่เจ๋ออธิบาย
“แต่อาจารย์เฟิงชื่นชมนายมากเลยนะฉันบอกได้เลยว่านายต้องประสบความสำเร็จในการเป็นักแสดงแน่”อลิซพูดให้กำลังใจไป่เจ๋อ
“เธอมั่นใจได้ยังไงเธอเข้าวงการนี้มานานแล้วเหรอ” ไป่เจ๋อถาม
“ฉันเป็นักร้องน่ะแต่พอดีมีซิทคอมติดต่อเข้ามา ฉันเลยต้องมานั่งเรียนการแสดงนี่แหละ”อลิซอธิบายสาเหตุที่เธอต้องมาเรียนการแสดง
“หือเธอเป็นักร้องเหรอ ไว้ว่าง ๆ ฉันจะลองซื้อมาฟังดูก็แล้วกัน” ไป่เจ๋อรู้สึกสนใจในงานของอลิซ ดูไว้ก็ไม่เสียหายนี่จริงไหม
หลังอลิซได้ยินเธอก็ยิ้มแก้มปริตามด้วยการหยิบกระดาษกับปากกามาเซ็นชื่อของเธอและส่งมันให้กับไป่เจ๋อ
“เอาล่ะไป่เจ๋อ ฉันได้คุยกับอาจารย์ถงกับอาจารย์หลิวแล้วนะั้แ่วันพรุ่งนี้เธอจะได้ย้ายไปคลาสของการแสดงขั้นกลางของอาจารย์ถงเพราะในคลาสนี้ฉันไม่มีอะไรที่จะต้องสอนเธอแล้ว” อาจารย์เฟิงกล่าว
“เข้าใจแล้วครับขอบพระคุณมากครับที่กรุณาสอนผมมาตลอด 2 วัน” ไป่เจ๋อกล่าวขอบคุณอาจารย์เฟิงเขาทำความเคารพอาจารย์เฟิง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยมีอลิซตามไปด้วย
“ไป่เจ๋อไปทานข้าวกันไหม” อลิซเอ่ยปากชวนไป่เจ๋อ ขณะที่กำลังพยายามเดินเร็วเพื่อตามไป่เจ๋อให้ทัน
“ไม่ล่ะฉันต้องกลับบ้าน แล้วยังมีเรียนพรุ่งนี้อีก” ไป่เจ๋อกล่าว
“เอ๋น่าเสียดายจัง” อลิซรู้สึกเสียดาย เธออยากทำความรู้จักกับไป่เจ๋อเพราะเธอคิดว่าในอนาคต ไป่เจ๋อจะต้องเป็ดาราดังได้แน่
“พี่ชิงชิงยังไม่กลับเหรอครับ” ไป่เจ๋อหยุดฝีเท้าลง เมื่อเห็นหญิงสาวที่เขารู้จักยังคงถือเอกสารเดินไปมอบให้พนักงานในแผนกต่างๆ
“ยังหรอกมีเอกสารที่ต้องส่งให้ทุกคนในศูนย์น่ะ เธอกำลังจะกลับบ้านเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ครับเพราะพรุ่งนี้มีเรียนน่ะครับ เลยต้องรีบกลับ” ไป่เจ๋อตอบ
ขณะที่ทั้ง2 คนกำลังคุยกัน อลิซรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้ง และถูกกันให้อยู่นอกวงสนทนาดังนั้นเธอจึงต้องรีบทำอะไรสักอย่าง
“พี่สาวเมิ่งไม่ไปส่งเอกสารต่อเหรอคะเดี๋ยวพนักงานก็กลับหมดหรอก” อลิซพูดขึ้น
“อ๊ะจริงด้วย ไว้คุยกันนะ ไปล่ะ” เมิ่งชิงชิงหยุดการสนทนาแล้วรีบไปส่งเอกสารให้พนักงานคนอื่น ๆ ต่อทันที
ส่วนไป่เจ๋อนั้นแม้ภายนอกจะทำหน้านิ่ง ๆ แต่ในใจกลับไม่พอใจอลิซที่เข้ามาขัดจังหวะเขาคุยกับชิงชิงจนทำให้โอกาสที่จะได้พบกันน้อยลง
‘ยัยอลิซขัดจังหวะสนทนาระหว่างเรากับชิงชิง เดี๋ยวจัดให้ หึหึ’ไป่เจ๋อหยิบยาถ่ายที่เขาปรุงไว้ออกมา มันเป็ยาถ่ายคนละตัวกับที่ให้พ่อกับแม่ของเขากินยาถ่ายอันนี้เป็รุ่นทดลอง ดังนั้นมันจึงมีผลข้างเคียงคืออาการท้องเสียรุนแรงแน่นอนว่าเขารีบเอายาถ่ายมาห่อกระดาษลูกอมไว้ จากนั้นก็หยิบลูกอมมาแกะกินแล้วยื่นเม็ดนึงให้อลิซ แน่นอนว่าอลิซรับไปกินทันที
“ไปก่อนนะอลิซ”ไป่เจ๋อกล่าวลาโดยไม่ได้หันมาหาอลิซอีก ใบหน้าของเขาตอนนี้มีรอยยิ้มออกมา
ส่วนอลิซโบกมือให้อย่างมีความสุขหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้มาที่ศูนย์ฝึกอบรมของ LSA ไป 2-3 วันเนื่องจากอาการถ่ายท้องรุนแรง ที่แม้แต่หมอก็หาสาเหตุไม่ได้
หากแต่มีข้อดีอย่างหนึ่งก็คือผิวพรรณของเธอดีขึ้นผิดหูผิดตาทำให้มีงานถ่ายแบบติดต่อเข้ามาไม่ขาดสาย จนผู้จัดการของเธอยกเลิกงานถ่ายซิทคอมไปและรับงานถ่ายแบบแทน ทำให้อลิซไม่ได้กลับมาที่ศูนย์ฝึกอบรม LSA อีกเลย
__________________________________________
อี้หาน: ศิษย์พี่ ่นี้ผมดวงไม่ดีเลย
ศิษย์พี่: ไปทำบุญไหมเผื่อจะดีขึ้น
อี้หาน: ทำบุญอะไรอะพี่
ศิษย์พี่: ปล่อยโค...
อี้หาน: โคกระบือ อะนะ
ศิษย์พี่: เปล่า โคโยตี้ ตะหาก แจ่ม ๆ ทั้งนั้น สนใจมะ
อี้หาน: สนคร้าบ ไปเมื่อไหร่
เหลาเหล่า: เมื่อเธอสะเดาะเคราะห์กับฉันก่อน หานหาน
อี้หาน: ม๊ายยยยยยย ศิษย์พี่ช่วยด้วยยยยยย