6:เกมส์ที่ต้องชนะ
“คุณธัพธัยต้องการอะไรเพิ่ม แจ้งผมได้ทันทีเลยนะครับ” เมื่อเห็นว่าปลอดคนแล้วผู้จัดการรีสอร์ทจึงกล้าเข้าคุยกับเจ้านายหนุ่ม “คุณทำดีแล้ว” หนุ่มมาดขรึมยกมือขึ้นเป็นสัณญานบอกให้ผู้จัดการวัยกลางคนกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ “ไอ้ธัพน้องรหัสมึงไม่มีคู่นะ นั่งเก๊กหล่อล่อสาวอยู่ได้” เท่าที่ไตเติ้ลเห็นเกือบจะทุกคนเลยหละ ไม่ว่าสาวเล็กสาวใหญ่ที่เดินผ่าน ไม่มีใครที่ไม่เหลียวมองเพื่อนรักของเขาเลย “เก๊กหล่อห่าอะไร กูหล่ออยู่แล้วป่ะ อีกอย่างนะ กูทำงานไอ้เพื่อนชั่ว” เพราะมีโปรเจคบางตัวที่เขาต้องอนุมัติด้วยตัวเอง จึงใช้โต๊ะรับแขกของรีสอร์ทแทนโต๊ะทำงาน ด่าเพื่อนเสร็จค่อยบรรจงลงเซ็นเอกสาร ก่อนส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ที่ยืนคอยอยู่ห่างๆ “แล้วทำไมมันต้องรอกูด้วยวะ” ธัพธัยถามด้วยความงงระหว่างทางที่เดินไปยังจุดที่จัดกิจกรรม “กูยังสังสัยอยู่เรื่องนึง ทำไมมึงต้องมีลับลมคมในด้วยว่ะ เป็นกูนะจะประกาศให้รู้ทั่วกัน ว่ากูนี่แหล่ะทายาทมหาเศรษฐีว่าที่เจ้าของโรงแรมรีสอร์ททั่วทั้งอันดามัน แล้วสาวๆก็จะหมายปองกูแต่เพียงผู้เดียว ฮ่าๆๆๆ” ไม่พูดเปล่าอินเนอร์ยังมาเต็มอีก ประหนึ่งว่าเป็นตน “นั่นมันมึง รวยแล้วไงทำไมต้องประกาศให้ใครรู้ แค่นี้ผู้หญิงทั้งหลายก็แทบจะพลีกายให้แล้วป่ะ” พอถึงทีก็อวดไม่เบาเหมือนกัน แม้จะเป็นความจริงก็เถอะ ใบหน้าที่หล่อดิบของธัพธัยดึงดูดสาวแท้สาวเทียมอยู่ไม่น้อย ความหล่อที่ว่านี้ห่างชั้นกับคำว่าเทพบุตรอยู่มาก แต่จะนิยามว่าท่านพยายมก็ไม่ผิด ความดิบเถื่อนสุดกร้าวใจของเขา ทำสาวๆอยากตกนรกกันเป็นแถว กิจกรรมวันนี้เป็นการแข่งขันเล่นเครื่องเล่นเป่าลม เพราะต้องเล่นเป็นคู่รหัสมินจุนจึงจำต้องรอรุ่นพี่ทั้งที่คู่อื่นเล่นไปไกลแล้ว เกมส์นี้มีผู้ร่วมแข่งขันเพียงสิบคู่เท่านั้น คู่ที่ชนะจะได้รางวัลจากการสนับสนุนจากทางรีสอร์ท จึงดึงดูดเด็กๆ ให้ต้องแข่งกันเอาเป็นเอาตาย แม้แต่มินจุนเองก็ร้อนใจอยากจะได้จนสับขารอแทบไม่ไหว “โหย เร็วๆดิพี่” ท่าทางร้อนรนเร่งรีบตอนนี้ลบภาพเด็กน้อยขี้อายเมื่อเช้าไปหมดสิ้น “รีบไปไหน แข่งทีละสองคู่” จะไม่ให้รีบยังไงได้ เขาแข่งกันไปจนจะหมดอยู่แล้ว และยิ่งเห็นคู่อื่นเขาทำเวลาได้เกณฑ์ดียิ่งใจเต้นแรง “มึงอยากชนะหรอ” ด้วยท่าทางเอาเป็นเอาตายของมินจุนยิ่งสร้างความฉงนให้คนพี่ “ก็เออดิ ตั๋วไปกลับเกาหลีสามวันสองคืนเลยนะ” ก็ธัพธัยอีกนั่นแหละ เคยมีรีสอร์ทที่ไหนเขาให้รางวัลลูกค้ากันแบบนี้ แค่อยากให้เกมส์มันน่าตื่นเต้น จึงจัดให้มีรางวัลขึ้น ไม่คิดว่ามินจุนก็อยากได้กับเขาด้วย “ได้ กูจะช่วยให้มึงชนะ แต่กูมีข้อแลกเปลี่ยน” เมื่อเห็นความตั้งใจของรุ่นน้องดังนั้นจึงเกิดความคิด “พี่อยากได้อะไรผมให้หมดแหล่ะ” ความอยากได้เข้าครอบงำแล้วเลยรับปากไปงั้นๆ ให้ชนะก่อนเถอะเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ทั้งพี่และน้องร่วมแข่งอย่างเอาเป็นเอาตาย คนน้องหมายมุ่งสู่ตั๋วเดินทาง คนพี่หมายมุ่งสู่ข้อแลกเปลี่ยน ทั้งสองมีจุดหมายเดียวกันคือ ‘ชนะ’ เท่านั้น ธัพธัยถนัดเกมส์แนวท้าทายอยู่แล้วจึงไม่เป็นปัญหา แต่มินจุนนี่สิเหมือนจะไม่เคยเล่นเกมส์มาก่อน กลับอยากชนะออกจะเป็นไปได้ยากอยู่ กระนั้นก็เพราะมีธัพธัยที่แข็งแกร่งเขาทั้งสองจึงผ่านด่านไปได้โดยเร็ว ทั้งจับแขน โอบกอด อุ้ม ช่วยดันตูดก็มี เป็นคู่ที่มันส์ที่สุดของเกมส์จึงมีเสียงเชียร์ดังก้องไปทั่วบริเวณ ในที่สุดก็ไปถึงจุดหมายด้วยระยะเวลาเพียงสองนาทีสิบเก้าวินาที เป็นเกณฑ์ที่ต่ำสุดของเกมส์ก็เท่ากับว่าเป็นคู่ที่ทำเวลาน้อยสุด แต่การแข่งขันยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านั้น เพราะการชิงรางวัลระบุไว้ว่าต้องเป็นผู้ชนะสองในสามเกมส์ นั่นแปลว่าเหลืออีกหนึ่งเกมส์ที่ทั้งคู่ต้องชนะให้ได้ “ใครไม่ชนะเกมส์นี้ก็ไม่ต้องเสียใจไป เรายังเหลืออีกสองเกมส์ให้เล่น ไปต่อกันที่บ้านผีสิงกันเลย” พี่อาร์มถือโทรโข่งประกาศให้ได้ยินทั่วกัน “กติกาเหมือนเดิมคู่ไหนทำเวลาน้อยสุดเป็นผู้ชนะไป” มินจุนยืนข่มความกลัวอยู่หน้าทางเข้าอยู่นาน จนเป็นคู่สุดท้ายที่เข้าไปเล่นเกมส์ บ้านผีสิงของที่นี่ต่างจากที่อื่นอยู่มาก เป็นเวอร์ชั่นที่น่ากลัวที่สุดและยากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ออกแบบโดยผู้เป็นเจ้าของสถานที่ ได้รับการการันตรีถึงความน่าสะพรึงกลัวจากลูกค้าผู้เข้าเล่น ด้วยคอนเท้นที่ไม่เหมือนใคร ใช้คนจริงในการแสดง แถมยังต้องแก้ปริศนาให้ครบทุกด่านจึงจะสามารถออกมาได้ มันไม่ง่ายเลย ถึงอย่างนั้นก็เถอะหากแต่คนที่สร้างมันขึ้นมาคือธัพธัยซะอย่าง โอกาสชนะก็เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยละ หลังประตูบ้านผีสิงที่มีแต่ความมืดมิด ธัพธัยรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่เกาะเอวของตน เขาใช้มือสัมผัสดูจึงรู้ว่าเป็นมือของมินจุน ไม่เพียงแค่เกาะเรียกจิกเลยก็ว่าได้ ที่เห็นยืนนิ่งไม่พูดไม่จาก็นึกว่าจริงจังเรื่องการแข่ง ที่แท้เป็นเพราะกลัวผีนี่เอง ธัพธัยถึงได้เข้าใจตอนนี้ “อ๊า!” เข้ามายังไม่นานมินจุนก็แหกปากเสียงหลงซะแล้ว เขารู้สึกเหมือนมีมือเย็นๆมาจับขาและรั้งเอาไว้ จากแค่เกาะกลายเป็นกอดเอวแน่นแทบจะสิงร่าง แนบหน้าหลับตาปี๋กับแผ่นหลังของพี่ธัพ แม้ข้างในมันจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร มินจุนก็ยังคงหลับตาไว้ เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกาย “มึงกอดกูแบบนี้แล้วจะเดินกันยังไง” แน่นอนว่าไม่สามารถก้าวเท้ายาวได้เพราะอีกคนรั้งตัวไว้ “มึงอยากชนะไม่ใช่หรอ” ธัพธัยหยุดเดินเพื่อตกลงกับมินจุนก่อน เด็กน้อยไม่ตอบเพราะปากกลั้นเสียงร้องอยู่ ได้แต่พยักหน้ากับแผ่นหลัง อยากชนะก็อยาก กลัวก็กลัว ธัพธัยแกะมือที่เหนียวอย่างกับกาวตราช้างออกที่ละนิ้ว แต่ยังจับมือที่ชุ่มเหงื่อของน้องเอาไว้ เพื่อการเดินที่เร็วขึ้นจึงต้องเว้นระยะห่าง เท้าจะได้ไม่ชนกัน พื้นขรุขระมากด้วยทำให้เดินกันลำบาก ตรงทางโค้งไฟสลัวๆมีหญิงสาวสวมชุดสีขาวปล่อยผมยาวยืนก้มหน้าอยู่ มินจุนเล็งเห็นตั้งแต่ไกลพยายามคิดว่าไม่ใช่ผีจริง แล้วยังไงล่ะ ก็คนมันกลัวนิ กลั้นใจเบือนหน้าไปอีกทางแต่กลับพบเจอเข้ากับผีหัวขาดหน้าเละนั่งอุ้มหัวอยู่ ความกลัวมาถึงขีดสุดมินจุนไม่คิดจะทนอีกแล้ว “อ๊ากกกกก!” เขาปล่อยพลังเสียงออกมาทั้งหมด ตัวแข็งทื่อก้าวขาไม่ออก ธัพธัยจึงต้องหาวิธีจัดการ ขืนยังเป็นแบบนี้อาจต้องใช้เวลาเป็นชั่งโมง “ใจเย็นก่อน นั่นผีปลอม” ธัพธัยเขย่าตัวมินจุนเพื่อเรียกคืนสติแต่ก็ไม่เป็นผล น้องยังคงหลับหูหลับตาร้องไม่ยอมฟังที่เขาพูด ที่ทำได้เห็นจะเป็นการปลอบประโลม เขาจึงดึงน้องเข้ากอดและตบที่หลังเบาๆ เหมือนอีกคนจะสัมผัสได้กับความรู้สึกปลอดภัย จึงเพลาเสียงแหกปากลงเป็นคลางหงิ๋งๆอยู่กับอกพี่ สองแขนสวมกอดจากทางด้านหน้าแน่น ธัพธัยจำใจต้องเดินกันไปทั้งอย่างนั้น คนน้องกลายมาเป็นเดินถอยหลัง เพราะได้มุดหน้ากับอกพี่แล้ว ช่วยคลายความกลัวลงมีแรงยกขาได้บ้าง ทั้งสองเพิ่งถึงด่านแรกในการไขปริศนา ห้องสี่เหลี่ยมถูกจำลองเป็นห้องนอน มีเพียงไฟสลัวๆพอช่วยในการมองเห็น การจะผ่านด่านนี้ไปได้จะต้องหาสิ่งของสามอย่างตามรูป ไปวางให้ตรงบล็อกตามที่กำหนด เพื่อแลกกับกุญแจที่จะนำทั้งสองออกไปด่านที่สอง การหาของทั้งยังมีคนน้องเกาะแน่นอย่างกับปลิง คืออุปสรรคแต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหา ธัพธัยรู้ที่ซ่อนสิ่งของทุกจุด เขาหาทุกอย่างเจอภายในเวลาไม่กี่นาที และผ่านด่านแรกไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวและไม่อยากอยู่ด้านหลัง มินจุนเปลี่ยนมาเดินนำแต่เมื่อผลักประตูออก กลับเจอกับผีสาวตัวก่อนหน้ายืนรออยู่หน้าประตู “อ๊าา!” ปฏิกิริยาเพื่อเอาตัวรอดของมินจุนเกิดขึ้นอีกครั้ง เขาหันขวับกลับมาที่อกคนพี่ สองแขนคว้าเข้าที่คอสองขากระโดดขึ้นเหนี่ยวเอวไขว้ขัดกันแน่น ‘ต้องเป็นผีจริงแน่ๆ ไม่งั้นตัวเมื่อกี้จะมาโผล่ตรงนี้ได้ไง’ นับแต่นาทีนั้นมามินจุนไม่ยอมลืมตาอีกเลย กอดคอห้อยให้พี่อุ้มอยู่แบบนั้นไม่ยอมลงเดินอีก แม้จะลำบากอยู่บ้างแต่คนพี่กลับมีความสุขมากมาย ฉวยโอกาสนี้เนียนกอดน้องซะเลย ไหนจะจุ๊บซอกคอไปอีกหลายรอบงานนี้กำไรล้วนๆ ถ้าไม่ติดว่าต้องชิงที่หนึ่งนี่นะ ยื้อให้อยู่ยาวแน่ จะได้กอดกันกลมแบบนี้นานๆ ธัพธัยและมินจุนผ่านด่านทั้งสามไปได้อย่างง่ายดาย และออกจากบ้านผีสิงมาในสภาพที่พี่อุ้มน้องไว้ด้านหน้า คนร่างโปร่งมีสภาพผมเผ้ายุ้งเหยิงมาก ธัพธัยปล่อยมินจุนลงกองกับพื้น ขาของมินจุนไร้เรี่ยวแรงจึงได้แต่นั่งหน้าซีดอยู่ พี่น้องทั้งคณะต่างรอลุ้นและเฮพร้อมๆกันทันทีที่เห็นทั้งสองออกมา แต่ที่ฮือฮาหวีดร้องกันนั้นเห็นจะเป็นท่าอุ้มของพี่นี่แหละ คราวหน้าต้องให้ผู้จัดการเพิ่มอีกสักสองด่านละชวนมาเล่นใหม่ พี่จะรวบหัวรวบหางจับทำเมียเสียให้สิ้นเรื่อง คนตัวใหญ่แค่คิดก็ฟินจนแก้มปริ “เราได้คู่ชนะแล้วนะครับ” “แท่น แท๊น พี่ธัพกับจุนนี่” เสียงปรับมือรัวๆดีใจกับทั้งคู่ ฟิลแบบขอแต่งงานสำเร็จอะไรประมาณนั้น แม้จะอ่อนแรงก็ยังชูแขนแสดงความดีใจออกมาได้ และยังอ่อนใจที่เผยจุดอ่อนของตนให้คนเจ้าเล่ห์รู้เพิ่มอีกเรื่อง ‘ทำไมพี่ธัพเล่นเกมส์เก่งขนาดนี้ว่ะ” เขาแทบไม่ได้ช่วยอะไรสักอย่าง เป็นภาระอย่างเดียวเลย แต่ผ่านมาได้ก็ดีแล้วล่ะ “ดีใจด้วยเพื่อน” ซีนตบไหล่แสดงความยินดีกับมินจุน “มึงจริงจังไปไหม” ตินเห็นว่าเพื่อนตั้งใจเกินไปเลยขาดความสนุก “ได้ไง เที่ยวต่างประเทศฟรีมีใครไม่เอามั่งว่ะ” มินจุนหาข้อแก้ต่างในทางที่ควรจะเป็น แต่ใครจะรู้ได้ ที่หนุ่มน้อยคนนี้ต้องดิ้นรนถึงเพียงนี้มันมีเหตุผลที่ไม่อยากบอกใคร “มึงไม่กลัวหรอว่ะ กูนี่ไม่กล้าลงแข่งเลย” ตินขนลุกขนชันเขาคนหนึ่งละ ไม่เข้าแน่นอน “จิ๊บๆ ไม่มีความน่ากลัวเลย” “แบร่ๆๆๆๆ” สามหนุ่มตกใจกับเสียงหลอกผีดังมาจากด้านหลัง โดยเฉพาะมินจุนหน้าซีดเบิกตาโพรง ถลาพิงเสาในทันที มือเรียวกุมหน้าอกมืออีกข้างใช้ป้องปากตัวเอง “อ้าว ไม่กลัวไม่ใช่หรอ” ธัพธัยหัวเราะคิกคักพอใจที่แกล้งหลอกผีน้องสำเร็จ ‘โผล่มาทำไมตอนนี้ว่ะ กำลังจะโม้ให้เพื่อนฟังพอดี’ “เอ! ใครว้าที่ร้องอ๊า!” อุ๊บส์ “พวกมึงกลับห้องก่อนเลย เดี๋ยวกูตามไป” มินจุนปิดปากธัพธัยไว้ทันก่อนจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ อีกแขนเกี่ยวคอลากออกห่างจากกลุ่มเพื่อนมาทางโซนรับแขก พอมั่นใจว่าเพื่อนไปกันหมดแล้วจึงค่อยปล่อยมือที่ปิดปากออก ธัพธัยทรุดตัวลงนั่งไขว้ขาพิงหลังกับพนักพิงอ้าแขนกว้างใช้สายตาสั่งให้มินจุนนั่งลงข้างๆ “ขี้โม้นะมึง” “อะไร” มินจุนหลบตามองไปอีกทาง เข้าใจความหมายของคนพี่ดี แต่ทำเฉไฉ “ยังไงก็ช่วยเก็บเป็นความลับด้วยนะ” เป็นประโยคร้องขอที่ธัพธัยคาดเดาเอาไว้แล้ว “ความลับเยอะนะมึง ไหนจะเรื่องแฟนเก่า นี่ก็เรื่องกลัวผีอีก คงต้องมีค่าปิดปากสักหน่อยมั้ง” มินจุนมองแรงเข้าใจถ่องแท้แล้ว พี่รหัสคนนี้มากเล่ห์จริงๆ “จะเอาอะไร? แต่ไม่มีเงินให้หรอกนะ” “รู้ ไม่ใช่เรื่องเงินหรอก” “แล้วจะให้ทำอะไร เลี้ยงหวานเย็นไหม?” มินจุนทำหน้าย่นเมื่อพี่ส่ายหน้าปฏิเสธข้อเสนอตน “ไว้กูคิดออกค่อยบอกละกัน” คนน้องพยักหน้าหงึกๆทำข้อตกลง “สองข้อแล้วสินะ” “หือ?” เครื่องหมายคำถามลอยมาเต็ม ที่ว่าสองข้อนี่มัน... “ตอนเล่นเกมส์แรกนั้นข้อที่หนึ่ง นี่ลืมจริงหรือแกล้ง” ธัพธัยดีดหน้าผากเนียนไปหนึ่งที เด็กน้อยโยกหัวเบาๆเหมือนเริ่มนึกออก เขาคงลืมมันไปแล้วจริงๆแหละ “เอางี้ ผมให้พี่ไปเกาหลีด้วยก็ได้” มินจุนยื่นบัตรรางวัลอีกใบให้พี่ ธัพธัยรีบดึงบัตรจากมือน้องมาพลิกไปมา “ลงวันที่แล้วหรอ” เขาเห็นวันที่ระบุในบัตรกำนัลว่าเป็นช่วงสิ้นปีก่อนคริสมาส “ก็ผมเลือกแล้ว ช่วงนี้ใกล้สิ้นปีไม่ค่อยมีเรียน” มินจุนแอบเหล่ตาสังเกตปฏิกิริยาพี่เล็กน้อย “สรุปเหลือแค่หนึ่งข้อนะ” เขาลุกพรวดทันทีที่พูดจบ “เดี๋ยว” แต่ถูกธัพธัยดึงแขนให้นั่งลงที่เดิม “เหลี่ยมจัดนะมึง กูเป็นคนลงแข่งคู่กับมึง กูสมควรได้รางวัลนี้ไหม” ธัพธัยสับมะเหงก แรกเห็นใสๆแพรวพราวใช่ย่อยเหมือนกันนะ “อุ้ย!” ครั้งนี้เห็นจะเจ็บจริง พี่เองก็ไม่ยั้งมือเหมือนกัน มินจุนก้มหน้าลูบหน้าผากแกร่กๆ “พี่รวยจะตายจะอยากได้บัตรฟรีไปทำไม” หนุ่มน้อยยิ้มแหย่ๆคิดว่าจะรอด เฮ้อ! ยังไงพี่ธัพก็ฉลาดเกินที่จะหลอกได้ “แล้วไงล่ะ มึงชนะเพราะกูนะเว้ย” มินจุนไม่ปฏิเสธเพราะมันคือความจริง “เหลือข้อเดียวไม่ได้หรอ” มินจุนทำหน้าอ้อนเอียงตัวเข้าหา “ไม่” “น่า นะ” หารู้ไม่หากยังไม่หยุดทำหน้าแบบนี้จะถูกคนหื่นลากเข้าห้องแล้วนะ “ชิ” อุตส่าห์งัดกระบวนท่าน่ารักออกมาใช้ ไม่ใจอ่อนไม่พอยังขรึมใส่อีก เกิดมาไม่เคยอ้อนใครนอกจากแม่เลยนะเนี่ย มินจุนทำหน้างอสะบัดตูดจากไป ธัพธัยท้าวคางเอียงตัวมองตามน้องจนลับสายตา “ข้อมูลที่คุณธัพต้องการครับ” ผู้จัดการวัยกลางคนวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าเจ้านายหนุ่ม ดึงสติที่หลุดลอยให้กลับสู่ร่าง เขาปรับสีหน้าแทบไม่ทัน “ลูกค้าคนนั้นเค้าน่ารักดีนะครับ” คุณนัฐพลผู้จัดการคนดังกล่าวเอ่ยกับผู้เป็นเจ้านาย เขาพยายามหาเรื่องชวนคุยและคิดว่าหนุ่มน้อยคนเมื่อกี้ทำให้จระเข้อย่างธัพธัยเผยยิ้มออกมาได้ ต้องไม่ธรรมดา “ครับ” หางตาเหลือบมองตามทางที่ร่างโปร่งไปแว๊บหนึ่งก่อนตอบเพียงสั้นๆ “ผมจะเพิ่มอีกสองด่านในบ้านผีสิง ถ้าคิดคอนเทนต์ออกเดี๋ยวผมจะส่งมาให้นะครับ” ธัพธัยจรดปลายปากกาลงเอกสารก่อนส่งคืนแฟ้มให้กับผู้จัดการ แม้ธัพธัยจะมีอายุเพียงยี่สิบแต่ก็ความสามารถสูง ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโรงแรม รีสอร์ทหลายแห่ง ณ.ห้องสันทนาการ กิจกรรมสุดท้ายของค่ำคืนนี้คือพิธีผูกข้อมือเพื่อเป็นการต้อนรับเข้าสู่คณะอย่างสมบูรณ์ มินจุนและผองเพื่อนต่างเข้าหาให้รุ่นพี่ผูกข้อมือให้ไปเรื่อย เว้นแต่พี่ธัพธัยที่มินจุนยังไม่ได้เข้าไปหาเพราะคนพี่เข้าถึงยากมาก ทั้งสาวแท้สาวเทียมต่างรุมล้อมจนไม่เหลือช่องว่างให้แทรกตัว เด็กน้องจึงแสร้งทำเนียนไปหวังว่าคนพี่จะจำไม่ได้ กิจกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ก็ผ่านพ้นไป “กิจกรรมต่อไปเป็นการโหวตขวัญใจรุ่นน้องแล้วตามต่อด้วยโหวตขวัญใจรุ่นพี่” “ง่ายๆเลย ชอบใครให้ไปยืนต่อแถวที่หลังพี่คนนั้น พี่คนไหนมีน้องเยอะสุดก็จะกลายเป็นขวัญใจรุ่นน้องไป” พี่ๆทั้งหมดยืนเรียงแถวเป็นหน้ากระดาน น้องๆทั้งหลายต่างเริ่มยืนต่อแถวจากรุ่นพี่ที่ตนชอบ ที่สูสีกันสุดๆมีอยู่สองคนคือพี่เจียและพี่ธัพธัยอดีตดาวเดือนของคณะปีที่แล้ว “มินจุน มึง” เสียงดังกังวานกลบเสียงเจื้อยแจ้วของน้องๆพี่ๆที่กำลังครึกครื้นกันจนเงียบสงบลง ทุกสายตามองมาที่เจ้าของเสียงสลับกับเจ้าของชื่อที่ธัพธัยเรียก พี่รหัสชี้นิ้วสั่งการน้องตัวแสบให้มายืนต่อแถวของตน ยังกวักมือเรียกให้มินจุนขึ้นมายืนที่หัวแถว เพราะไม่ไว้ใจมัน กลัวเผลอแล้วมันแอบไปต่อแถวอื่น แต่น้องกลับส่ายหน้าเป็นคำตอบ “เฮ้ย!” แค่คำเดียวทำไมมันฟังดูมีอิทธิพลยังงี้ว่ะ มินจุนกอดอกเมินหน้าขึ้นเดินลงส้นมาที่ต้นแถว “ยังไงพี่ก็ชนะอยู่แล้ว” แค่ดูด้วยตาเปล่ายังไม่ต้องนับ ธัพธัยก็กินขาดทุกคนอยู่แล้ว ทั้งสาวแท้สาวเทียมต่อแถวยาวเป็นพรวนขนาดนี้ จะต้องบังคับกันทำไม เขาแค่อยากให้คะแนนกับพี่สาวแสนสวยก็แค่นั้น “มึงเป็นน้องรหัสกู ก็ต้องเลือกกูดิ” “จำเป็นด้วยหรอ ผมเลือกพี่แล้ว ข้อตกลงของเราก็เหลือแค่หนึ่งข้อ ใช่ไหม” ความเจ้าเล่ห์เริ่มทำงานอีกแล้ว “ไม่” “อะไรอ่ะ” มินจุนหน้างออีกแล้ว พี่สนใจที่ไหนล่ะ แบบนี้น่ารักดี สองพี่น้องคู่รหัสคุยกันเบาๆเหมือนทั้งห้องมีกันแค่สองคน พอผลโหวตออกแน่นอนว่าหนุ่มหล่อขาประจำเป็นผู้คว้าตำแหน่งขวัญใจรุ่นน้อง ต่อไปเป็นการโหวตขวัญใจรุ่นพี่เฟรชชี่ทุกคนยืนประจำตั้งแถวหน้ากระดาน กติกาเหมือนกันกับการโหวตขวัญใจรุ่นน้อง คนแรกที่ยืนหัวแถวของมินจุนคือธัพธัย สำคัญกว่านั้นคือคนพี่ล้วงกระเป๋าออกมา เป็นสายสิญจน์ที่พี่เตรียมรอผูกข้อมือให้มิน “ส่งมือมา” การสร้างโลกส่วนตัวเพียงสองคนเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง มินจุนยื่นมือให้พี่อย่างว่าง่าย ธัพธัยบรรจงผูกอย่างเบามือ นานๆทีมีครั้งที่ทั้งสองประจันหน้ากันด้วยความสงบ มินจุนจึงมีเวลาได้มองใบหน้าหล่อเข้มขรึมของพี่ ไม่แปลกใจเลยจริงๆที่สาวๆตามกรี้ด ก็พี่โคตรมีเสน่ห์น่าหลังอย่างนี้ ขนาดเขาเองเป็นผู้ชายด้วยกันยังไม่วายใจเต้นแรงเลย มินจุนทำเนียนมองไปทางอื่นเมื่อพี่เงยหน้าขึ้นวางมือจากการผูกข้อมือน้อง ไม่นานนักผลสรุปการโหวตออกมาเป็นมินจุนที่ได้ตำแหน่งขวัญใจรุ่นพี่ ถ้าจะพูดถึงความหล่ออาจแพ้ธัพธัยอยู่บ้าง แต่ถ้าพูดถึงความน่ารักนุ่มนิ่มมินจุนกินขาดแน่นอน สรุปทั้งพี่ทั้งน้องต่างก็เป็นขวัญใจของทั้งรุ่นน้องและรุ่นพี่ พี่ได้มาเพราะความหล่อส่วนน้องได้มาเพราะความน่ารัก “วันศุกร์ก็สอบหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว กูจะเอาสมองที่ไหนไปจำว่ะเนี่ย” มินจุนบ่นอุบกับเพื่อนสนิทระหว่างเดินออกจากอาคารเรียน วิชาอื่นก็พอทำข้อสอบได้ แต่ทำไมกับวิชาหลักเสือกโง่นักก็ไม่รู้ หลายวันมานี้เขาใช้รอยหยักสมองที่มีอยู่น้อยนิดไปกับวิชาอื่นหมดแล้วด้วย “หารุ่นพี่ช่วยติวดิ กูหาให้เอง” มินจุนพยักหน้าเออออเห็นด้วยกับความคิดซีน 11.50น. วันพฤหัสบดีก๊อกๆๆๆ มือเรียวขยี้ตาเบาๆ มินจุนพาร่างมาเปิดประตูด้วยสภาพไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่นัก “เฮ้ย! เพิ่งตื่นหรอว่ะ” “พี่มาทำไร” มินจุนแปลกใจที่เป็นธัพธัยแต่ยังง่วงมากจนลืมตาไม่ขึ้น จึงกลับมาม้วนตัวใต้ผ้าห่มเหมือนเดิม “เที่ยงแล้ว” ธัพธัยดึงผ้าห่มที่คลุมร่างบางออก ลงน้ำหนักตีที่ต้นขาให้น้องได้สติ “อีกนิดนะ” เวลางอแงนี่ไม่ต่างจากเด็กน้อยเลยจะไม่ให้เอ็นดูได้ไง “ไม่ได้ ไปอาบน้ำมากินข้าว กูซื้อข้าวกล่องมาให้” ต่อให้น่ารักขนาดไหนเมื่อได้เวลาก็ต้องตื่นอยู่ดี แต่เหมือนว่าวิธีการนี้จะไม่ได้ผล แล้วคนอย่างธัพธัยมีวิธีจัดการกับคนดื้อด้านแบบนี้เสมอ “ไม่ตื่นใช่ไหม” ธัพธัยกระโดดขึ้นคร่อมสองมือง้างแขนน้องออก ดึงสูดแรงแค่พริบตาเดียวร่างโปร่งก็ถูกจับพาดที่ไหล่แล้ว มินจุนนั่งหน้างออยู่ในห้องน้ำผมเผ้ายุ่งเหยิง บริการแบบวีไอพีจากรุ่นพี่ที่ไม่เคยมีใครได้รับมาก่อน “พี่มาทำไมเนี่ย” มินจุนย้ำคำถามแรกตอนเปิดประตู ขณะกำลังเคี้ยวข้าว “เคี้ยวให้หมดก่อนค่อยพูด” เลยโดนพี่เอ็ดไปเล็กน้อย “มาติวให้มึงไง” “ทำไมเป็นพี่ล่ะ” “เป็นกูแล้วยังไง มึงไม่พอใจหรอ ช่วงสอบไม่มีใครว่างติวให้มึงหรอก” นั่นเป็นหนึ่งเหตุผล “พี่ว่างหรอ” ก็ยังสงสัยอยู่นะบอกคนอื่นไม่ว่างแต่พี่กลับมาได้ “เออ มีแค่กูนี่แหละที่จะเจียดเวลามาช่วยมึงได้ และก็มีแค่กูนี่แหละเก่งสุดแล้ว” มีความอวยตัวเองเข้าไปอีก “ตรงไหนไม่เข้าใจถามมาได้เลย” พี่เริ่มการติวตั้งแต่อาหารยังไม่ย่อยดี “ตั้งแต่ต้นนั่นแหละ ท่องจำไม่ได้สักบท” “เรียนยังไงของมึง ใครเขาท่องจำกันมึงต้องทำความเข้าใจตั้งแต่แรก ที่ต้องจำก็แค่คำศัพท์ คิดยังไงถึงเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์นะมึง” “ไม่คิดว่าจะยากขนาดนี้นิ รู้งี้เรียนอย่างอื่นซะก็ดี” แม้จะเป็นเพียงการบ่นเบาๆก็ดังเข้าหูรุ่นพี่ให้ได้ยิน จึงโดยตีมือไปป้าบหนึ่งก่อนจะได้ติวกันต่อ และนั่นช่วยให้มินจุนมีเกรดวิชาหลักไม่ต่ำกว่าสาม ที่สำคัญที่เขาเลือกเรียนก็เพราะแม่ ‘พ่อเขาอยากให้หนูเรียนสาขานี้’ ไม่คิดว่าแม่จะยอมเอ่ยถึงคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อของเขา ซ้ำยังทำตามเจตนารมณ์อีกต่างหาก