เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 125 พิภพชั้นที่ 8 ทายาทเทพเจ้าสายฟ้า

    “ เจ้าแมวเหมียว นี่เจ้าพูดได้ด้วยหรือนี่”

    “ เจ้าคิดว่า เจ้าพูดภาษามนุษย์เป็นแต่เพียงฝ่ายเดียวหรือไง?”

    เสี่ยวเทียนรู้สึกว่า เจ้าแมวเหมียวนี่พูดมากไปแล้ว เลยไม่อยากพูดกับมันมาก

    “ถอยไป ข้าจะเอาหยกมังกรฟ้า”

    “ เอ๊ะ เจ้านี่ พูดภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่องหรือยังไง นี่คือสมบัติของข้า จู่ๆ จะมาเอาไปเช่นนี้ได้อย่างไง?”

    “ เป็นของเจ้ารึ”   เสี่ยวเทียนอดหัวเราะไม่ได้

    เจ้าแมวกอดอก เดินสองขาเหมือนมนุษย์

    “ ใช่แล้ว ไสหัวกลับไป ข้าไม่อยากทำร้ายเด็กอย่างเจ้า”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าแมวจรจัด เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร”

    เจ้าแมวเหมี่ยว ไม่ตอบ มันใช้กรงเล็บขวา สะบัด วาบมาต่อหน้าเสี่ยวเทียน  ใบหน้าของเสี่ยวเทียนเย็นวูบขึ้นทันตา มีรอยเลือดซิบ ไหลมาเป็นทาง

    “ เฮ้ย !!” 

    เสี่ยวเทียนถอยหลังไปหลายก้าวใบหน้าที่เป็นรอยแมวข่วน ก็ค่อยๆ หายวับไป

    “ นี่กล้าทำร้ายกันเชียวรึนี่”  เสี่ยวเทียนเข้าไปจับเจ้าแมว แต่มันหายวับ แล้วมันใช้ฝ่ามือ สะบัดเข้าไป กระแทกเสี่ยวเทียนจนต้องลงไปนอน กองที่พื้น

    “ อะไรกันวะเนี่ย  เจ้าแมวนี่มันวาร์ปได้ด้วย !” เสี่ยวเทียนค่อยๆ ลุกขึ้นมาใหม่

    “ ข้าไม่อยากรังแกสัตว์เลี้ยงยังแก ข้าขอเตือนอีกครั้ง เจ้าแมวเหมียว ถอยไปซะ”

    “ เจ้ามนุษย์ตัวน้อย โลกของเจ้านั้นเล็กกระจ้อยนัก คิดหรือว่า หน้าอย่างเจ้าจะชนะข้าได้”

    “ อย่าหาว่าข้า รังแกสัตว์เลี้ยงอย่างเจ้าก็แล้วกัน”เสี่ยวเทียวยกมือใช้พลังเวทย์ปล่อยไปกักขังเจ้าแมวทันใด  ยันต์เวทย์กักขังระดับบรรพกาล ลอยไปคล้ายตาข่ายครองร่างเจ้าแมวเหมียวเอาไว้ แต่เจ้าแมวเหมียว ไม่รู้ชักมีดสั้นมาจากไหน

    กรีด ยันต์ตาข่ายระดับบรรพกาล แล้วกระโดดเข้ามาแวบ อยู่ต่อหน้าเสี่ยวเทียน

    จนเสี่ยวเทียนต้องวาร์ปถอยกลับไปก่อนที่จะโดนเสียบด้วยมีด ที่เจ้าแมวพุ่งเข้ามา

    “ ฮ่า ฮ่า หลบเร็วเหมือนกันนี่ แน่จริงก็เข้ามาอีกซิ” 

    “ เจ้าแมวนี่มันถูกกักขังไว้ อยู่ในเขตแท่นพิธี คงมีคนกักขังมันเอาไว้”  อาจารย์ลู่เอินมองค่ายกลเวทย์ที่กักขัง เจ้าแมวเหมียว ก็รู้ได้ทันที

    เสี่ยวเทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ  แต่ยังข้องใจอยู่ ไม่สนอะไรแล้ว  ชักกระบี่อัสนีขึ้นมา

    “ คราวนี้ข้าเอาจริงแล้วนะ”

    “ กระบี่อัสนีเซียนมายาสังหาร” เสี่ยวเทียนปล่อยกระบี่อัสนีหลายร้อยเล่มพุ่งเข้าใส่เจ้าแมวเหมียว นับร้อยๆ กระบี่  แต่เจ้าแมวเหมียว ไม่หลบหลีกแม้แต่น้อย พอกระบี่จะทิ่มแทงเข้าไปร่างของมันก็หายไปมายืนต่อหน้าเสี่ยวเทียน

    แล้วจึ้มาที่คอหอยเสี่ยวเทียน แต่ว่า

    เสี่ยวเทียนใช้เซียนเงามายาพิฆาตต่อเนื่อง กลายร่างเป็นหลายคน เจ้าแมวเหมียวเลยทิ่มผิดคน ถูกเสี่ยวเทียนจับเข้าที่แผงคอ แล้วบีบอย่างแรง

    “ ยอมแพ้ไหม?”

    “ ฝันไปเถอะ”  มันดิ้นสองที ร่างมันหนีหายเข้าไปในมิติอีกรอบ เสี่ยวเทียนมองไปรอบๆ แล้วใช้ตาที่สาม เห็นเจ้าแมวเหมียว เดินย่อง ๆ ด้วยเท้าเพียงสองเท้า ถือมีดเล่มหนึ่ง เดินอยู่ในมิติที่ 2 กำลังมาทางด้านหลังเสี่ยวเทียน แล้วกำลังพุ่งมือมาจะทิ่มอีก ที ฉึก !  มีดทิ่มเข้าแผ่นหลังเสี่ยวเทียน  แต่คราวนี้ กลับมีเชือกอัสนีสายฟ้ามารัดร่างเจ้าแมวเหมียวเอาไว้แน่น ไม่สามารถขยับไปไหน ร่างที่ถูกแทงสลายหายไป เสี่ยวเทียน ไม่สนเจ้าแมวเหมียว ที่นอนกลิ้งอยู่ที่พื้น ถูกรัดด้วยสายฟ้า ส่งเสียงร้องเจ็บปวดทรมาน  เสี่ยวเทียนหยิบแผ่นหยกมังกรฟ้าชิ้นที่ เจ็ดมาเก็บเอาไว้ทันที

    “ ปล่อยข้านะเจ้ามนุษย์ ไม่งั้นข้าจะสาบให้เจ้ากลายเป็นหมูไปเลย แกห้ามเอาหยกมังกรฟ้าไปนะโว้ย หากเจ้าไม่ใช่ทายาทของนายท่าน เจ้าเอาไปก็ไร้ประโยชน์ “

    “ มันเรื่องของข้า”  เสี่ยวเทียนไม่สนใจเจ้าแมวเหมียวดีดมันออกไปพ้นทาง จนมันลอยไปติดกำแพงถ้ำ แล้วก็รีบเดินออกจากถ้ำไปในทันที พอเดินออกมา ไม่นานระยะทางที่เดินกลับกลายเป็นวนกลับมาเห็นเจ้าแมวยืนยิ้มแฉ่งอยู่  ถึงแม้จะถูกรัดด้วยสายฟ้าหนีไม่ได้ มันก็กำลังพยายามใช้มีดตัดสายฟ้าอยู่

    “ นี่เจ้าสร้างค่ายกล ระยะทางมายาใส่ข้าเชียวรึ?” เสี่ยวเทียนเดินเข้าหามันหมายจะสั่งสอนมันอีกครั้ง แต่ไม่ทันแล้ว มันใช้มีดของตัดเส้นอัสนีจนขาดแล้ว ลอยหายไป

    “ เอาหยกไปวางไว้ที่เดิม มิเช่นนั้นเจ้าต้องอยู่ที่นี่กับข้า ไปตลอดกาล”

    “ ไอ้แมวบ้า คิดหรือว่า ค่ายกลเด็กๆ เช่นนี้จะกักขังข้าเอาไว้ได้”

    เสี่ยวเทียนมองไปที่ค่ายกล แล้วถามอาจารย์ว่า

    “ อาจารย์ทำอย่างไรดี ข้ามองไม่เห็นว่า มันใช้อะไรสร้างค่ายกลเลย?”

    “ มันใช้พลังเทียนจุนของมันสร้าง ค่ายกลมายาเอาไว้ เจ้าหลับตาแล้วปล่อยจิตสัมผัสออกไป ก็เดินออกไปได้แล้ว ส่วนเจ้าแมวเหมียว เจ้าช่วยปล่อยมันเป็นอิสระได้ ก็ช่วยมันเถอะ”  อาจารย์ลู่เอินบอกออกมา ไม่น่าเชื่อว่า  เจ้าแมวเหมียว กลับมีพลังระดับเทียนจุน

    เสี่ยวเทียนซัดฝ่ามือปฐพีเป็นทางเรียบยาว ทำลายค่ายกลกลายเป็นทางเดินอย่างดี แล้วหันไปมอง เจ้าแมวเหมียว ที่ตาโตมองดู ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะทำได้

    “ เจ้าหนุ่มเจ้าทำลายค่ายกลระดับสูงนี้ได้ด้วยรึ ?  ถ้าหากพาข้าออกไปจากที่นี่ได้ ข้าจะยกสมบัติให้เจ้าเอาไหม แล้ว ข้าก็จะยกหยกมังกรฟ้าให้เจ้าด้วย”

    “ เจ้าแมวเหมียว อย่างเจ้ามีสมบัติกับเข้าด้วยหรือ?” เสี่ยวเทียนสงสัย เจ้าแมวน้อยเก็บมีด แล้วลอยตัวมาเกาะไหล่เสี่ยวเทียนทันที

    “ มีอย่างแน่นอน สมบัติของข้าอยู่ที่ดินแดนเทพอสูร ข้าเก็บเอาไว้ที่นั่น”

    เสี่ยวเทียนไม่ใส่ใจ นำน้ำในจอกศักดิ์สิทธิ์พรมหน้าเจ้าแมวเหมียว แล้วใช้มือท่องคาถาร่ายเวทย์ถอนคำสาป  ร่างของเจ้าแมวเหมียวก็กลายเป็นชายหนุ่มผู้หนึ่งแล้วหัวเราะลั่น  ฮ่า ฮ่า ฮ่า

    “ขอบใจเจ้ามากเจ้าหนุ่ม เจ้าชื่ออะไร”

    “ เฉินเสี่ยวเทียน”

    “ เจ้าเก็บมีดสั้นนี้ไว้ หากเจ้าไปดินแดนเทพอสูรเมื่อไร ไปหาข้า  ถังหู่” 

    พูดเพียงเท่านี้ ถังหู่ก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ทะลุถ้ำแล้วหายไปในทันที

    เสี่ยวเทียนมองมีดสีดำวาว ที่ตัดยันต์ระดับบรรพกาลของเขาได้

    “ อาจารย์นี่มันมีดอะไรเนี่ย?”

    “ มีดนิลกาฬ ของวิเศษ คบกริบไม่มีใครต้านทานความคมของมันได้ เวทย์อาคมต่างๆ ไม่สามารถต้านทานได้”

    “ แล้วทำไมมันไม่ใช้ เวทย์คำสาบนี้ได้ล่ะ”

    “ คนที่สาปมันไว้ คงจะไม่ธรรมดา ไม่เช่นนั้นมันคงหนีไปแล้ว”

    “ สาปให้คนกลายเป็นแมว เพื่ออะไร?”

    “ มันเป็นเสือไม่ใช่มนุษย์ คนที่สาปมันคงสั่งสอนมันไม่ให้หลงตัวเองมากกว่า”

    “ มันเป็นเสือหรือนี่?”  เสี่ยวเทียนตกใจ ถึงว่าคำพูดมันโอหังไม่เบา

    “ ไปกันเถอะ  ไปจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อย พวกเราจะได้เดินทางไป พิภพชั้นที่ 8 กันต่อ” 

    “ ขอรับ อาจารย์”

    เสี่ยวเทียนจัดการธุระเสร็จแล้ว ก็พบว่า หยุนซินมารออยู่ด้านหน้าถ้ำแล้ว

    “ หยุนซิน  ข้าต้องไปพิภพชั้นที่ 8แล้วนะ”

    “ ท่านไปเถอะ ข้าต้องเรียนวิชากับอาจารย์หงส์ไฟ คงต้องใช้เวลาอีกนาน ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไร  หากข้าคิดถึงท่าน ข้าจะเปิดประตูมิติ ที่อาจารย์ให้ไว้เข้าไปหาท่านเอง ไม่ต้องเป็นห่วงข้า  ท่านไปเถอะ”  หยุนซินบอกออกมาแบบนี้ แล้วก็กลับเข้าไปหา อาจารย์หงส์ไฟต่อ  เสี่ยวเทียนได้แต่อึ้ง

    เขาต้องเป็นคนบอกลา หยุนซินมิใช่รึ ? แล้วภรรยาต้องรู้สึกคิดถึงสามีเช่นเขา ไม่อยากให้จากไปแต่นี่อะไร กลับบอกให้ไปเลย ว่างๆจะไปหา มีแบบนี้ด้วยหรือเนี่ย?

    เสี่ยวเทียนจากมาอย่างเหงาๆ

    “ อาจารย์พวกเราจะไปที่ไหนกันก่อนดี?”

    “ ไปขึ้นชั้นพิภพชั้นที่ 8 กันต่อเลย”

    อากาศพิภพชั้นที่ 8 มีพลังเซียนหนาแน่นยิ่งนัก สถานที่เครื่องเคลื่อนย้ายส่งมานี้เป็นเมืองหลวง อยู่ใจกลางเมืองทันที เสี่ยวเทียนมองไปรอบๆ พบว่าที่เมืองหลวงแห่งนี้ มีสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตมาก ส่วนใหญ่ทำจากเหล็ก และหินผสมกัน ผู้คนเดินกันเต็มท้องถนนที่ปูด้วยศิลาแข็ง ชาวบ้านแต่ละคนดูยิ้มแย้มแจ่มใส ดูเป็นมิตรกันทุกคน เสี่ยวเทียนมานั่งในร้านกาแฟ ที่มีคน มานั่งกินขนมปังหน้าไข่เยิ้ม  กับกาแฟร้านนี้กันแน่นขนัด   พนักงาน ต่างเดินกันไม่มีหยุด

    “ อาจารย์ หยกมังกรฟ้าชั้นนี้อยู่ที่ใด?”

    “ อยู่ในวังหลวง ที่นั่นมีของวิเศษบางอย่าง ไม่สามารถหาตำแหน่งที่แน่ชัด

    คงต้องเข้าไปทำลายของวิเศษนั้นก่อน ค่อยบอกได้ ว่ามันอยู่ที่ใด”

    “ ถ้าเช่นนั้น พวกเราจะลองแอบเข้าวังไปในคืนนี้กันก่อนละกัน” เสี่ยวเทียนเสนอความคิดเห็นขณะกำลังกินขนมปังหน้าไข่เยิ้ม ก็ชายหนุ่มวัย 15 ปี ถูกอัดกระเด็นมากระแทกหลังเสี่ยวเทียน ทำให้หน้าไปโดนไข่เยิ้ม เลอะไปหมด

    เสี่ยวเทียนหันมา พบว่ามีคนของมือปราบกำลัง จะเข้ามาจับเด็กหนุ่มคนนี้เกือบยี่สิบคน 

    “ ช่วยเด็กหนุ่มคนนี้เอาไว้ก่อน” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยบอกเสี่ยวเทียนเช็ดหน้าแล้วเข้าไปขวาง มือปราบทั้งยี่สิบคน

    “ หยุดก่อน ท่านมือปราบทั้งหลาย เด็กหนุ่มคนนี้ทำอะไรผิด โปรดบอกข้าหน่อย”

    “ เจ้าของร้านกาแฟ แจ้งความเด็กคนนี้ขโมยซาลาเปาไป 5 ใบ พวกเรามาตามจับไปลงโทษ”  มือปราบเอ่ยอย่างไม่สบายใจเช่นกัน

    เสี่ยวเทียนให้เงินไป 100 เหรียญทอง 

    “ แค่นี้คงจะพอค่าซาลาเปา ของเขานะ” มือปราบทุกคนต่างตกใจ ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะมือเติบขนาดนี้ เลยยกเลิกหมายจับทันที

    “ ขอบคุณพี่ชาย ที่ได้ช่วยข้าเอาไว้”  เด็กหนุ่มหล่อผิวพรรณดี วัยพอๆกับเสี่ยวเทียน เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่คล้ายพวกนักศึกษา

    “ ทำไมต้องขโมยด้วย ไม่มีทางทำมาหากินแล้วรึ?” เสี่ยวเทียนสงสัย เพราะในตอนเด็กแม้เขาลำบาก ก็ไม่เคยคิดขโมย ยอมไปเก็บฟืนบนภูเขา มาขายยังดีเสียวกว่า

    “ ข้ามีแม่ที่กำลังป่วย  น้องสาวก็กำลังเล็ก ข้าหางานทำมาหลายวัน ก็หาไม่ได้

    ถ้าแม่ข้าไม่ป่วย น้องสาวที่กำลังเด็ก กำลังรอ อาหารกิน ข้าคงไม่ทำเช่นนี้”

    “ มานั่งกินอาหารให้อิ่ม แล้วอยากซื้ออะไรก็ซื้อไป ข้าเลี้ยงเจ้าเอง”  เสี่ยวเทียนฟังแล้วคิดถึงตนในวัยเยาว์ยิ่งนัก

    “ ข้าชื่อ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้าล่ะ”

    “ ข้าชื่อ เสิ่นตงอี้”     

    หลังจากอาหารมาเต็มโต๊ะ เสิ่นตงอี้ ก็กวาดอาหารบนโต๊ะจนเรียบ แล้ว ก็มีอาหารห่อกลับบ้านไปอีกไม่น้อย  เสี่ยวเทียนยังให้เงินไปใช้อีก 1 ล้านเหรียญทอง

    แล้วหินอัสนีไปอีกพันก้อน ซึ่งเสี่ยวเทียนได้มาแสนก้อนจาก เผ่าปีกหลากสีที่มอบให้มา แล้วมอบหยกเดินพลังสำหรับดูดซับ หินอัสนีไว้ให้

    “ ทำไม พี่ชายถึงดีกับข้าเช่นนี้” เสิ่นตงอี้มองหน้าเสี่ยวเทียน น้ำตาคลอใบหน้า

    “ ไม่ต้องคิดว่า ข้าเจอหน้าของเจ้า แล้วรู้สึกถูกชะตา ไม่มีอะไร แล้วในร่างของเจ้านั้นมีเชื้อสายเทพอัสนี หากเจ้าฝึกแนวทางนี้ จะประสบผลสำเร็จได้ง่าย กว่าคนอื่น”

    “ ขอบคุณ พี่ชาย” เสิ่นตงอี้มองตาเสี่ยวเทียนด้วยความรู้สึกขอบคุณยิ่งนัก ก่อนจากกัน ก็ยังมอบน้ำทิพย์สวรรค์ไปให้อีกสองขวด ไปรักษาแม่ ที่เหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน จากนั้นทั้งสองคน ก็แยกกันไป

    “ อาจารย์ท่านบอกว่า เสิ่นตงอี้ ต่อไปจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่เชียวรึ?”

    “ ข้ามองรูปหน้าของเขาห้าประการ   เขามีชะตาจักรพรรดิ แถมร่างกายมีสายเลือดเทพเจ้าด้วย อีกไม่นาน คงได้เป็นใหญ่ในพิภพ ชั้นที่ 8 อย่างแน่นอน”  อาจารย์ลู่เอินกล่าวอย่างมั่นใจ

    เสี่ยวเทียนยังมีเวลาอีกเยอะ ก็เลยไปจองห้องพักเอาไว้เสียก่อน คืนนี้ ค่อยลองเข้าไปในวัง ห้องพักที่เสี่ยวเทียนอยู่ ติดกับ ตลาดการค้าของเมือง  ตรงกลางมีรูปปั้นเทพเจ้า ที่พวกเขาเคารพนับถือ มากมาย โดยมีเทพเจ้าโอดิน เทพเจ้าธอร์ 

    จักรพรรดิองค์แรก เหลียงปาเทียน  เทพโลกิ เทพเฮลาราชินีจากนรก  เทพชั่วก็สร้างเอาไว้เช่นกัน แล้วยังมีประวัติของแต่ละคนเขียนเอาไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา

    นอกจากนี้ ยังมีการสร้าง  ฆ้อนโยเนียร์ และหองกุงนีร์จำลอง ตั้งอยู่เด่นเป็นสง่า เสี่ยวเทียนไม่รู้จักเทพเหล่านี้สักคน เลยตั้งใจอ่านทั้งหมด ไม่นานก็อ่านจนจบ 

    “ ข้าพอจะจำได้แล้ว  ใต้สระน้ำในพระราชวังมีหอกกุงนีร์  และยังมีผู้พิทักษ์อยู่ทำให้ข้าไม่สามารถปล่อยพลังเข้าไปดูได้ในตอนแรก”

    “ ถ้าเช่นนั้นเราเข้าไปเลยได้ไหม”

    “ ไม่ได้ มันมีค่ายกล 4 ธาตุดักเอาไว้ แล้วยังมีผู้พิทักษ์ระดับเทียนจุนอีกสี่คน เจ้าไม่มีโอกาสเข้าไป ได้หรอก เพราะ ในวังหลวงยังมีของวิเศษอีกชิ้นหนึ่ง คือ ฆ้อนสายฟ้าโยเนียร์ มันมีจิตวิญญาณเทพเจ้าสิงอยู่ด้วย เจ้ายังไม่สามารถสู้ได้อย่างแน่นอน”

    “ ร้ายกาจขนาดนั้นเลยรึ?”...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน