“ เจ้าแมวเหมียว นี่เจ้าพูดได้ด้วยหรือนี่”
“ เจ้าคิดว่า เจ้าพูดภาษามนุษย์เป็นแต่เพียงฝ่ายเดียวหรือไง?”
เสี่ยวเทียนรู้สึกว่า เจ้าแมวเหมียวนี่พูดมากไปแล้ว เลยไม่อยากพูดกับมันมาก
“ถอยไป ข้าจะเอาหยกมังกรฟ้า”
“ เอ๊ะ เจ้านี่ พูดภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่องหรือยังไง นี่คือสมบัติของข้า จู่ๆ จะมาเอาไปเช่นนี้ได้อย่างไง?”
“ เป็นของเจ้ารึ” เสี่ยวเทียนอดหัวเราะไม่ได้
เจ้าแมวกอดอก เดินสองขาเหมือนมนุษย์
“ ใช่แล้ว ไสหัวกลับไป ข้าไม่อยากทำร้ายเด็กอย่างเจ้า”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าแมวจรจัด เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร”
เจ้าแมวเหมี่ยว ไม่ตอบ มันใช้กรงเล็บขวา สะบัด วาบมาต่อหน้าเสี่ยวเทียน ใบหน้าของเสี่ยวเทียนเย็นวูบขึ้นทันตา มีรอยเลือดซิบ ไหลมาเป็นทาง
“ เฮ้ย !!”
เสี่ยวเทียนถอยหลังไปหลายก้าวใบหน้าที่เป็นรอยแมวข่วน ก็ค่อยๆ หายวับไป
“ นี่กล้าทำร้ายกันเชียวรึนี่” เสี่ยวเทียนเข้าไปจับเจ้าแมว แต่มันหายวับ แล้วมันใช้ฝ่ามือ สะบัดเข้าไป กระแทกเสี่ยวเทียนจนต้องลงไปนอน กองที่พื้น
“ อะไรกันวะเนี่ย เจ้าแมวนี่มันวาร์ปได้ด้วย !” เสี่ยวเทียนค่อยๆ ลุกขึ้นมาใหม่
“ ข้าไม่อยากรังแกสัตว์เลี้ยงยังแก ข้าขอเตือนอีกครั้ง เจ้าแมวเหมียว ถอยไปซะ”
“ เจ้ามนุษย์ตัวน้อย โลกของเจ้านั้นเล็กกระจ้อยนัก คิดหรือว่า หน้าอย่างเจ้าจะชนะข้าได้”
“ อย่าหาว่าข้า รังแกสัตว์เลี้ยงอย่างเจ้าก็แล้วกัน”เสี่ยวเทียวยกมือใช้พลังเวทย์ปล่อยไปกักขังเจ้าแมวทันใด ยันต์เวทย์กักขังระดับบรรพกาล ลอยไปคล้ายตาข่ายครองร่างเจ้าแมวเหมียวเอาไว้ แต่เจ้าแมวเหมียว ไม่รู้ชักมีดสั้นมาจากไหน
กรีด ยันต์ตาข่ายระดับบรรพกาล แล้วกระโดดเข้ามาแวบ อยู่ต่อหน้าเสี่ยวเทียน
จนเสี่ยวเทียนต้องวาร์ปถอยกลับไปก่อนที่จะโดนเสียบด้วยมีด ที่เจ้าแมวพุ่งเข้ามา
“ ฮ่า ฮ่า หลบเร็วเหมือนกันนี่ แน่จริงก็เข้ามาอีกซิ”
“ เจ้าแมวนี่มันถูกกักขังไว้ อยู่ในเขตแท่นพิธี คงมีคนกักขังมันเอาไว้” อาจารย์ลู่เอินมองค่ายกลเวทย์ที่กักขัง เจ้าแมวเหมียว ก็รู้ได้ทันที
เสี่ยวเทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ยังข้องใจอยู่ ไม่สนอะไรแล้ว ชักกระบี่อัสนีขึ้นมา
“ คราวนี้ข้าเอาจริงแล้วนะ”
“ กระบี่อัสนีเซียนมายาสังหาร” เสี่ยวเทียนปล่อยกระบี่อัสนีหลายร้อยเล่มพุ่งเข้าใส่เจ้าแมวเหมียว นับร้อยๆ กระบี่ แต่เจ้าแมวเหมียว ไม่หลบหลีกแม้แต่น้อย พอกระบี่จะทิ่มแทงเข้าไปร่างของมันก็หายไปมายืนต่อหน้าเสี่ยวเทียน
แล้วจึ้มาที่คอหอยเสี่ยวเทียน แต่ว่า
เสี่ยวเทียนใช้เซียนเงามายาพิฆาตต่อเนื่อง กลายร่างเป็นหลายคน เจ้าแมวเหมียวเลยทิ่มผิดคน ถูกเสี่ยวเทียนจับเข้าที่แผงคอ แล้วบีบอย่างแรง
“ ยอมแพ้ไหม?”
“ ฝันไปเถอะ” มันดิ้นสองที ร่างมันหนีหายเข้าไปในมิติอีกรอบ เสี่ยวเทียนมองไปรอบๆ แล้วใช้ตาที่สาม เห็นเจ้าแมวเหมียว เดินย่อง ๆ ด้วยเท้าเพียงสองเท้า ถือมีดเล่มหนึ่ง เดินอยู่ในมิติที่ 2 กำลังมาทางด้านหลังเสี่ยวเทียน แล้วกำลังพุ่งมือมาจะทิ่มอีก ที ฉึก ! มีดทิ่มเข้าแผ่นหลังเสี่ยวเทียน แต่คราวนี้ กลับมีเชือกอัสนีสายฟ้ามารัดร่างเจ้าแมวเหมียวเอาไว้แน่น ไม่สามารถขยับไปไหน ร่างที่ถูกแทงสลายหายไป เสี่ยวเทียน ไม่สนเจ้าแมวเหมียว ที่นอนกลิ้งอยู่ที่พื้น ถูกรัดด้วยสายฟ้า ส่งเสียงร้องเจ็บปวดทรมาน เสี่ยวเทียนหยิบแผ่นหยกมังกรฟ้าชิ้นที่ เจ็ดมาเก็บเอาไว้ทันที
“ ปล่อยข้านะเจ้ามนุษย์ ไม่งั้นข้าจะสาบให้เจ้ากลายเป็นหมูไปเลย แกห้ามเอาหยกมังกรฟ้าไปนะโว้ย หากเจ้าไม่ใช่ทายาทของนายท่าน เจ้าเอาไปก็ไร้ประโยชน์ “
“ มันเรื่องของข้า” เสี่ยวเทียนไม่สนใจเจ้าแมวเหมียวดีดมันออกไปพ้นทาง จนมันลอยไปติดกำแพงถ้ำ แล้วก็รีบเดินออกจากถ้ำไปในทันที พอเดินออกมา ไม่นานระยะทางที่เดินกลับกลายเป็นวนกลับมาเห็นเจ้าแมวยืนยิ้มแฉ่งอยู่ ถึงแม้จะถูกรัดด้วยสายฟ้าหนีไม่ได้ มันก็กำลังพยายามใช้มีดตัดสายฟ้าอยู่
“ นี่เจ้าสร้างค่ายกล ระยะทางมายาใส่ข้าเชียวรึ?” เสี่ยวเทียนเดินเข้าหามันหมายจะสั่งสอนมันอีกครั้ง แต่ไม่ทันแล้ว มันใช้มีดของตัดเส้นอัสนีจนขาดแล้ว ลอยหายไป
“ เอาหยกไปวางไว้ที่เดิม มิเช่นนั้นเจ้าต้องอยู่ที่นี่กับข้า ไปตลอดกาล”
“ ไอ้แมวบ้า คิดหรือว่า ค่ายกลเด็กๆ เช่นนี้จะกักขังข้าเอาไว้ได้”
เสี่ยวเทียนมองไปที่ค่ายกล แล้วถามอาจารย์ว่า
“ อาจารย์ทำอย่างไรดี ข้ามองไม่เห็นว่า มันใช้อะไรสร้างค่ายกลเลย?”
“ มันใช้พลังเทียนจุนของมันสร้าง ค่ายกลมายาเอาไว้ เจ้าหลับตาแล้วปล่อยจิตสัมผัสออกไป ก็เดินออกไปได้แล้ว ส่วนเจ้าแมวเหมียว เจ้าช่วยปล่อยมันเป็นอิสระได้ ก็ช่วยมันเถอะ” อาจารย์ลู่เอินบอกออกมา ไม่น่าเชื่อว่า เจ้าแมวเหมียว กลับมีพลังระดับเทียนจุน
เสี่ยวเทียนซัดฝ่ามือปฐพีเป็นทางเรียบยาว ทำลายค่ายกลกลายเป็นทางเดินอย่างดี แล้วหันไปมอง เจ้าแมวเหมียว ที่ตาโตมองดู ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะทำได้
“ เจ้าหนุ่มเจ้าทำลายค่ายกลระดับสูงนี้ได้ด้วยรึ ? ถ้าหากพาข้าออกไปจากที่นี่ได้ ข้าจะยกสมบัติให้เจ้าเอาไหม แล้ว ข้าก็จะยกหยกมังกรฟ้าให้เจ้าด้วย”
“ เจ้าแมวเหมียว อย่างเจ้ามีสมบัติกับเข้าด้วยหรือ?” เสี่ยวเทียนสงสัย เจ้าแมวน้อยเก็บมีด แล้วลอยตัวมาเกาะไหล่เสี่ยวเทียนทันที
“ มีอย่างแน่นอน สมบัติของข้าอยู่ที่ดินแดนเทพอสูร ข้าเก็บเอาไว้ที่นั่น”
เสี่ยวเทียนไม่ใส่ใจ นำน้ำในจอกศักดิ์สิทธิ์พรมหน้าเจ้าแมวเหมียว แล้วใช้มือท่องคาถาร่ายเวทย์ถอนคำสาป ร่างของเจ้าแมวเหมียวก็กลายเป็นชายหนุ่มผู้หนึ่งแล้วหัวเราะลั่น ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“ขอบใจเจ้ามากเจ้าหนุ่ม เจ้าชื่ออะไร”
“ เฉินเสี่ยวเทียน”
“ เจ้าเก็บมีดสั้นนี้ไว้ หากเจ้าไปดินแดนเทพอสูรเมื่อไร ไปหาข้า ถังหู่”
พูดเพียงเท่านี้ ถังหู่ก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ทะลุถ้ำแล้วหายไปในทันที
เสี่ยวเทียนมองมีดสีดำวาว ที่ตัดยันต์ระดับบรรพกาลของเขาได้
“ อาจารย์นี่มันมีดอะไรเนี่ย?”
“ มีดนิลกาฬ ของวิเศษ คบกริบไม่มีใครต้านทานความคมของมันได้ เวทย์อาคมต่างๆ ไม่สามารถต้านทานได้”
“ แล้วทำไมมันไม่ใช้ เวทย์คำสาบนี้ได้ล่ะ”
“ คนที่สาปมันไว้ คงจะไม่ธรรมดา ไม่เช่นนั้นมันคงหนีไปแล้ว”
“ สาปให้คนกลายเป็นแมว เพื่ออะไร?”
“ มันเป็นเสือไม่ใช่มนุษย์ คนที่สาปมันคงสั่งสอนมันไม่ให้หลงตัวเองมากกว่า”
“ มันเป็นเสือหรือนี่?” เสี่ยวเทียนตกใจ ถึงว่าคำพูดมันโอหังไม่เบา
“ ไปกันเถอะ ไปจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อย พวกเราจะได้เดินทางไป พิภพชั้นที่ 8 กันต่อ”
“ ขอรับ อาจารย์”
เสี่ยวเทียนจัดการธุระเสร็จแล้ว ก็พบว่า หยุนซินมารออยู่ด้านหน้าถ้ำแล้ว
“ หยุนซิน ข้าต้องไปพิภพชั้นที่ 8แล้วนะ”
“ ท่านไปเถอะ ข้าต้องเรียนวิชากับอาจารย์หงส์ไฟ คงต้องใช้เวลาอีกนาน ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไร หากข้าคิดถึงท่าน ข้าจะเปิดประตูมิติ ที่อาจารย์ให้ไว้เข้าไปหาท่านเอง ไม่ต้องเป็นห่วงข้า ท่านไปเถอะ” หยุนซินบอกออกมาแบบนี้ แล้วก็กลับเข้าไปหา อาจารย์หงส์ไฟต่อ เสี่ยวเทียนได้แต่อึ้ง
เขาต้องเป็นคนบอกลา หยุนซินมิใช่รึ ? แล้วภรรยาต้องรู้สึกคิดถึงสามีเช่นเขา ไม่อยากให้จากไปแต่นี่อะไร กลับบอกให้ไปเลย ว่างๆจะไปหา มีแบบนี้ด้วยหรือเนี่ย?
เสี่ยวเทียนจากมาอย่างเหงาๆ
“ อาจารย์พวกเราจะไปที่ไหนกันก่อนดี?”
“ ไปขึ้นชั้นพิภพชั้นที่ 8 กันต่อเลย”
อากาศพิภพชั้นที่ 8 มีพลังเซียนหนาแน่นยิ่งนัก สถานที่เครื่องเคลื่อนย้ายส่งมานี้เป็นเมืองหลวง อยู่ใจกลางเมืองทันที เสี่ยวเทียนมองไปรอบๆ พบว่าที่เมืองหลวงแห่งนี้ มีสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตมาก ส่วนใหญ่ทำจากเหล็ก และหินผสมกัน ผู้คนเดินกันเต็มท้องถนนที่ปูด้วยศิลาแข็ง ชาวบ้านแต่ละคนดูยิ้มแย้มแจ่มใส ดูเป็นมิตรกันทุกคน เสี่ยวเทียนมานั่งในร้านกาแฟ ที่มีคน มานั่งกินขนมปังหน้าไข่เยิ้ม กับกาแฟร้านนี้กันแน่นขนัด พนักงาน ต่างเดินกันไม่มีหยุด
“ อาจารย์ หยกมังกรฟ้าชั้นนี้อยู่ที่ใด?”
“ อยู่ในวังหลวง ที่นั่นมีของวิเศษบางอย่าง ไม่สามารถหาตำแหน่งที่แน่ชัด
คงต้องเข้าไปทำลายของวิเศษนั้นก่อน ค่อยบอกได้ ว่ามันอยู่ที่ใด”
“ ถ้าเช่นนั้น พวกเราจะลองแอบเข้าวังไปในคืนนี้กันก่อนละกัน” เสี่ยวเทียนเสนอความคิดเห็นขณะกำลังกินขนมปังหน้าไข่เยิ้ม ก็ชายหนุ่มวัย 15 ปี ถูกอัดกระเด็นมากระแทกหลังเสี่ยวเทียน ทำให้หน้าไปโดนไข่เยิ้ม เลอะไปหมด
เสี่ยวเทียนหันมา พบว่ามีคนของมือปราบกำลัง จะเข้ามาจับเด็กหนุ่มคนนี้เกือบยี่สิบคน
“ ช่วยเด็กหนุ่มคนนี้เอาไว้ก่อน” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยบอกเสี่ยวเทียนเช็ดหน้าแล้วเข้าไปขวาง มือปราบทั้งยี่สิบคน
“ หยุดก่อน ท่านมือปราบทั้งหลาย เด็กหนุ่มคนนี้ทำอะไรผิด โปรดบอกข้าหน่อย”
“ เจ้าของร้านกาแฟ แจ้งความเด็กคนนี้ขโมยซาลาเปาไป 5 ใบ พวกเรามาตามจับไปลงโทษ” มือปราบเอ่ยอย่างไม่สบายใจเช่นกัน
เสี่ยวเทียนให้เงินไป 100 เหรียญทอง
“ แค่นี้คงจะพอค่าซาลาเปา ของเขานะ” มือปราบทุกคนต่างตกใจ ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะมือเติบขนาดนี้ เลยยกเลิกหมายจับทันที
“ ขอบคุณพี่ชาย ที่ได้ช่วยข้าเอาไว้” เด็กหนุ่มหล่อผิวพรรณดี วัยพอๆกับเสี่ยวเทียน เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่คล้ายพวกนักศึกษา
“ ทำไมต้องขโมยด้วย ไม่มีทางทำมาหากินแล้วรึ?” เสี่ยวเทียนสงสัย เพราะในตอนเด็กแม้เขาลำบาก ก็ไม่เคยคิดขโมย ยอมไปเก็บฟืนบนภูเขา มาขายยังดีเสียวกว่า
“ ข้ามีแม่ที่กำลังป่วย น้องสาวก็กำลังเล็ก ข้าหางานทำมาหลายวัน ก็หาไม่ได้
ถ้าแม่ข้าไม่ป่วย น้องสาวที่กำลังเด็ก กำลังรอ อาหารกิน ข้าคงไม่ทำเช่นนี้”
“ มานั่งกินอาหารให้อิ่ม แล้วอยากซื้ออะไรก็ซื้อไป ข้าเลี้ยงเจ้าเอง” เสี่ยวเทียนฟังแล้วคิดถึงตนในวัยเยาว์ยิ่งนัก
“ ข้าชื่อ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้าล่ะ”
“ ข้าชื่อ เสิ่นตงอี้”
หลังจากอาหารมาเต็มโต๊ะ เสิ่นตงอี้ ก็กวาดอาหารบนโต๊ะจนเรียบ แล้ว ก็มีอาหารห่อกลับบ้านไปอีกไม่น้อย เสี่ยวเทียนยังให้เงินไปใช้อีก 1 ล้านเหรียญทอง
แล้วหินอัสนีไปอีกพันก้อน ซึ่งเสี่ยวเทียนได้มาแสนก้อนจาก เผ่าปีกหลากสีที่มอบให้มา แล้วมอบหยกเดินพลังสำหรับดูดซับ หินอัสนีไว้ให้
“ ทำไม พี่ชายถึงดีกับข้าเช่นนี้” เสิ่นตงอี้มองหน้าเสี่ยวเทียน น้ำตาคลอใบหน้า
“ ไม่ต้องคิดว่า ข้าเจอหน้าของเจ้า แล้วรู้สึกถูกชะตา ไม่มีอะไร แล้วในร่างของเจ้านั้นมีเชื้อสายเทพอัสนี หากเจ้าฝึกแนวทางนี้ จะประสบผลสำเร็จได้ง่าย กว่าคนอื่น”
“ ขอบคุณ พี่ชาย” เสิ่นตงอี้มองตาเสี่ยวเทียนด้วยความรู้สึกขอบคุณยิ่งนัก ก่อนจากกัน ก็ยังมอบน้ำทิพย์สวรรค์ไปให้อีกสองขวด ไปรักษาแม่ ที่เหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน จากนั้นทั้งสองคน ก็แยกกันไป
“ อาจารย์ท่านบอกว่า เสิ่นตงอี้ ต่อไปจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่เชียวรึ?”
“ ข้ามองรูปหน้าของเขาห้าประการ เขามีชะตาจักรพรรดิ แถมร่างกายมีสายเลือดเทพเจ้าด้วย อีกไม่นาน คงได้เป็นใหญ่ในพิภพ ชั้นที่ 8 อย่างแน่นอน” อาจารย์ลู่เอินกล่าวอย่างมั่นใจ
เสี่ยวเทียนยังมีเวลาอีกเยอะ ก็เลยไปจองห้องพักเอาไว้เสียก่อน คืนนี้ ค่อยลองเข้าไปในวัง ห้องพักที่เสี่ยวเทียนอยู่ ติดกับ ตลาดการค้าของเมือง ตรงกลางมีรูปปั้นเทพเจ้า ที่พวกเขาเคารพนับถือ มากมาย โดยมีเทพเจ้าโอดิน เทพเจ้าธอร์
จักรพรรดิองค์แรก เหลียงปาเทียน เทพโลกิ เทพเฮลาราชินีจากนรก เทพชั่วก็สร้างเอาไว้เช่นกัน แล้วยังมีประวัติของแต่ละคนเขียนเอาไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา
นอกจากนี้ ยังมีการสร้าง ฆ้อนโยเนียร์ และหองกุงนีร์จำลอง ตั้งอยู่เด่นเป็นสง่า เสี่ยวเทียนไม่รู้จักเทพเหล่านี้สักคน เลยตั้งใจอ่านทั้งหมด ไม่นานก็อ่านจนจบ
“ ข้าพอจะจำได้แล้ว ใต้สระน้ำในพระราชวังมีหอกกุงนีร์ และยังมีผู้พิทักษ์อยู่ทำให้ข้าไม่สามารถปล่อยพลังเข้าไปดูได้ในตอนแรก”
“ ถ้าเช่นนั้นเราเข้าไปเลยได้ไหม”
“ ไม่ได้ มันมีค่ายกล 4 ธาตุดักเอาไว้ แล้วยังมีผู้พิทักษ์ระดับเทียนจุนอีกสี่คน เจ้าไม่มีโอกาสเข้าไป ได้หรอก เพราะ ในวังหลวงยังมีของวิเศษอีกชิ้นหนึ่ง คือ ฆ้อนสายฟ้าโยเนียร์ มันมีจิตวิญญาณเทพเจ้าสิงอยู่ด้วย เจ้ายังไม่สามารถสู้ได้อย่างแน่นอน”
“ ร้ายกาจขนาดนั้นเลยรึ?”...