ท่ามกลางแสงหลอดไฟยามค่ำคืนพ่วงด้วยเสียงรถที่สัญจรตามท้องถนน ภายในซอยทางเดินแห่งหนึ่งที่ข้างทางเรียงรายไปด้วยบ้านรูปทรงหลากหลายแบบ สองหนุ่มสาวกำลังเดินเคียงคู่กันอยู่ด้วยชุดนักเรียน เหมือนเพิ่งเลิกเรียนมาไม่นาน บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่ชวนน่าอึดอัดอยู่เล็กน้อย
“จิน เราควรพอกันแค่นี้เถอะ” เด็กสาวหยุดเดินพูดโดยก้มหน้าอยู่ เพียงประโยคเดียวสั้นๆ กลับสร้างความเงียบที่เย็นเฉียบได้ทันที
“ทำไมเหรอ ริน เป็อะไรหรือเปล่า?” เด็กหนุ่มเผลอกำหมัดแน่นคล้ายข่มอารมณ์ไว้
เพี้ยะ! รินปัดมือจินที่พยายามจะยื่นมาจับไหล่ของเธอ
“ทำไมเหรอริน ผมทำอะไรผิดไปตรงไหนหรือเปล่า ขอโทษนะ อย่าทำแบบนี้เลย...” จินพยายามจะยื่นมือไปหารินอีกครั้ง แต่ก็หยุดไว้แล้ววางข้างลำตัวพลางจ้องหน้าถามหญิงสาว
“จินไม่ได้ทำผิดอะไรหรอก แต่รินว่า เรามากันสุดทางแล้ว หากเดินกันต่อไปแบบนี้เราก็ไม่รู้ว่าจะเป็ยังไงกันต่อไป ก่อนที่อะไรจะแย่ลง เรามาจบกันด้วยดีเถอะ รินขอร้องล่ะ...” รินเงยหน้าพูดขึ้นด้วยน้ำตาคลอ
เพียงแค่จินได้เห็นรอยน้ำตาจากตาคู่นั้น มันก็ได้สร้างความเ็ปลึกเข้าไปในจิตใจของเขาอย่างแสนสาหัสราวกับร่างกายจะร้าวแตกออกจากกันเสียให้ได้
“อีกอย่างรินไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่า ในอนาคตรินจะสามารถหยุดอยู่กับจินได้หรือเปล่า ขนาดตอนนี้รินยังรู้สึกหวั่นไหวกับใครบางคนเลย แถมไม่รู้เลยว่า ตอนนี้รินแกล้งทำเป็รักจินอยู่หรือเปล่า ขืนเรายังคบกันต่อไป สุดท้ายคง... ขอโทษนะจิน ลาก่อน”
จินนิ่งเงียบ เขาได้แต่อึ้งกับเหตุการณ์ตรงหน้า
ภาพวันเวลาต่างๆ ที่เคยมีกัน เสียงหัวเราะ คำปลอบโยน และคำพูดที่คอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ทำให้จินไม่เคยจินตนาการเลยสักครั้งว่าจะมีวันนี้ได้ ทุกที่ๆ เขาไปด้านข้างก็จะมีรินคอยยิ้มให้อยู่เสมอ แต่ตอนนี้จินทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังของเธอที่เดินออกไปช้าๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะได้พบกันอีกไหม ภายในหัวของเขามึนงงจนคิดคำพูดไม่ออก ต้องทำอะไร ควรยื้อไว้ไหม น่ากล่าวคำบอกลาสักหน่อย สิ่งเหล่านี้เขาคิดอะไรไม่ทันจริงๆ จินยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นนานนับชั่วโมง
ซ่า! ซ่า!
ราวกับท้องฟ้าเข้าใจความรู้สึกของเขา จึงได้โปรยหยาดน้ำฝนลงมาคอยชโลมจิตใจและร่างกายให้ จินเงยหน้ามองฟากฟ้ายามค่ำคืน นึกย้อนไปยามพ่อแม่ของเขาเสียไปจากอุบัติเหตุเมือ 8 ปีก่อน จินก็ต้องอาศัยอยู่กับญาติ ในเวลาต่อมาเมื่อจินขึ้น ม.ต้น ญาติทั้งหลายก็นำเอาทรัพย์สมบัติของพ่อแม่จินไปจนหมดสิ้น ทิ้งเพียงร้านเบเกอรี่ไว้ให้จินเป็ที่หลับนอน นั้นจึงเป็เหตุที่ทำให้เขาต้องทำงานระแวงใกล้เคียงทั้งเช้าและเย็น โดยปิดร้านแสนห่วงของพ่อแม่ไว้ก่อน เนื่องจากจินยังเด็กและไม่อาจทำอะไรออกมาได้ดั่งพ่อแม่จินเคยทำไว้
สุดท้ายก็กลับมาตัวคนเดียวอย่างเคยๆ
“นั่นสินะ” จินพูดกับท้องฟ้าด้วยเสียงที่สั่นเทา
เปรี้ยง! สายฟ้าจากเมฆข้างบนซัดเข้าร่างของจินอย่างจัง เหลือไว้เพียงหลุมสีดำกลางซอยทางเดิน
“ลาก่อน เราเลิกกันเถอะ ลาก่อน เราไปกันไม่ได้ ลา---”
“เฮือก! .” จินสะดุ้งพวกลุกจากเตียงด้วยเหงื่อโชกตัว
“อรุณสวัสดิ์หนุ่มน้อยจากแดนไกล” น้ำเสียงแฝงด้วยอำนาจและน่าฟังราวกับเสียงของ์เอ่ยทัก
“ที่นี่ที่ไหน เฮ้ย!” เขาหันไปมองตามเสียงทัก แล้วก็ต้องใกับภาพลักษณ์เ้าของเสียงที่เอ่ยทักตนจนเผลอขยับถอยหลังไปด้วยความกลัว ดวงตาของจินจับจ้องสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาสีทองตรงหน้า
“ฮ่าๆๆ ใที่เห็นัอย่างข้างั้นเหรอ ฮ่าๆๆ ไม่ต้องกลัวๆ” ั์ตาสีทองของัและใบหน้าดุดันนั้นจ้องมองมาที่จิน แม้จะได้ยินเสียง แต่ปากของัสีทองตัวนี้ไม่ได้ขยับเลย
“สิ่งที่เ้าได้ยินนั้น หากให้สรุปสั้นๆ คงเรียกได้ว่าเป็ เวทมนตร์ เ้าน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง หรือว่าไม่เคย จริงสิ… เ้าอาจไม่เคยได้ยิน ช่างมันแล้วกัน” ัตรงหน้าตอบคลายความสงสัยที่ปรากฏบนใบหน้าจิน
“เวทมนตร์? มันมีอยู่จริงเหรอครับของแบบนั้น แล้วตอนนี้ท่าน ไม่สิ คุณ ไม่สิ---”
“เรียกข้าว่า ไรจิน ก็ได้ หนุ่มน้อยจิน ช่างเป็เื่เกินคาดเหลือเกินที่พวกเรามีชื่อคล้ายกันแบบนี้” ไรจินเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของจินเลยแย่งพูดก่อนที่จินจะแทนสรรพนามเขาแปลกๆ ขึ้นมาอีก
“ทำไมท่านถึงรู้ชื่อผมและทำไมคุณ เอ่อ...ท่านไรจินถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วตัวโตแบบนี้ไม่มีใครเห็นเหรอ” ยังไงัก็ถือเป็สิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่หากให้เรียกเฉยๆ จินไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน
“ลองมองรอบๆ ดูดีๆ สิ หนุ่มน้อย เ้าน่าจะรู้ว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ เ้าคุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว” ไรจินเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีเหล่าเมฆต่างๆ เลื่อนลอยอย่างสวยงาม และรอบข้างมีบรรดาต้นไม้สูงที่ให้ร่มเงาแก่เขาและจิน
“หรือว่านี่จะเป็ต่างโลก!?” จินใเมื่อสามารถมองเห็นละอองแสงจำนวนน้อยใหญ่รอบตัวเขา
“ถูกต้อง ตอนนี้เ้าถูกข้าไรจินผู้นี้ อัญเชิญมาเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของข้า” ไรจินก้มลงมามองจินด้วยสายตาแน่วแน่
“แล้วที่นี่ที่ไหน? แล้วผมกลับไปได้ไหม? ต้องทำยังไงบ้าง?” เขาเดินมองซ้ายมองขวาด้วยอาการกระวนกระวาย
“ก่อนอื่นที่นี่คือ ดินแดนแห่งเวทมนตร์ นามว่า แลนดอร์น เ้าสามารถกลับไปได้อยู่แล้วหากบรรลุภารกิจที่เป็เงื่อนไขในการอัญเชิญ” ไรจินอธิบายให้จินฟัง
“แล้วภารกิจที่ว่านั่น คืออะไรเหรอครับ?” จินค่อยๆ สงบสติอารมณ์
“สังหารจอมมารและดำรงชื่อในนามของผู้กล้า” จินได้ฟังก็ทำตาโตอย่างไม่อยากเชื่อ
“ผู้กล้า ท่านล้อผมเล่นแล้ว ผมเป็แค่เด็กนักเรียนธรรมดาๆ จะมีปัญญาที่ไหนไปสังหารจอมมารได้กัน” จินส่ายหัวปฏิเสธ แล้วนึกขำกับเื่ราวชวนน่าหัวเราะ
นี่เราต้องฝันไปแน่ๆ เลย จินคิดภายในใจ
“เื่นั้นไม่ต้องห่วง ในยามนี้...ข้าใกล้จะหมดวาระชีพแล้ว แต่ด้วยตราประทับของข้า เ้าจะต้องเติบโตเป็ผู้ยิ่งใหญ่ได้แน่นอนในอนาคต จงใช้พลังนั้นปกป้องผู้อ่อนแอและหันคมดาบไปยังผู้ที่กล้าทำร้ายคนอื่นให้เ็ป สองสิ่งนี้จงจำไว้ให้ดี” ร่างกายัของไรจินค่อยๆ กลายเป็กลุ่มประกายแสงสีทอง
“จงเดินตามเจตนารมณ์แห่งข้าไรจิน เ้าจะพบแสงสว่างจากปลายอุโมงค์ที่เ้าโหยหา หนุ่มน้อยจิน แล้วพบกันใหม่เมื่อเวลานั้นมาถึง...” แล้วแสงเ่าั้ก็พุ่งเข้าใส่ร่างกายของจิน
อ๊าก!!!
ทันใดนั้น ราวกับว่าร่างกายของจินได้ถูกเข็มนับไม่ถ้วนทิ่มแทงเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน จินล้มทรุดกุมร่างกายด้วยความเ็ป ผ่านไปไม่นานรอยสักรูปัยุโรปสีทองที่สยายปีกก็ค่อยๆ กระจายไปทั่วแผ่นหลังของจินและเปล่งแสงสว่างจ้างออกมา จินเงยหน้าร้องด้วยความเ็ปและรู้สึกแสบที่ดวงตามากขึ้นเรื่อยๆ ั์ตาสีดำของเขาเริ่มทำการเปลี่ยนให้เป็สีทองที่สุกสกาว แล้วสติสัมปชัญญะของจินก็ถูกตัดขาดออกไป พร้อมร่างที่ล้มลงบนพื้นหญ้า
แสงแดดยามเช้ารอดผ่านหน้าต่างส่องกระทบใบหน้าแสนหล่อเหลาของเด็กหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง เสียงเพลงถูกขับขานโดยเหล่านกน้อยเป็ท่วงทำนองที่ไพเราะแห่งธรรมชาติอย่างแท้จริง ชั่วครู่ต่อมาร่างนั้นก็เริ่มขยับตัว
“อืม… นี่เรา อยู่ที่ไหนอีกแล้วเนี้ย” จินขยับกายยกตัวขึ้นมองไปรอบๆ
เขาสำรวจรอบตัวแทบจะทันที พบว่าห้องแห่งนี้สร้างขึ้นจากไม้เป็ส่วนใหญ่ อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ ถูกออกแบบให้สามารถใช้งานแบบง่ายๆ ตัวจินอยู่บนเตียงไม้และผ้าห่มผืนเล็กสีขาว เขาขยับไม้ขยับมือตัวเอง พลางนึกถึงความทรงจำสุดท้ายจำได้เพียงว่า ักลายเป็แสงแล้วพอแสงนั้นเข้าร่างกายก็เ็ปขึ้นมา พอถึงตรงนี้จินนึกเสียวสันหลังขึ้นมาทำให้ขนแขนตั้งชัน
ความเ็ปนั้นไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ
“อึก!” จินยกมือกุมหัวอย่างเ็ป จู่ๆ ก็มีภาพและข้อมูลต่างๆ ไหลเข้ามาอย่างไม่อยู่หย่อน ต้องใช้เวลาอยู่อีกสักพักอาการจึงดีขึ้นตามลำดับ
ภาพและข้อมูลพวกนี้คืออะไรกัน
ที่จินสามารถจำได้อย่างเด่นชัดที่สุดคือการต่อสู้ที่นองไปด้วยเื ราวกับเขาไปเยือนที่แห่งนั้นมาแล้ว ความรู้สึกนั้นของจริง กลิ่นคาวเืยังติดจมูกเขาอยู่เลย
หากคุณฆ่าสิ่งมีชีวิต มีโอกาสได้รับทักษะของเ้าของรวมถึงความทรงจำบางส่วน มันคืออะไรจินคิดภายในใจ
ฉับพลันก็มีตัวอักษรแปลกๆ ปรากฏอยู่ตรงหน้าในระดับสายตาของจิน แม้มันจะเขียนด้วยภาษาแปลกๆ แต่เข้ากลับสามารถอ่านออกได้เฉย
“เหมือนร่างกายจะไม่เป็ไรแล้ว” จินลุกขึ้นยืนโดยร่างท่อนบนไร้ซึ่งเสื้อผ้าสวมใส่ และแผ่นหลังยังโชว์รอยสักัสีทองสยายปีกอยู่ ส่วนท่อนล่างถูกสวมด้วยกางเกงผ้าสีดำขายาว แม้จะผ่านความเ็ปที่ประเดประดังเข้ามา แต่จินกลับรู้สึกว่าร่างกายตัวเองเบาแปลกๆ
จินลุกเดินออกจากห้อง ผ่านห้องโถงของบ้าน เขาพยายามจะไม่แตะต้องสิ่งของเครื่องใช้อันแสนแปลกตาอยู่หลายครั้ง ก่อนจะหยุดยืนมองหน้าประตูบ้าน
ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ภาพเบื้องหน้าทำให้จินนิ่งค้างไปด้วยตาที่เบิกกว้าง การสัญจรไปมาของผู้คนที่ไร้ซึ่งรถราที่เขาเคยอยู่ ร้านค้าที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาอย่างง่ายๆ พวกผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ของต่างๆ ถูกนำออกมาวางขายบนแผงเล็กๆ มีเสียงของการเรียกลูกค้าและการต่อรองราคาดังคละกันไม่ขาดสาย ถึงแม้ว่าแสงแดดที่ส่องลงมาจะเจิดจ้าแค่ไหน แต่ไม่ได้ทำให้อากาศที่นี่ร้อนเลยสักนิด กลับเย็นสบายอยางน่าฉงนใจเป็ที่สุด
“ต่างโลกงั้นเหรอ” ส่วนที่น่าแปลกที่สุดตอนนี้ คือทำไมตัวเขาถึงได้ใจเย็นอยู่ได้มากกว่า ด้วยต่างถิ่นต่างที่ต่างภาษา เขาควรต้องตื่นกลัวและทำตัวไม่ถูกสิถึงจะถูก อีกอย่างเขาไม่ใช่คนที่ใจเย็นกับเหตุการณ์กะทันหันได้
“ฟื้นแล้วเหรอคะ” เสียงร้องทักดังขึ้นด้านข้าง
“เอ่อ...” จินมองร่างของเด็กสาวตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง เธอน่าจะอายุใกล้เคียงกับเขา เส้นผมยาวสลวยเป็สีขาวเมื่อยามต้องแสงแดดกลับส่องประกายสีขาวทองออกมา ดวงตากลมโตสีชมพูรับกับใบหน้าอันงดงามได้แบบลงตัวเหมือนถูกรังสรรค์มาอย่างดี ซึ่งเธอสวมอยู่ในชุดเดรสกระโปรงขาวยาวประดับไปด้วยลวดลายแสนสวย
“พอดีเมื่อวานพวกผู้ใหญ่ที่เป็นายพรานของหมู่บ้านพบคุณนอนสลบอยู่ในป่า จึงพามารักษาที่หมู่บ้านของพวกเรา อาการเป็ไงบ้างคะ ยังเจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า” เด็กสาวตรงหน้าอธิบายพร้อมยิ้มให้จิน
สวยมาก...สามารถเป็ดาราได้เลย แต่จินไม่ได้สนใจคำพูดของเธอเลย
“รู้สึกไม่ดีตรงไหนหรือเปล่า ทำไมหน้าแดงจัง” เด็กสาวยื่นหน้าเข้ามาใกล้
โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำดังกล่าว ได้ขับให้สีแดงบนใบหน้าของจินยิ่งเข้มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับภาพที่ถูกซูมจนเห็นรายละเอียดบนใบหน้าของเธอ นิยามได้เพียงคำเดียว ไร้ที่ติ!
“อ้อ! ไม่เป็ไรแล้วครับ ดูสิ!” จินถอยออกมานิดหนึ่งและะโโลดเต้นให้ดูว่าเขาสบายดี
ทำบ้าอะไรออกมาวะเนี้ย จินคิดด้วยความเจ็บใจ ที่ทำท่าแปลกๆ ต่อหน้าสาวงาม
“คิคิ หายป่วยก็ดีแล้ว ลืมไปเลย ฉันชื่อ ไอซ์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” ไอซ์หัวเราะ
“ผม จิน ยินดีได้รู้จักและขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะครับ” จินก้มหัวขอบคุณ
“คือว่า...” ไอซ์มองมาทางจินด้วยใบหน้าเริ่มแดง
“อะไรเหรอครับ?” จินทำท่าทีงัวงงแต่ก็รู้สึกเขินแปลกๆ
“เฮ้ย! ขอโทษครับ...” จินอุทานทันทีหลังจากก้มมองดูตัวเอง เขารีบเอามือปิดบังบางส่วนและรีบวิ่งเข้าห้องใบหน้าเขินอาย
“ฉันจะรออยู่หน้านี้นะคะ ไปหาหัวหน้าหมู่บ้านกันค่ะ” เสียงะโของไอซ์ดังไล่หลังจิน
“รอสักครู่นะครับ”
“หมู่บ้านแห่งนี้ชื่อว่า ออต้า ทางนั้นจะเป็โซนการค้าที่มีการซื้อขายกันจากคนท้องถิ่นและพ่อค้าจากที่อื่นค่ะ” ไอซ์ชี้ไปทางที่มีผู้คนสัญจรกันอย่างแน่นขนัด
“ส่วนทางด้านนั้นจะเป็อาคารกองบัญชาการของกรมทหารรักษาดินแดนค่ะ” ไอซ์ชี้ไปยังจุดที่มีทหารเวรยามเดินตรวจตรากันอยู่ศูนย์บัญชาการของที่นี่เป็อาคารขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบแนวยุโรป มองเลยไปนิดหนึ่งจะเห็นลานกว้างด้านข้างที่มีเหล่าทหารฝึกซ้อมกันอยู่ โดยรอบของลานสนามจะมีหุ่นไม้ไว้ซ้อมมืออีกด้วย
จินต้องหยุดยืนดู เขามองเห็นคนกลุ่มหนึ่งอยู่ในชุดคลุมยาวหลากแบบที่ยาวถึงขาหลายคนยิงเวทมนตร์สีสันมากมายใส่หุ่นไม้จนเกิดเสียงรุนแรงแถมดังมาก แต่หุ่นไม้พวกนั้นกลับไม่ถูกทำลาย อีกทั้งยังดูสะอาดใหม่เอี่ยม
“ที่เห็นอยู่ตรงนั้นจะเป็หุ่นเวทมนตร์ ซึ่งสามารถรองรับเวทมนตร์ได้ถึงระดับกลางขั้นสูงค่ะ” ไอซ์อธิบายเมื่อเห็นจินเหม่อมองตรงจุดนั้น
“หมู่บ้านสร้างขึ้นเองเหรอครับ?”
“ไม่หรอกค่ะ ต้องยื่นคำร้องไปยังเมืองหลวง หากสภาเวทมนตร์”
ความรุนแรงเท่ากับะเิมือเลยนะ จินคิดและกลืนน้ำลาย
“ส่วนทางนั้นเป็กิลด์นักผจญภัยค่ะ” ไอซ์ชี้ไปยังอาหารสีขาวขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายและมีร่องรอยของอายุการใช้งานให้เห็น ตรงกลาง้าของอาคารมีตราปีกนกสีขาวสองข้างสยายภายในวงกลมสีทอง
ตราสัญลักษณ์ของกิลด์สินะ เมื่อกี้ของกรมทหารเป็ดาบไขว้บนโล่ใหญ่
“ในอาคารจะมีภารกิจให้ทำค่ะ สะสมแต้มคะแนนจนถึงระดับหนึ่งจะสามารถเลื่อนยศต่อไปได้เรื่อยๆ โดยภารกิจจะมาจากทางการ คำร้อง และเหตุการณ์จำเป็ หากทำสำเร็จก็จะมีเงินรางวัล ของมีค่าและสิ่งของหายากเป็สิ่งตอบแทนตามความยากง่ายของภารกิจนั้นๆ ค่ะ”
“สุดท้ายทางนั้นเป็แหล่งบันเทิงและที่พักค่ะ” ไอซ์ชี้ไปยังตึกรามที่ดูหรูหรากว่าทุกที่ที่ผ่านมา และร้านที่มีป้ายที่จินก็สามารถอธิบายได้ว่าคล้ายๆ คลับบาร์ร้านเหล้าอะไรแบบนั้นในโลกเขา
จินสังเกตผู้คนที่เดินผ่านไปมา พวกเขาต่างเข้ามาทักทายไอซ์ราวกับเป็บุคคลคนสำคัญ บางคนถึงกับนำสิ่งของให้ไอซ์ แม้เธอจะปฏิเสธหลายครั้ง สุดท้ายก็ต้องรับมาด้วยรอยยิ้มที่ขอบคุณ ผู้คนของที่นี่ต่างแต่งกายไม่เหมือนกัน สร้างความรู้สึกแปลกใหม่เหมือนหลุดมายังโลกแฟนตาซี พวกชาวบ้านจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเรียบง่ายไร้สีสัน ไม่เด่นสะดุดตา หากคนมีฐานะขึ้นมาหน่อยก็จะมีสีสันให้สวยงามมากยิ่งขึ้น และหากเป็ขุนนางหรือบุคคลสำคัญจะมีชุดคลุมแสดงฐานะไว้อีกชั้นหนึ่ง
สุดท้ายทั้งคู่ก็มาถึงบ้านหลังใหญ่ที่มีตราเอกสารติดอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน
“ปู่ หนูพาคุณจินมาแล้วค่ะ” เธอพูดเสียงดังขึ้นทันที เมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามา
“โฮะๆ มากันแล้วเหรอ นั่งก่อนๆ” เสียงแหบของชายชราทักกลับ
จินมองเห็นชายชราตัวเล็กหลังคล่องเดินเข้ามาหาเขา และผายมือไปยังที่นั่งในห้องนั่งเล่นแห่งนี้ เขาสามารถััได้ถึงความอบอุ่นหลังจากเดินเข้ามาในบ้านแทบจะทันที มันให้ความรู้สึกต่างจากบ้านของเขาโดยไม่อาจเทียบได้
“สวัสดีครับผมจิน ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือมากๆ นะครับ” จินก้มหัวขอบคุณอย่างจ้าละหวั่น
“ไม่เป็ไรๆ นั่งก่อนเถอะพ่อหนุ่ม โฮะๆ” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูอบอุ่น
ทันทีที่จินนั่งลงเป็จังหวะเดียวที่ไอซ์ยกน้ำชาร้อนๆ มาเสิร์ฟให้เขาและชายชราตรงหน้า
“ข้ามีชื่อว่า โฟวิล เป็หัวหน้าของหมู่บ้านแห่งนี้ ขอโทษที่เสียมารยาทนะ ไม่รู้ว่า เ้ามาจากไหนพ่อหนุ่ม” โฟวิลถามขณะจินกำลังยกชาขึ้นมาจิบ
“ผมมาจาก เอ่อ...น่าจะที่ห่างไกลมากๆ ครับ” เขาเกือบจะหลุดปากออกไปแล้ว แต่ยังสามารถยั้งไว้ได้ก่อน หากบอกว่ามาจากอีกโลก เขาก็ไม่รู้อีกฝ่ายตรงข้ามจะเชื่อหรือเปล่า
“อย่างนั้นเองเหรอ งั้นเ้ามีสิ่งนี้ไหม?” โฟวิลกล่าวและดีดนิ้วหนึ่งครั้งจนเสียงดัง
การ์ดขนาดนามบัตรปรากฏขึ้นตรงหน้าจินและโฟวิล ชายชราเอื้อมมือไปจับและยื่นให้จินดู จินมองเห็นรูปใบหน้าของโฟวิลและข้อมูลบนบัตร มีรูปติดอยู่ด้านซ้าย ด้านขวาเป็ตัวหนังสือให้ข้อมูลด้วยภาษาแปลกๆ พื้นหลังของบัตรในมือเป็น้ำแข็ง ส่วนขอบเป็สีทอง
ชื่อ : โฟวิล เอจวิน
สถานะ : หัวหน้าหมู่บ้านออต้า
ค่าต่อสู้ : 426
ธาตุประจำตัว : น้ำแข็ง
“สงสัยสถานที่เ้าจากมาจะห่างไกลมาก สิ่งในมือของเ้าเป็บัตรแสดงตน หากเป็ฆาตกรมีค่าหัวขอบบัตรจะเป็สีแดงที่เห็นได้ชัด ค่าต่อสู้ก็จะแสดงถึงความสามารถในการต่อสู้โดยรวมของเ้าของ ธาตุพลังคือแหล่งพลังงานเวทมนตร์ของเ้าของ และหากเป็ขุนนางหรือตำแหน่งต่างๆ จะดูได้จากอีกด้านของบัตร” โฟวิลจิบชากล่าว
จินได้ยินดังนั้นจึงพลิกบัตรดูอีกด้านของบัตรก็เห็นป้ายชื่อและตราสัญลักษณ์หัวหน้าหมู่บ้าน ตรงด้านล่างตรามีตราของหมู่บ้านออต้า
“บัตรนี้ไม่สามารถ่ชิงได้และไม่สามารถมอบให้ใครได้เช่นกัน” โฟวิลดีดนิ้วอีกครั้งบัตรก็หายไป
“จะเป็อะไรไหมครับ หากผมไม่มีบัตรนั้น” จินถามด้วยความสงสัย
“ในกรณีของเ้า เพียงแค่ไปทำบัตรที่กองบัญชาการก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว งั้นไอซ์ ปู่ฝากหน้าที่นี้ด้วยนะ งั้นข้าต้องขอตัวก่อนนะพ่อหนุ่ม พักผ่อนตามสบาย อ้อ! เ้าสามารถพักในห้องก่อนหน้านี้ไปก่อนก็ได้นะ แต่อย่าทำอะไรให้ข้าต้องลำบากใจล่ะ” โฟวิลกล่าวเสร็จก็หายไปเหลือเพียงความบิดเบี้ยวของอากาศอยู่ชั่วครู่ก่อนหายไป
แต่ร่างกายของจินยังคงสั่นกลัวกับคำทิ้งท้ายของชายชราจนลอบกลืนน้ำลายอันเหนียวข้นลงคอ
“เป็เวทมนตร์ประเภทหนึ่งค่ะ เราจะเรียกเวทมนตร์โดยย่อว่าสกิล อย่างเช่นเมื่อกี้เรียกว่า สกิลเทเลพอร์ต จะนำพาเ้าของไปยังสถานที่เคยไป โดยใช้พลังเวทมนตร์ตามระยะทางค่ะ” ไอซ์ตอบคลายความสงสัยบนใบหน้าจินที่ตื่นตะลึงอยู่
โดยเอไม่ได้มีผลกระทบเหมือนกับจินเลย
“งั้นเราไปยังอาคารกองบัญชาการกันเถอะค่ะ”
“รบกวนด้วยนะครับ”
“โอ้โห… กว้างเหมือนกันนะครับเนี้ย”
ชั้นแรกภายในอาคารศูนย์บัญชาการเป็ห้องโถงกว้างๆ โทนสีของห้องเป็สีขาวและตกแต่งบางจุดเป็สีทองอย่างอลังการ มีจุดให้บริการสี่จุดในแต่ละด้านของห้องโถง โดยตรงกลางเป็ผนึกคริสตันสีฟ้าครามสดใสตั้งเป็แท่นอย่างสวยงามและมีเ้าหน้าที่ในเครื่องแบบของทางการยืนให้บริการอยู่ โดยรอบจะมองเห็นผู้คนเข้าแถวกันแต่ละจุดอย่างเป็ระเบียบ ผู้คนที่เข้ามาใช้บริการโดยส่วนมากจะเป็เด็กแรกรุ่นทั้งนั้น
ใบหน้าและน้ำเสียงอันประหลาดใจของจินสร้างรอยยิ้มน้อยๆ ให้กับไอซ์
“ที่นี่จะเป็สถานที่ที่ทางการใช้ในการติดต่อกันตามทิศทางของสถานที่ที่มาค่ะ อย่างคนที่มาจากทิศเหนือก็ติดต่อช่องให้บริการทางทิศเหนือ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บเอกสารและการจัดส่งค่ะ” ไอซ์ชี้ไปตรงทิศเหนือที่มีเ้าหน้าที่ในเครื่องแบบให้บริการและมีป้ายกำกับด้วยภาษาของที่นี่
“ส่วนตรงกลางเป็แท่งคริสตันใช้ในการทำบัตรเหมือนที่คุณจินเห็นเมื่อสักครู่ เมื่อเด็กเริ่มจำความได้แล้วผู้ปกครองจะต้องนำมายังที่นี่ หากไม่นำมาหรือไม่มีบัตรแสดงตน จะเป็เื่ที่ยุ่งยากมากหากต้องเดินทางไปต่างแดน เพราะเ้าหน้าที่จะกันไม่ให้คนนั้นเข้าเมือง และหากคนเดิมมาทำอีก เวทมนตร์ก็ไม่แสดงผลค่ะ” ไอซ์กล่าวอธิบายและเดินนำจินให้ไปเข้าแถวเพื่อไปยังแท่นคริสตัน
“แล้วงี้ผมก็...” จินแอบหวั่น
“ปู่มีสกิลตรวจจับได้ค่ะ ท่านยืนยันกับทุกคนว่าคุณจินไม่มีบัตรและไม่เป็ฆาตกรหลบหนี” รอยยิ้มหญิงสาวทำเอาจินหัวใจเต้นเร็วขึ้นไปอีก
“แต่พอมาเข้าแถวแบบนี้แล้วมันรู้สึกแปลกๆ นะครับ แหะ แหะๆ” จินพูดแบบอายๆ
ดูเหมือนจินจะตัวโตสุดในแถวทำให้สามารถมองเห็นข้างหน้าได้อย่างชัดเจน
“โปรดระบุชื่อด้วยค่ะ” เสียงหวานของเ้าหน้าผู้หญิงในเครื่องแบบทางการพูดขึ้นทันที เมื่อถึงคิวของจิน
“อาคุโจ จิน” จินพูดขึ้นมา
“กรุณานำมือขวาประทับที่แท่นค่ะ” เสียงหวานเดิมกล่าวและผายมือไปยังแท่น
จินก้าวออกไปช้าๆ ยกมือขวาทาบฝ่ามือลงไป ทันทีที่มือแตะแท่นคริสตันก็เกิดแสงเป็ประกายสีฟ้าครามสวยงามขึ้นมา เด่นชัดที่สุดคือบริเวณฝ่ามือของจิน
อย่าลืมเจตนารมณ์แห่งข้าไรจิน
จินได้ยินเสียงของไรจินดังเข้ามาในหัวแล้วก็หายไป จินรู้สึกถึงความอิ่มเอิบบางอย่างที่เข้ามาในความรู้สึกนึกคิด พอเสร็จสิ้น เขาจึงเดินหฃลออกมาเพื่อให้คนต่อไปได้เข้ามาแทน
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะคะ” ไอซ์ถามด้วยความสงสัย เธอเห็นจินเหม่อลอย
“น่าจะเรียบร้อยดี มั้งครับ...” จินยังอธิบายความรู้สึกนี้ออกมาไม่ได้
“คุณจินลองดีดนิ้ว มือขวาดูค่ะ หากยังจับความรู้สึกไม่ได้” ไอซ์แนะนำ
ชื่อ : อาคุโจ จิน
สถานะ : -
ค่าต่อสู้ :???
ธาตุประจำตัว : สายฟ้า
จินลองทำตามคำแนะนำของไอซ์ ปรากฏการ์ดคริสตันอยู่ตรงหน้า รูปร่างหน้าตาคล้ายกับของโฟวิลทุกอย่างยกเว้นพื้นหลังเป็สายฟ้าที่มีหยาดฝนอยู่ด้วย และอีกด้านไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ
“ทำไมค่าต่อสู้ของผมถึงมีแต่เครื่องหมายคำถามล่ะครับ” จินยื่นบัตรให้ไอซ์ดู
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ตรงนี้คงต้องถามคุณปู่ เอ้ะ! มีธาตุพิเศษเป็ธาตุประจำตัวด้วย สุดยอดเลยคุณจิน” ไอซ์มองดูด้วยท่าทางตื่นเต้น
“ธาตุพิเศษ?” จินทำหน้าสงสัย
“นอกจากธาตุหลักทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ นอกนั้นถือเป็ธาตุหายาก นับว่าเป็ธาตุพิเศษค่ะ ในส่วนของค่าต่อสู้่แรกของการทำบัตรแสดงตน เคยได้ยินมาว่า คนได้ธาตุพิเศษ่แรกพลังจะไม่เสถียรต้องรอสักระยะตัวเลขถึงระบุได้ค่ะ” ไอซ์ยื่นบัตรคืนให้จิน
“ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ” จินคลายสงสัย
“แล้วคุณจินอยากไปที่ไหนอีกหรือเปล่าคะ”
“ผมอยากลองไปกิลด์นักผจญภัยดูครับ” จินบอกความ้าของเขาให้ไอซ์และเก็บบัตรแสดงตน
“งั้นไปกันเลยค่ะ” ไอซ์เดินนำทางให้จิน
ณ อาคารนักผจญภัย ภายในอาคารถูกตกแต่งด้วยไม้แทบทั้งสิ้นให้อารมณ์ไปอีกแบบ แตกต่างจากศูนย์บัญชาการอย่างลิบลับ มีเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานหน้าตาน่ารักสวมชุดเมดยืนอยู่ บริเวณรอบๆ มีเหล่านักผจญภัยกำลังสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน พวกเขาส่งเสียงหัวเราะเฮฮากันด้วยเสียงอันดัง
“สวัสดีจ้ะ มิกิ” ไอซ์เดินเข้าไปทักทายสาวน้อยชุดเมด
“สวัสดีเ้าค่ะ พี่ไอซ์ วันนี้มีอะไรให้หนูรับใช้เ้าคะ” มิกิเอ่ยขึ้นเสียงสดใส
“พอดีพี่ พาคุณจินมาเยี่ยมชมจ้ะ” ไอซ์บอกมิกิและหันไปมองจิน
“สวัสดีครับผมจิน ยินดีได้รู้จักนะครับ” จินก้มหัวให้มิกิเป็การทักทาย
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันเ้าค่ะ”
“ถ้าผม้าอยากเป็นักผจญภัยต้องทำยังไงบ้างครับ” จินเดินเข้าไปหน้าเคาน์เตอร์
“เพียงแค่ท่านจินนำบัตรแสดงตนมาให้ ทางเราจะดำเนินการให้ในทันทีเ้าค่ะ”
“งั้นรบกวนด้วยครับ” จินเรียกบัตรแสดงตนออกมายื่นให้มิกิ
มิกิรับบัตรและเดินเข้าไปข้างใน สักครู่เดียวเธอก็เดินกลับมายื่นบัตรคืนให้จิน
“เสร็จแล้วเหรอครับ?” จินถามด้วยความไม่แน่ใจ มันใช้เวลาในการทำเร็วมาก
“ท่านจินลองดูข้างหลังบัตรดูสิเ้าคะ” มิกิยิ้มพยักหน้าแล้วบอกจิน
จินกลับด้านของบัตรดูพบว่ามีตราสัญลักษณ์เป็ปีกนกสีขาวหนึ่งคู่คล้ายกับตราของอาคาร มีตัวอักษร F อยู่ตรงกลาง และมีเลข 0 อยู่ข้างล่างตัวอักษร
“ตัวอักษรที่เห็นจะเป็ระดับของนักผจญภัย ยิ่งระดับสูงสวัสดิการจะยิ่งมากขึ้นหากท่านจินเดินทางไปยังเมืองอื่น โดยระดับของนักผจญภัยก็จะมีั้แ่ F E D C B A S SS SSS EX แต่ละขั้นจะต้องมีคะแนนถึงระดับที่สามารถเลื่อนได้ ดูได้จากตัวเลขข้างล่างตัวอักษร และทำการเลื่อนโดยอาคารนักผจญภัยที่ใดก็ได้ ยกเว้นแต่ว่าระดับั้แ่ S ขึ้นไปต้องมีหัวหน้าผู้ดูแลอาคารในเขตนั้นๆ ทำการสอบการเลื่อนให้โดยตรงเ้าค่ะ” มิกิอธิบายอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็เื่เคยชินแล้ว
“มีอะไรสงสัยหรือเปล่าเ้าคะ” มิกิถาม
“เราสามารถหาคะแนนได้จากไหนบ้างครับ” จินสงสัยเื่คะแนน
“สามารถรับได้จากภารกิจจากบอร์ดตรงนั้นเ้าค่ะ” มิกิชี้ไปยังบอร์ดกระดานหนึ่งที่มีกระดาษภารกิจแปะเต็มไปหมด
“หากเป็ภารกิจเบื้องต้นถึงขั้นกลางจะอยู่ชั้นนี้ ส่วนระดับที่ยากขึ้นไปอีกจะอยู่ชั้นบน ถูกดูแลโดยหัวหน้า เพื่อความปลอดภัยจะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบเ้าค่ะ” มิกิอธิบาย
“ยังงั้นเหรอครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลต่างๆ นะครับ” จินโค้งตัวขอบคุณ
“ด้วยความยินดีเ้าค่ะ” มิกิยิ้มตอบ
จินเดินไปยังบอร์ดกระดานภารกิจ ภารกิจมีหลายประเภทด้วยกัน เช่น ค้นหา ล่ามอนสเตอร์ ส่งของ เป็ต้น และจินเลือกล่ามอนสเตอร์ที่อยู่แถบนี้ดูมาหนึ่งภารกิจ
“นี่ดาบนักผจญภัยเริ่มต้น มิกิฝากมาให้ค่ะ” ไอซ์ยื่นดาบเหล็กธรรมดาให้จิน จินหันมองมิกิและทำท่าขอบใจ
“เลือกภารกิจล่า หมาป่า งั้นเหรอคะ ฉันขอไปด้วยคนได้ไหมคุณจิน?” ไอซ์ถามอย่างน่าสนใจ
“ได้สิครับ หากมีอะไรสงสัยผมจะได้ถามคุณไอซ์ได้”
“งั้นไปกันเถอะค่ะ จะได้รีบกลับก่อนพลบค่ำ” จินและไอซ์หันไปลามิกิและนำทางไปยังป่าใกล้ๆ หมู่บ้าน
สวบ! ดาบของจินแทงเข้าจุดตายของหมาป่า แสงสีทองจากหมาป่าที่ถูกสังหารพุ่งเขาตัวจิน โดยที่ไอซ์มองไม่เห็น
จินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น สองมือกุมหัวด้วยท่าทางเ็ป ซึ่งจู่ๆ ความทรงจำและความสามารถของหมาป่าที่เขาฆ่าก็แล่นเข้ามาในหัวอย่างไม่หยุด ต่อมาก็เริ่มหายไป และจินคิดว่าเขาสามารถใช้ทักษะของหมาป่าตัวนั้นได้ เช่น การรับกลิ่นตอนนี้เขาได้กลิ่นรอบตัวโดยสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรเป็อะไร ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเขาไม่เคยรู้สึกถึงมัน
“คุณจินเป็อะไรหรือเปล่าคะ?” ไอซ์รีบวิ่งเข้าไปดูอาการจิน
“มะ ไม่เป็ไรแล้วครับ” เขาค่อยๆ ลุกขึ้นหลังจากอาการทุเลาลง
“งั้นเหรอ..หากเป็อะไรให้รีบบอกนะคะ” ไอซ์แสดงความเป็ห่วงพลางดุเบาๆ
“ได้ครับ” หัวใจของเขาแอบพองโตเมื่อมีใครสักคนคอยห่วงใยแบบนี้
หรือว่านี่...เป็อย่างที่เราเห็นตอนนั้น จินคิดไปถึงตอนที่เพิ่งฟื้นใหม่ๆ
หากคุณฆ่าสิ่งมีชีวิต มีโอกาสได้รับทักษะของเ้าของรวมถึงความทรงจำบางส่วน
ชักสนุกแล้วสิ จินคิดด้วยท่าท่างนึกสนุก
และแล้ว...จุดเริ่มต้นของพลังผู้กล้าที่แสนแข็งแกร่งก็ได้เริ่ม ณ ั้แ่ตอนนั้น