============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“พริ้งคะ ตื่นเถอะค่ะถึงบ้านแล้ว”เสียงทุ้มเอ่ยเรียกคนในอ้อมกอดแ่เบา มือใหญ่แตะแก้มเนียนเบาๆราวกับไม่ค่อยอยากปลุกให้คนตรงหน้าตื่นตามที่เอ่ยออกมา
ถ้าเป็คอนโดเขาป่านนี้คงอุ้มขึ้นไปนอนบนห้องด้วยตัวเองแล้วล้มตัวลงนอนกอดคนข้างตัวเรียบร้อยแล้ว
หากแต่เมื่ออยู่บ้านคุณหญิงกิตติยายื่นคำขาดว่าการนอนห้องเดียวกันนั้นเป็สิ่งต้องห้ามเขาต้องให้เกียรติและรักษาชื่อเสียงของพริ้งพราวด้วยการไม่เห็นเื่การนอนห้องเดียวกันจนเป็เื่ปกติบ้านหลังนี้จึงมีห้องนอนแยกของพริ้งพราวอยู่
ทั้งที่เขาค้านแทบเป็แทบตายว่ามาระวังเอาป่านนี้ก็ไม่คงไม่ทันแล้วทั้งห้องที่ร้านเขา คอนโดเขาหรือแม้แต่คอนโดของพริ้งพราวเองเขาและเธอก็นอนด้วยกันออกจะบ่อย
หากแต่มารดาเขาก็ยังยืนยันเสียงแข็งและยื่นคำขาดว่านอกบ้านเธอถือว่าไม่รับรู้แต่ในบ้าน ไม่ได้เด็ดขาดเธอจะไม่ยอมให้ใครมาตราหน้าว่าเป็ผู้ใหญ่ที่เห็นดีเห็นงามกับการที่เด็กๆทำเื่แบบนี้ในบ้านแม้ว่าคนที่เห็นจะเป็เพียงคนของบ้านเมธารักษ์สกุลก็ตาม
คำขาดที่คีตาเถียงไม่ออกได้แต่ยอมรับโดยดุจดีก็รู้หรอกนะว่าแม่หมายถึงอะไร แต่บางทีเขาก็ไม่อยากจะสนสายตาใครอยากสนใจเพียงแค่ว่าอยากให้ร่างเล็กๆที่อยู่ตรงหน้านี้หลับสนิทและฝันดีโดยมีเขาคอยอยู่ข้างๆแบบนี้
แต่ก็นั่นแหละ ใครจะเถียงกับคุณกิตติยาจนชนะได้เล่าเล่นรู้จักเขาดีถึงขั้นว่าตอนพริ้งพราวมาค้างที่นี่แรกๆคุณหญิงท่านก็ระเห็จตัวเองไปนอนกับหญิงสาวแทนเขาหน้าตาเฉย ด้วยรู้นิสัยลูกชายอย่างเขาดีว่าปากน่ะรับคำแต่ไอ้แววตาไม่เห็นด้วยที่แย้งออกมายามเธอเอ่ยห้ามน่ะ ไม่ยอมทำตามง่ายๆหรอก
ดังนั้นเมื่อคีตาย่องเข้าห้องพริ้งพราวยามดึกก็เจอเข้ากับมารดาเข้าอย่างจังทำเอาคนเป็ลูกชายบ่นอุบก่อนจะเดินคอตกกลับห้องตัวเองเมื่อไม่สามารถเอาชนะผู้เป็แม่ตัวเองได้
คีตาจึงเรียนรู้และยอมแพ้กับคำสั่งของมารดามานานแล้วแต่ก็มีบางครั้งเหมือนอย่างวันนี้ที่ไม่สามารถปล่อยให้คนตรงหน้านอนคนเดียวได้จริงๆจึงจำเป็ต้องขออนุญาตแม่ตัวเองก่อนซึ่งคุณหญิงกิตติยาก็เริ่มมายอมผ่อนผันให้หลังจากสาวเ้าเรียนจบนั่นแหละ
ก็หมายถึงว่าเป็บางวันที่คุณหญิงท่านเห็นว่าสมควรเท่านั้นแหละไม่ได้อนุญาตทุกรอบตามที่ลูกชายขอหรอก!
คนที่อยู่ในนิทราเริ่มขยับตัวทำให้คนที่จมอยู่ในความคิดตัวเองก้มลงมองแพขนตาหนาที่ขยับเบาก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นคิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นคนตรงหน้าชัดเจน
“พี่คีย์”
“ถึงบ้านแล้วค่ะ จะเข้าบ้านเองหรือจะให้พี่อุ้มไปส่งคะ”
“บ้านไหนคะ” คนในอ้อมแขนถามออกมาอย่างใความจำลางๆคลับคล้ายคลับคลาว่าชายหนุ่มจะพาเธอไปส่งบ้านที่เธอไม่อยากกลับไป
คำถามรวมทั้งสายตากังวลทำให้คีตาส่งยิ้มให้ก่อนจะเอ่ยช้าแต่ชัดเจนในความรู้สึกของคนฟัง“บ้าน-ของ-เรา-ค่ะ”
ประโยคที่ทำให้คิ้วเรียวสวยที่หมวดเข้าหากันคลายลงก่อนจะค่อยๆขยับตัวดวงหน้าสวยหันออกไปมองบานประตูที่เปิดอยู่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อพบกับผู้สูงวัยกว่าสองคนกำลังส่งรอยยิ้มมาให้
“เข้าบ้านเถอะจ้ะพริ้งเดี๋ยวแม่ไปส่งหนูที่ห้องเอง” คุณกิตติยาเอ่ยขึ้นมาพลางยื่นมือตัวเองให้กับลูกสะใภ้คนโปรด
“ขอบคุณค่ะแม่”คนที่ตื่นเต็มตาแล้วเอ่ยก่อนจะส่งมือให้กับคนตรงหน้าแล้วดึงตัวเองออกจากรถก่อนจะเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับมารดาของชายหนุ่ม
คีตาก้าวลงจากรถทั้งที่สายตายังไม่ละจากร่างบางที่เดินหายลับเข้าไปในบ้านหลังใหญ่แล้วถอนหายใจเบา
คีตภพตบลงบนบ่าลูกชายเบาๆพลางว่า “ไม่ต้องรีบหรอกเ้าคีย์ ค่อยเป็ค่อยไป เชื่อพ่อสิถ้ามีคีย์อยู่ด้วยน้องจะดีขึ้นทุกครั้งที่เจอปัญหา”
จบประโยคก็สาวเท้าเข้าไปยังตัวบ้านปล่อยให้เ้าลูกชายตัวดีถอนหายใจยาวก่อนจะเดินตามเข้าไป
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ก็อกๆๆ
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้คนหน้าหวานที่นอนอยู่บนตักผู้สูงวัยชะงักมองดวงหน้าสวยของคนที่ยิ้มให้อย่างงุนงง
“เข้ามาเลยค่ะประตูไม่ได้ล็อค”เสียงหวานของเ้าของห้องร้องบอกคนเคาะทั้งที่ยังไม่ขยับตัวจากตักนุ่ม
ภาพที่คนเปิดประตูเข้ามาถึงกับขยับยิ้มบางก่อนจะเดินมาทรุดลงกายลงข้างคนที่นอนหนุนตักแม่เขาอยู่
“ยิ้มออกแบบนี้พี่ไม่ต้องมานอนด้วยแล้วมั้งคะ”คำพูดที่เรียกให้คนหน้าหวานหันกลับไปมองก่อนที่มือเล็กจะเอื้อมไปคว้าข้อมือคนตัวโตกว่ามาไว้กับตัวแต่ริมฝีปากบางยังหันไปคุยกับแม่เขาต่อ
ท่าทางที่ทำให้คีตาหัวเราะเบาก่อนจะขยับเข้ามาใกล้คนที่นอนอยู่อีกนิดดวงตาคู่คมมองคนตรงหน้าด้วยแววตาแสนรัก
สายตาที่คุณกิตติยาได้แต่ยิ้มบางก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบยาหลอดเล็กบนหัวเตียงแล้วส่งให้กับลูกชายตัวเอง
“อะไรครับแม่”คีตาเอ่ยถามพลางรับหลอดยามาไว้ในมือ คำถามที่ผู้สูงวัยพยักเพยิดไปทางข้อมือบางที่ยังยืดมือเขาไว้อยู่
“น้องบ่นว่าเจ็บน่าจะช้ำน่ะ เห็นบอกว่าใครก็ไม่รู้จับ แม่ถามเท่าไรก็ไม่ยอมบอก”ผู้สูงวัยกว่าเอ่ยบอกลูกชายราวกับฟ้อง
ประโยคที่เรียกให้ดวงตาคู่คมวาววับๆขึ้นมาฉับพลันเสียงใสจึงเอ่ยบอกกับคนที่ให้ยืมตักต่างหมอน
“คุณแม่อ่าเห็นไหมคะ พริ้งบอกแล้วว่าไม่ต้องบอกก็ได้ เดี๋ยวพริ้งทาเองดีกว่าคนแถวนี้อารมณ์เสียแล้วเนี่ย”
คำที่ผู้สูงวัยส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เห็นด้วยแล้วเอ่ยแย้ง“ลองให้รู้เองทีหลังสิ ไม่วายแล่นไปซัดหน้าเขาคืนหวงหนูขนาดนี้มีหรือจะยอมให้พริ้งเจ็บตัวฟรี”
“หมายความว่ายังไงคะพริ้งรอยนี่?” คีตาว่าพลางแกะมือคนที่จับมือตัวเองออกแล้วรวบเข้าที่แขนบาง ยกขึ้นมามาดูใกล้ๆก่อนจะเห็นรอยช้ำแดงๆรอบข้อมือสวย
“ฝีมือเขานั่นแหละค่ะตอนที่พี่คีย์โผล่เข้าไปนั่นแหละ” พริ้งพราวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงระอาใจอย่างขีดสุดรู้ตัวดีแหละว่าผิวตัวเองช้ำง่ายขนาดไหน
“ไอ้เวรนั่น!” หากแต่คนฟังสบลลั่นดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“ใจเย็นๆลูกที่น้องไม่เล่าให้ฟังเพราะรู้ว่าคีย์จะเป็แบบนี้ เพราะฉะนั้นทำใจร่มๆลงหน่อยไม่งั้นน้องจะไม่เล่าให้คีย์ฟังอีกนะ” คุณกิตติยาเอ่ยพลางลูบไหล่ลูกชายตัวเองเบาๆ คำพูดที่เรียกให้คนที่กำลังอารมณ์คุกรุ่นหันกลับมาจ้องตาคนหน้าหวานนิ่ง
ดวงตาที่ฉายแววเป็ห่วงจากคนตรงหน้าทำให้คีตาผ่อนลมหายใจลงก่อนจะพยายามสลัดความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นทิ้งไปดวงหน้าคมหันกลับมามองรอยช้ำที่ข้อมือเล็กอีกครั้ง ก่อนจะวางลงกับตักตนเองมือใหญ่เปิดหลอดยาสีฟ้าก่อนจะบีบเจลใสสีเหลืองออกมาไว้ที่ปลายนิ้วแล้วทาลงบนข้อมือเล็กเบาๆ
พริ้งพราวมองคนที่อ่อนโยนกับเธอเสมอด้วยรอยยิ้มความอบอุ่นอ่อนโยนที่เธอไม่เคยได้จากใครแทรกซึมลงในหัวใจของเธอมาได้สักพักใหญ่แล้วความอ่อนโยนที่เรียกให้ดวงตากลมโตสวยของเธออ่อนแสงและหวานซึ้งยามที่มองคนตรงหน้า
สายตาที่ผู้สูงวัยกว่าขยับยิ้มอย่างพอใจก่อนจะค่อยๆยกศีรษะบางออกจากตัวแล้วเอาหมอนใบใหญ่มารองไว้แทนส่งยิ้มให้คนที่ละสายตามามองอีกครั้งก่อนจะเอ่ยปาก “แม่ไปนอนแล้วดีกว่าป่านนี้คุณพ่อรอแย่แล้วจ้ะ ฝันดีนะลูก”
จบประโยคผู้สูงวัยก็เอื้อมมือไปลูบหัวคนที่หนุนหมอนอย่างเอ็นดูแล้วหันไปกำชับลูกชายตัวเอง“อย่าเกเรกับน้องนะเรา แม่รู้จะหยิกให้เนื้อเขียว ฝันดีจ้ะ”
“ครับๆ”คีตารับคำพลางโคลงหัวไปมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับแม่ตัวเองขณะยืดตัวไปวางหลอดยาบนหัวเตียง
ผู้สูงวัยกว่าออกจากห้องไปแล้วทิ้งให้พริ้งพราวหันกลับมามองหน้าชายหนุ่มพร้อมเลิกคิ้วเป็เชิงถาม
“เกเร?”
“แม่กลัวพี่รังแกพริ้งเอาสิขู่จนไม่รู้จะขู่ยังไง ทั้งที่พี่ทำตัวออกจะน่าไว้ใจตั้งขนาดนี้”คนตัวโตกว่าไม่ว่าเปล่า ทิ้งตัวลงข้างคนที่นอนอยู่ หัวโตๆวางลงบนหมอนเดียวกับคนตัวเล็กพร้อมกับหันไปยิ้มใส่ตา“พี่เป็เด็กดีกับพริ้งจะตาย เนอะ”
คนหน้าหวานย่นจมูกตัวเองลงริมฝีปากบางเบะออกก่อนเถียงอย่างสุดใจ “ยกเว้นตอนเมากับโมโหเถอะค่ะคอพริ้งเป็รอยทุกที ไม่แปลกที่คุณแม่จะไม่ไว้ใจหรอก คงเพราะรู้จักลูกชายตัวเองดี”
“ก็ตอนเมาน่ะทำเพราะอยากแต่ตอนโมโหนั่นทำเพราะหึงหรอก ลงที่ไหนไม่ได้ก็ลงกับพริ้งนั่นแหละค่ะ”เสียงทุ้มรับคำกล่าวหาอย่างตรงไปตรงมาดวงตาคู่คมมองคนที่นอนอยู่ชิดกันอย่างหวานซึ้ง“พี่ไม่คว้าผู้หญิงที่ไหนมานอนด้วยมาสองปีแล้วนะเพราะฉะนั้นรู้ตัวไว้หน่อยก็ดีนะคะว่าสำคัญกับพี่ขนาดไหน”
ถ้อยคำที่หากเป็หญิงสาวคนอื่นอาจดีใจจนหัวใจฟูฟ่องที่ชายหนุ่มยอมละความ‘อยาก’ของตัวเองเพื่อใครสักคน หากแต่ไม่ใช่กับพริ้งพราว
“อยากดีใจหรอกนะคะที่ได้ยินแบบนี้แต่กลัวเหลือเกินว่าอดมากๆเข้า สักวันพี่คีย์จะหยุดแค่จูบไม่ได้”เธอว่าพลางปรายตามองคนข้างตัวนิ่ง“จะไปนอนกับผู้หญิงสักคนสองคนพริ้งก็ไม่ว่าหรอกนะคะพริ้งเองก็ไม่ได้ให้สถานะกับพี่คีย์ชัดเจน อย่าอดทนไม่เข้าท่าแบบนี้เลยนะคะ”
ฟึบ
จบประโยคร่างสูงกว่าก็พลิกตัวขึ้นมาทาบทับร่างบอบบางที่นอนอยู่ข้างๆดวงตาคู่คมวาวแสงนิดๆอย่างไม่ชอบใจกับคำพูดของเธอเท่าใดนัก
“พูดซะเหมือนพี่เป็คนมักมากในเื่อย่างว่า ไม่ได้ปลดปล่อยแล้วจะตาย”คีตาว่าเสียงขุ่น
คำพูดที่เรียกให้ดวงตาคู่สวยมองสบคนพูดนิ่งรอยยิ้มสวยถูกส่งให้กับบคนตรงหน้าขณะที่แขนเรียวบางยกขึ้นมาคล้องคอคนที่คร่อมตัวเธออยู่ “สงสารหรอกค่ะมือตัวเองกับของจริงน่ะ มันต่างกันเถอะพริ้งรู้”
คำพูดสองแง่สามง่ามเรียกให้คิ้วเรียวขมวดมุ่นริมฝีปากอิ่มเอ่ยแย้งเสียงดุ “เดี๋ยวเถอะค่ะ”
“พริ้งพูดจริงๆนะคะพี่คีย์”ก็จริงอยู่ที่ความคิดเธอออกจะแปลกประหลาดกว่าผู้หญิงทั่วไปนิดหน่อย แต่ก็นั่นแหละเธออยู่กับความเป็จริงมากกว่า ตอนเธอรู้จักชายหนุ่มใหม่ๆนั้นเธอเห็นกับตาหรอกว่าคนตรงหน้านี่ไม่เคยขาดเื่พวกนี้สักวัน
แม้ว่าพี่ซีนจะบอกว่าแค่สนองคนที่มาเสนอเท่านั้นก็เถอะ
แต่คนที่คุ้นเคยกับเื่แบบนี้จนจะกลายเป็กิจวัตรประจำวันแบบชายหนุ่มมีหรือเธอจะไม่รู้ว่าเขาน่ะความ้าสูงขนาดไหน
บางคืนมากกว่าหนึ่งคนก็มีเถอะ
เธอรู้ดีแก่ใจว่าคีตาเป็เสือเสือที่เขี้ยวเล็บพร้อมเสียด้วย
เธอรอดมาได้เกือบสี่ปีนี่ก็นับถือน้ำใจชายหนุ่มจะแย่แล้วขืนมานั่งขอให้เขาอดทนจนถึงวันที่เธอยอมตกลงปลงใจกับเขานั่นดูจะเห็นแก่ตัวอยู่มาก
พริ้งพราวไม่ใช่หญิงสาวช่างฝันที่ฝันว่าจะมีเ้าชายผู้เพรียบพร้อมยอมถนอมกายไว้ให้เธอคนเดียวจนกว่าจะแต่งงานกันเธอเรียนรู้มานานแล้วว่าผู้หญิงกับผู้ชายมีความแตกต่างกันในเื่นี้อยู่
ผู้ชายน่ะมีเซ็กได้ทั้งที่ไม่ได้รักหรือรู้สึกอะไรกับคนที่นอนด้วยไม่งั้นธุรกิจลงอ่างคงไม่เจริญพรวดๆขึ้นแบบนี้หรอก ซึ่งในสังคมปัจจุบันผู้หญิงบางคนก็เป็แบบนั้นแม้จะรู้ว่าไม่ใช่ส่วนใหญ่แต่ความจริงที่ต้องยอมรับคือผู้หญิงส่วนมากมักจะยอมมีเซ็กด้วยก็ด้วยความรักทั้งนั้นแหละไม่ใช่แค่ ‘อยาก’ในเื่แบบนี้เหมือนพวกผู้ชาย
และความเป็จริงข้อนี้ก็ทำให้เธอไม่อยากกะเกณฑ์ให้ชายหนุ่มมาทำตัวดีเพราะกำลังดูใจกับเธออยู่เพราะถ้าเขาดีจนเธอเคยตัว พอความสัมพันธ์ก้าวหน้าแล้วดีแตกขึ้นมา เธอมั่นใจว่าเธอเอาตายแน่ๆเพราะเธอไม่ใช่คนใจดีเพราะฉะนั้นเธอคิดว่าการเป็ตัวของตัวเองน่ะดีที่สุดแล้วถ้าอยากให้อนาคตของความสัมพันธ์นี้มั่นคง
“พี่คีย์ควงผู้หญิงได้ทุกคืน สนุกได้ทุกวันมาก่อนอยู่ๆมาหยุดเดี๋ยวก็ขาดใจตายพอดี พริ้งไม่อยากให้.....อื้ออออ” ท้ายประโยคไม่ได้ถูกต่อให้จบเมื่อคนตาวาววับๆยามฟังถ้อยคำที่ออกจากริมฝีปากบางไม่ทนฟังมันอีกชายหนุ่มประกบริมฝีปากตัวเองเข้ากับริมฝีปากบางและบดเบียดด้วยความร้อนแรงทันที
“อื้อ......” เสียงหวานเล็ดลอดออกมายามที่ปลายลิ้นอุ่นกวาดตอนเข้าไปในโพรงปากเรียวลิ้นถูกเกี่ยวกระหวัดเข้าหาอย่างรุกเร้าและร้อนแรงชายหนุ่มย้ำจูบหนักๆราวกับถ่ายทอดความไม่ชอบใจในคำพูดของหญิงสาวผ่านริมฝีปากอย่างแแ่
ััอุ่นร้อนถูกป้อนให้กับร่างเล็กๆบนเตียงถี่ๆจนทำให้มือบางที่คล้องคอคนตัวโตกว่าคลายออกมาเกาะบ่ากว้างแล้วออกแรงบีบแน่นแก้มใสร้อนจัดยามเมื่อััได้ถึงความวาบหวามจากััที่ได้รับหัวสมองขาวโพลนเื่ที่พูดอยู่กระเจิงออกจากหัวทันทีเมื่อใครอีกคนยังรุกรานไม่หยุดเนิ่นนานนับนาทีจนเธอแทบขาดใจ
“อ่ะ...อื้อ....” เสียงคราวหวานใสหลุดเล็ดรอดออกจากริมฝีปากเมื่อชายหนุ่มละออกจากริมฝีปากบางชั่วครู่ก่อนจะกดจูบลงไปอีกครั้งอีกครั้ง และอีกหลายครั้งจนกว่าคนตัวโตกว่าจะพอใจ
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“จะกลับก็ไม่บอกกันเลยนะเนี่ย โทรศัพท์ก็ไม่รับอีก”รินลดาว่าพลางถอนใจยาวก่อนจะยอมแพ้วางโทรศัพท์ทิ้งไว้บนหัวเตียง เมื่อคนที่เธอกระหน่ำทั้งแชททั้งโทรไม่ตอบรับเธอสักอันร่างบอบบางขยับตัวเข้าไปกอดเอวคนรักที่นอนพิงหัวเตียงรออยู่แน่น“รินเป็ห่วงพริ้งจังค่ะ”
“ห่วงทำไมล่ะ อยู่กับเ้าคีย์มีอะไรให้น่าห่วงอีกหรือ”ศิรวัฒน์ว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือใหญ่ยกขึ้นลูบหัวผู้เป็ภรรยาอย่างปลอบใจ
“น่าห่วงเพราะว่าพี่คีย์กำลังโมโหหึงอยู่เนี่ยแหละค่ะแม้จะไม่อาละวาดในงาน แต่รินเห็นสายตาพี่คีย์นะ น่ากลัวชะมัดทำอย่างกับคาดโทษอะไรพริ้งสักอย่าง”
คำพูดของภรรยาสาวทำให้ศิรวัฒน์หัวเราะเบานึกชอบใจไม่น้อยที่สาวน้อยข้างตัวนั้นรับรู้ถึงสายตาของเพื่อนสนิทตัวเอง
“ก็หวังว่าพริ้งจะทันสังเกตุเหมือนรินนะครับถ้าไม่เห็นแล้วไปกระตุกอารมณ์มันเข้า มันโยนลงเตียงแน่”ชายหนุ่มพลันนึกถึงสายตาเพื่อนตัวเองที่อยู่ในงานอีกรอบ
“นี่แหละค่ะที่ห่วง พริ้งไม่เห็นแน่เลยค่ะยิ่งหลังจากปะทะกับที่บ้านมาแบบนี้ ไอ้ความช่างสังเกตุที่มีอยู่นี่ปิดสนิทแน่ๆ”รินลดาว่าทั้งยังกอดผู้เป็สามีแน่นขึ้นอีก“แล้วพี่ซีนก็บอกเองว่าพี่คีย์ทนมานานแล้ว มีอะไรไปสะกิดเข้าแบบนี้ถ้าทนไม่ไหวขึ้นมานะ เลยเถิดชัวร์ๆ”
คำพูดที่ทำให้ศิรวัฒน์เลิกคิ้วสูงพลางสบตาคนในอ้อมอกแล้วแย้งออกไป“แต่พี่ว่าพริ้งคงมีสติพอที่จะหยุดไอ้คีย์มันนะถ้าพริ้งว่าไม่ไอ้คีย์ก็คงไม่หักหาญน้ำใจหรอก อย่ากังวลเลยนะครับ” ว่าพลางจูบลงบนหน้าผากเรียวสวยของคนข้างตัวเบาๆ
คำที่คนฟังส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ศิรวัฒน์ถึงกับชะงัก
“พี่ซีนน่ะไม่รู้อะไรพริ้งบอกกับรินมานานแล้วค่ะว่าถ้าพี่คีย์โหมก็แทบจะไม่เหลือสติห้ามแล้วที่หยุดได้ทุกครั้งเพราะพี่คีย์หยุดเองหรอก ยัยพริ้งน่ะเตลิดไปนานแล้ว”
“ยุ่งแล้วไงนั่น”ศิรวัฒน์ว่าพร้อมขมวดคิ้วลง
“ก็ใช่น่ะสิคะรินถึงได้จะโทรไปเตือนพริ้งอยู่นี่” รินลดาว่าพร้อมถอนหายใจยาว “รู้งี้ไปค้างด้วยก็ดีหรอก”
“หืมมมมม”คำที่เรียกให้คนที่กำลังใช้ความคิดอยู่ชะงักเอาดื้อๆ
หมับ!
แขนเรียวยาวคว้าหมับเข้าที่เอวบางๆพลางรั้งเข้าหาอกตัวเองแน่น
“พี่ว่าพี่ได้ยินคำไม่ค่อยเข้าหูเท่าไรนะ”เสียงทุ้มต่ำของศิรวัฒน์กระซิบข้างหูคนฟังพาให้ขนลุกซู่ และไม่ว่าเปล่าริมฝีปากอิ่มกดจูบลงบนไหล่เนียนไล่มายังซอกคอขาว พวงแก้มนิ่ม ก่อนจะจบลงที่ริมฝีปากบางของคนน่ารัก
“ฮื้ออพี่ซีน เดี๋ยวสิคะ ยังคุยกันไม่จบเลย” เสียงใสร้องท้วงเบามือเล็กยันแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มที่ทาบทับลงมาบนตัวหล่อนอย่างขัดขืนหากแต่ศิรวัฒน์ไม่สนใจมือใหญ่คว้ามือบางที่ยันอกตนมาประสานเข้ากับมือตัวเองแล้วกดลงบนเตียงโดยไม่ฟังเสียงท้วงติงใดๆจากร่างด้านใต้
“พี่ไม่อยากคุยด้วยแล้ว”เสียงทุ้มงึมงำตอบพลางใช้ริมฝีปากชิมไปทั่วร่างบอบบางตรงหน้าอย่างพึงใจไม่สนใจการทักท้วงจากหญิงสาวอีกต่อไป
แม้กระทั่งความคิดที่จะโทรไปเตือนเพื่อนตัวเองก็ถูกปัดทิ้งเมื่อคนข้างตัวพูดเื่บางเื่ให้ขัดใจ
สำหรับนายศิรวัฒน์คนนี้เื่ไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับเมียรักจะทิ้งให้นอนเหงาคนเดียวหรอก!
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“อือ....พะ...พี่คีย์ แฮก พะ....พอแล้ว.....ค่ะ แฮก แฮก....”เสียงครางเครือของร่างบางๆ ยิ่งทำให้คน้าทำในสิ่งตรงกันข้าม คีตาผละจากริมฝีปากหวานๆตรงหน้าแล้วกดจมูกลงบนซอกคอขาว“อ้ะ!”
ััที่เรียกให้ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัวและหัวใจความร้อนรุ่มเล่นงานร่างเล็กๆไม่หยุดหย่อนเมื่ออีกฝ่ายยังคงไล่ริมฝีปากกดไปอยู่แถวคอขาวๆไม่หยุดเสื้อนอนตัวบางถูกปลดกระดุมออกไปสามเม็ดอย่างที่เ้าของมันไม่รู้ตัวเลยสักนิดริมฝีปากอิ่มขยับย้ายไปตามไหล่เนียนสวยที่เผยอออกมา
“เฮือก!” พริ้งพราวสะดุ้งเฮือกเมื่อฝ่ามือร้อนสอดเข้ามาใต้เสื้อปลายนิ้วแตะลงบนหน้าท้องเนียนเรียบอย่างแ่เบา แต่เร้าอารมณ์บางอย่างให้สูงขึ้นชนิดที่เ้าตัวถึงกับใ
“พ....พี่คีย์คะ.....”เสียงหวานใสสั่นระริก ดวงตาคู่สวยฉ่ำวาวด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านขึ้นในอกริมฝีปากบางที่บวมช้ำเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อมือของชายหนุ่มที่ลากอยู่บนหน้าท้องเนียนเรียบนั้นเริ่มลากลงต่ำ
พริ้งพราวสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างพยายามรั้งสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าตัวก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ
“ถะ....ถ้ามากเฮือก กะ....กว่านี้ พะ...พริ้ง อ้ะ จะหยุด ฮื่ออ....จะหยุดตะ..ตัวเองไม่ได้ละ...แล้....อื้อ” ประโยคที่กระท่อนกระแท่นถูกหยุดด้วยริมฝีปากอิ่มจากร่างสูงที่กำลังรุกรานเธออย่างไม่หยุดหย่อน
จูบที่ทำให้สติสุดท้ายของเธอพังทลายร่างบอบบางของคนหน้าหวานโอนอ่อนตามการปลุกเร้าของใครอีกคนอย่างง่ายดาย
ได้แต่หวังเพียงแต่หวังว่าพรุ่งนี้เช้าคนตรงหน้านี้จะไม่โทษตัวเองจนแทบบ้าหรอกนะ
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ควันสีขาวพวงพุ่งขึ้นไปในอากาศเมื่อชายหนุ่มพ่นมันออกมาจากริมฝีปากดวงตาคู่คมนิ่งสนิทยามจ้องมองท้องนภาอันมืดมิดอยู่เบื้องหน้า
คนอย่างคีตาเจนจัดมันทั้งเหล้า บุหรี่และสิ่งอบายมุขต่างๆั้แ่อายุสิบแปดสิบเก้า แม้ปัจจุบันจะหลงใหลเพียงแค่เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์นี่แต่หากแต่เมื่อเครียดเข้ามากๆชายหนุ่มก็นึกพิศวาสบุหรี่มากกว่าเหล้าที่กินจนติดปาก จึงคว้ามาสูบแก้เครียดอยู่เสมอๆ
ก็ไม่ได้ติดหรอก แต่มันช่วยให้สมองคลายลงได้ชั่วขณะ
ซึ่งก็นานแล้วที่ไม่ได้เครียดแบบนี้
มึงมันเหี้ย!
ความคิดที่ยิ่งทำให้คนที่นั่งพิงตัวอยู่บนระเบียงกว้างกำมือเข้าหากันแน่นดวงตาคู่คมวาววับอย่างขุ่นข้องสายลมเย็นยามค่ำคืนที่พัดผ่านไม่ได้สะทกสะท้านคนที่ท่อนบนเปลือยเปล่าให้รู้สึกหนาวได้ยังไม่รวมถึงใจที่ร้อนรุ่มสงบไม่ลงราวกับไฟเผานั่นอีก
ภาพเหตุการณ์ที่แม้จะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วยังวนเวียนอยู่ในหัวราวกับเพิ่งเกิดก็ไม่ปานภาพที่ทำให้ชายหนุ่มอยากทะลุเวลาเข้าไปบีบคอตัวเอง
ขณะที่อะไรๆควรจะเป็ไปอย่างที่มันควรเป็เสียงบางเสียงก็ดังเข้าหัวคนที่กำลังถูกร่างหอมๆตรงหน้าปั่นหัวให้ชะงักกึก
‘อย่าเกเรกับน้อง’
เสียงที่ทำให้มือหยาบกร้านที่กำลังััไปทั่วกายบางชะงักกึกคีตาขมวดคิ้วมุ่นในขณะที่ประโยคซ้ำๆของมารดาก็ดังขึ้นอีก
‘ถึงจะเราจะหัวสมัยใหม่แต่แม่ก็อยากให้คีย์ให้เกียรติน้อง’
ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่จ้องมองร่างบอบบางที่บัดนี้ไร้ซึ่งเสื้อผ้าติดอยู่บนกายเหลือเพียงปราการด่านสุดท้ายอย่างบราและชั้นในนิ่งร่างเล็กที่เกือบจะเปลือยเปล่าเด่นชัดอยู่ในดวงตาคมผิวกายแดงระเรื่อตามััที่ได้รับ ดวงตาคู่หวานยังฉ่ำวาวหวานหยดปรือลงอย่างยั่วยวนริมฝีปากบางเรียกชื่อเขาแ่เบา ภาพที่คีตากัดฟันกรอดหยุดทุกการกระทำก่อนจะกระโจนลงจากเตียง มือใหญ่ตวัดผ้าห่มผืนโตคลุมตัวร่างที่สติพร่าเลือนอยู่บนเตียงก่อนก้าวโครมๆเข้าห้องน้ำแล้วปิดประตูดังปัง!
ทำเหี้ยอะไรของมึงวะคีตา!!!!
ร่างสูงสบถในใจก่อนจะจัดการปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองและคงจะขังตัวเองไว้แบบนั้นจนกว่าพายุอารมณ์สงบลง
พักใหญ่
ชายหนุ่มออกจากห้องน้ำพลางขยี้หัวตัวเองแรงๆร่างท่อนบนเปลือยเปล่าสวมเพียงแต่กางเกงเดินเข้าไปประชิดเตียงดวงตาคู่คมจ้องมองคนที่อยู่ใต้ผ่าห่ม
ดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำจากพิษอารมณ์ที่เขาก่อไว้เงยขึ้นสบตาคีตาเม้มริมฝีปากแน่น มือใหญ่พาดผ้าขนหนูไว้บนบ่าก่อนจะทรุดกายลงบนเตียงนุ่ม มือยกขึ้นหมายจะลูบที่หัวคนตัวเล็กหากแต่ชะงักไปนิดก่อนจะถอนหายใจยาว
แปะ
หลังมือของคีตาแตะลงบนแก้มขาวที่ยังแดงและร้อนจัดแทนดวงตาคู่คมอ่อนแสงลง ขณะที่ริมฝีปากพึมพำเบา
“พี่ขอโทษ”
ััแ่เบาที่แตะลงบนแก้มอย่างทะนุถนอมราวกับแก้วล้ำค่าทำให้พริ้งพราวปิดตาลงริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะกดหน้าลงกับผ้าห่มผืนโตริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยคำถามออกมาเสียงเบา
“ทำไมคะ”
“พี่รับปากกับคุณแม่ว่าพี่จะไม่เกเรกับพริ้งและพี่เคยสัญญากับพริ้งว่าพี่จะไม่ทำ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบคำถามหญิงสาวในดวงใจอย่างรู้ว่าเ้าหล่อนอยากจะถามอะไร
ทำไมถึงหยุดอยู่แค่นี้
“แต่....”คำท้วงถูกหยุดด้วยปลายนิ้วเรียวของคนตัวโตกว่าคีตาคลึงริมฝีปากบางที่แสนหวานนั่นอย่างพึงใจ
“และพี่รอได้ค่ะ”ว่าจบรอยยิ้มอ่อนหวานถูกส่งให้เมื่อจบประโยค“แต่ตอนนี้พี่คงต้องทำให้พริ้งกลับสู่อารมณ์ปกติก่อน”
คำพูดพูดที่ทำให้คนหน้าหวานมองสบตาคนพูดอย่างไม่เข้าใจ“พี่คีย์จะ...อ้ะ”
คำถามที่กลายเป็เสียงร้องใเมื่อร่างทั้งร่างถูกช้อนขึ้นมาอยู่ในอกอุ่นไม่ได้อุ้มมาแค่ตัวเธออย่างเดียวคีตาอุ้มเธอขึ้นพร้อมๆกับผ้าห่มผืนโตที่พันร่างที่เหลือแต่ชั้นในติดตัวของเธอขึ้นแนบอกก่อนจะตรงไปยังห้องน้ำอีกครั้ง
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“พี่คีย์”เสียงหวานใสงึมงำเรียกชื่อชายหนุ่มทั้งที่ร่างทั้งร่างยังถูกโอบล้อมด้วยอ้อมกอดอุ่น
“คะ”คีตาว่าพลางเกลี่ยปรอยผมที่ลู่ลงมาข้างแก้มใสให้พ้นออกจากหน้าดวงหน้าเนียนที่ยังคงแดงไม่หาย
“ทำขนาดนั้นแล้วยังจะบอกว่ารอได้อีกนะคะ”คนหน้าหวานว่าเสียงอู้อี้เขินอายไม่หายยามเมื่อนึกถึงวิธีที่ชายหนุ่มช่วยให้หล่อนสบายตัว
“พี่แค่จูบแล้วก็จับๆบิ้วๆนิดหน่อยเองนะคะ ขนาดนั้นที่ไหน”คีตาว่าพร้อมกระตุกรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากหากแต่แววตาคู่คมกลับไม่ได้ยิ้มไปด้วยอย่างปกติแต่ก็ไม่ได้ทำให้คนที่กำลังเขินจัดได้ทันสังเกตุ
“พริ้งอุตส่าห์ยอมแล้วแท้ๆนะอย่ามาเสียดายที่หลังนะคะ”พริ้งพราวว่าเสียงอ่อนขณะที่ซุกหน้าลงกับอกกว้างๆทันทีที่พูดจบ
“ไม่เสียดายหรอกค่ะอย่างน้อยพี่ก็ได้รู้ว่าคนแถวนี้ยอมพี่คนเดียวหรอก” คีตาหยอกคนเขินเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะเอื้อมไปปิดไฟที่หัวเตียงแล้วออกปากทิ้งท้าย“เลิกทำตัวเป็แมวยั่วพี่สักทีนะคะ ซุกพี่เอาๆแบบนี้เดี๋ยวจะแย่ นอนเถอะค่ะ”
“พริ้งเปล่ายั่วนะคะ”คนถูกหาว่ายั่วท้วงเสียงอ่อย ดวงตาคู่สวยปิดลงอย่างว่าง่ายทั้งที่คิดว่าคงหลับไม่ลงแน่ๆเพราะใจเธอยังเต้นแรงอยู่แบบนี้หากเมื่อความเงียบเข้าปกคลุมบวกกับอ้อมกอดที่อุ่นจนถึงหัวใจก็ทำให้คนที่คิดว่าน่าจะนอนไม่หลับเข้าสู่นิทราได้โดยง่าย
ความเงียบและลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของคนข้างตัวทำให้ชายหนุ่มค่อยๆคลายแขนตัวเองลงขยับวางร่างนุ่มในอ้อมกอดให้นอนอย่างสบายที่สุดก่อนจะขยับลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบแล้วเดินออกจากห้องด้วยฝีเท้าเงียบกริบดวงตาคู่คมนิ่งสนิทพร้อมๆกับรอยยิ้มที่จางหาย
มือเรียวเปิดประตูห้องตัวเองก่อนจะก้าวฉับๆไปยังตู้หัวเตียงดึงลิ้นชักออกก่อนจะคว้าของด้านในมาแล้วเดินกลับยังห้องที่มีร่างบอบบางหลับอยู่อย่างรวดเร็ว
ประตูบานหนาปิดลงอีกครั้งคีตาทอดมองคนที่ผ่อนลมหายใจเข้าเป็จังหวะสม่ำเสมอกันนิ่ง
ถ้าทิ้งให้นอนคนเดียวตื่นเช้ามาคงเป็เื่ เฮ้ออออ
คีตาถอนใจยาวก่อนจะเดินเลี่ยงเตียงกว้างไปยังระเบียงที่อยู่หลังม่านแทน
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ควันสีขาวถูกพ่นออกมาอีกครั้งบุหรี่ในมือถูกขยี้ลงบนจานรองก้นก่อนที่จะคว้ามวนใหม่ขึ้นมาจุดไฟ
ความเครียดขึ้งที่เกิดขึ้นทำให้เส้นเืปูดขึ้นบนขมับของชายหนุ่มได้ไม่ยาก
ตอนนี้สติเ้าหล่อนยังไม่ครบถ้วนดีหรอกแถมยังมีความเขินอายนั่นอีก
ไม่แปลกที่ยังจะพูดดีด้วย
พรุ่งนี้ที่สติครบถ้วนดีแล้วนั่นแหละจะเกิดอะไรขึ้น
ไหนจะแม่เขาอีกรอยที่รักปรากฎอยู่ทั่วผิวขาวเนียนนั่นอีก คิดหรือว่าคนตาดีอย่างแม่เขาจะไม่เห็น
มึงนะมึงเลวไม่มีใครเกินเลยคีตา
ไหนบอกว่าได้ไงวะ
เฮ้ออออออออออออ
ก่นด่าตัวเองในใจอย่างไม่หยุดหย่อนหากแต่ความกังวลก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิด
หลังจากนั่งบริภาษตัวเองอยู่เป็ชั่วโมงชายหนุ่มก็ยอมรับว่าไม่ได้ช่วยอะไรรังแต่จะพาให้สมองล้าเปล่าๆร่างสูงจึงดับบุหรี่ในมือลงแล้วหมุนตัวกลับเข้าสู่ห้องนอนกว้าง
คีตาหยุดฝีเท้าลงข้างเตียงก่อนจะทรุดกายลงนั่งข้างคนตัวเล็กที่อยู่ในนิทราปลายนิ้วเรียวััแก้มเนียนอย่างแ่เบา
ั้แ่เ้าหล่อนเดินผละไปกับคุณหญิงรตีสายตาเขาก็ติดตามร่างเล็กๆนั่นอยู่ทุกฝีก้าวแม้ว่าจะถูกบิดาลากไปสนทนากับใครต่อใครมากหน้าหลายตาแต่เขารู้ดีว่าไม่เคยละสายจากเธอได้เลย
ห่วงและหวง
สองคำที่เกิดขึ้นในใจเมื่อรู้เต็มอกว่าเ้าหล่อนถูกบังคับให้มาร่วมงานนี้ด้วยเหตุผลใด
รู้อยู่ว่าเ้าหล่อนแกร่งพอที่จะเอาตัวรอดได้ดังนั้น สองครั้งที่เห็นความมือไวของชายหนุ่มอีกคนแตะต้องตัวเธอเขาจึงได้แต่ข่มใจไม่พุ่งเข้าไปขวางแต่แรก
แต่ใช่ว่าจะไม่หวงและ.......
หึง
คำที่สามตามมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นรอยยิ้มถูกส่งให้กับชายหนุ่มอีกคนแม้จะเด่นชัดว่าเป็ยิ้มตามมารยาทก็ตามทีเถอะ
หากแต่คีตาก็ได้แต่คำรามในใจแม้ใบหน้าจะยังคงยิ้มและสนทนาอยู่กับเพื่อนฝูงของบิดาตรงหน้าก็ตาม
ฟางเส้นสุดท้ายขาดเมื่อเห็นใครฉุดกระชากข้อมือบางของคนที่เป็ดวงใจของเขา
เขาเอ่ยขอตัวจากวงสนทนาก่อนจะก้าวยาวๆอย่างไม่รอเพื่อนที่วิ่งตามมาติดๆแล้วโผล่เข้าไปกลางวงสนทนาโดยไม่หน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีกแล้วจัดการพาร่างบางๆนั่นออกห่างจากผู้ชายอีกคนทันที
ใจที่ร้อนรนนั่นสงบลงได้บ้างเมื่อเ้าหล่อนเข้าไปอยู่ในความคุ้มครองของผู้เป็แม่
หายห่วงแต่ความหึงและหวงยังคงอยู่เต็มอก
ห้วงอารมณ์ร้อนๆที่คีตาพยายามซ่อนมันลงไปให้ลึกสุดใจจนคิดว่าหายแล้วเมื่อเห็นร่างบางๆนั่นนอนอยู่ข้างตัว
หากแต่คำพูดที่คล้ายจะขับไล่ให้เขาไปนอนกับคนอื่นนั้นทำเอาถึงกับฉุนกึก
เ้าหล่อนพูดราวกับไม่รู้ตัวว่าความ้าตามสัญชาติญาณดิบของเขานั้นเกิดกับเ้าหล่อนแค่คนเดียวไม่ใช่ใครอื่นมานานแล้วแล้วจะให้เขาไปนอนกับใครหน้าไหนได้อีกเล่า!
ปากสวยๆนั่นยังคงพูดไม่หยุดหย่อนราวกับไม่รู้ถึงพายุอารมณ์อันปั่นป่วนที่ผุดขึ้นมารวมกันมั่วจนเขาขาดสติในการยับยั้งตัวเอง
รู้เพียงอย่างเดียว
อยากปิดปากรั้นๆนั่นให้หยุดถ้อยคำที่ทำร้ายใจใส่เขาเสียที
และใช่คราวนี้เขาไม่ได้แค่คิด หากแต่ลงมือทำทันทีที่แตะเข้ากับริมฝีปากนุ่มและร่างหอมๆตรงหน้าความรู้สึกมากมายก่ายกองก็ประเดประดัง
ทั้งโกรธทั้งโมโห ความหวง ความหึง ไหนจะความเป็ห่วง ปะปนกันมั่วจนชายหนุ่มอยากจะระบายมันออกไปให้ร่างบางๆนี่รับรู้ทั้งหมด
ชั่ววูบเพียงแค่ตอกย้ำััคนที่ตั้งใจว่าจะหยุดแค่จูบก็ถูกร่างนุ่มหอมๆตรงหน้าดึงรั้งสติให้เหือดหายเหลือเพียงแค่แรงปรารถนาที่ซ้อนเร้นในหัวใจมานานค่อยๆผุดมาแทนที่
ความทรงจำที่ยังติดแน่ฝังหัวฉายวนในหัวซ้ำอีกรอบคีตาพ่นลมหายใจออกยาวก่อนจะสอดตัวเข้าไปหาคนที่หลับสนิทมือเรียวสอดรั้งคนตัวเล็กเข้าหาอกตัวเองก่อนจะพึมพำเบา
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่จะไม่ยอมเสียเราให้ใครแน่ รู้ไว้นะคะ สาวน้อย”
คำทิ้งท้ายที่ชายหนุ่มทิ้งไว้กับความเงียบของยามค่ำคืนก่อนที่เ้าตัวจะยอมหลับตาลง
============ รักนี้ดีต่อใจ ============