บทที่ 10
เพราะแรงะเิที่อัดใส่ร่างทำให้ทรงกลดปวดเมื่อยไปทั้งตัวแรงเฮือกสุดท้ายหมดไปตอนที่ตนเองร่วงลงสู่ก้นเหวหากเป็ยามปกติคงจะทำอะไรทรงกลดได้ยาก แต่ในสภาพจิตใจสั่นไหว ตื่นตะลึง ขาดความระมัดระวังเพราะเห็นพ่อที่ตัวเองตามหามาเป็เวลานานทำให้เขาตกอยู่ในสภาพช๊อคไปชั่วขณะ เมื่อชายหนุ่มลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบกับใบหน้างดงามตรงหน้าที่มองมาอย่างงุนงงสงสัย เขาพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ปราสาทการรับรู้เขายังไม่ฟื้นตัว สุดจะฝืนร่างกายได้เขาจึงสลบไปอีกครั้ง
ทรงกลดฟื้นขึ้นมายามบ่ายเขาตรวจดูสภาพร่างกายตัวเอง เสื้อผ้าตัวใหม่ แผลทั้งหมดเป็แค่รอยช้ำจางๆเท่านั้นไมโครจั๊มพ์ได้สั่งการสมองและเซลล์ทุกส่วนของร่างกายให้รักษาส่วนที่าเ็ใช้เวลาไม่นาน ทรงกลดก็กลับมาอยู่ในสภาพปกติ เขาเหลียวมองไปรอบๆ นี่เป็ห้องเล็กๆมีเตียงไม้ไผ่ที่นอนเบาะผ้าหนาๆ และหมอนที่เขาหนุนอยู่ ตะเกียงใบเล็กแขวนอยู่ข้างผนังที่นี่คงเป็โรงเรือนสำหรับใช้พักหลบหิมะที่มีอยู่ทั่วไปในกรีนแลนด์ เขาสะบัดหัวไล่ความมึนงงพยายามคิด เจออะไรมาบ้าง่ที่ตกจากหน้าผาจนกระทั่งมานอนอยู่ที่นี่คิดออกเพียงแค่หน้าสาวน้อยคนหนึ่งกับรอยยิ้มเก๋ๆสุดจะน่ารัก ใครก็ไม่รู้
“แม่หนูกลับมาแล้วครับ”ทรงกลดกลับมาถึงบ้าน เจอหน้าคุณแม่ที่หันมามองอย่างสงสัย
“หายไปใหนมาออมมาถามหาแต่เช้า”แม่พูดขณะทำความสะอาดชุดรับแขกไปด้วย
“เพิ่งกลับจากบ้านเจมส์มาแม่ทำโปรเจคเพิ่งเสร็จ หนูไปนอนก่อนนะ ง่วง”ว่าแล้ววิ่งขึ้นบันไดเข้าห้องปิดประตู
แม่มองตามส่ายหัวลูกคนนี้ ไปทำอะไรมา เอาเสื้อผ้าใครมาใส่ก็ไม่รู้แล้วเสื้อตัวเองหายไปใหน แม่คิดในใจแล้วหันไปทำความสะอาดโต๊ะทำงานต่อไป
ทรงกลดเมื่อถึงห้องก็ล้มตัวลงนอนเขาหยิบอุปกรณ์สื่อสารชิ้นหนึ่งขึ้นมา
“เจมส์ เจ กูกลับมาแล้ว กูพบเบาะแสพ่อกูด้วย เดี๋ยวหายเพลียแล้วกูไปหาที่ฐานนะ”พูดจบไม่รอคำตอบ แม้วัยแค่สิบแปดปี แต่ความคิดเขาไปใกลกว่าอายุมาก เขารู้ดีแค่ภาพในความทรงจำของคนอื่น เขาคงหาพ่อไม่เจอในเร็วๆนี้สิ่งที่ต้องทำก่อนตอนนี้คือ นอน เรียกกำลังกลับมา เมื่อร่างกายพร้อมสมองถึงจะทำงานได้เต็มที่ เื่ตามหาพ่อยังอีกยาวใกล
ทางด้านกะปุกหลังจากพบกับคุณปู่ พูดคุย กอดฟัดกันจนหนำใจแล้ว เธอก็กลับมาที่โรงเรือนในมือถือกล่องอาหาร วิ่งเหยาะๆอย่างอารมณ์ดี
“อ้าวหายไปใหนแล้ว เลยไม่รู้เลยว่าพี่คนนั้นเป็ใคร”กะปุกพึมพำอย่างเสียดาย “ช่างเหอะหากมีวาสนาคงได้พบกันอีก” แล้วเธอก็แง้มประตูปิดอย่างเดิมและเดินจากไป
โรงยิมฮานนาฐานลับของเพื่อนทั้งสาม ทรงกลด เจมส์ เจ นั่งล้อมวง ครุ่นคิดและวางแผน
“่นี้คงเข้าไปที่นั่นอีกไม่ได้สายสืบหน่วยงานต่างๆเต็มไปหมด แม่ง!ขนมาทั้งเขตเลยมั๊ง คงต้องรอสักสองถึงสามวัน” เจพูดขณะจ้องมองจอมอนิเตอร์ภาพป่าฝั่งตะวันออกปรากฏในจอ นั่นเพราะเจได้ปล่อยแมงปอหลวงออกสำรวจพื้นที่
“มึงได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง”ทรงกลดถามขึ้น
“ประธานาธิบดีเลยนะมึงโทรมาสั่งไม่ให้คิงส์คอปเคลื่อนไหว” เื่ดักฟังวิทยุไม่ใช่เื่ยากสำหรับ เจ
“กูทุเรศคิงส์คอปหว่ะเื่เสร็จแล้ว เพิ่งจะโผล่ไป” เจมส์กล่าวอย่างเยาะเย้ย
คิงส์คอปเป็โค๊ตลับที่ทั้งสามใช้เรียกสำนักงานพิทักษ์ฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในกรีนแลนด์
“ไอ้คนที่เป็หัวหน้ามันต้องรู้จักพ่อกูเสียดายมันหายไปแล้ว”ทรงกลดไม่ทราบว่าคนที่กล่าวถึงถูกะเิจากมิซายส์ที่ยิงใส่พร้อมกับเขาร่างแหลกเละไปแล้ว
“ใจเย็นมึงอีกสองวันกูจะสแกนทั่วพื้นที่เลย น่าจะได้เบาะแสอะไรบ้าง” เจกล่าว
“มึงดึงภาพดาวเทียมเมื่อคืนวานที่ชายป่าฝั่งตะวันออกมาให้ดูหน่อย”
“กูลองแล้วหว่ะดูไม่ได้ ภาพหายไปทั้งคืนเลย มึงมีอะไรป่าว” เจถามอย่างสงสัย
“กูสงสัยว่าพวกมันมีอุปกรณ์พิเศษรบกวนสัญญาน ทำให้เครื่องมือไฮเทคทุกอย่างหยุดทำงาน”
“ร้ายหว่ะไอ้พวกนี้ ตกลงมันมาจากใหนกันแน่วะ เจ”เจมส์เอ่ยปากถาม
“กูก็พยายามต่อเบาะแสทุกอย่างที่กูมีอยู่ยังไม่ได้เื่อะไรเลย” เจกล่าวอย่างจนปัญญา
“ภาพที่มึงส่งมาได้แค่ตอนพวกมันขนทองขึ้นฮ. หลังจากนั้น ไม่มีอะไรเลย”
“อืม นั่นเป็่ที่มันยิงสัญญานกวน หูกูแทบหนวกเลย มันใช้คลื่นความถี่สูง”ทรงกลดกล่าวทำท่าทางประกอบ
“แต่ก็ถือว่าโชคดีที่มึงรอดกลับมาได้” เจมส์มองหน้าทรงกลดแล้วพูดขึ้น
ทรงกลดนิ่งคิด นับว่าครั้งนี้หนักหนาสาหัสที่สุดั้แ่เขาปฏิบัติการมาเขาคงต้องเร่งพัฒนาตัวเอง ทั้งเื่พลังจิตชั้นสูงอุปกรณ์ทุกชิ้นที่พกพาต้องมีประสิทธิภาพกว่านี้ที่สำคัญต้องฝึกฝนร่างกายและจิตใจให้แข็งแกร่งถึงขีดสุดเื่ยากลำบากรอเขาอยู่ข้างหน้านี้แล้ว รวมทั้ง ตามหาพ่อความตั้งใจสูงสุดที่เขา้า
เช้าวันนี้ออมสินมาหาทรงกลดแต่เช้าออมสินอยากจะไปเดินตลาดเช้าที่ท่าน้ำฯตั้งใจมาชวนเขาแต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมลุกออมสินได้แต่เดินหน้าหงิกจากไป
ยี่สิบนาทีต่อมาทรงกลดลืมตาขึ้น มองเพดานห้องเขาคิดถึงพ่อกับเหตุการณ์ในอดีต เป็่ที่เขาอายุสิบขวบพอดีวันเกิดปีนั้นพ่อได้ให้ของขวัญชิ้นหนึ่ง เป็กล่องโลหะชนิดพิเศษกล่องหนึ่ง
“เปิดดูสิ”พ่อมองมายิ้มให้
ทันทีที่กล่องถูกเปิดออกวัตถุชิ้นหนึ่งได้ลอยขึ้นจากกล่องสูงประมาณคืบ เป็ซิลเวอร์รูปทรงกลมแต่มีลักษณะเป็เหลี่ยมหลายเหลี่ยมขนาดใกล้เคียงลูกปิงปอง มันเรืองแสงและหมุนรอบตัวเองช้าๆ ลอยนิ่งอยู่อย่างนั้น
“ว๊าววว! อะไรครับพ่อ” ทรงกลมตาโตถามด้วยความประหลาดใจ
“ไมโครจั๊มพ์”
“คืออะไรเหรอพ่อ”
“ก็ไมโครจั๊มพ์”
“พ่อออออ....”ทรงกลดลากเสียงยาวเริ่มไม่พอใจ
“พ่อก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรรู้เพียงว่า มันมีความคิดของมันเอง มันลอยได้ เปลี่ยนสีได้ เปลี่ยนรูปร่างได้ อาจจะเป็สิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่ง”พ่อพูดพร้อมกับฟาดมือตบใส่ ประหลาดยิ่งนัก เ้าสิ่งนั้นกลับหลบได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะตบใส่กี่ครั้งก็ไม่โดน
“พ่อได้มายังงัยเหรอ”ทรงกลดเริ่มสนใจเพ่งมองตาโต เ้าไมโครจั๊มพ์ยังคงลอยนิ่งอยู่ตำแหน่งเดิมเหนือกล่อง
“เป็ความลับ”พ่อกล่าวยิ้มๆ
“อีกแล้วพ่อ”
“พ่อใช้กล่องนี้เพื่อผูกติดมันไว้พื้นกล่องเป็แร่พลูโตเนียมชนิดพิเศษ มันจะดูดเ้าไมโครจั๊มพ์ ไว้ไม่ให้ห่างไปใหนเหมือนแม่ที่คอยดูแลลูก”
“ทำไมถึงชื่อไมโครจั๊มพ์ ล่ะครับพ่อ”
“ไม่รู้คุณปู่เป็คนตั้งชื่อ”
คุณปู่ของทรงกลดได้เสียไปหลายปีแล้วก่อนทรงกลดจะเกิดเสียอีกพ่อเล่าว่าคุณปู่เป็สุดยอดนักสำรวจ และยังเป็นักวิทยาศาสตร์ที่ถนัดเื่การบุกเบิกในประเทศเฟริสคลาสไม่มีที่ใดที่คุณปู่ไม่เคยไป วัตถุหลายๆชิ้นที่คุณปู่ได้มาจากการสำรวจยังวางอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
“มันมีความคิดหนูต้องค่อยๆทำความเข้าใจมัน ให้มันยอมรับหนูให้ได้”
“มันรู้จักพ่อหรือปล่าว”ทรงกลดใช้สองมือป้องมันไว้มันพยายามเคลื่อนตัวลอยหลบวูบวาบเหมือนหลบหนีมือ
“พ่อไม่มีเวลาได้คลุกคลีกับมันเท่าไหร่ตอนคุณปู่ให้พ่อ พ่ออายุ 20 แล้ว มีหลายสิ่งที่น่าทำกว่า”
ทรงกลดหรี่ตาเอียงคอมองพ่อด้วยความประหลาดใจ
“หนูต้องเก็บรักษามันไว้ให้ดีแล้วก็เป็ความลับด้วย ห้ามบอกเื่นี้กับใคร” พ่อกล่าวอย่างจริงจัง
แม้ทรงกลดจะไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่พ่อพูดพ่อเป็นักวิทยาศาสตร์ ภาษาที่ใช้บางครั้งแม้แต่แม่ยังไม่เข้าใจนับประสาอะไรกับเด็กวัยแค่สิบขวบ แต่เขาก็เห็นด้วยที่ของวิเศษชิ้นนี้ไม่ควรจะไปอวดใคร เพราะอาจถูกแย่งไปได้
“ครับพ่อหนูจะเก็บไว้อย่างดีเลยหล่ะ ออมก็ไม่ให้รู้” ทรงกลดรับคำอย่างตั้งใจ
“แล้วก็อย่าลืมหมั่นฝึกมวยกับฝึกการหายใจที่พ่อสอนให้ด้วยนะ”
“ทำไมต้องฝึกด้วยหล่ะพ่อไม่ฝึกไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้ห้ามมีความคิดแบบนี้อีก”
“ทำไมหล่ะพ่อ”ทรงกลดเริ่มหน้างอ
“แล้วสักวันหนูจะเข้าใจ”พ่อลูบหัวทรงกลดเบาๆ พูดด้วยน้ำเสียงรักไคร่อย่างยิ่ง
ภาพอดีตจางหายไปทรงกลดนอนนิ่งอยู่บนที่นอน เขาคิด หนูเริ่มเข้าใจในสิ่งที่พ่อพูดแล้วเหมือนพ่อจะรู้อนาคต เหมือนว่านี่คือหน้าที่ของหนู พ่อ รอหนูก่อนไว้หนูแข็งแกร่งกว่านี้เราค่อยเจอกันนะพ่อ
ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นทรงกลดทะลึ่งพรวดจากที่นอน อาการสะลึมสะลือเมื่อครู่หายไปอย่างปลิดทิ้งเมื่อใจพร้อมทุกสิ่งก็พร้อมทุกอย่างจะดำเนินไปตามเส้นทางของมัน“ได้เวลาทบทวนบทเรียนแล้ว”
ในป่าใหญ่แห่งหนึ่งทรงกลดในชุดวอร์มสีขาว ะโ ต่อย เตะ ถีบ ฟันศอกม้วนตัวตีลังกาเกิดเป็กระแสลมพัดกระแทกต้นไม้ใหญ่โดยรอบใบไม้ที่เหลืองซีดร่วงหล่นปลิวกระจาย ต้นไม้รอบบริเวณสั่นไหวเหมือนโดนจับเขย่า ลำต้นราว2คนโอบปรากฏเป็รอยแผลฉีกขาดไปทั่วร่างโปร่งใสของเขาะโจากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งเสียงฟี้แหวกอากาศดังเบาๆขณะเคลื่อนไหว ไม่ต่างจากรถไฟหัวกะสุนที่วิ่งระหว่างเมืองนี่เป็ผลมาจาก ไมโครจั๊มพ์ ที่พัฒนาร่างกายเขาให้มีความพิเศษเหนืุ์ใดๆ
เวลานี้ร่างกายเขาพร้อมแล้วเหลือเพียงอุปกรณ์เสริมที่ เจมส์กับเจ ช่วยกันคิดและพัฒนาเขาไม่หนักใจเลยเื่นั้นเพราะเพื่อนทั้งสองของเขาต่างก็เป็อัจฉริยะแห่งกรีนแลนด์เจมส์กับเจเข้าใจเขาที่สุด ทั้งสองจะประดิษฐ์ของเล่นใหม่ๆที่เหมาะสมกับเขาเสมอ
นายพรานป่าจูงมือเด็กน้อยวัย9ขวบหยุดยืนงงกับภาพที่เสียหายยับเยินเบื้องหน้าต้นไม้ใหญ่หลายต้นเหมือนถูกอุ้งมือใหญ่กระชากเปลือกออกไปเศษเปลือกไม้กับใบแก่ร่วงหล่นเต็มบริเวณ
“มนุษย์ต่างดาวมาเยือนเหรอฮะพ่อ”เด็กน้อยเงยหน้าถามผู้เป็บิดา