“อย่างที่ว่ามาครับนี่คือยาที่ได้มาจากท่านปรมาจารย์ไป่ครับ”
ลุงหวงหลังจากไปสั่งงานคนดูแลให้ยกชาและขนมอย่างดีไปให้ที่ห้องพักแขกแล้วก็รีบนำโอสถแปลกๆที่ได้มาจากไป่ฟานเซียนขึ้นมาให้นายใหญ่ของบ้านดู
ถังเทียนจี๋นั่งอยู่ในห้องทำงานเขายังไม่ได้ลงไปทักทายไป่ฟานเซียนเพราะยังสงสัยในตัวของหญิงสาวอยู่ปรมาจารย์ในวัย 20 กว่าๆนี่เป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อเกินไป
ทั้งเขาก็ไม่แน่ใจในภูมิหลังของหญิงสาว
ไม่รู้ว่าเป็มิตรหรือศัตรูจึง้าเวลาเพื่อตรวจสอบสักหน่อย
เขามองเม็ดยาสีดำขี้เถ้าที่ดูน่าสงสัยนี้มันไม่มีทั้งกลิ่นอายของโอสถระดับสูง หรือมีพลังใดๆปรากฏให้เห็นเลยเขาจึงลงความเห็นว่ามันน่าจะเป็แค่โอสถระดับต่ำเท่านั้น
เขายังสงสัยในจุดประสงค์ของหญิงสาวอยู่ทำให้สายตาที่มองโอสถเม็ดนี้เต็มไปด้วยความหวาดระแวง
หรือต่อให้มันเป็โอสถจริงๆแต่โอสถระดับต่ำย่อมไม่สามารถช่วยเหลือหลานสาวของเขาได้ทั้งยังอาจเกิดผลข้างเคียงแปลกๆขึ้นมาอีก
เขาไม่กล้าเสี่ยงจริงๆ
“นายใหญ่ครับ ถึงอย่างไรก็เป็โอสถที่ท่านปรมาจารย์ไป่มอบให้ถึงเวลาก็ต้องไปขอบคุณเธอสักหน่อย” ลุงหวงแนะนำออกมา เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาพูดถึงชื่อปรมาจารย์ไป่เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เคารพอย่างยิ่ง
“นายแน่ใจใช่ไหมหวงจื่อหาน ว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ในระดับปรมาจารย์จริงๆ”
ถังเทียนจี๋ถามเสียงต่ำ
“ัั์ของผมััพลังของเธอไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวครับ”ลุงหวงพูดอย่างมั่นใจ“นอกจากนี้เมื่อครู่ก่อนออกจากห้องผมถูกพลังปราณของเธอผลักออกมาโดยที่ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลยครับ”
ประโยคที่สองของเขาพูดด้วยน้ำเสียงหนาวเหน็บ
“เพราะนายไม่ทันตั้งตัวหรือเปล่า?”
“คำว่าไม่สามารถตอบโต้ได้หมายถึงพลังปราณของผมไม่สามารถโคจรได้ยามัักับพลังปราณของเธอเหมือนว่ามันถูกสยบไปเลยล่ะครับ...”
“...”
“...ของจริงสินะ”
“ครับ นายใหญ่”
เมื่อได้รับการยืนยันจากคนสนิทถังเทียนจี๋ก็ยิ่งถอนหายใจออกมาด้วยความเครียด หลานสาวของเขาก็อาการกำลังแย่ลงเรื่อยๆอีกทางก็มีผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์ที่เขายังไม่รู้จุดประสงค์อยู่ในบ้าน
“นายใหญ่อาจจะไม่ต้องกังวลนะครับดูเหมือนท่านปรมาจารย์ไป่จะมีข้อตกลงกับนายท่านแล้วก็เป็นายท่านทีเชิญปรมาจารย์ไป่มาเพื่อปกป้องคุณหนูในวันเดินทางไปหาหมอเทวดาครับ”ลุงหวงอธิบายออกมา
“งั้นหรือ?”
ถังเทียนจี๋โล่งใจไปเปลาะหนึ่งในฐานะของนายใหญ่ตระกูลถัง ทำให้เขาต้องคิดทุกอย่างให้รอบคอบความรอบคอบของเขานี่แหละที่ทำให้ตระกูลถังอยู่รอดมาได้ตั้งหลายสิบปี
“แล้วเราจะทำยังไงกับโอสถเม็ดนี้ดีครับ?”
“นั่นสินะ”ถังเทียนจี๋หยิบโอสถสีดำขี้เถ้านั้นขึ้นมาสำรวจใกล้ๆอีกครั้งบนโต๊ะทำงานของเขาแน่นอนว่ามีอุปกรณ์หลายอย่างเขาหยิบไม้รูปร่างประหลาดขึ้นมาแล้วขูดเบาๆที่ผิดโอสถนั้น ทำให้มีผงเล็กๆหลุดออกมา
แต่ในวินาทีนั้นเองกลิ่นอายรุนแรงก็พุ่งออกมาจากรอยเล็กๆนั้นจนคนที่ถือมันเอาไว้อย่างถังเทียนจี๋ยังใ
เพราะกลิ่นอายนั้นมันเต็มไปด้วยพลังชีวิตอันมหาศาลทั้งยังมีความสดชื่นและััที่ได้รับการเยียวยาจนแค่การสูดดมของชายชราสองคนในห้องก็ทำให้พวกเขารู้สึกหายเหนื่อยขึ้นมา
อาการเหนื่อยล้าและปวดหัวเพราะเื่ในวันนี้ค่อยๆทุเลาลงช้าๆแต่ก็เห็นได้ด้วยตาเปล่าทั้งถังเทียนจี๋และลุงหวงจ้องมองโอสถในมืออย่างไม่อยากเชื่อสายตา
มือที่ถือโอสถของถังเทียนจี๋สั่นเบาๆอย่างควบคุมไม่ได้
“กลิ่นอายที่ทะลักออกมาจากรอยเล็กๆนี่เหนือกว่าโอสถเติมชีวิตอีกนะครับนายท่าน?”ลุงหวงพูดอย่างไม่แน่ใจในยามที่คุณหนูของเขาทานโอสถเติมชีวิตไปกลิ่นอายมันยังไม่รุนแรงเท่ากับกลิ่นอายของโอสถเม็ดนี้เลย
ทั้งยังเป็แค่กลิ่นอายที่เล็ดลอดออกมาจากรอยเล็กๆเท่านั้นมันกลับสามารถช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าของพวกเขาได้
ถ้าหากได้กินเข้าไปทั้งเม็ดอานุภาพของมันจะเป็ขนาดไหนกัน!?
“...หรือนี่จะเป็โอสถระดับ5?”
“ระดับ5!?”
คำพูดจากนายใหญ่ตระกูลถังทำให้ลุงหวงใอย่างถึงที่สุดเพราะคำว่าโอสถระดับ 5 มันหมายถึงอะไรมันหมายถึงโอสถที่มีเพียงในตำนานและไม่มีใครในยุคสมัยนี้จะสามารถปรุงมันขึ้นมาได้!
การปรุงโอสถระดับ4 ก็ต้องใช้พลังในระดับปรมาจารย์แล้ว โอสถระดับ 5นี้ถังเทียนจี๋ไม่คิดว่าจะมีใครในประเทศนี้ปรุงมันขึ้นมาได้อีก!
สิ่งที่ทำให้เขารู้ว่ามันมีอยู่ก็มีเพียงข่าวลือว่ามันตกทอดมาในกลุ่มผู้มีอำนาจในรัฐบาลเท่านั้นแต่เขาก็ยังไม่เคยเห็นมันด้วยตาตัวเองมาก่อน เพราะแค่โอสถระดับ 4อย่างโอสถเติมชีวิตก็เป็สมบัติที่เขาใช้ทรัพยากรประมูลมาอย่างยากเย็น!
ถังเทียนจี้วางโอสถลงอย่างเบามือที่สุดเขากลัวว่ามันจะเสียหาย กลิ่นอายที่ทะลักออกมาจากรอยเล็กๆนั้นค่อยๆเบาบางลงและหายไปพร้อมกับเม็ดยาที่กลับมาเรียบสนิทชายชราหันมาสนใจผงที่เป็เพียงเม็ดเล็กๆที่เขาขูดออกมาก่อนหน้าแทน
“นายใหญ่ให้ผมทดลองดีกว่าครับ”ลุงหวงบอกอย่างกังวลเมื่อเห็นว่าถังเทียนจี๋กำลังจะทดสอบประสิทธิภาพของโอสถนี้ด้วยตัวเอง
“เอาแบบนั้นก็ได้”
ถังเทียนจี๋ถอยออกมาลุงหวงก็เข้าไปรับไม้ที่ปลายแหลมของมันมีผงเล็กๆของโอสถที่น่าอัศจรรย์เม็ดนี้อยู่
ลุงหวงคิดว่าเขาสามารถเชื่อใจในตัวไป่ฟานเซียนได้ทั้งถ้าหากหญิงสาวคนนั้น้าคิดร้ายอะไรกับตระกูลถังเขาคิดว่าเธอไม่จำเป็ต้องเสียเวลามาวางยาอะไรแบบนี้เลยสักนิด
แค่พละกำลังของเธอก็น่าจะเพียงพอที่จะถล่มตระกูลถังจนราบ
เขาวางผงโอสถนั้นลงที่ปลายลิ้นอย่างไม่ลังเล
ในวินาทีที่มันเข้าไปในร่างลุงหวงก็ััได้ถึงความอบอุ่นบางๆไหลออกมา มันหมุนวนไปรอบร่าง ก่อนจะรวมตัวที่บริเวณแผลเป็ซึ่งอยู่กลางหน้าอกของลุงหวง
เขารู้สึกแสบขึ้นมาจึงใช้มือััที่หน้าอกรอยแผลเป็มันกำลังสมานกันช้าๆ แต่เพียงไม่นานมันก็หยุดลงลุงหวงเข้าใจทันทีว่าเป็เพราะปริมาณของมันไม่เพียงพอ
ที่เขากินเข้าไปเป็แค่ผงเล็กๆที่ขูดออกมาจากโอสถเท่านั้น
เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าได้กินเข้าไปทั้งเม็ดมันจะเกิดอะไรขึ้น!
ทั้งร่างกายของเขาคงเหมือนเกิดใหม่!
“นายใหญ่ครับยานี่เป็ของจริง!” ลุงหวงพูดอย่างตื่นเต้น
“มันมีผลในการฟื้นฟูร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทั้งยังบรรเทาอาการเหนื่อยล้าและความเครียดด้วยสินะ?”
ถังเทียนจี๋สมกับที่เป็นายใหญ่ตระกูลถังเขามองสรรพคุณของโอสถตัวนี้ออกอย่างรวดเร็ว
“ใช่ครับเราเอาไปให้คุณหนูลองดีไหมครับ?”
ลุงหวงถามอย่างร้อนรนถ้าโอสถเม็ดนี้จะสามารถช่วยชีวิตของถังเย่เย่ได้เขาก็อยากจะรีบนำเอามันไปให้เด็กคนนั้นโดยเร็วที่สุด
“เื่นั้นแน่นอนอยู่แล้วแต่ก่อนหน้านั้น...”
ในห้องพักรับรองที่หรูหราและเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกไป่ฟานเซียนหันไปมองฮุ่ยเอ๋อที่เดินออกมาจากห้องน้ำ บนตัวของหนูน้อยคือเสื้อยืดสีชมพูอ่อนลาย“ลิตเติลแบร์” และที่กางเกงขาสั้นก็มีลาย “ลิตเติลแบร์” สกรีนอยู่เช่นเดียวกัน
“เ้าชอบห้องน้ำที่นี่หรือไม่?”
ไป่ฟานเซียนถามเด็กน้อยที่พึ่งผ่านประสบการณ์แช่น้ำในอ่างครั้งแรกมาฮุ่ยเอ๋อนั้นตื่นเต้นเป็อย่างยิ่ง ในห้องยังมีของแปลกๆที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนอีกหลายอย่าง
“ค่ะ! อาบสบายมากเลยค่ะนายหญิง” ฮุ่ยเอ๋อตอบด้วยความสุขเธอมองไป่ฟานเซียนที่ยังคงอยู่ในชุดเดิมอยู่ก็ถามขึ้นอย่างงุนงง
“นายหญิงไม่อาบน้ำหรือคะ?”
เพราะั้แ่ที่เข้าห้องมานายหญิงของเธอก็เอาแต่นั่งจิบชาอยู่ที่ระเบียงแล้วบอกให้เธอไปอาบน้ำก่อนเสียอย่างนั้น
ผู้ติดตามอย่างเธอสมควรต้องอาบทีหลังนายหญิงถึงจะถูก!
แต่เมื่อนายหญิงสั่งมาเด็กน้อยก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายเช่นกัน
“ข้ากำลังรอน่ะ”
“รออะไรเหรอคะนายหญิง?”
“...คงจะมากันแล้วกระมัง?”
ก่อนที่ฮุ่ยเอ๋อจะได้รู้คำตอบประตูห้องของพวกเธอก็ถูกเคาะเบาๆอย่างมีมารยาทฮุ่ยเอ๋อหันไปมองนายหญิงเป็เชิงขอความเห็นทีหนึ่ง เมื่อนายหญิงของเธออนุญาตเธอจึงเดินไปเปิดประตูอย่างว่าง่าย
“ผมมารบกวนเวลาฟักผ่อนรึเปล่าครับท่านปรมาจารย์ไป่?”
ที่อยู่หน้าห้องคือลุงหวงที่ยืนตัวตรงด้วยความเคารพข้างๆเขาคือถังเทียนจี๋ที่ประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นเด็กน้อยฮุ่ยเอ๋อมาเปิดประตูให้
“ฮุ่ยเอ๋อลุงหวงมารบกวนรึเปล่าครับ?”
คงจะเป็เสน่ห์อย่างหนึ่งของลุงถังคือเขาจะคงความสุภาพเสมอถ้ากำลังสนทนากับแขก ต่อให้แขกคนนั้นจะเป็เด็กหญิงตัวน้อยก็ตามเขามองฮุ่ยเอ๋อที่สวมเสื้อยืดลายหมีน้อยด้วยสายตาเอ็นดู
“ลุงหวงสวัสดีค่ะนายหญิงให้หนูมาเปิดประตูให้พวกคุณ”
ฮุ่ยเอ๋อเองก็ชอบพ่อบ้านชราคนนี้เช่นกันเพราะวันนี้เขาชอบแอบเอาขนมมาให้เธอเสมอๆ
“งั้นขอรบกวนหน่อยนะครับปรมาจารย์ไป่”
ลุงหวงที่เห็นไป่ฟานเซียนนั่งจิบชาอยู่ที่ระเบียงอย่างสงบเอ่ยถามอย่างสุภาพ
“...อืม”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับนั่นทำให้คนแก่สองคนเดินเข้ามาในห้องของหญิงสาวถังเทียนจี๋สำรวจหญิงสาวที่เขาได้ยินมาว่าเป็ถึงระดับปรมาจารย์อย่างว่องไวเพื่อไม่ให้เป็การเสียมารยาท
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถััอะไรได้เลย
แต่กับหญิงสาวที่สามารถควักเอาโอสถระดับ5 ออกมาได้ แน่นอนว่าภูมิหลังไม่มีทางธรรมดา
“ท่านปรมาจารย์ไป่ครับทางนี้คือนายใหญ่ตระกูลถัง ถังเทียนจี๋ครับ”ลุงหวงแนะนำเ้านายของตนให้ไป่ฟานเซียนอย่างมีมารยาท
“เป็เกียรติที่ได้พบครับปรมาจารย์ไป่” ถังเทียนจี๋ประสานมือเพื่อแสดงความเคารพในแบบยุทธภพ
“อืม...สวัสดี”
ไป่ฟานเซ๊ยนเพียงพยักหน้ารับนางไม่แม้แต่จะลุกขึ้นมาต้อนรับเลยสักนิด
แต่นั่นก็ไม่ทำให้ถังเทียนจี๋โกรธเคืองแต่อย่างใดเพราะตัวตนระดับปรมาจารย์นั้นมีความสามารถที่จะทำตัวเช่นนั้นได้
ทุกอย่างตัดสินด้วยพลังจริงๆ!
“แล้วทำไมยังไม่เอาโอสถไปให้เด็กคนนั้นอีกเล่า?”
ไป่ฟานเซียนจิบชาไปอึกหนึ่งถามขึ้นโดยไม่ได้สบตากับชายชราทั้งสองนางเพียงนั่งที่ระเบียงแล้วปล่อยให้สายลมพัดมากระทบเบาๆให้สบายใจเท่านั้น
แต่คำถามของนางทำให้ถังเทียนจี๋ตะลึงเพราะโอสถนั้นยังเก็บไว้ที่กระเป๋าตรงหน้าอกของเขาจริงๆ
“ท่านปรมาจารย์ไป่ผมมีเื่อยากจะขอบังอาจถาม” ถังเทียนจี๋เดินเข้ามาแล้วพูดอย่างสุภาพไป่ฟานเซียนพยักหน้าเบาๆเป็เชิงอนุญาต
“โอสถที่ท่านให้มานี้ท่านเป็คนปรุงมันเองหรือไม่?”ถังเทียนจี๋ถามอย่างจริงจัง เขาจ้องไปที่หญิงสาวราวกับกำลังภาวนาให้เื่ที่เขากำลังคิดอยู่เป็เื่จริง
“...อืม”
เมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาวถังเทียนจี๋ไม่เพียงจะสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาก้าวเข้าไปข้างหน้าจนมาหยุดเบื้องหน้าไป่ฟานเซียนและทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง!
ชายชราที่มีศักดิ์เป็ถึงนายใหญ่ตระกูลถังกำลังคุกเข่า!
ทั้งยังคุกเข่าจนหน้าผากจรดไปกับพื้น
“ท่านปรมาจารย์ไป่ได้โปรดรับผมเป็ศิษย์ด้วย!”