สาวสวยตะลึงจนเอามือปิดปากที่แดงเหมือนลูกเชอรี่ไว้“นะ...นายทำได้ยังไง”
ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร เขาเก็บแผงเข็มใส่ในเสื้อ แล้วหันไปพูดกับเฉียนเชี่ยนที่อยู่ด้านหลังว่า“เฉียนเชี่ยน เอาน้ำขวดสุดท้ายให้ฉันที”
“ได้” เฉียนเชี่ยนยื่นน้ำขวดที่ 3 ในมือให้ฉินลู่
ฉินลู่รับขวดน้ำนั้นมา เปิดฝาแล้วยื่นให้กับหญิงวัยกลางคนพูดเสียงเบาว่า “สวัสดีครับคุณป้า ตอนนี้คุณป้าดื่มน้ำได้ไหมครับ”
หญิงวัยกลางคนพยักหน้า พยายามลุกขึ้นมานั่ง เธอรับเอาน้ำจากฉินลู่และดื่มมันลงไป
“ช้าๆ ครับ ค่อยๆ ดื่ม และถ้าอยากอาเจียนก็อาเจียนออกมาเลย”ฉินลู่ช่วยประคองที่หลังของหญิงวัยกลางคนและพูดกับเธอ
หญิงวัยกลางคนไม่ได้อาเจียนแล้ว หลังจากที่ดื่มน้ำเสร็จเธอก็วางขวดน้ำในมือลง พูดขอบคุณฉินลู่ด้วยเสียงแหบแห้งว่า “ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม”
“ไม่เป็ไรครับ” ฉินลู่ยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆจากนั้นก็ยื่นมือขวาออกมาแตะที่ข้อมือของหญิงวัยกลางคน ตรวจเช็กชีพจรอยู่ครู่หนึ่งและถามขึ้นว่า “คุณป้า ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างครับ”
“รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย คลื่นไส้ด้วย แล้วก็รู้สึกว่าไม่มีแรงเลย”พูดจบ หญิงวัยกลางคนก็ทำท่าเหมือนจะอาเจียนออกมาอีก
“คุณป้ายังไหวไหมคะ” สาวสวยถามขึ้นมาอย่างเป็ห่วง
แต่ฉินลู่กลับพูดอย่างสบายใจว่า “น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะครับอย่างน้อยอาการตอนนี้ก็น่าจะไม่แย่ลงกว่าเดิมแล้ว เรารอให้รถพยาบาลมาถึงคุณป้าไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลสัก 2-3 วัน ก็น่าจะหายดีแล้วครับ”
ทุกคนที่มุงดูอยู่ พอได้ยินสิ่งที่ฉินลู่พูดก็ต่างยิ้มกันออกมาด้วยความโล่งใจ
“พ่อหนุ่ม ขอบใจมากนะจ๊ะ ถ้าป้าไม่ได้เธอช่วยไว้วันนี้ป้าก็คงต้องได้ไปเจอพ่อแม่ของป้าแล้วล่ะ”หญิงวัยกลางคนพยายามที่จะลุกขึ้นยืนเพื่อขอบคุณฉินลู่
“คุณป้า นั่งลงก่อนครับ อย่าเพิ่งลุกขึ้นมาเลย”ฉินลู่รีบเข้าไปพยุงตัวหญิงวัยกลางคน พร้อมกับพูดว่า “ผมเป็หมอการช่วยเหลือผู้ป่วยคือหน้าที่ของผม และมันไม่ใช่เื่เหนือบ่ากว่าแรงอะไรเลย”
หญิงวัยกลางคนพยักหน้าเบาๆ น้ำตาคลอเบ้าและถามฉินลู่ว่า“นี่ป้าเป็อะไรเหรอ เป็ลมแดดใช่ไหม แต่ป้าจำได้ว่าป้ากินไอศรีมอยู่ตลอดนะ”
“ป้าไม่ได้เป็ลมแดดหรอกครับ แต่จะพูดแบบนั้นเลยก็ไม่ถูกเพราะคุณป้ามีอาการของคนเป็ลมแดดร่วมด้วย แต่ว่า หลักๆแล้วก็คือป้าไปกินอาหารผิดมา ทำให้อาหารเป็พิษและเกิดอาการต่างๆในตอนนี้ขึ้นน่ะครับ” ฉินลู่พูดอธิบาย
“อาหารเป็พิษเหรอ”หญิงวัยกลางคนไม่นึกว่าที่ตัวเองเป็ลมหมดสติจะเกิดจากอาหารเป็พิษเธอจึงพูดขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า“แต่ป้าก็ไม่ได้กินพวกเห็ดหรืออาหารแสลงอะไรเลยนะ”
“คุณป้าเพิ่งกินถั่วฝักยาวมาใช่ไหมครับ”
“ใช่ๆ ถั่วฝักยาวมีพิษด้วยเหรอ” หญิงวัยกลางคนพูดอย่างอึ้งๆ
ทำเอาฉินลู่ทำหน้าไม่ถูกไปเลย “คุณป้าปรุงอาหารมาทั้งชีวิตไม่รู้เลยเหรอครับว่าถ้าไม่ต้มหรือผัดถั่วฝักยาวให้สุก มันก็จะเป็พิษต่อคนกินได้มันกินดิบไม่ได้นะครับ”
“อ้อ!”หญิงวัยกลางคนตบขาตัวเองทหนึ่งที และพูดว่า “เมื่อเช้านี้ป้ารีบไปทำงานเลยผัดถั่วฝักยาวกินแบบที่มันยังไม่ได้สุกมาก”
“ถ้าถั่วฝักยาวไม่สุกก็กินไม่ได้ ครั้งหน้าคุณป้าระวังหน่อยนะคะ” สาวสวยพูดเสริม
หญิงวัยกลางคนรีบพยักหน้าและพูดว่า “เข้าใจแล้วคราวหน้าจะไม่กินแบบไม่สุกแล้ว ความรู้สึกแบบนี้ทรมานเกินกว่าจะอยากเป็ซ้ำอีก”
เวลานี้ มีเสียงหวอของรถพยาบาลส่งเสียงมาแต่ไกล
“คุณป้า รถพยาบาลมาแล้ว คุณป้าไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสัก 2-3 วันนะครับ”ฉินลู่ประคองตัวคุณป้าและชี้ไปที่รถพยาบาล
“ได้เลย ขอบใจพ่อหนุ่มจริงๆ คนดีๆ แบบนี้ ขอให้ได้เจอแต่เื่ดีๆ นะ”หญิงวัยกลางคนพูดขอบคุณฉินลู่อีกครั้งจากนั้นทีมหมอและพยาบาลก็ช่วยกันพยุงคุณป้าขึ้นรถพยาบาลไป
“คุณป้าครับ ถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้ว พยายามอย่ากินอาหารรสเผ็ดและดื่มน้ำเยอะๆ ดื่มนมเพื่อขับสารพิษออกจากร่างกายด้วยนะครับ” ฉินลู่พูด
“เข้าใจแล้ว! ป้าไปก่อนนะ”หญิงวัยกลางคนที่ตอนนี้นั่งอยู่ในรถพยาบาลโบกมือให้ฉินลู่
จากนั้น รถพยาบาลก็ขับออกไป
“หมอฉิน นายนี่สุดยอดไปเลยนะ!”เฉียนเชี่ยนเดินมาหาฉินลู่ พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ด้วย
“ฮ่าๆๆ ฉันก็ว่างั้นแหละ” ฉินลู่พยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่ลังเลและพูดต่อว่า “ทีนี้เราก็น่าจะกลับกันได้แล้วล่ะ”
“โอเค ไปกันเถอะ”
ฉินลู่กับเฉียนเชี่ยนยังไม่ทันได้ไปไหน สาวสวยคนเมื่อกี้ก็วิ่งเข้ามาขวางหน้าฉินลู่และพูดว่า“เดี๋ยวก่อน”
“เอ๋” ฉินลู่หยุดเดิน มองไปที่เนินอกสูงของสาวสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขากลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เธอมีเื่อะไรหรือเปล่า”
“ฉันอยากถามหน่อยว่า นายไปเรียนการจับชีพจรมาจากไหนทำไมจับแค่แป๊บเดียวก็รู้แล้วว่าคุณป้าคนนั้นเป็อะไร” สาวสวยถามเพราะสงสัย
“มันก็เป็เื่ที่ง่ายนิดเดียว แพทย์แผนจีนที่พอมีความรู้และแก่ประสบการณ์ด้านการรักษาแบบแพทย์แผนจีนก็ทำได้กันหมดแหละ”
“แต่นายเพิ่งจะอายุเท่าไรเอง นายรักษาคนด้วยวิธีนี้เป็ได้ยังไง”ในที่สุดสาวสวยอกอึ๋มก็ถามคำถามที่อยากรู้ที่สุดออกมา
“เธอเป็นักศึกษาคณะแพทย์เหรอ” ฉินลู่ถามขึ้น
สาวสวยอกอึ๋มพยักหน้าและตอบว่า “ฉันเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยแพทย์เมืองจิงเฉิงเราเป็หมอเหมือนกัน”
“ดังนั้น เธอเลยอยากให้ฉันสอนสินะ” ฉินลู่ถามด้วยสีหน้าแปลกๆ
สาวสวยเอามือเกาหัวอย่างเขินๆและยืดอกที่มีเนินสูงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวแล้วพูดว่า“แค่อยากจะถามเกี่ยวกับทักษะการอ่านชีพจรของนายนิดหน่อย เพราะมันสุดยอดมากเลยนะขนาดอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยของฉันยังต้องจับชีพจรในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงัดถึงจะรู้ได้ว่าสาเหตุของอาการหรือโรคนั้นคืออะไร ฉันเลยคิดว่านายจะต้องมีเทคนิคพิเศษในการจับชีพจรแน่”
“ในเมื่อเธอพูดขนาดนี้แล้ว...”ฉินลู่เผยให้เห็นใบหน้ายิ้มและพูดต่อว่า “ฉันก็ยิ่งบอกเธอไม่ได้เลย”
“หา” สาวสวยกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ “พี่ชาย ช่วยสอนฉันหน่อยเถอะฉันสนใจเทคนิคการจับชีพจรมากจริงๆ”
“เคยได้ยินคำว่าสอนวิชาให้ลูกศิษย์ ทำให้อาจารย์อดตายไหมเธอช่วยหลีกทางไปเถอะ ฉันยังมีธุระต้องไปทำ”
หากยังไม่ได้รับการอนุญาตจากอาจารย์ฉินลู่ก็ไม่กล้าที่จะสอนวิชาการแพทย์ให้ใครหรอก ไม่ใช่เพราะว่าหวงวิชาแต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆ
สาวสวยเบะปากทำหน้าเศร้า เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็วิ่งไปขวางฉินลู่อีกครั้ง
“นี่ แม่สาวน้อย เธอ้าอะไรจากฉันกันแน่ อยากจะจีบฉันเหรอ” ฉินลู่ถามอย่างเอือมระอา
“ถุย มั่นหน้าจริง อายุอย่างนายเป็ลุงฉันได้แล้วมั้งยังจะคิดว่าฉันชอบนายอีก” สาวสวยแลบลิ้นปลิ้นตาอย่างน่ารัก และพูดพลางกะพริบตาปริบๆว่า “นายไม่สอนก็ไม่เป็ไร แต่พอจะบอกได้ไหมว่านายทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลอะไรถ้าฉันมีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับการรักษาคนไข้ฉันขอไปปรึกษาบ้างเป็ครั้งคราวได้ไหม”
ฉินลู่รู้อยู่แล้วว่าเด็กสาวคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่เขาจึงหัวเราะเจื่อนๆ พลางพูดตอบว่า “มีคำถามก็ไปถามอาจารย์ของเธอสิจะมาถามฉันทำไม เธอหลีกไปเถอะ ฉันมีเื่ต้องไปจัดการจริงๆถ้ามีวาสนาพวกเราค่อยเจอกันใหม่”
“นาย!” สาวสวยโมโหจนพูดไม่ออก
ทันใดนั้น เธอก็เริ่มรู้สึกสงสัยในความสวยของตัวเองขึ้นมา
เธอทั้งหุ่นแซ่บและหน้าตาสระสวยขนาดนี้ จะถูกผู้ชายปฏิเสธได้อย่างไรเื่แบบนี้ใครจะไปทนไหว
“ถึงนายไม่ยอมบอก ฉันก็จะไปหาคำตอบให้ได้อยู่ดี!”
ฉินลู่โบกมือไปมาอย่างไม่แคร์ และพาเฉียนเชี่ยนเดินหายไปในฝูงคน
“เชอะ!” เธอกระทืบเท้าระบายอารมณ์