Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 3 พญางูเผือก

    อันที่จริงเด็กหนุ่มไม่ควรจะต้องเสียเวลาไปกับ 1 ชั่วยาม (2 ชั่วโมง) เพื่อทำการเรียนรู้ที่ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ต่อตนเองและผู้อื่นเช่นนี้เลย แต่กระนั้นก็ยังจด ๆ จ้อง ๆ ดูคนทั้งปวง แล้วกวาดไม้กวาดมือออกไปตามกระบวนท่าและวรยุทธ์เท่าที่พอจะจดจำได้ ยกเว้นกระบวนท่าที่พิสดารจนเกินไป ทั้งใช้พลังวัตรในการขับเคลื่อน อย่างเช่นกระบวนท่าพิฆาตตีลังกาแล้วใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวพยุงทั้งร่าง แล้วตวัดกระบี่เพื่อทำลายข้อเท้าของศัตรูเป็นต้น !! ด้วยพฤติกรรมของเด็กหนุ่มอันเก้ ๆ กัง ๆ ถึงปานนี้ มันจึงทำให้เสี่ยวเหมย (冬美) สาวใช้ผู้งดงามก็ถึงยิ้มละไมด้วยความเอ็นดู นางคือ 1 ใน 3 ซึ่งสำเร็จวิชาปราณกิเลน ซึ่งสามารถการันตีอนาคตอันสดใสของนางผู้นี้ได้เป็นอย่างดีหากทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น เสี่ยวเหมยผู้นี้ ย่อมเปลี่ยนสภาพเจ้าสาวใช้ธรรมดา กลายเป็นผู้ติดตามอารักขาเจ้านายได้อย่างไม่ยากเย็นอันใด หยางเหมยผู้งดงามและเฉลียวฉลาด ช่างแตกต่างกับหยางไคผู้โง่งม จนไม่มีทางที่คนทั้งสองจะลงเอยด้วยกันได้แม้แต่สักทางเดียว กระนั้นความรักยังเหนือกว่าเหตุผล และเด็กหนุ่มยังยินดีที่เห็นนางส่งยิ้มมาให้ตนเช่นนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการฝึกยุทธ์นั่นเอง กลับมีสายฝนโปรยปรายลงมา พร้อมด้วยฟ้าร้องคำรามดังก้องไปทั่วบริเวณ ฮึ่ม ๆ ๆ คลืนนน ... ศาลาประจำตระกูลหยางย่อมมิใช่กระท่อมที่ทำจากไม้ไผ่และหญ้าคา จึงสามารถทนทานต่อลมฝนจากพายุเหล่านี้ได้อย่างถาวร คนงานทุกคนจึงมิได้แยแสเท่าใดนัก ..ยกเว้นแค่เพียงหยางไคผู้นี้ ที่กำลังลนลานอย่างมิอาจปกปิด ? แปลงผักของเขาทั้งอยู่กลางแจ้ง ทั้งยังต้องเป็นที่ลุ่มต่ำตามวิชาการเกษตร ซึ่งมันยกสูงจากพื้นดินแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น คงไม่สามารถรองรับน้ำฝันปริมาณมากมายมหาศาลเช่นนี้ได้เป็นแน่ จนเด็กหนุ่มเริ่มมั่นใจว่าน้ำจากพายุต้องเออท่วมขึ้นมาจนถึงสวนผักของเขาอย่างแน่นอนแล้ว จึงเอ่ยปากออกไปอย่างไร้สติว่า“ผู้อาวโส ข้าน้อยไม่อาจอยู่เฉยได้อีกแล้วขอรับ!!” กล่าวเพียงเท่านั้น หนุ่มน้อยเสี่ยวไคก็วิ่งแจ้นออกจากศาลาตระกูลหยาง สู่ท่ามกลางสายฝนอันหนักหน่วงจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นซ่า.. ซ่า ๆ ๆบัดนี้ร่างกายของหยางไคซึ่งเปียกโชกด้วยน้ำไปทั้งตัว พยายามจะใช้มือเพื่อบังเม็ดฝนแล้วมองตรงไปข้างหน้า แต่กลับพบเจอแต่ความมืดมิดของยามค่ำคืนมันย่อมปราศจากแสงไฟจากตะเกียงหรือเทียนไขกลางสายฝนเช่นนี้ กอปรกับเมฆแห่งพายุเหล่านี้ย่อมบดบังแสงเดือนแลแสงดาวบนท้องฟ้าไปจนหมดสิ้น จึงเป็นสาเหตุที่แปลงผักที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากหมู่ตึกทั้งปวง จะดูมืดสนิทจนไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้เลย แฮก ๆ ๆ..หยางไควิ่งอาศัยความคุ้นชินแล้วตรงไปด้วยความชำนาญ แต่กระแสน้ำเหล่านี้ทำให้พื้นดินที่เขาเคยเหยียบมาทุกวันนั้นมีสภาพเปลี่ยนไปจนหมดสิ้นแล้ว เด็กหนุ่มจึงทั้งลื่นทั้งสะดุดล้มจนนับครั้งไม่ถ้วน กระนั้นก็ยังมุ่งหน้าต่อไปอย่างไม่ลดละ จนมาถึงแปลงผักสุดที่รักของตน ครั้นใช้มือสัมผัสก็ทราบได้ว่า ระดับน้ำอยู่ห่างอีกเพียงไม่กี่คืบและขณะนี้ก็ใกล้จะท่วมพืชพลเหล่านี้อย่างแน่นอนแล้ว ปกติแล้วแม้จะเป็นที่ลุ่มต่ำ ถึงอย่างไรก็ต้องมีจุดระบายน้ำออกไปสู่แม่น้ำลำคลอง และการท่วมขังในลักษณะนี้ย่อมจะต้องมีสิ่งอุดตันในท่อระบายน้ำ อาจจะเป็นใบไม้ กิ่งไม้หรืออะไรสักอย่างกระมัง แต่ถ้าหากเขาปล่อยให้สวนผักต้องย่อยยับลงไปในลักษณะนี้แล้ว อย่าว่าแต่ 3 เดือน แต่แค่เพียง 3 วัน คนงานซึ่งไร้อนาคตเช่นเขา ก็อาจจะถูกเนรเทศกลับบ้านนอกไปทั้งอย่างนี้ก็เป็นได้ ซึ่งมันหมายถึงความระยะเวลาของเขากับเสี่ยวเหมยย่อมหดสั้นลง แล้วสิ้นสุดกันไปอย่างน่าเศร้าเป็นอันมาก คิดได้เช่นนั้นจึงรีบเดินลุยน้ำเพื่อหาเศษกิ่งไม้หรือสิ่งปฏิกูลที่หยางไคคาดว่าอุดตันเส้นทางน้ำเอาไว้อย่างเร่งด่วน แต่ขาก็ไปเตะเข้ากับวัตถุบางอย่างเข้าอย่างจัง จนเชื่อว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นต้นตอของปัญหาอย่างแน่นอนแล้ว จึงรีบก้มตัวลงไปในน้ำที่ท่วมขังเพื่อควานหาสิ่งของท่ามกลางสายฝนโดยไม่รั้งรอ ครั้นจับได้แล้วก็พยายามดึงมันขึ้นมาให้พ้นจากทางน้ำ ..แต่ขณะนั้นเองฟ้าก็ดันผ่า  “เปรี้ยง!!”  ลงมา อันเป็นแหล่งกำเนิดแสงสิ่งเดียวของบริเวณนั้น พร้อม ๆ กับภาพอันน่าขนลุกขนพองของเจ้าสิ่งที่อยู่ในมือของตัวเอง ที่แย่กว่านั้นคือมันทำการฉกเข้าที่แขนซ้ายเด็กหนุ่ม พร้อม ๆ กับการรัดเข้าที่ลำตัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย 
    error loadedพญางูเผือก พญางูเผือกอันอยู่ในวงศ์งูเหลือม (Python) มันแม้จะมีร่างกายใหญ่โต แต่เมื่อทำการโจมตีกลับรวดเร็วอย่างน่าประหลาดใจ ยังไม่นับรวมในเรื่องดวงตาที่เหยื่อของมันในขณะนี้ ที่แทบจะมองอะไรไม่เห็นภายใต้ความมืดมิดอันสมบูรณ์แบบอย่างที่กำลังดำเนินไปอย่างเชื่องช้า....ยิ่งดิ้น พญางูตัวนี้ก็ยิ่งรัดแน่น และในไม่ช้าเด็กหนุ่มต้องตกไปอยู่ในท้องของงูอย่างแน่นอน แต่ชะตาของเขายังไม่ถึงฆาต เมื่อผู้อาวุโสท่านหนึ่งได้แอบติดตามเขาออกมาเพื่อรอคอยจังหวะสำคัญบางอย่าง  นั่นก็คือจังหวะที่งูกำลังจะกลืนเหยื่อของมันนั่นเอง!! และในจังหวะนี้เอง จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดที่จะลงมือ เชี้ยง! แม้ในความมืดมิด แต่ด้วยสายตาของจอมยุทธซึ่งมีขุมพลังขั้น [พลังก่อกำเนิด] ย่อมมองเห็นศัตรูได้อย่างแม่นยำ จากนั้นตวัดกระบี่อย่างรวดเร็วและรุนแรงที่ลำคอของอสูรร้ายแต่แทนที่จะรีบเข้าไปดูหยางไคผู้เคราะห์ร้าย กลับตรงไปยังร่างของคอ จากนั้นทำการลวงเข้าไปในอวัยวะภายในของอสูรเพื่อดึงเอาทรัพยากรล้ำค่าออกมาโดยเร็วที่สุด มันคือ ‘ดีพญางูเผือก’ ซึ่งเกิดจากการสะสมนับหลายร้อยปีจากพญางูขาวตนนั้น!! “ผู้อาวุโส ..โปรดช่วยข้าน้อยด้วยเถิด..” หยางไคกล่าววาจาได้เพียงเท่านี้ก็สลบลงฝ่ายผู้อาวุโส หลังจากจัดการซากพญางูขาว แล้วจึงจำเป็นต้องหิ้วร่างของเด็กหนุ่มขึ้นมาแล้วนำไปส่งยังหอรักษาพยาบาลในคืนนั้นอย่างเสียมิได้เลยจริง ๆ ..