ว่าที่ฮูหยินจอมป่วน

    ตอนที่ 14 ยินยอม

    ณ กระท่อมในป่าลึกลับ

    เจ็ดวันต่อมา ชิงชิงนอนอยู่บนเตียงนุ่ม นางค่อยๆ ฟื้นและลุกขึ้นมานั่ง มองบรรยากาศไปรอบๆ ก็รู้ทันทีโดยในใจคิดว่า “ที่นี่ คือ กระท่อมท่านหมอฉินฟงนี่” นางแปลกใจว่าเหตุใดภายในกระท่อมถึงเงียบเชียบเช่นนี้ เหมือนไม่มีใครอยู่

    สักพักชิงชิงก็นึกขึ้นได้ว่าตนขาหัก แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ อีกแล้ว พอมองไปที่ขาก็ไม่ได้มีการดามด้วยไม้เหมือนเดิม แถมขาก็ไม่ได้บวมเป่งอีกด้วย นางก็เลยลองลุกจากเตียงและค่อยๆ เดิน ก็พบว่า นางสามารถเดินเหินได้ปกติจริงๆ ด้วยความดีใจ ก็เลยตะโกนว่า “ข้าเดินได้ ข้าไม่ได้พิการ”

    “แม่นางฟื้นแล้ว ข้าดีใจด้วยที่ท่านหายดีแล้ว” หงเอ๋อกล่าว

    “ท่านคือ สาวใช้ของฉินฟงนี่ หมอฉินฟงเป็นคนรักษาข้าใช่มั้ย” ชิงชิงถามเพื่อความมั่นใจ

    “ใช่แล้วแม่นางชิงชิง แต่ตอนนี้นายน้อยไม่อยู่ ท่านมีธุระ อีกไม่นานท่านก็กลับมา” หงเอ๋อรายงาน

    “นอกจากท่านหมอแล้ว ข้าต้องขอบคุณท่านอีกคน ที่ช่วยดูแลข้า” ชิงชิงรู้สึกซึ้งใจ

    “อย่าได้เกรงใจเลยแม่นาง ข้าเพียงแต่ทำตามคำสั่งนายน้อยเท่านั้น” หงเอ๋อกล่าวพร้อมกับเดินไปยกยาที่โต๊ะแล้วเดินไปที่เตียงอีกเตียง

    ชิงชิงมองตาม ก็เห็นว่ามีผู้ป่วยอีกคนกำลังนอนบนเตียงนั้น

    “นั่น ใครนอนอยู่ที่เตียงนั้น” ชิงชิงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ตกใจและเรียกชื่อคนที่คุ้นเคยกัน “พี่หานอู่ ทำไมพี่ถึงนอนอยู่ที่นี่ เขาเป็นอะไร ทำไมมีผื่นแดงขึ้นบนใบหน้าแบบนี้” ชิงชิงจับตัวพี่ชายที่นับถือและปลุกโดยการเขย่าตัว “พี่หานหู่ พี่ฟื้นสิคะ”

    “เขามีอาการแพ้โสมหนักมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะถึงขั้นมีผื่นขึ้นเต็มตัว แถมนอนสลบยาวนานมาก ป่านนี้เขายังไม่ฟื้นเลย” หงเอ๋อกล่าว

    “แล้วทำไมท่านหมอไม่รักษาเขาล่ะ” ชิงชิงสงสัย

    “นายน้อยพยายามถึงที่สุดแล้ว นี่ก็ดีขึ้นตั้งเยอะแล้วนะแม่นาง เหลือแค่มีผื่นตรงบริเวณใบหน้าเท่านั้น อีกไม่นานเขาคงฟื้นเป็นปกติ” หงเอ๋อกล่าวเพราะนางเป็นคนช่วยดูแล

    “โถ่ พี่หานอู่ อุตส่าห์ต่อสู้ชนะทุกอย่าง แต่ดันมาแพ้โสมเนี่ยนะ” ชิงชิงพึมพำ

    “แม่นาง มันเป็นโรคประจำตัวนะ และนี่เขาก็เป็นคนแรกที่นายน้อยยอมรักษาให้ก่อนโดยที่ยังไม่ได้รับของมีค่าหรือสิ่งตอบแทนใดๆ” หงเอ๋อกล่าวยิ้มๆ

    สักพักชิงชิงก็นึกถึงคืนที่น้ำตก และจดจำคำพูดของฉินฟงได้ นางคิดในใจว่า “จริงสิเขารักษาข้า ข้าต้องแต่งงานกับเขาเป็นการตอบแทน”

    ดังนั้นชิงชิงก็เลยหาทางเลี่ยง เพราะนางยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานตอนนี้ เลยกล่าวกับหงเอ๋อว่า “เอ่อ ตอนนี้ข้าต้องรีบกลับบ้านก่อน ท่านพ่อต้องห่วงข้ามากแน่ๆ”

    “เดี๋ยวก่อนแม่นาง ท่านควรรอนายน้อยก่อนนะ” หงเอ๋อพยายามห้าม

    “นายน้อยของท่านต้องเข้าใจอยู่แล้ว ให้ข้าไปเถอะนะ” ชิงชิงทำเป็นไม่ฟัง

    เนื่องจากหงเอ๋อจะต้องคอยป้อนยาให้กับหานอู่ เลยไม่สามารถติดตามชิงชิงได้

    ชิงชิงวิ่งออกมาจากกระท่อม มุ่งหน้าไปที่พรรคยาจก ระหว่างนั้นก็คิดในใจว่า “ช่างเถอะ หมอฉินฟงคงจดจำสัญญานั้นไม่ได้หรอก รีบกลับไปหาท่านพ่อดีกว่า”

    ********************************************************

    ณ พรรคยาจก

    “เจ้าว่าไงนะ เจ้าจะมาสู่ขอชิงชิงอย่างนั้นหรือ” หมิงเยี่ยนตกใจ

    “ใช่แล้ว ท่านหมิงเยี่ยน” ฉินฟงกล่าว

    “เรื่องนี้มันต้องถามความสมัครใจของลูกสาวข้าก่อน” หมิงเยี่ยนกังวล

    “ความจริงลูกสาวของท่านได้ให้คำมั่นสัญญากับข้าไว้ หากข้าได้ช่วยเหลือรักษานาง นางจะยินยอมแต่งงานกับข้า” ฉินฟงกล่าวอ้าง

    “เอ่อ งั้น รอให้นางหายดี แล้วให้ข้าถามนางก่อนเถอะนะ” หมิงเยี่ยนยังไม่อยากทำอะไรบุ่มบ่าม

    “เดี๋ยว นางก็มาถึง” ฉินฟงทำนายเหตุการณ์

    “ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้วค่ะ” ชิงชิงเดินเข้ามาและรีบเข้าไปหาพ่อ แต่ทว่าพอเห็นพ่อกำลังคุยอยู่กับชายสวมหน้ากาก นางก็เลยหยุดชะงักค้าง

    หมิงเยี่ยนลุกขึ้นไปกอดลูกสาวด้วยความดีใจที่เห็นนางเดินเหินได้ปกติ ไม่ได้พิการเพราะขาหัก “พ่อดีใจจริงๆ ลูก ลูกหายดีแล้วจริงๆ”

    “ค่ะ ท่านพ่อ ละ…แล้ว ท่านหมอฉินฟงมาที่นี่ทำไมคะ” ชิงชิงถาม

    “อ้อ เขามาสู่ขอลูกแต่งงาน เขาอ้างว่าเจ้าไปสัญญากับเขาว่า หากเขาได้รักษาลูก ลูกก็จะยินยอมแต่งงานกับเขา เป็นความจริงมั้ยลูก” หมิงเยี่ยนถือโอกาสถาม

    “อะ เอ่อ เป็นความจริงค่ะ” ชิงชิงกล่าวเสียงเบา และนึกในใจว่า “เขามาสู่ขอข้าเร็วขนาดนี้เลยงั้นหรอ”

    “เจ้าจะไม่ผิดคำพูดใช่มั้ย ชิงชิง” ฉินฟงถาม

    ชิงชิงรู้สึกยังไม่พร้อมจะแต่งงานกับเขา ก็เลยว่า “ใช่ ข้าสัญญากับท่านจริงๆ และข้าก็อยากรักษาสัญญา แต่ว่า ข้าทำใจแต่งงานกับท่านไม่ได้หรอก เวลาที่ข้ามองท่าน ข้าก็เห็นแต่หน้ากากของท่าน ข้าจะจดจำใบหน้าสามีตัวเองได้ยังไง ข้าทำใจเดินไปไหนมาไหนกับสามีที่สวมหน้ากากตลอดเวลาไม่ได้จริงๆ ท่านเห็นใจข้าเถอะนะ” ชิงชิงคิดในใจว่า “ข้ออ้างนี้อาจใช้ได้ ในเมื่อท่านมีกฎว่าจะไม่ยอมให้ใครเห็นใบหน้าที่แท้จริงเด็ดขาด”

    และแล้วชิงชิงก็ตกใจที่เห็นชายสวมหน้ากากลุกขึ้นยืน พร้อมกับค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เห็นใบหน้าที่เหมือนกับชายที่นางพบที่น้ำตกในคืนนั้น “ทะ ท่าน ยอมถอดหน้ากากง่ายๆ แบบนี้เลยงั้นหรอ”

    “ในเมื่อฉินฟงก็ยอมถอดหน้ากากออกแล้ว ลูกก็คงไม่มีข้ออ้างผิดสัญญาแล้วนะ” หมิงเยี่ยนกล่าว

    “ค่ะ ลูกยอมแต่งงานก็ได้ แต่ตอนนี้ลูกขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” ชิงชิงรีบเดินไปที่ห้องตัวเอง และคิดในใจว่า “ไม่เป็นไร รับคำไปก่อน ค่อยหาโอกาสหนีการแต่งงานก็ได้”

    “ช้าก่อนชิงชิง เจ้าต้องกลับไปที่กระท่อมกับข้า” ฉินฟงกล่าว

    “หมายความว่ายังไง ข้าหายแล้ว ทำไมต้องไปกระท่อมกับเจ้า” ชิงชิงหยุดเดินแล้วหันกลับไปถาม

    “เจ้าควรทานยาให้ครบ อีกอย่างองค์หญิงทรงฝากจดหมายให้เจ้า ตอนนี้ข้าไม่ได้พกจดหมายมา” ฉินฟงกล่าว

    “งั้น ท่านนำจดหมายมาให้ข้าวันหลังก็ได้” ชิงชิงไม่อยากกลับไปกับเขา

    “ข้ามีงานมากมายคงไม่มีเวลา” ฉินฟงอ้าง

    “ไปเถอะลูก ลูกควรทานยาให้ครบ เผื่อวันดีคืนดีเจ้าเดินไม่ได้ขึ้นมา มันจะยุ่ง” หมิงเยี่ยนห่วง

    “ก็ได้ค่ะ” ชิงชิงหมดทางเลี่ยง

    “งั้นพวกเราขอลา” ฉินฟงเดินมาจูงมือชิงชิงเดินออกไปจากพรรคยาจกแบบไม่เกรงใจใคร

    “ข้าเดินเองได้ ไม่ต้องจับมือหรอกค่ะ” ชิงชิงพยายามดึงมือกลับแต่ไร้ผล

    “เผื่อเจ้าเดินไปขาเกิดอ่อนแรงขึ้นมา ข้าจะได้รับเจ้าทันไง” ฉินฟงหันมายิ้มแบบเจ้าเล่ห์

    สองหนุ่มสาวเดินจูงมือกันไปที่หลังพรรค ฉินฟงอุ้มชิงชิงให้ขี่ม้าจนนางตกใจ และเขาก็กระโดดขี่ม้าตัวเดียวกับนาง

    “ทำไมไม่ขี่คนละตัวล่ะ” ชิงชิงบ่น

    “เจ้าก็รู้ว่าที่นี่มีม้าจำนวนไม่เยอะมาก ต้องมีไว้สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินไม่ใช่หรอ” ฉินฟงกล่าวอ้าง

    ชิงชิงรู้สึกว่านางไม่สามารถเถียงอะไรเขาได้เลย ก็เลยเงียบตลอดทางที่เดินทางกลับกระท่อม

    สักพักชิงชิงก็บ่น “ท่านอย่ากอดข้าแน่นสิ”

    “เจ้าตกม้า พ่อเจ้าได้ฆ่าข้าแน่” ฉินฟงพูดยิ้มๆ

    เมื่อถึงกระท่อม ฉินฟงก็ลงจากม้าและรีบเข้าไปอุ้มหญิงสาวลงจากม้าอย่างรวดเร็ว จนนางลงเองไม่ทัน

    “ความจริง ข้าลงเองได้” ชิงชิงบ่นอีก

    “กระดูกของเจ้าเพิ่งจะประสานตัวไม่นาน เจ้าไม่ควรหักโหมใช้ขามากเกินไป ไม่เช่นนั้นขาเจ้าอาจกลับมาบวมเหมือนเดิมได้” ฉินฟงกล่าวอ้างอีก

    ชิงชิงก็เลยต้องเชื่อหมอ นางค่อยๆ เดินเข้าไปในกระท่อมดังเดิม และเข้าไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร

    “องค์หญิงทรงปลอดภัยดีใช่มั้ยคะ” เมื่อชิงชิงนั่งเรียบร้อยก็รีบถาม

    “พระองค์เสด็จไปแคว้นเยี่ยแล้ว” ฉินฟงกล่าว

    “แล้วไหนล่ะคะจดหมายที่ท่านว่า” ชิงชิงทวง

    ฉินฟงหยิบจดหมายและหนังสือสัญญาออกมาจากตัว จนชิงชิงตกใจที่เสียรู้

    “ไหนว่าท่านบอกว่าไม่ได้พกติดตัวมาไง” ชิงชิงบ่น

    “ก็ข้าอยากให้เจ้ากลับมาด้วยนี่” ฉินฟงยิ้ม

    “ท่าน” ชิงชิงหมดคำจะพูด

    “ข้ารู้นะ ว่าท่านจะหาทางหลบหนี” ฉินฟงกล่าวอย่างรู้ทัน

    “ก็ข้าบอกแล้วไง ว่าจะทำตามสัญญา” ชิงชิงกล่าว

    “ดีแล้ว ว่าที่ฮูหยินของข้า” ฉินฟงพูดเสียงหวาน

    ชิงชิงรู้สึกเขินอย่างประหลาด นางก็เลยรีบเดินไปหยิบจดหมายจากมือเขามานั่งอ่านเพื่อกลบเกลื่อนความอาย


    ถึงน้องสาวที่รักของข้า

    ถ้าเจ้าได้อ่านจดหมายของข้า ข้าคงเดินทางใกล้ถึงแคว้นเยี่ยแล้ว ข้าขอโทษเจ้าจริงๆ ที่ต้องบอกว่า ข้าได้ยกเจ้าให้แต่งงานกับท่านหมอฉินฟงแล้ว ทั้งนี้ข้าทำเพื่อแลกกับการที่ให้เขารักษาขาเจ้าให้หาย ถ้าเจ้าจดจำในคืนที่พวกเราสาบานเป็นพี่น้องกันได้ เจ้าคงจำได้ว่า เจ้าจะต้องเชื่อฟังข้าทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องนี้ด้วย นั่นคือ เจ้าต้องยินยอมแต่งงานกับท่านหมอฉินฟง เจ้าคงไม่ผิดสัญญากับข้าที่ต้องเชื่อฟังคำสั่งข้าใช่มั้ยชิงชิง

    เจ้าอาจเข้าใจผิดคิดว่าพี่ตั้งใจกลั่นแกล้งไม่ให้เจ้าสมหวังในความรักกับหานอู่ พี่ขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่ พี่ทำไปเพราะรักเจ้าและไม่อาจยอมให้เจ้าพิการได้ เพื่อพิสูจน์ให้เจ้าเห็น งั้นข้าสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหานอู่อีกต่อไป เจ้าสบายใจได้

    สุดท้ายนี้พี่ขอให้เจ้าใช้ชีวิตคู่อยู่กับฉินฟงอย่างมีความสุข

    รักเสมอ

    องค์หญิงหานยี่


    “เจ้าคงไม่ขัดคำสั่งองค์หญิง พี่สาวเจ้าใช่มั้ย” ฉินฟงกล่าวเหมือนทราบเนื้อความในจดหมาย

    “นี่ท่านแอบอ่านจดหมายงั้นหรอ” ชิงชิงสงสัย

    “เปล่า องค์หญิงทรงเขียนหนังสือสัญญายกเจ้าให้ข้าอีกฉบับต่างหาก” ฉินฟงยกหนังสือสัญญาให้ดู

    “ในเมื่อข้าอ่านจดหมายแล้ว ขอข้ากลับบ้านนะ” ชิงชิงรีบลุกขึ้นยืน

    “ข้าไม่ยอมให้เจ้าไปอยู่รวมกับพี่น้องพรรคยาจกที่มีแต่ผู้ชายหรอกชิงชิง เจ้าเป็นว่าที่ฮูหยินของข้าแล้ว” ฉินฟงหวงคนรัก

    “แต่ว่าพวกเราอยู่ร่วมกันแบบพี่น้องนะ” ชิงชิงรู้สึกบริสุทธ์ใจ

    สักพักฉินฟงก็เดินเข้าไปกอดหญิงสาว จนชิงชิงตกใจและพยายามดิ้นขัดขืน “ท่านจะทำอะไรน่ะ พวกเรายังไม่ได้แต่งงานกันเลยนะ”

    “รู้มั้ยว่าข้าเป็นห่วงเจ้ามากแค่ไหนน่ะชิงชิง ข้ากลัวรักษาเจ้าไม่หาย” ฉินฟงเผยความรู้สึก

    “ข้าก็หายแล้วนี่ไง” ชิงชิงกอดตอบอย่างลืมตัว

    ฉินฟงแอบยิ้มและกล่าวอีกว่า “และข้าก็หวงเจ้ามากด้วย ต่อไปเจ้าห้ามเข้าใกล้ชายอื่นได้มั้ยชิงชิง”

    “แม้แต่บรรดาพี่น้องข้างั้นหรือ” ชิงชิงสงสัย

    “นับถือกันได้ แต่ห้ามชายอื่นแตะต้องตัวเจ้าเด็ดขาด” ฉินฟงกล่าวย้ำ

    “ข้ารับปากก็ได้ แต่ตอนนี้เจ้ากอดข้าแน่นไปแล้วนะ ฉินฟง” ชิงชิงเริ่มอึดอัด

    ฉินฟงคลายอ้อมกอดเล็กน้อย และเข้าไปจูบหน้าผากหญิงสาว ถึงยอมปล่อยนาง

    ชิงชิงเขินจนหน้าแดงจัด เลยรีบเดินไปนั่ง

    ฉินฟงยิ้มให้อีก แล้วก็เดินไปกระซิบอะไรบางอย่างกับหงเอ๋อ

    หงเอ๋อจึงเดินเข้าไปประคองชิงชิง

    “จะพาข้าไปไหนงั้นหรอ” ชิงชิงสงสัย

    “นายน้อยไม่อยากให้เจ้าอยู่กระท่อมหลังเดียวกับหานอู่ ก็เลยสั่งให้ข้าพาแม่นางไปอยู่อีกกระท่อมจนกว่าจะถึงวันแต่งงานของท่านกับนายน้อย” หงเอ๋อกล่าว

    “แล้วเขาล่ะ” ชิงชิงกระซิบถามหงเอ๋อ

    “เขาต้องคอยดูหานอู่อยู่ในกระท่อมนี้” หงเอ๋อตอบตามตรง

    ชิงชิงยิ้มนิดๆ และยอมเดินไปกับหงเอ๋อ ระหว่างที่เดินไปก็แอบหันไปมองฉินฟง ก็เห็นเขามองนางไม่วางตา

    ความจริงแล้วชิงชิงแอบมีใจให้ฉินฟงตั้งแต่วันที่เขาช่วยเหลือชิงชิงออกมาจากหอคณิกาแล้ว แต่นางยังไม่ยอมรับตัวเอง ดังนั้นคำสั่งของพี่ซานยี่กับสัญญาระหว่างนางกับฉินฟงที่น้ำตกจึงเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องว่าที่ฮูหยินจอมป่วน ที่คุณอ่าน