เพียงพอแล้ว
เรื่องที่คีเฟอร์หลุดปากออกมาว่าออสตินกำลังเตรียมเซอร์ไพรส์อะไรบางอย่างไว้รอพี่ชายเขานั้น...ตัวของเพเนียสก็อดตื่นเต้นไปตามด้วยไม่ต่างกัน จะเป็นเรื่องอะไรกันนะแต่ยังไม่ทันได้คิดหรือสอบถามคนรักต่อ คีเฟอร์ก็เดินกึ่งลากเพเนียสมาหาที่เหมาะๆสำหรับพวกเขาได้แล้ว สวนแห่งนี้ไม่ใช่แค่สวนสาธารณะทั่วๆ ไป แต่เป็นสวนของภาคเอกชนที่ต้องจ่ายค่าเข้าในพอสมควรดังนั้นแล้วผู้คนก็เลยไม่ได้มากมายอะไร นับได้ว่าเป็นส่วนตัวอยู่ไม่น้อย
“เอาจริงๆผมมีคำถามหนึ่งที่อยากถามพี่คีฟตอนนี้มากๆ เลยครับ”ระหว่างที่คีเฟอร์กำลังปูเสื่อจัดข้าวของอยู่ เพเนียสที่ยืนกอดอกรอก็ถามขึ้นมาเอาเสียดื้อๆเพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบงันจนเกินไป
“หือ?ถามอะไรล่ะ” เจ้าของธุรกิจใหญ่โตระดับดวงดาวแต่เพราะไม่อยากให้คนรักต้องลำบากเลยกำลังทำงานพ่อบ้านอย่างจัดของปิกนิกอยู่เงยหน้าเพื่อรอตอบอยู่พร้อมรอยยิ้มบางๆที่ส่งให้คนรัก
“บ้านผมทำธุรกิจเกี่ยวกับสวนนะครับทำไมพาผมมาเสียเงินที่นี่ซะล่ะครับ” เรื่องนี้ไม่ได้เลยนะครับถ้าที่บ้านเราก็มี(ของหรือสิ่งนั้นอยู่) จะมาเสียเงินทองให้คนอื่นทำไมล่ะ
“อ้อ ฮ่าๆๆเรื่องนี้เอง เล็กๆ น้อยๆ น่า เราก็อย่างกไปหน่อยเลย” คีเฟอร์ถึงกับส่ายหัวเบาๆให้กับคำถามของคนรัก ก้มมาสนใจงานตรงหน้าต่อ คนรักจะได้ลงมานั่งพักให้หายเหนื่อยไวๆเพราะพื้นที่ขรุขระอยู่เล็กน้อยเขาเลยต้องปรับให้มันเรียบเสมอกันซะก่อนแล้วตามด้วยเบาะนุ่มๆจะได้นั่งได้สบายๆ ส่วนข้างๆก็ยังมีโขดหินไว้พักพิงไหล่ได้ด้วย รอบๆ มีต้นไม้หลากชนิดคอยให้ร่มเงาก็ถูกตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้รกจนเกินไป
“ผมไม่ได้งกซะหน่อยก็มันเรื่องจริงนี่นา”เพเนียสตอบออกมาอย่างไม่ยินยอมพร้อมกับนั่งลงไปบนเสื่อตรงที่คีเฟอร์ตบพื้นเบาๆเป็นการเชิญชวน
“ครับๆๆ จริงๆพี่แค่อยากอยู่กับเราเงียบๆ สองคนน่ะ เลยต้องหลบมาที่นี่ถ้าไปที่บีมการ์เดนอื่นก็รู้หมดน่ะสิ รวมถึงพี่ชายเราด้วย”
“อานั่นสินะครับ” เรื่องนี้เพเนียสพยักหน้าเห็นด้วยถ้าไม่อย่างนั้นอีกคนก็คงไม่ถึงกับขับยานพาเขามาอีกซีกของดวงดาวแบบนี้หรอกก็คงหวังว่าจะหลบหลีกจากพี่ชายเขาได้สักหลายชั่วโมงนั่นแหละ
“เราเข้าใจพี่แล้วใช่ไหมล่ะรู้ไหมว่าพี่เหนื่อยมากๆ เลยนะ แถมยังไม่มีเรามาให้พี่ได้ชาร์จพลังอีก”คีเฟอร์เอ่ยเสียงเศร้า ก่อนที่ตัวเขาจะค่อยๆ เอนลงมาๆ แล้วนอนหนุนตักของคนรักก็ถึงว่าทำไมให้เพเนียสนั่งเอาหลังพิงก้อนหินก้อนใหญ่นี้ไว้ก็คงเอาไว้ให้เขาได้พิงอีกทอดหนึ่งระหว่างที่ตัวเองนอนหนุนตักเขานี่สินะ
“เครื่องจักรก็ต้องชาร์จพลังด้วยไฟฟ้าส่วนคนถ้าพลังหมดก็ต้องกินข้าวสิครับ นอนแบบนี้จะพอได้ยังไง”เพเนียสที่ยิ้มให้กับคนรักที่นอนนิ่งหลับตาพริ้มแต่ก็อดจะเอ่ยค้านความคิดของอีกคนออกมาไม่ได้อยู่ดี
“ได้สิแถมแบบนี้ยังเป็นพลังงานที่ทั้งบริสุทธิ์แล้วก็มีประสิทธิภาพสูงกว่าด้วยนะ”ดวงตาที่หลับลงลืมขึ้นมาจ้องคนรักที่กำลังก้มมองเขาอยู่พอดีอย่างไม่กะพริบตาและประโยคที่เขาบอกออกมามันสื่อออกมาว่าต้องเป็นเพเนียสเท่านั้นที่มอบพลังงานแบบนี้ให้กับเขาได้เท่านั้นต้องเป็นเขาเท่านั้น เขาแค่คนเดียว!!
ประกายในแววตาของร่างสูงประกอบเข้ากับแวดล้อมธรรมชาติที่มีแสงพอเหมาะมันเหมือนว่ามีฟิลเตอร์หวานๆเพิ่มเข้ามาประกอบกระแทกเข้ามาในตาของเพเนียสยังไงยังนั้นเลย จนเขาต้องส่ายหัวเบาๆเพื่อไล่มันออกไป อ๊ากกก... เขาจะหลงคนตรงหน้าไปกันใหญ่แล้ว!!
ภาพตรงหน้าเหมือนมีมนต์วิเศษที่ส่งเสียงสั่งเขามาเบาๆว่า ก้มหน้าลงมาสิ... ขยับเข้ามาใกล้ๆ สิ...
“อื้อ... บ้าพี่นอนไปเลยนะ”เพเนียสไม่อยากจ้องหน้ามองตาคนรักที่นอนหนุนตักห่างจากเขาเพียงแค่ช่วงตัวต่อแล้วเลยต้องใช้มือปิดตาอีกฝ่ายไปเสียอย่างนั้นเลย ชอบเล่นกับใจคนจริงๆยิ่งช่วงนี้พวกเขาไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน เขาเลยมีอาการเขินๆคนที่นอนอยู่เพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยหน่อยยามเมื่อต้องมาอยู่กับสองต่อสองแบบนี้น่ะ
“ครับๆหลับแล้วๆ” คนรักว่ามายังไง คีเฟอร์พร้อมทำตามแบบไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
พออีกฝ่ายว่ามาแบบนั้นแล้วเพเนียสถึงได้ชักมือที่ปิดหน้าปิดตาคีเฟอร์ออกมาแล้วมาวางพักไว้บนไหล่ของร่างสูงแทนลมที่พัดมาเบาๆ หากแต่เย็นสบายทำให้เส้นผมนุ่มของคนที่นอนอยู่ปลิวเบาๆ ตามสายลมขับให้ใบหน้ายามหลับที่ดูอ่อนโยนยิ่งหน้ามองขึ้นอีก
เพเนียสก้มหน้าจ้องคนรักอยู่อย่างไม่เกรงใจเพราะคิดว่ายังไงอีกคนก็ไม่รู้หรอก..แต่หารู้ไม่ คีเฟอร์ที่หลับไปแค่เปลือกตาที่ปิดลงไป แต่ยังสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังจ้องมองเขาอยู่อย่างไม่วางตาหากแต่เขาก็ไม่อยากขัดการกระทำของคนรักตอนนี้เลยต้องแกล้งหลับต่อไปด้วยท่าทางที่เป็นธรรมชาติ
จนเวลาผ่านไปอีกไม่นาน... คีเฟอร์ที่ทำงานอย่างต่อเนื่องก็หลับไปจริงๆหากแต่ไม่ใช่แค่ร่างกายต้องการพักผ่อนแต่มันเพราะว่าตอนนี้เขารู้สึกอบอุ่นแล้วก็ปลอดภัยด้วย จึงรู้สึกผ่อนคลายคลายความกังวลความเหนื่อยล้าทิ้งไปได้อย่างไม่มีเหลือ
ลมเย็นที่พัดผ่านมาอยู่เรื่อยๆขับกล่อมให้คนที่หลับใหลได้อย่างสบายตัว ส่วนคนที่ยังไม่หลับก็รู้สึกสงบอยู่ไม่น้อย
และเวลาต่อมาอีกเพียงไม่กี่สิบนาทีเพเนียสที่นั่งเฝ้าเหมือนเป็นผู้รักษาความปลอดภัยส่วนตัวแก่คีเฟอร์ก็เคลิ้มหลับตามไปเช่นกันหัวที่คลอนไปมาเบาๆ และเริ่มแรงขึ้นตามความง่วง ปลุกให้คีเฟอร์ที่หลับไปก่อนหน้าต้องลืมตาตื่นขึ้นขึ้นในไม่ช้าพอได้เจอกับใบหน้าของคนรักที่สัปหงกจนใบหน้าจะจมกับหน้าเขาอยู่รอมร่อใบหน้าใสกระจ่างไร้ร่องรอยความเหนื่อยล้าใดๆของเพเนียสเล่นเอาเขาที่พึ่งตื่นต้องตาพร่ามัวกับภาพตรงหน้าไปเต็มๆ
จุ๊บ...
และดูเหมือนว่าจะไม่ได้เล่นกับเฉพาะตาเขาแล้วล่ะเล่นกับใจเขาด้วยไปเต็มๆ เพราะเมื่อกี้หัวที่สัปหงกลงมาตามแรงโน้มถ่วงมันพอดีพอเหมาะทำให้ริมฝีปากของเพเนียสแนบเข้ากับสันจมูกของคีเฟอร์ไปประมาณ 2วินาทีก่อนที่จะลาจากไปเขายังไม่ได้ซึมซับความรู้สึกให้เต็มที่เลย... ช่างน่าเสียดาย
คีเฟอร์รู้สึกว่าตัวเองตาเบิกโตขึ้นในทันตาเหมือนคนที่นอนมาอย่างเต็มอิ่มและได้รับสารกระตุ้นให้ตื่นอย่างครบโดส
เหลือไว้เพียงอารมณ์ตกค้างอยู่กับคีเฟอร์เท่านั้นที่บ่งบอกได้ว่าเหตุการณ์ฉุกเฉินเมื่อครู่ได้เกิดขึ้นจริงๆกระทั่งคีเฟอร์เฝ้ารอให้เพเนียสก้มลงมาจูบเข้าอีกสักครั้ง หากแต่ก็ต้องตัดใจไปเพราะไม่เช่นนั้น คอเพเนียสอาจจะเคล็ดไปก่อนเสียได้
คีเฟอร์เลยต้องปรับเปลี่ยนลักษณะทางกายภาพและหน้าที่ของเขาและคนรักเสียใหม่...
จากเขาที่นอนอยู่ก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่งแล้วก็จัดท่าให้เพเนียสนอนหนุนที่ตักของเขาแทน ดูท่าแล้ว คนน้องน่าจะหลับลึกไปอีกสักพักเลยล่ะมีขยับหามุมเหมาะๆ ของตนเองด้วย จนตอนนี้ใบหน้าของร่างเล็กกว่าหันเข้าหาและจมไปกับหน้าท้องของคีเฟอร์ไปแล้วส่วนคนร่างสูงนอกจากจะยิ้มให้กับท่านอนของเพเนียสแล้วก็คงทำให้แต่ลูบหัวที่มีเส้นผมหนานุ่มสีขาวปลอดเป็นการกล่อมให้อีกคนหลับสบายก็เท่านั้น
“หลับสบายเลยนะ”ถ้อยคำเจือไปด้วยความอ่อนโยนถูกเอ่ยออกมาจากคนที่นั่งก้มมองใบหน้าคนที่หลับใหลของคนรักคีเฟอร์เป่าลมเบาๆ ไล่เศษใบไม้เล็กๆ ที่ปลิวมาเกาะบนแก้มของเพเนียสออกไปนับได้ว่าหน้าที่ของคีเฟอร์ตอนนี้ยิ่งกว่าองครักษ์ส่วนตัวของเพเนียสเสียอีก
“อือ...”นอกจากเสียงอือ อา ยามเมื่อถูกรบกวนเพเนียสก็ไม่ได้เอ่ยเสียงเพื่อรับทราบความคิดของคนรักที่เขายึดตักไว้หนุนนอนแต่อย่างใดทำเพียงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้หลับได้สบายขึ้นก็เท่านั้น
“หึๆๆดูท่าจะชอบจริง”
ภายใต้ร่มเงาไม้น้อยใหญ่ที่ร่มรื่นกลิ่นหอมของดอกไม้ล่องลอยมาตามลม เสียงสัตว์เล็กส่งเสียงร้องมาเป็นระยะ เสียงผู้คนที่พูดกันเบาๆอย่างห่างออกไปอีกหลายสิบเมตร นับได้ว่าเป็นการบรรเลงบทเพลงขับกล่อมจากธรรมชาติที่จรรโลงจิตใจได้ดีทีเดียวคนหนึ่งนอนหลับบนตักหนาแข็งหากแต่อบอุ่นปลอดภัยอีกหนึ่งที่มอบตักให้หนุนก็เฝ้าระวังภัยอีกคนอยู่ไม่วางตา
รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นมาตรงมุมปากของร่างบางที่นอนอยู่เหมือนเป็นการบ่งบอกว่าการนอนในตอนนี้ของเขาช่างแสนสบายหรือไม่ก็กำลังฝันดีอยู่เช่นเดียวกับรอยยิ้มนุ่มนวลที่มีไว้ให้กับเฉพาะบุคคลเท่านั้นของร่างสูงที่เฝ้ามองคนรักอย่างไม่ให้คาดสายตา
ช่วงเวลาแสนสุขของความรักแต่ละคู่อาจจะไม่เหมือนกันบ้างต้องการความหวือหวา บ้างต้องการคำพูดไพเราะหวานหู หรือว่าได้อยู่ด้วยกันในทุกๆเหตุการณ์ของชีวิต หรือไม่ก็แค่ได้ส่งกำลังใจให้กันสำหรับคู่รับที่อยู่ห่างกัน บางครั้งถึงแม้ว่าจะเงียบไร้เสียงพูดคุยหากแต่ก็ยังอุ่นใจและรู้สึกว่าเท่านี้ก็... เพียงพอแล้ว