เช้าตรู่วันต่อมาเซียวเยี่ยลุกขึ้นจากที่นอนตามความเคยชินเพื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ใหม่อีกครั้ง
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ไม่นึกเลยว่าจิ่วเยว่ที่อยู่ห้องข้างๆจะตื่นเช้ากว่าเขาเสียอีก เมื่อเซียวเยี่ยเปิดประตูออกก็เห็นเธอยืนยิ้มละไมพลางยื่นกระเป๋าสะพายให้ใบหนึ่ง พร้อมกล่าวว่า“นี่! พี่หน้ากากลายฝากมาให้ กระเป๋ามิติขั้นสูงความจุมากกว่าไอ้กระเป๋ากากๆ ของเราตั้งหลายเท่าแน่ะ!”
เซียวเยี่ยชะงักด้วยความประหลาดใจเขายื่นมือไปรับมาพลางพิจารณากระเป๋าสีเขียวขี้ม้าซึ่งดูหนาแน่นและทนทานกว่าใบเดิมมากพื้นผิวภายนอกเป็ลวดลายทหาร ส่วนภายในนั้นถูกผนึกไว้ด้วยค่ายกลมิติ
มันมีพื้นที่เก็บของถึง60ช่อง!
ของสิ่งนี้ต้องมีราคาสูงลิบอย่างแน่นอนเพราะเป็ที่รู้กันดีว่าแม้เป็กระเป๋าที่มีช่องเก็บของเพิ่มขึ้นเพียงช่องเดียวราคาก็จะพุ่งสูงขึ้นเป็เงาตามตัว
“กระเป๋ามิติขั้นสูงชิ้นนี้ราคาเท่าไรเหรอ?”
เซียวเยี่ยเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจังแต่กลับถูกจิ่วเยว่ตบเข้าที่บ่าเบาๆ พลางปลอบว่า “ไม่เอาน่า!พี่หน้าบากเขาให้มา นายก็รับไว้เถอะ”
“หมอนั่น... ฉันว่าสุดท้ายเขาก็คงไปเบิกเงินกับคุณอาฉินอยู่ดีนั่นแหละ...”
เซียวเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อยตั้งใจว่าหากมีโอกาสจะไปขอบคุณพี่หน้าบากด้วยตัวเอง
ทว่าในยามนี้กระเป๋ามิติขั้นสูงที่มีความจุถึง 60 ช่องชิ้นนี้ช่วยแบ่งเบาภาระเขาได้มหาศาลจริงๆ!
เมื่อมีช่องเก็บของมากขึ้นเขาก็สามารถพกยาฟื้นฟูไปได้มากขึ้นไม่ต้องกังวลว่าเสบียงจะหมดลงกลางคันจนต้องรีบกลับเข้าเมืองเฮยสุ่ยเหมือนกับก่อนหน้านี้
“ไปกันเถอะ! ไปดูสิว่าตาแก่พิลึกนั่นซ่อมอุปกรณ์ให้เราเสร็จหรือยัง?”
จิ่วเยว่สาวเท้าก้าวเดินนำไปข้างหน้าอย่างคล่องแคล่วขณะที่เซียวเยี่ยเดินตามไปพลางกล่าวเตือนอย่างจริงจัง“ขนาดพี่หน้าบากยังเรียกท่านว่าอาจารย์หลันเธออย่าไปเรียกเขาว่าตาแก่พิลึกแบบนั้นสิ”
“จ้าๆ รู้แล้วๆ!”
จิ่วเยว่เบ้ปากรับคำส่งๆแต่ในใจดูเหมือนจะไม่ได้จดจำคำเตือนนั้นเลยแม้แต่น้อย
..........
เมื่อทั้งสองเดินกลับมาตามเส้นทางเดิมจนถึงโรงหล่อสรรพาวุธในตรอกเล็กๆก็พบว่าช่างตีเหล็กเฒ่ายังคงเปลือยท่อนบนมือหนึ่งกุมค้อนเหล็กั์กวัดแกว่งอย่างขะมักเขม้นไม่สะทกสะท้านต่อไอเย็นในยามเช้าแม้แต่น้อย
“มากันแล้วเหรอ?”
ช่างตีเหล็กเฒ่าเหลือบเห็นเซียวเยี่ยและจิ่วเยว่จึงวางงานในมือลงชั่วคราว เขาใช้ชายเสื้อเช็ดมือส่งๆก่อนจะหยิบอาวุธที่ทั้งคู่ฝากไว้เมื่อวานลงจากชั้นวางแล้วส่งคืนให้
“ของพวกนี้ซ่อมเสร็จหมดแล้ว ลองดูสิว่าเป็ยังไง?”
จิ่วเยว่รีบรับกริชของตนมาพิจารณาดูอย่างละเอียดเห็นคมมีดและตัวดาบถูกขัดเกลาจนคมกริบดังเดิมก็เผยรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“อาจารย์หลัน ลำบากท่านแล้วค่ะ!”
ส่วนเซียวเยี่ยรับกระบี่ราชันพระราชทานของตนมารอยสึกหรอเพียงเล็กน้อยก่อนหน้านี้ถูกลบหายไปแทนที่ด้วยแสงโลหะที่ส่องประกายเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง!
ฝีมือฉกาจสมคำร่ำลือจริงๆ!
ในจังหวะนั้นเองช่างตีเหล็กเฒ่าจึงหยิบโล่าพยัคฆ์ร้ายออกมาจากถังน้ำมันขนาดใหญ่เขาใช้น้ำเย็นล้างทำความสะอาดอย่างพิถีพิถันก่อนจะใช้ผ้าป่านสะอาดเช็ดคราบน้ำมันที่หลงเหลือจนแห้งสนิทจากนั้นจึงยื่นส่งให้เซียวเยี่ยพลางฉีกยิ้ม “เ้าหนุ่มลองดูสิว่าถนัดมือไหม?”
เซียวเยี่ยยื่นมือทั้งสองรับโล่าพยัคฆ์ร้ายที่ดูราวกับได้เกิดใหม่มาอย่างนอบน้อมทันทีที่ัั เขารู้สึกได้ว่ามันหนักแน่นและหนากว่าเดิมมาก!
เมื่อเพ่งมองอย่างละเอียดทั่วทั้งโล่าถูกหล่อหลอมและขัดเกลาขึ้นใหม่ขอบโล่ที่เคยแหลมคมดุจใบมีดถูกหลอมให้กลายเป็ลวดลายที่หนาเตอะโอบล้อมรอบด้าน!
บนหน้าโล่ถูกฝังไว้ด้วยโครงโลหะเสริมแม้โล่ชิ้นนี้จะลดทอนรังสีสังหารลงไปบ้างแต่มันกลับเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกมั่นคงหนักแน่น ราวกับเป็ระฆังั์ใบหนึ่ง!
เซียวเยี่ยลองกวัดแกว่งด้วยมือเดียวพร้อมทำท่าปัดป้องกลางอากาศเขารู้สึกว่าแม้พิกัดน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย แต่มันกลับเข้ามือยิ่งกว่าเดิม!
และที่สำคัญมันช่างเหมาะสมกับค่าความแข็งแกร่งของเขาที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วในตอนนี้การสวมใส่โล่ชิ้นนี้เปรียบเสมือนการยืนอยู่หลังระฆังทองไร้พ่าย!
ทำให้เซียวเยี่ยรู้สึกถึงความห้าวหาญดุจขุนศึกผู้เฝ้าด่านที่คนนับหมื่นก็ไม่อาจฝ่าไปได้และในยามนั้นเองคุณสมบัติของโล่าพยัคฆ์ร้ายรุ่นปรับปรุงใหม่ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
[โล่าพยัคฆ์ทะยานภูผา]
[ระดับ: 75]
[ขั้น: ประกายแสง]
[ความแข็งแกร่งที่้า: 450 แต้ม]
[พลังป้องกัน: +2800]
[ผลการปัดป้อง: ลดความเสียหายขั้นสูงสุด]
[คุณสมบัติ: พละกำลัง +150; ความแข็งแกร่ง: +180;พลังชีวิต +3000;]
[คุณสมบัติเพิ่มเติม 1: มั่นคงดั่งขุนเขา...หลังจากปัดป้องได้อย่างสมบูรณ์แบบ จะไร้ผลกระทบจากความเสียหายส่วนใหญ่!]
[คุณสมบัติเพิ่มเติม 2: กลิ่นอายพยัคฆ์...ทุกครั้งที่ปัดป้องได้อย่างสมบูรณ์แบบจะได้รับกลิ่นอายสะสมและเมื่อทำการโจมตีสวนกลับ จะใช้กลิ่นอายทั้งหมดที่สะสมไว้เพื่อะเิการปัดป้องสวนกลับที่น่าสะพรึงกลัว!]
คุณสมบัติที่ทรงพลังเช่นนี้ทำเอาเซียวเยี่ยสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นอุปกรณ์ประกายแสงระดับ 75!
แม้ตอนนี้ระดับของเซียวเยี่ยจะยังไม่ถึงทำให้ไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบแต่มันก็เพียงพอที่จะขยี้อุปกรณ์ทองคำจำนวนมหาศาลได้อย่างราบคาบ!
อาจารย์หลันไม่ได้แค่ช่วยขัดเกลาให้ใหม่แต่นี่คือการมอบของขวัญล้ำค่าให้แก่เขาชัดๆ!
“โครงสร้างทำจากเหล็กกล้าเต่าดำ ขอบโล่ฝังด้วยหินทลายภูผา!”
ชายชรามองเซียวเยี่ยกวัดแกว่งโล่จนเกิดเสียงลมหวีดหวิวั์ตาของเขาเผยแววชื่นชมขณะแนะนำผลงานของตนเอง “โล่ก็คือโล่!ฉไนต้องมีใบมีดคมกริบไว้ตามขอบ? มีเพียงความหนาหนักที่หลอมรวมขึ้นมาเท่านั้นถึงจะเป็ความหมายที่แท้จริงของมัน!”
ช่างฝีมือในแต่ละ่วัยย่อมมีสภาวะจิตใจที่ต่างกันอาวุธและอุปกรณ์ที่หลอมสร้างขึ้นมาย่อมต่างออกไปด้วย
โดยเฉพาะยอดฝีมือที่มีทักษะเหนือชั้นยิ่งกาลเวลาผ่านไป ความเข้าใจที่มีต่ออาวุธย่อมลึกซึ้งยิ่งขึ้น
การหล่อหลอมโล่าพยัคฆ์ร้ายขึ้นมาใหม่ของอาจารย์หลันครั้งนี้ได้รวมเอาประสบการณ์ชีวิตและการตกตะกอนของทักษะที่สั่งสมมาทั้งชีวิตลงไปด้วย
เซียวเยี่ยััได้ถึงความทุ่มเทที่แฝงอยู่ในโล่ชิ้นนี้อย่างลึกซึ้ง!
มันคือคุณค่าที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของเงินตราไปแล้ว
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์หลัน!”
เซียวเยี่ยกล่าวด้วยความเคารพ“ท่านอาจารย์หลันช่างมีฝีมือล้ำเลิศโล่ชิ้นนี้ท่าน้าค่าตอบแทนเท่าไรโปรดว่ามาเถอะ! ไม่ว่าจะมากเพียงใดผู้น้อยจะพยายามหามาให้ได้”
แต่ช่างตีเหล็กเฒ่ากลับเพียงแค่ยิ้มกว้างพลางส่ายหน้า“เื่เงินทองนั้นช่างมันเถอะ!”
“คนแก่อย่างฉันได้กลับมาเห็นของที่ตัวเองเคยหลอมสร้างสมัยหนุ่มๆในเมืองเฮยสุ่ยแห่งนี้อีกครั้ง ก็นับว่าเรามีวาสนาต่อกันแล้ว”
“เ้าหนุ่ม นายช่วยส่งข่าวให้ฉันสักเื่ ถือเป็การชดเชยก็แล้วกัน!”
สีหน้าของเซียวเยี่ยแปรเปลี่ยนเป็จริงจังพลางเงี่ยหูฟัง“เชิญท่านว่ามาได้เลยครับ!”
อาจารย์หลันผู้มีนิสัยประหลาดและมีเส้นผมขาวโพลนค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองขอบฟ้าทางทิศตะวันตกที่แสงยังไม่จับจองพื้นที่ทั้งหมดน้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความอ้างว้าง “เ้าหนุ่มหากในวันหน้าเ้ามีโอกาสไปที่เมืองไป๋หู่ช่วยฝากคำพูดประโยคหนึ่งถึงคนในตระกูลของฉันที”
“บอกพวกเขาว่า ลูกหลานอกตัญญูหลันฉี่หยวนยังมีชีวิตอยู่หวังว่าบรรพชนจะไม่ต้องเป็ห่วง...”
เซียวเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ผู้น้อยจะนำคำพูดนี้ไปส่งให้ถึงที่อย่างแน่นอนครับ!”
หลันฉี่หยวนจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างลึกซึ้งเช่นเดียวกับสภาวะจิตใจของเขาเมื่อคืนยามหล่อหลอมโล่ชิ้นนี้ขึ้นใหม่ตลอดชีวิตที่เร่ร่อนพเนจร ในวาระสุดท้ายความฮึกเหิมมลายหายไปกลับกลายเป็ความสุขุมหนักแน่นที่เพิ่มพูนขึ้น
ทว่าเ้าเด็กคนนี้ไม่เหมือนกับเขาอายุยังน้อยแต่กลับกล้าเข้ามาเผชิญโชคในเมืองเฮยสุ่ยแห่งนี้อนาคตย่อมไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอน
ดั่งรูปสลักพยัคฆ์ร้ายทะยานภูผาที่อยู่บนหน้าโล่ใบนั้น!