“อย่าเข้ามานะคะ” เสียงเล็กสั่น ตะวันวาดพยายามถอยหนี แต่แผนหลังเธอได้ชนกับฝาผนังข้างเตียงนอนของวาเลนไทน์เรียบร้อยแล้ว
อันธกานต์กระตุกรอยยิ้มที่มุมปาก.. นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกายบอกให้รู้ว่าเขารู้สึกขบขันในท่าทางของตะวันวาดจริง ๆ
ร่างสูงยอมหยุดเดินอย่างที่อีกฝ่ายขอร้อง เขายกมือสองข้างขึ้นระดับศีรษะเป็นเชิงบอกว่า ‘ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเธอ’ ก่อนจะวางมือลงข้างตัวและกุมมือไว้ด้านหลัง เขาก้มตัวลงเล็กน้อย
“ฉันจะไม่ขายคอนโดก็ได้”
“...” ตะวันวาดยังตกอยู่ในสภาวะกึ่งกลัวกึ่งประหม่า เธอใช้เวลาเกือบสามวินาทีในการประมวลผลประโยคที่ถูกเอ่ยขึ้นจากปากของอีกฝ่าย
นัยน์ตากลมเบิกโตค่อย ๆ ขึ้น.. ก่อนความประหลาดใจจะแปรเปลี่ยนเป็นความระแวงทันใด
“ไม่ดีใจเหรอ? ” เสียงทุ้มถามกระตุ้น
ตะวันวาดครุ่นคิดอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย
“ด้วยเงื่อนไขอะไรคะ”
คำถามของเธอทำให้อันธกานต์เผยรอยยิ้มขึ้น ร่างสูงยืดตัวขึ้นยืนตรงมองไปยังเตียงนอนของวาเลนไทน์
“อาทิตย์หน้าวาเลนไทน์จะเริ่มไปโรงเรียน.. ฉันอยากให้เธอไปรับไปส่งจนกว่าวาเลนไทน์จะเลิกกลัวการนั่งรถ..”
“...” ตะวันวาดเงียบไปชั่วลมหายใจ.. เงื่อนไขฟังดูง่ายจนเธอไม่ไว้วางใจ
“ฉันขับรถไม่เป็นนะคะ” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นในที่สุด
“ฉันไม่ได้จะให้เธอขับรถ.. แค่มารอที่หน้าคอนโดทุกวันตอนเช้าก็พอ”
“...” ตะวันวาดเงียบไปอีกครั้ง.. อันธกานต์เริ่มทนไม่ไหว
“ถ้าวาเลนไทน์เลิกกลัวแล้ว.. คุณก็จะขายคอนโดอีกหรือเปล่า”
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มตวัดมองใบหน้าหวาน.. ถอนหายใจ
“จะเอาแบบนั้นก็ได้”
ตะวันวาดอ้าปากค้างน้อย ๆ พลางส่ายศีรษะ
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น.. แต่ฉันจะไปเอาความแน่นอนมาจากไหนคะ? ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคุณจะไม่ขายคอนโดอีก”
อันธกานต์ตวัดมองไปยังเตียงนอนเล็กอย่างหงุดหงิด.. ใช่ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดจะไม่มีเหตุผล..
“ฉันจะทำสัญญาขึ้นมาอย่างต่ำ 6 เดือนที่เธอต้องไปรับส่งวาเลนไทน์ และฉันจะไม่ขายคอนโด” อันธกานต์ตวัดสายตากลับมามองตะวันวาด หญิงสาวหลบสายตาของเขา
“ไม่สิ.. ฟังดูไม่ค่อย tempting (ดึงดูดใจ) เท่าไหร่..” เสียงทุ้มหยุดเว้นวรรค อันธกานต์ยกนิ้วขึ้นลูบริมฝีปากล่างของตัวเอง
“รับส่งวาเลนไทน์อย่างน้อย 6 เดือน.. ลูกสาวฉันเลิกกลัวการนั่งรถเมื่อไหร่.. ฉันจะโอนคอนโดนั้นให้เป็นของเธอทันที”
“...”
ตะวันวาดหันมองหน้าอันธกานต์ช้า ๆ อย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน นัยน์ตากลมกะพริบปริบ ๆ เธอแทบลืมหายใจ..
“อ้อ.. ลืมข้อสำคัญไปเลย..” เสียงทุ้มเอ่ยต่ออย่างมีเลศนัย ความตื่นเต้นของตะวันวาดหายวับไปทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงเช่นนั้น..
สัญชาตญาณของเธอบอกว่า.. เขากำลังจะพูดบางอย่างที่ทำให้เธอหนักใจ..
“ระหว่างที่ทำงานให้ฉัน.. ห้ามเธอทำงานให้กับอัศวะนัย ไม่งั้นฉันจะถือว่าสัญญาฉบับนี้เป็นโมฆะ”
นั่นไงล่ะ.. เธอคิดในใจ ตะวันวาดขมวดคิ้วแน่นทันทีที่ได้ยินเงื่อนไขอีกข้อหนึ่ง.. นัยน์ตากลมโตฉายแววแห่งความไม่เข้าใจขนาดใหญ่ที่ทำให้อันธกานต์รู้สึกรำคาญใจ
เธอเพิ่งเริ่มทำงานที่โรงแรมภูธเรศได้หนึ่งอาทิตย์.. การไปรับไปส่งวาเลนไทน์คงไม่ใช่ปัญหาในการไปทำงาน.. แต่อันธกานต์กลับยื่นเงื่อนไขปัญญาอ่อนนี่ให้เธอ..
“ฉันไม่เข้าใจ” ตะวันวาดเอ่ย
“สิ่งที่ฉันพูดไปเข้าใจยากตรงไหน? ”
“ทำไมคุณต้องบังคับให้ฉันไม่ยุ่งเกี่ยวกับบ้านอัศวะนัยด้วย? มันสำคัญอะไรกับคุณขนาดนั้นเลยเหรอคะ? ”
อันธกานต์สูดลมหายใจเข้าลึก เขาจ้องเธอลึกลงไปในนัยน์ตาสีดำสนิท เป็นเวลาเกือบวินาทีก่อนอันธกานต์จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็น
“ใช่ สำคัญ”
“...” ตะวันวาดยังคงมีสีหน้าไม่เข้าใจ ดวงตากลมที่เต็มไปด้วยความสงสัยทำให้อันธกานต์หงุดหงิดขึ้นเล็กน้อย
“อะไรที่อัศวะนัยอยากได้ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา”
ตะวันวาดชะงักงันกับคำตอบนั้น ขณะเดียวกันร่างเล็กที่ปรากฏตัวขึ้นก็เปลี่ยนบรรยากาศระหว่างเขาและเธออย่างฉับพลัน
“โยเกิร์ตค่า~” วาเลนไทน์ปรากฏตัวพร้อมกับเสียงเล็ก เธอวิ่งตึกตักมาหาตะวันวาดพร้อมกับถ้วยโยเกิร์ตขนาดเล็ก
ตะวันวาดยิ้มรับโยเกิร์ตที่วาเลนไทน์ส่งให้เธอ ก่อนจะหันกลับไปมองอันธกานต์ ชายหนุ่มเลิกคิ้วตั้งคำถามให้กับเธอ วาเลนไทน์เดินกลับไปหาชายหนุ่ม เขาอุ้มลูกสาวขึ้น
“ฉันขอเวลากลับไปคิดได้ไหมคะ” เสียงเล็กเอ่ยถาม
คิ้วที่โก่งตัวตกลงทันที อันธกานต์ตอบนิ่ง
“อยากคิดก็นั่งคิดที่นี่.. ถ้าคิดไม่ออกก็กลับไปซะ เธอก้าวขาออกไปจากห้องนี้เมื่อไหร่ ฉันจะถือว่าฉันไม่ได้ตั้งสัญญาอะไรกับเธอทั้งนั้น”
“แด๊ดดี๊อย่าดุพี่ซันนี่” ลูกสาวบนอ้อมแขนใช้มือเล็กตีหน้าอกเขา ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกตัวเอง อันธกานต์มองหน้าลูกสาวอย่างไม่คาดคิดว่าจะได้ยินสิ่งที่เธอพูด เขาเหลือบมองตะวันวาด ก่อนจะหันหลังกลับพาวาเลนไทน์ออกจากห้องนอนของเธอทันที
ประตูปิดลง.. ทิ้งให้ตะวันวาดนั่งครุ่นคิดอยู่เพียงลำพัง
“พี่ซันนี่” สาวน้อยดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของอันธกานต์
ร่างสูงพาคนตัวเล็กเดินกลับไปที่ห้องนอนของเขา
“เลิฟ ชู่วว” เสียงทุ้มเรียกลูกสาวให้กลับมาหาเขา พร้อมกับห่อปากบอกให้ลูกสาวไม่ส่งเสียง
“เลิฟอยากให้พี่ซันนี่เป็นเพื่อนไปส่งที่โรงเรียนทุกวันไหมคะ”
เด็กน้อยอ้าปากกว้าง ตาโตระยิบระยับ วาเลนไทน์ผงกศีรษะขึ้นลงอย่างรวดเร็ว.. อันธกานต์ยิ้มมองลูกสาว
“ทำไมถึงชอบพี่ซันนี่ขนาดนั้นฮึ? ” เขาถามต่อ พร้อมกับยกนิ้วจิ้มจมูกเล็กอย่างเอ็นดู
วาเลนไทน์หัวเราะคิกคัก มือเล็กยกป้องกระซิบที่หูแด๊ดดี๊ของเธอ
“แด๊ดดี๊ไม่ชอบพี่ซันนี่เหรอคะ? ”
อันธกานต์หันสบสายตากับลูกสาวที่ยังคงอยู่บนอ้อมแขนของเขา ชายหนุ่มกลืนน้ำลายอึก คาดไม่ถึงในคำถามที่เขาได้รับแทนที่จะเป็นคำตอบ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกะพริบปริบ ๆ เลือกที่จะไม่ตอบคำถามลูกสาว
ร่างสูงวางเด็กน้อยลงบนเตียงนอนไซส์คิงของตัวเอง วาเลนไทน์นั่งบนขอบเตียงเตะขาไปมา
“ระหว่างแด๊ดดี๊กับพี่ซันนี่.. เลิฟชอบใครมากกว่ากันคะ? ”
นัยน์ตาสีเขียวอมเทาใสแจ๋วจับจ้องนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของแด๊ดดี๊ของเธอ ริมฝีบางเล็กเผยอยิ้มกว้าง วาเลนไทน์ชูแขนขึ้นสองข้าง ขณะที่อันธกานต์ย่อตัวลงเกือบติดพื้นทำให้ทั้งคู่อยู่ในแนวราบเดียวกัน
วาเลนไทน์ยกมือขึ้นกอดคออันธกานต์
“แด๊ดดี๊ค่า~” เสียงเล็กตะโกนแจ้ว ตามติดมาด้วยรอยยิ้มกว้างลึกของชายหนุ่ม..
ภายในห้องนอนวาเลนไทน์..
“อะไรที่อัศวะนัยอยากได้ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา”
“นี่คือเหตุผลที่เขาแต่งงานกับพี่บุหลันสินะ..” ตะวันวาดพึมพำกับตัวเองอย่างเคยคิดขณะที่ใช้ความคิด.. เธอขบริมฝีปากล่างของตัวเอง ถอนหายใจยาว..
และนั่นคือเหตุผลที่เขาไม่ยอมให้เธอไปทำงานที่โรงแรมภูธเรศ.. เพราะภูจินดาอยากให้เธอไปทำงานด้วย..
ตะวันวาดนั่งลงบนพื้นข้างเตียงนอนเล็ก ก่อนจะวางศีรษะลงบนฟูกที่บังเอิญอยู่ระดับเดียวกับที่เธอสามารถพิงได้ นัยน์ตากลมกะพริบปริบ ๆ มองขึ้นด้านบน รูปพระอาทิตย์ดวงโตถูกวาดตกแต่งบนเพดาน พัดลมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่สีขาวสลับทองหมุนวนส่งเสียงดังฟื้ดด ฟื้ดด..
เสียงเปิดประตูดังขึ้น
วาเลนไทน์แทรกร่างเล็ก ๆ ของเธอผ่านซอกประตู ตามติดมาด้วยร่างสูงที่โผล่เข้ามาอีกครึ่งตัว
“พี่ซันนี่จะไปส่งเลิฟที่โรงเรียนทุกวันจริง ๆ เหรอคะ” นัยน์ตากลมส่องประกายวาววับ ขณะที่เดินมาหาเธอ
ตะวันวาดยกมือลูบศีรษะเล็กก่อนจะลุกขึ้นยืน เธอก้มลงมองวาเลนไทน์
“พี่ยังหิวอยู่เลย.. ขอโยเกิร์ตอีกถ้วยหนึ่งได้มั้ย? ”
ร่างเล็กพยักหน้าหงึกหงัก เดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ตั้งใจทำหน้าที่ส่งโยเกิร์ตของเธออย่างเต็มที่
ตะวันวาดเผชิญหน้ากับอันธกานต์
“ฉันเริ่มทำงานที่โรงแรมไปแล้ว..”
“งั้นก็กลับไปซะ” เสียงทุ้มตัดบทอย่างเย็นเยียบเมื่อเขาไม่ได้ยินคำตอบที่เขาต้องการ ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดมองไปยังประตูที่ห่างจากเขาไม่ถึงหนึ่งไม้บรรทัด
“กลับไปซะ”
ตะวันวาดจ้องหน้าอันธกานต์.. เธอพูดไม่ออกกับความไม่มีเหตุผลของผู้ชายตรงหน้าเธอ มีคำพูดหลายอย่างที่เธออยากจะพูดแต่กลับต้องกล้ำกลืนมันลงไป.. ริมฝีปากบางเม้มแน่น..
เรื่องนี้เป็นเรื่องงี่เง่าที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตเธอเลยก็ว่าได้..
ใบหน้าของพ่อกับแม่ลอยขึ้นมาในห้วงความคิด..
คอนโด.. คอนโดที่เธอเฝ้ารอคอยมากว่าสิบปี.. ความฝันที่อยากจะสานต่อความรักของพ่อกับแม่ของเธอให้สำเร็จ.. เธอรอมันมากว่าสิบปี..
ฉันจะไม่ยอมให้เวลาสิบปีในชีวิตต้องเสียเปล่า.. ถ้าหากต้องอดทนอีก 6 เดือนมันจะเป็นอะไรไป..
“งี่เง่าจริง ๆ ” เสียงเล็กกระซิบกระซาบกับตัวเอง
อันธกานต์ได้ยินไม่ถนัด นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเบิกโตขึ้น เขาเอียงหน้ามองเธอ
“ว่าไง? ”
“โยเกิร์ตมาแล้วค่า~” เสียงวาเลนไทน์เจื้อยแจ้วใกล้เข้ามาในห้องนอน
เด็กน้อยปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับโยเกิร์ตในอุ้งมือเล็ก เธอยื่นมันให้ตะวันวาด หญิงสาวรับมันไว้ก่อนอุ้มเธอขึ้นจากพื้น
“เลิฟอยากให้พี่ซันนี่ไปส่งที่โรงเรียนทุกวันไหม” เธอถามทั้งที่รู้คำตอบของเด็กน้อยอยู่แล้ว
วาเลนไทน์พยักหน้าหงึกหงัก ตะวันวาดเหลือบมองอันธกานต์เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหันกลับมาหาวาเลนไทน์อีกครั้ง เธอเงียบไปนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยขึ้น..
“ตกลงค่ะ..” เสียงเล็กเอ่ยตอบ ยังคงมองที่วาเลนไทน์
อันธกานต์ยืนไขว้ขา ยกมือกอดอก.. ตะวันวาดเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไปจึงจำใจหันไปสบตาอีกฝ่าย เมื่อทั้งคู่สบตากัน ชายหนุ่มเลิกคิ้วน้อย ๆ ตะวันวาดไม่ชอบท่าทางเป็นต่อนั้นสักเท่าไหร่นัก..
“ฉันตกลงทำงานนี้” เธอกล่าวซ้ำ
รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้น..