เครื่องร่อนลงสู่พืื้นดินท่าอากาศยานอย่างนุ่มนวล อัสนนท์ก้าวยาวลงสู่สนามบินอย่างเร่งรีบ เสียงสัญญาณเตือนข้อความดังรัวขึ้นมาเมื่ออัสนนท์เปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ เขาเตรียมพร้อมรับมือกับงานที่กำลังเริ่มขึ้น และลุ้นคำตอบผลของการเจรจาธุรกิจรีสอร์ทโปรเจคใหญ่ที่กำลังก่อตัวเป็รูปเป็ร่างในไม่ช้านีี้
เสียงข้อความเพื่อแจ้งสายไม่ได้รับเป็จำนวนหลายสาย เปิดดูเป็เบอร์โทรของไททัศน์ ลูกพี่ลูกน้องคนสนิทที่ช่วยเขาประสานงานเื่กว้านซื้อที่ดินเพื่อทำธุรกิจรีสอร์ทที่เขาเดินทางมาดูงานด้วยตัวเองในวันนี้ อัสนันท์โทรกลับด้วยความเร่งรีบ ในใจตื่นกังวลเกรงว่างานจะไม่ราบรื่นตามที่หวังไว้
"พี่อัสน์.. พอดีเลยผมเร่งโทรหาพี่อยู่ ตอนนี้มีเื่ด่วน มันมีที่ดินส่วนหนึ่งในเกาะที่เราจะทำโครงการรีสอร์ทเป็ของนักการเมืองท้องถิ่นที่ทรงอิทธิพล ผมเจรจาหว่านล้อมยังไง เขาก็ไม่ยอมขายที่ดินผืนนี้ อ้างเป็มรดกตกทอดกันมายาวนาน ที่ดิน 20 กว่าไร่ ผมให้ราคาสูงเป็สิบเท่าของราคาที่กว้านซื้อก่อนหน้านี้ ทำยังไงเขาก็ไม่เอา ทำไงดีพี่" ไททัศน์ให้ข้อมูล พร้อมทั้งขอคำปรึกษา
"นึกอยู่แล้วเชียว ว่าต้องลงอีหรอบนี้ คุณอาทรัพย์ก็เตือนพี่อยู่แล้ว ว่าถิ่นนี้มีคนคุม ไม่นึกว่าจะมาเป็เ้าของที่ แกลองสืบประวัติเ้าของที่มาให้พี่ดูหน่อย พี่จะลองดูว่าพอจะมีคนกว้างขวางในพื้นที่พาเข้าไปคุยด้วยได้ไหม"
ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ ผู้ชำนาญด้านเทคโนโลยีและอิเล็กโทรนิกส์อย่างไททัศน์ก็จัดการหาประวัติของนักการเมืองผู้ขวางทางธุรกิจของญาติผู้พี่ ข้อมูลที่ส่งมาทำให้อัสนนท์ได้รับรู้ชื่อเสียงเรียงนามของคู่อริทางธุรกิจของเขา
"นายกบ่าง หรือ นายสิปปวัตน์ บริกันต์" เป็นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลที่เล่นการเมืองมายาวนานั้แ่รุ่นพ่อสืบอำนาจต่อกันมา
"งานยากแล้วนายอัสน์" ชายหนุ่มรำพันกับตนเอง
ทว่านามสกุล 'บริกันต์' มันฟังดูคุ้นหู เหมือนเพิ่งเคยได้ยินมาเมื่อไม่นานมานี้เอง
เสียงดีดนิ้วมือดังเป๊าะ พร้อมกับรอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฎมุมปากนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เขารีบพิมพ์ชื่อนางสาวสิเภา บริกันต์ ไปให้ไททัศน์เช็คข้อมูลในทันที
ข้อมูลที่ได้มาเป็ไปตามที่คิด หญิงสาวที่นั่งข้างๆ เขาบนเครื่องเป็ลูกสาวของนายกบ่าง
เร็วเท่าความคิดเขารีบค้นหาเธอในบริเวณรอบๆ สนามบิน ผู้โดยสารขาเข้าในเวลาเช่นนี้มักจะมารอกันที่จุดรับกระเป๋าที่โหลดไว้ แต่เธอมาสาย น่าจะไม่ได้โหลดกระเป๋าเพราะดูจากสัมภาระที่หอบหิ้วมาอย่างพะรุงพะรังก็น่าจะมีความเป็ไปได้
อัสนนท์เร่งฝีเท้าออกตามหาเป้าหมาย "สิเภา บริกันต์" ชื่อที่เขาจำได้ขึ้นใจ เธอคงอยู่ไม่ไกล ซึ่งก็เป็ไปตามที่คาดไว้ ถุงช้อปปิ้งราวเกือบสิบถุงรวมทั้งของใช้ส่วนตัววางเพ่นพ่านอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องน้ำหญิงอย่างไม่ได้กลัวของหาย
'ผู้หญิงอะไร ไร้ระเบียบที่สุด'
เขายังหยุดความคิดตำหนิหญิงสาวคนนี้ไม่ได้ ใครได้เป็แม่ของลูกคงปวดหัวแทบทุกวัน แล้วบังเอิญไปเห็นโทรศัพท์มือถือของเธอวางอยู่ท่ามกลางข้าวของที่เกลื่อนกลาดนั้น เขาถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมายังประตูทางออก ความคิดวนเวียนวางแผนต่อเนื่องไปอีกขั้น
สิเภาสาละวนอยู่กับการรื้อกระเป๋าถือของตัวเอง โดยไม่ได้สนใจว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องเธออยู่ อัสนนท์อมยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ หากนี่คือการเล่นเกมส์เขารู้สึกว่าเขาเป็ผู้คุมเกมส์
..ไม่คิดว่าตัวหมากในเกมส์ทางธุรกิจจะได้มาง่ายดายขนาดนี้
"นี่มือถือของคุณหรือเปล่า" อัสนนนท์ยื่นมือถือไปตรงหน้าเ้าของแล้วเอาเก็บในกระเป๋าเสื้อสูทของตน อย่างกับเป็ของตนเอง
"ใช่ ฉันกำลังหามันอยู่" สิเภายื่นมือไปตรงหน้าชายหนุ่มเพื่อขอของสำคัญที่เป็ของของเธอคืน
"ของมันถูกทิ้งเรี่ยราดอยู่หน้าห้องน้ำ ผมคิดว่าเป็ขยะด้วยซ้ำ นี่ก็ว่าจะเอาไปทิ้ง แต่หาถังขยะติดเชื้อไม่เจอ"อัสนันท์พูดแหย่ให้คนตรงหน้าโกรธ เอาคืนที่เธอทำให้เขาหัวเสียตลอดการโดยสารบนสายการบิน
"ปากร้าย หน้าไม่อาย ก็ฉันบอกอยู่นี่ไงว่ามือถือของฉัน เอาคืนมา..!!" สิเภาโกรธจัดที่ได้ยินคำดูิ่แคลน ั้แ่จำความได้จนโตมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยมีใครมีกิริยาไร้มารยาทแบบนี้มาก่อน เธอก็ไม่อยากจะมีมารยาทกับคนแบบนี้เหมือนกัน ประโยคทิ้งท้ายจึงเริ่มกลายเป็เสียงตวาด
"เก่งจริงก็ตามมา" อัสนันท์พูดพลางหันหลังกลับ แล้วเดินหนีออกมา
สิเภาอึดอัดใจจนแทบอยากกรีดร้องออกมาดังๆ เธออยากโทรบอกที่บ้านแต่ตอนนี้เครื่องมือสื่อสารเพียงอย่างเดียวตกอยู่ในมือของชายคนนั้น สิ่งเดียวที่หญิงสาวทำได้ตอนนี้ คือวางข้าวของที่ถืออยู่แล้วรีบวิ่งตามเขาไป
(จบตอน)