“เอาหละขอรับกระผมจะขอแนะนำตัวกันใหม่อีกครั้ง กระผมมีนามว่าเจย์เดน เร็กซ์เบลด เป็ครีเอเตอร์ระดับผู้เชี่ยวชาญขอรับ”
เมื่อพ่อค้าเจย์เดนที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่พ่อค้าเร่ธรรมดาได้แนะนำว่าตัวเองเป็คนภายในตระกูลเร็กซ์เบลดแล้ว มีเด็กเพียงแค่ 2 จาก 3 คนที่นั่งฟังอยู่เท่านั้นที่ตกตะลึง เด็กที่ใมากที่สุดอย่างยูโนะก็รีบถามขึ้นเพื่อยืนยัน
“เร็กซ์เบลด!!! อย่าบอกนะว่าคุณก็คือ เจย์เดน เร็กซ์เบลด ที่โด่งดังคนนั้นงั้นเหรอค่ะ”
เมื่อได้ยินยูโนะที่ใมากพูดออกมาเด็กที่มีสีหน้าใอีกคนก็ถามขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“เจย์เดน เร็กซ์เบลด ใครงั้นเหรอยูโนะ?”
คนๆ นั้นก็คือยูโตะผู้ซึ่งไม่เคยคิดที่จะอ่านบรรยากาศและได้ถามสิ่งที่คาใจอยู่ออกมาทำให้ยูโนะถึงกับเอามือกุมขมับกับพี่ชายคนนี้เลยจริงๆ ในส่วนอีกคนนึงที่นั่งอยู่ตรงกลางซึ่งยังคงทำหน้านิ่งอยู่ก็ได้แต่คิดอยู่ภายในใจ
( ఠ ͟ʖ ఠ) ‘ใครวะครับ…….…’
“พี่คะ พี่ก็เป็คนของตระกูลกราเซียนะคะกรุณาจำชื่อคนสำคัญเอาไว้บ้างเถอะค่ะ คุณเจย์เดน เร็กซ์เบลด เขาถือว่าเป็ครีเอเตอร์อัจฉริยะของตระกูลเร็กซ์เบลด ที่สามารถจะไปถึงระดับปรมาจารย์ได้แต่กลับปฏิเสธตำแหน่งไปเนื่องจากการที่ตัวเขานั้นรักอิสระมากเกินไป”
เมื่อยูโนะได้สั่งสอนยูโตะเป็ที่เรียบร้อยแล้วเรย์ฮิโตะที่ทำหน้านิ่งมาตลอดก็ได้ถามขึ้นมาเนื่องจากความสงสัยจากสิ่งที่ยูโนะได้พูดออกมา
“ถ้าเป็อย่างที่ยูโนะพูดจริงๆ ละก็ทำไมคนระดับคุณถึงมาในที่แบบนี้ละครับแถมยังทำงานป็นพ่อค้าเร่อีก”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กหนุ่มผมดำถามออกมาเจย์เดนก็ยิ้มและตอบกลับไปโดยไม่ได้คิดมากอะไรจากคำถามพวกนี้
“งานอดิเรกขอรับ”
“งานอดิเรกเหรอครับ?”
“ถูกแล้วขอรับพวกคุณฟังไม่ผิดหรอกมันเป็งานอดิเรกของกระผมขอรับ เนื่องจากตัวกระผมชื่นชอบในการออกเดินทางเพื่อค้นหาและพบกับอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลาพอรู้สึกตัวอีกทีก็กลายเป็คนที่มีความรู้มากมายจนพากันถูกทุกคนเรียกว่า ครีเอเตอร์อัจฉริยะแห่งตระกูลเร็กซ์เบลดแล้วขอรับ”
เมื่อเจย์เดนพูดจบเขาก็เริ่มพูดต่อ
“เื่เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้พักเอาไว้ก่อนเถอะขอรับให้กระผมได้เล่าเกี่ยวกับที่มาของไข่ฟองนี้กันก่อนเถอะขอรับ ในฐานะที่เธอถูกชะตานำพาให้มาพบกับไข่ฟองนี้และจะต้องทำสัญญากับมัน เธอมีสิทธิ์ที่จะฟังที่มาและเหตุการณ์ทั้งหมดของไข่ฟองนี้ขอรับ”
หลังจากนั้นเจย์เดนก็ได้เริ่มเล่าถึงที่มาของไข่ฟองนี้ว่าทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี้และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มีอะไรบ้าง…...…….
ทุกสิ่งนั้นเริ่มต้นจากการที่เจย์เดนได้กลับไปยังตระกูลเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้วโดยการถูกเรียกตัวให้กลับไปยังสถานเพาะพันธุ์เร็กซ์ของตระกูลหลักเนื่องจากทางตระกูลหลักได้รับไข่กลายพันธุ์ที่พิเศษมากๆ มา ซึ่งได้ถูกคาดว่าเมื่อฟักออกมาจะมีศักยภาพอยู่ที่ระดับตำนานเลยทีเดียว
แต่ทว่าไม่ว่าทางสถานเพาะพันธุ์เร็กซ์จะทำอย่างไรก็ไม่สามารถฟักไข่ออกมาได้รวมถึงการค้นหาเทมเมอร์อัจฉริยะรุ่นเยาว์มากมายจากในตระกูลหลักและสาขาเพื่อมาทำสัญญาและใช้พลังของพันธสัญญาในการสื่อสารถึงสิ่งที่จำเป็ต้องใช้ในการฟักของไข่ แต่ไม่ว่าจะพามาสักกี่คนก็ไม่มีใครสามารถทำสัญญาได้เหมือนกับโดนตัวไข่ปฏิเสธออกไป
เมื่อในตอนที่เจย์เดนไปถึงที่สถานเพาะพันธุ์ก็ได้ถามถึงที่มาของไข่ฟองนี้ว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ทางสถานเพาะพันธุ์ได้บอกเอาไว้ว่าถูกไหว้วานมาจากจักรพรรดิทรราชที่เป็หัวหน้าเผ่า โดยที่ไข่ใบนี้เกิดมาจากตัวของจักรพรรดิและจักรพรรดินีเอง ในขั้นตอนแรกทางเผ่าัทรราชไม่ได้้าจะส่งไข่ใบนี้ให้กับมนุษย์ แต่ว่าไม่ว่าจะรอสักแค่ไหนไข่ใบนี้กลับไม่มีสัญญาณว่าจะฟักออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว
1 ปีต่อมาทางจักรพรรดิทรราชไม่มีทางเลือกอื่นจึงได้ส่งต่อไข่ให้กับตระกูลเร็กซ์เบลดเพื่อไปศึกษา โดยที่ทางตระกูลหลักได้ใช้ทรัพยากรบางอย่างแลกเปลี่ยนกับไข่มาเนื่องจากสถานเพาะพันธุ์้าที่จะศึกษาไข่ใบนั้น
หลังจากการวิจัยอันยาวนาน 1 ปีของทางสถานเพาะพันธุ์ก็ไม่สามารถค้นหาสาเหตุของการที่ไข่ยังไม่ฟักออกมาได้ทางเลือกสุดท้ายของตระกูลหลักคือการเรียกตัวเจย์เดนให้กลับมายังตระกูลเพื่อช่วยค้นหาวิธีการฟักไข่ฟองนั้นรวมถึงการทำการหาวิธีทำสัญญา แต่ว่าแม้แต่ตัวเจย์เดนเองก็ไม่สามารถหาวิธีในการฟักไข่หรือแม้กระทั้งทำสัญญาได้จนกระทั่งตัวของเจย์เดนก็ได้ทฤษฎีขึ้นมาอันนึง……......
นั้นก็คือ “มันเหมือนกับ...……จะเป็มรดกเลยขอรับ”
“มรดกอย่างนั้นเหรอครับ?”
“ถูกต้องแล้วขอรับ ส่วนในเื่ของสมบัติมรดกพวกเธอเองก็คงเคยได้ยินกันมาบ้างใช่ไหมขอรับ ว่าที่ภายในโลกใหม่มักจะมีสถานที่ ที่มักจะถูกเรียกกันว่าโบราณสถานมรดกอยู่น่ะขอรับ”
“ครับ! ก็พอจะเคยได้ยินมาบ้าง”
“ภายในโบราณสถานเ่าั้มักจะมีสมบัติ์อยู่มากมายแต่ทว่าสมบัติที่มีค่ามากที่สุดภายในนั้นก็คือสมบัติมรดกขอรับ ซึ่งเป็สิ่งของที่ว่ากันว่าสามารถทำให้แฟนทัสมอนกลายพันธุ์จนไปถึงศักยภาพระดับเทพนิยายได้เลยขอรับ แต่ว่าของพวกนี้ก็เป็แค่เื่เล่าที่พบภายในบันทึกต่างๆ และเป็ตำนานหรือนิทานของเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในโลกใหม่เท่านั้นขอรับ”
หลังจากที่เจย์เดนพูดจบเขาก็หยุดเพื่อดื่นน้ำและเริ่มที่จะพูดต่อ
“มีคนจำนวนมากมายได้ผ่านมรดกไม่ว่าจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ อัจฉริยะหรือคนธรรมดาขอรับ แม้แต่ตัวกระผมเองก็เคยไปมาเหมือนกันเลยรู้ดีใรเื่นั้น แต่ว่ากลับยังไม่เคยมีใครได้รับมรดกของจริงที่ทำให้กลายเป็สายเืเทพนิยายเลยสักคนเดียวขอรับ และถึงแม้จะมีคนได้รับแต่ก็เป็เพียงแค่เศษเสี้ยวของมรดกเพียงเท่านั้น เหมือนกับว่าตัวโบราณสถานกำลังมองหาและคัดเลือกสำหรับผู้ที่เหมาะสมซึ่งควรจะได้รับมรดกไปอยู่……....ซึ่งที่ได้กล่าวมาก็คล้ายกันกับสถานการณ์ของไข่ฟองนี้เลยขอรับ”
เมื่อกล่าวจบเจย์เดนก็เริ่มทำสีหน้าที่จริงจังมากยิ่งขึ้น
“ไข่ฟองนี้ไม่เพียงแค่ปฏิเสธเทมเมอร์มือใหม่เท่านั้นแม่แต่เทมเมอร์ระดับาา์ที่ใช้พลังงานที่เหนือกว่าในการบังคับสัญญาก็ยังถูกไข่ฟองนี้ปฏิเสธกลับออกมาได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้กระผมคิดได้ว่าบางทีไข่ฟองนี้อาจจะกลายพันธุ์จนถึงขั้นไปถึงระดับของสายเืมรดกแล้วก็เป็ได้”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เจย์เดนก็ทำสีหน้าขมขื่นและยิ้มเจื่อนๆ ออกมา
“เมื่อกระผมได้พูดเื่นี้ออกไปกับทางตระกูลหลักพวกเขาต่างพากันหัวเราะเยาะตัวกระผมและคิดว่ากระผมคงจะพูดล้อเล่นน่ะขอรับ ไม่ว่ากระผมจะยืนยันมากแค่ไหนพวกเขาก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจกับคำพูดของกระผมเลย ตัวกระผมเองจึงได้ตัดสินใจแจ้งกับทางผู้นำตระกูลคนปัจจุบันว่าจะออกเดินทางพร้อมกับไข่ฟองนี้เพื่อหาวิธีการฟักและทำสัญญากับมัน”
เมื่อพูดถึงตรงจุดนี้เรฮโตะก็ตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าไข่ฟองนี้ จะผ่านอะไรมามากมายถึงเพียงนี้แถมการคาดเดาของเจย์เดนนั้นก็เกือบถูกต้องจนหน้ากลัว ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าสถานะของครีเอเตอร์ระดับผู้เชี่ยวชาญไม่ได้มีไว้โชว์เล่นๆ
“ทางผู้นำตระกูลก็เห็นด้วยขอรับ และตอบตกลงในทันทีเนื่องจากการให้ไข่ใบนี้อยู่ที่สถานเพาะพันธุ์ต่อไปก็มีแต่จะเสียเวลาและทรัพยากรในการวิจัย เมื่อกระผมได้ออกมาจากตระกูลพร้อมไข่ใบนี้กระผมก็ได้ออกเดินทางในฐานะพ่อค้าเร่ ไปทั่วพร้อมไข่ในฐานะที่เป็สินค้าของร้านขอรับ กระผมได้พบคนต่างๆ มากมายที่ถูกชะตานำพาให้มาพบกับไข่ฟองนี้ขอรับแต่ว่าพวกเขาก็ยังคงไม่สามารถทำสัญญากับมันได้ขอรับ หลังจากนั้น 1 ปีของการเดินทางจนในที่สุดกระผมก็ได้มาถึงประเทศช้างเผือกหรือก็คือที่นี่……..และได้มาพบกับพวกเธอขอรับ”
เมื่อเจย์เดนกล่าวจนถึงตอนนี้ เขาก็ได้ทำการจ้องเข้าไปภายในดวงตาของเรย์ฮิโตะที่นิ่งเงียบอยู่นานและเริ่มพูดออกมาต่อ
“กระผมอยากลองเชื่อดูว่าครั้งนี้จะเป็ชะตาที่ได้กำหนดให้พวกคุณมาเจอกันขอรับ เพราะกระผมเห็นภายในดวงตาคู่นั้นถึงความมั่นใจอย่างแรงกล้าของเธอเอง เพราะฉะนั้นแล้วมาลองดูเถอะขอรับว่าการทำสัญญาจะสำเร็จได้ไหม และถ้าเธอสามารถทำสัญญาได้สำเร็จแล้วละก็กระผมจะมอบไข่ฟองนี้ให้ไปเลย นอกจากนั้นตัวกระผมจะเป็คนรับรองกิ้งก่าทรราชตัวนี้ในฐานะของตระกูลเร็กซ์เบลดให้ด้วยขอรับ”
การรับรองคือการยืนยันตัวตนว่าเป็การทำสัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ยูเนี่ยได้กำหนดเอาไว้ ในฐานะเผ่าพันธุ์ที่เป็พันธมิตรกับตระกูลเทมเมอร์คนอื่นที่ไม่ได้อยู่ภายในตระกูลนั้นๆ จะไม่สามารถทำสัญญากับแฟนทัสมอนของเผ่าพันธุ์ที่เป็พันธมิตรกับตระกูลได้ โดยเทมเมอร์ที่ทำสัญญาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากตระกูลจะถือว่าผิดกฏหมายของยูเนี่ยน
และจะถูกจับในที่สุด สิ่งนี้มันก็จะคล้ายๆ กับกฏหมายลิขสิทธิ์ที่มีอยู่บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่ต้องมีการขออนุญาติและจ่ายค่าลิขสิทธิ์ก่อนถึงจะนำมาใช้ได้
เมื่อเจย์เดนได้พูดออกมาดังนั้นเรย์ฮิโตะก็ไม่ลังเลที่จะเรียกหนังสือสัญญาออกมาที่มือขวาและได้เอื้อมมือซ้ายที่ว่างอยู่ออกไปแตะที่ไข่ที่ได้ถูกวางไว้บนโต๊ะ ขณะที่เริ่มหลับตาลงและทำสมาธิเพื่อที่จะทำสัญญาอยู่นั้นเรย์ฮิโตะก็ััได้ถึงพลังต่อต้านอย่างแรงกล้าที่ออกมาจากไข่ฟองนี้
ในตอนแรกพลังงานนั้นเป็เหมือนกับการผลักเบาๆ แต่เมื่อเรย์ฮิโตะเริ่มฝืนและส่งพลังงานที่มากขึ้นเรื่อยๆ แรงผลักก็เริ่มที่จะรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นที่มีเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผากของเขา ดวงตาที่ปิดสนิทของเรย์ฮิโตะก็เริ่มขมวดเข้ามาหากันมากขึ้นเรื่อยๆ
ใน่เวลานั้นเอง ผ่านพลังของสัญญาเรย์ฮิโตะก็ได้พยายามส่งความคิดของเขาเข้าไปภายในไข่ของกิ้งก่าทรราช..………
‘ฉันรู้น่ะว่าเธอยังคงมีสติอยู่ตลอดเวลานะ แล้วฉันก็ยังรู้วิธีที่จะฟักเธอด้วยเช่นกันเพราะฉะนั้นเชื่อในตัวฉันไม่สิได้โปรดให้โอกาสและเชื่อฉันหน่อยเถอะ ไม่ว่าจะเป็การฟักเธอออกมาจากไข่หรือการทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นฉันสัญญาว่าฉันสามารถทำได้อย่างแน่นอน’
เมื่อความคิดอันแรงกล้าของเขาได้ส่งเข้าไปยังไข่ เหมือนกับว่าไข่จะได้ยินถึงเสียงที่เขาส่งออกไปและตอบรับต่อเสียงนั้น การต่อต้านก็เริ่มที่จะลดน้อยลงและน้อยลงเรื่อยๆ หลังจากนั้นไม่นานเมื่อการต่อต้านได้หายไปอย่างสมบูรณ์สัญญาระหว่างคนและไข่ก็เริ่มเชื่อมต่อกันในที่สุด
วิ้ง~
ภายในพริบตาไข่ที่ได้ตั้งอยู่บนโต๊ะได้หายไปและเข้าไปอยู่ภายในมิติสัญญาในทันที ทันใดนั้นเสียงของผู้หญิงสังเคราะห์ได้ดังเข้ามาในหัวอีกครั้งเพื่อยืนยันถึงความจริงและทำให้หัวใจของเรย์ฮิโตะรู้สึกยินดีในการที่ทำสัญญาสำเร็จ
[ติ๊ง ยืนยันการทำสัญญาของโฮสกับแฟนทัสมอนตัวแรก]
[ทำการปลดล็อคระบบการค้นหาทั้งหมด]
[ติ๊ง ยืนยันการทำงานของความสามารถโลกจิ๋ว]
[ดินแดนแรกได้รับการติดตั้ง โฮสโปรดตรวจสอบและยืนยันถึงความสามารถ]
‘.......’
[.......]
‘อ้าวเห้ยงั้นที่ผ่านๆ มานี้คือระบบค้นหาไม่ได้เปิดทั้งหมดหรอกเหรอไอเ้าระบบขี้จุ๊’
[เรียนโฮสที่รักระบบ้าให้โฮสเดินทางตามหาคู่หูคนแรกด้วยมือของตัวเองและโฮสเองก็ไม่ได้ถามระบบ]
‘..……...เฮ้อ~’
เมื่อได้คุยกับระบบเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ใช้หนังสือสัญญาเพื่อยืนยันความสามารถของโลกจิ๋วในทันที เมื่อมองเข้าไปในมิติสัญญาที่ปกติจะเป็เพียงห้องเล็กๆ แต่กลับกันมิติภายในของโลกจิ๋วมันไม่ใช่แค่ห้องโดยเมื่อมองไปข้างบนก็ได้เห็นท้องฟ้าอารมณ์ที่ให้ความรู้สึกแปลกๆ โดยที่มันมีสีส้มที่เหมือนกับเวลาของโลกภายนอกบนพื้นดินนั้นมีเพียงส่วนพื้นเล็กๆ ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เมตรส่องสว่างมากอยู่ตรงกลางในส่วนของบริเวณโดยรอบนั้นเป็พื้นที่มืดมิดเหมือนกับภายในเกมที่ยังไม่เปิดแผนที่และโดนหมอกบดบังเอาไว้
ภายในตรงกลางของพื้นที่ ที่มีแสงส่องออกมาได้มีดอกไม้เล็กๆ 7 สีที่ยังไม่บานและยังมีคริสตัลสั้นๆ มากมายที่เปล่งแสงสีรุ้งได้โผล่ออกมาจากบนพื้นดินจำนวนนับไม่ถ้วนและเมื่อสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่ามีไข่กำลังตั้งอยู่ตรงกลางของพื้นดินที่ถูกยกสูงขึ้นในที่ข้างๆ กันกับไข่นั้นได้มีบ่อน้ำที่เปล่งประกายนิดๆ ในรูปแบบที่แตกต่างจากน้ำปกติ เมื่อเห็นของในพื้นที่สีรุ้งนี้เรย์ฮิโตะก็สามารถบอกได้แทบจะในทันทีว่ามันคือสมบัติ์
‘ไม่ผิดแน่พวกนี้คือดอกไม้ 7 สี, คริสตัล 7 รัศมี, และน้ำเปล่งประกายแต่ว่าของพวกนี้ยังอยู่เพียงแค่สมบัติระดับคนเท่านั้น เพราะสมบัติพวกนี้ยังทำการสะสมพลังมาไม่มากพอที่จะนำไปใช้ได้แต่ถ้าสิ่งเหล่านี้ได้รับพลังอย่างต่อเนื่องจากโลกจิ๋วแล้วล่ะก็………’
‘อึก!’ เสียงกลืนน้ำลายได้ดังออกมาเมื่อเห็นพื้นที่ภายในของโลกจิ๋วแล้วนอกจากจะเป็โลกที่สามารถช่วยให้แฟนทัสมอนเติบโตเร็วขึ้นแล้ว นอกจากนั้นยังเป็พื้นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแฟนทัสมอนตัวนั้นๆ แล้วก็ยังจะสามารถให้กำเนิดสมบัติ์ที่เหมาะกับแฟนทัสมอนในพื้นที่ได้อีกด้วย และด้วยการที่พลังงานภายในนี้ยังมีความพิเศษที่จะสามารถหล่อเลี้ยงและเพิ่มศักยภาพของแฟนทัสมอนได้แบบไม่มีขีดจำกัดอีกด้วย
‘และการที่มันเป็โลกที่มีพลังของมิติและอวกาศเราจึงสามารถใส่แฟนทัสมอนที่ยังไม่ได้ทำสัญญากับเราเข้าไปอาศัยอยู่ก่อนได้ถ้าเกิดเจอแฟนทัสมอนที่ถูกใจแต่ยังไม่ได้คิดจะทำสัญญากับมัน ไม่ใช่แค่นั้นความสามารถนี้มันคือสถานที่ ที่มนุษย์เข้าไปอาศัยอยู่ได้’
“ธะ เธอทำสัญญากับไข่ใบนั้นได้แล้วจริงๆ เหรอขอรับ? ได้ยังไงกัน!!! ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ เธอทำมันสำเร็จได้จริงๆ ด้วยขอรับ”
(°〇°) !
เมื่อกำลังเช็คถึงความสามารถและความพิเศษของโลกจิ๋วอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงของเจย์เดนดังออกมาจากข้างหน้าที่ตรงข้ามเรฮิโตะจึงรีบตอบกลับออกไป
“ครับ! ผมทำสัญญากับมันเสร็จแล้วครับ และตอนนี้ไข่ฟองนั้นได้เข้าไปอยู่ในมิติสัญญาของผมเป็ที่เรียบร้อยแล้วครับ”
หลังจากที่กล่าวออกมาอย่างนั้นสีหน้าที่ดูใของเจย์เดนก็เปลี่ยนเป็รอยยิ้มแทบจะในทันที
“55555 กระผมว่าแล้วขอรับงั้นช่วยเรียกไข่ใบนั้นออกมาให้กระผมดูได้ไหมขอรับ”
( ´ ▽ ` )
“ก็ได้อยู่หรอกครับ”
วิ้ง~
เมื่อได้ยินดังนั้นก็ได้ใช้ให้หนังสือเป็สื่อกลางและอัญเชิญไข่ออกมาไว้บนโต๊ะตามเดินในทันที
‘ทำไมไม่วางไว้บนมือเหรอ…….ใครมันจะไปบ้าแบกของหนักแบบนั้นด้วยมือเดียวได้ฟระ’
“จริงๆ ด้วยสินะขอรับในที่สุดไข่ฟองนี้ก็พบเ้าของที่คู่ควรแล้ว ถ้าอย่างนั้นในนามของกระผมเจย์เดน เร็กซ์เบลดจะขอรับรองให้เธอได้เป็เ้าของไข่ใบนี้และได้ใบอนุญาติทำสัญญากับกิ้งก่าทรราชเองขอรับ ช่วยกรุณาเอาบัตรประจำตัวออกมาด้วยขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นใบหน้าดีใจของเรย์ฮิโตะก็เขินอายนิดหน่อย
“มีอะไรผิดปกติไหมขอรับ”
“ปล่าวหรอกครับคือผมพึ่งปลุกพลังวันนี้นะครับและทางสมาคมมีบัตรไม่เพียงพอผมเลยยังไม่ได้รับบัตรประจำตัวนะครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นเจย์เดนก็ได้แสดงสีหน้าที่เข้าใจในที่สุด
“อย่างนี้นี่เองสินะขอรับงั้นก็ยังไม่เป็ไรหรอกขอรับ เพราะกระผมว่าจะอยู่ภายในประเทศนี้สักระยะประมาณ 2 เดือนถ้าได้รับบัตรประจำตัวเมื่อไหร่ค่อยมาหากระผมที่นี่ก็ได้ขอรับ”
“ขอบคุณมากๆ นะครับ”
เมื่อกล่าวขอบคุณลุงเจย์เดนไปแล้วเขาก็ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มที่เป็มิตรและกล่าวว่า
“ไม่จำเป็ที่จะต้องขอบคุณหรอกขอรับ มันถือได้ว่าเป็ชะตานำพามาพบกันและเมื่อเธอโตขึ้นแล้วถ้าสนใจมาทำงานในตระกูลเร็กซ์เบลดด้วยละก็ติดต่อผมมาได้ทุกเมื่อเลยน่ะขอรับ และนี่คือที่อยู่เบอร์ติดต่อขอรับ”
เมื่อพูดเสร็จเจย์เดนได้หยิบนามบัตรที่มีเบอร์ส่วนตัวของเขาออกมาและยื่นให้กับเรย์ฮิโตะ
“โอ้! ใช่ถ้าเกิดเธอ้าความช่วยเหลือของกระผมละก็อย่าได้ลังเลที่จะติดต่อมานะขอรับ กระผมยินดีที่จะช่วยเหลือเสมอถ้ามันไม่ใหญ่เกินไปนะขอรับ”
เมื่อเจย์เดนได้พูดติดตลกเสร็จแล้วเขาก็เตรียมตัวที่จะปิดร้าน เมื่อเห็นพ่อค้าเตรียมตัวที่จะปิดร้านแล้วเด็กทั้ง 3 คนจึงรีบขอตัวลาแทบจะในเวลาเดียวกัน
“ถ้างั้นคุณลุงเจย์เดน พวกผมก็จำเป็ต้องขอตัวก่อนนะครับ ขอให้เป็วันที่ดีครับ”
เมื่อเห็นเด็กๆ ออกจากร้านไป พ่อค้าก็ได้เผยรอยยิ้มที่เหมือนกับถูกปลดปล่อยจากพันธะอะไรสักอย่างแล้วตอบกลับมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่มีความสุข
“ขอรับ! กระผมขอให้พวกเธอโชคดีเช่นกันขอรับ”
เมื่อบอกลากับเจย์เดนแล้วและได้เดินออกมาจากร้านไปพร้อมกันทั้ง 3 คนกับอีก 2 ตัวที่เงียบและเป็เด็กดีมาตลอดเวลา เรย์ฮิโตะก็เป็คนแรกที่เริ่มเปิดปากพูดเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ยูโนะ ช่วยถามคุณลุงเอ็ดให้หน่อยสิว่าเขาจะสามารถหาของพวกนี้ได้ไหม...…..”