วาสนาผัวแก่ของอีแบมปิ้งไก่

    บทที่สามสิบสี่ แต่งงาน

            บทที่สามสิบสี่

            แต่งงาน

            “หนักนิดเบาหน่อย ก็ให้อภัยกันนะลูก ชีวิตคู่มันก็มีทั้งสุขทั้งทุกข์ปนกันไปนั่นแหละ สุดท้ายมันก็อยู่ที่พวกเอ็งทั้งคู่ ว่าจะรักกันมากพอที่จะจับมือกันผ่านทั้งเรื่องราวที่ดีและแย่ไปด้วยกันได้ไหม มีความสุขกันมาก ๆ นะลูก แล้วก็มีเหลนให้ยายอุ้มไว ๆ นะ”

            ยายมะลิเอ่ยอวยพรยืดยาวด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะสั่นเครือ มือเหี่ยวย่นยื่นสังข์รดน้ำคืนให้กับเพื่อนของเจ้าสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างกับหลานสาวคนสวย ก่อนจะผละมาวางมือลงบนหลังมือของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวและเบา ๆ

            “ครับยาย” คล้าวเอ่ยตอบรับ พร้อมยกยิ้มส่งไปให้กับผู้เป็นยายของคนรัก ดวงตาคมสบประสานสายตากับคนที่อายุมากกว่า เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแน่วแน่

            “จ้ะยาย” เจ้าสาวอย่างแบมแบมตอบรับคำอวยพรที่แสนเรียบง่ายนั้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเช่นกัน

            ใบหน้าหวานอาบไปด้วยน้ำตาของความตื้นตันใจ ที่ในวันสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ ยังคงมีผู้เป็นยายอยู่เคียงข้าง ร่างเล็กยกยิ้มหวานส่งไปให้อีกฝ่าย สายตาเต็มไปด้วยรู้สึกรักและขอบคุณอย่างชัดเจน

            ยายมะลิทำเพียงยกยิ้มบาง ๆ ส่งกลับไปให้หลานสาว หญิงวัยชราพยายามที่จะอดกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ เพราะในชีวิตนี้ไม่เคยมีเลยสักครั้ง ที่คนอย่างเธอจะปลดปล่อยน้ำตาออกมาต่อหน้าของหลานสาว

            แม้ว่าโชคชะตาที่ผ่านมาของสองยายหลาน จะลุ่ม ๆ ดอน ๆ และเธอเองที่เป็นยายต้องแบกรับภาระอันหนักหนาเอาไว้กับตัวแค่เพียงลำพังก็ตาม ในยามที่เธอเหนื่อยเธอท้อ ก็ทำเพียงโอบกอดเด็กคนนั้นเอาไว้ในอ้อมแขน เพื่อให้ความทุกข์มันเบาบางลงไป ตกดึกก็ค่อยหนีไปร้องไห้คนเดียวเงียบ ๆ ในห้องน้ำอยู่เป็นประจำ

            ภาพเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตวนกลับเข้ามาในความคิดของมะลิ ราวกับเป็นละครเรื่องหนึ่ง ผู้เป็นยายปรายตามองคู่บ่าวสาวอีกครั้ง ดวงตาที่เริ่มพร่ามัวเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ ที่ในวันนี้หลานสาวเพียงคนเดียวของตัวเอง ได้เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายที่ดีอย่างกำนันคล้าว

            “ยายเอาใจช่วยเอ็งนะ ใบบัว” ยายมะลิเอ่ยขึ้นในใจ ก่อนจะสาวเท้าเดินออกมาจากบริเวณนั้น เพื่อเปิดทางให้แขกเหรื่อในงานได้ทยอยเข้าไปกล่าวคำอวยพรให้กับคู่เจ้าบ่าวเจ้าสาวบ้าง

            งานมงคลสมรสระหว่างกำนันคล้าวและแบมแบม ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตและสมเกียรติของครอบครัวทั้งสองฝ่าย และด้วยจำนวนแขกที่ล้นหลาม เนื่องจากรายชื่อแขกที่ถูกเชิญมาร่วมงาน มีมากถึงจำนวนหนึ่งพันสองร้อยรายชื่อ

            ทำให้สถานที่จัดงานแต่งงานในครั้งนี้ จำเป็นต้องใช้สนามกีฬาของโรงเรียนที่ผู้เป็นเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเคยเป็นศิษย์เก่าไปโดยปริยาย ภาพรวมแล้วก็เป็นแขกของทางฝั่งเจ้าบ่าวเสียส่วนใหญ่ เพราะเป็นคนที่ทำงานให้กับส่วนรวมมาเนิ่นนาน ทำให้ค่อนข้างเป็นที่รู้จักของคนในสังคม

            บรรยากาศภายในงานแต่งอบอวลไปด้วยความสุข ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยแทบที่จะไม่มีอะไรติดขัด เพราะตลอดช่วงเวลาสองเดือนของเตรียมงานเต็มที่ผ่านมา เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างก็วิ่งเต้นดำเนินการทุกอย่างเตรียมพร้อมเอาไว้อย่างดีที่สุด

            การวางแผนงานที่รัดกุมเกิดจากที่แบมแบมเป็นตั้งตัวตี หากแต่คนรักอย่างคล้าวก็พร้อมที่จะสนับสนุนคนรัก เนื่องจากก็มีจุดหมายเดียวกัน นั่นก็คือต้องการที่จะให้เกิดข้อผิดพลาดในงานแต่งงานของตัวเองขึ้นน้อยที่สุด

            และแล้วความเหนื่อยล้าและความทุ่มเทที่ผ่านมาก็เกิดผลที่น่าพึงพอใจขึ้นแล้วในวันนี้ แขกเหรื่อที่มาร่วมยินดีเอ่ยชมกับเจ้าภาพไม่ขาดปาก ทำเอาเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่อดนอนมาหลายวันติดกัน รู้สึกชื่นใจไปตาม ๆ กัน

            “ยาย” แบมแบมเอ่ยเรียกผู้เป็นยายขึ้นจากทางด้านหลัง

            “อ้าว ทำไมเอ็งมาอยู่ตรงนี้” ยายมะลิหันมาเผชิญหน้ากับหลานสาว ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจ

            “หนูแวะมาเข้าห้องน้ำ แล้วยายมาทำอะไรอยู่ตรงนี้” แบมแบมเอ่ยตอบ ก่อนจะเอ่ยถามกลับด้วยความสงสัยไม่ต่างกัน

            ว่าทำไมผู้เป็นยายถึงได้มาหมกตัวอยู่หลังครัว ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วควรจะเดินรับแขกอยู่ด้านนอกพร้อมกับเธอและครอบครัวของฝั่งสามี ดวงตากลมโตสบมองกับผู้เป็นยายอย่างคาดคั้น

            “แดดมันร้อน ยายเวียนหัว เลยแวะมาหาน้ำหวานกิน” ผู้เป็นยายถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบไปตามความจริง เพราะไม่อยากจะให้หลานสาวเป็นห่วงไปมากกว่านี้ และมาเสียเวลากับเธออยู่ตรงนี้นานไปกว่านี้

            “เป็นอะไรมากไหมจ๊ะ ไปหาหมอไหมยาย” ร่างเล็กเอ่ยถามขึ้นเสียงดังด้วยความเป็นห่วง แบมแบมรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ผู้เป็นยายทันทีด้วยความร้อนใจ

            “โรคคนแก่ นั่งพักอีกสักหน่อยเดี๋ยวก็หายแล้ว” ผู้เป็นยายโบกมือไม้ไปมาปฏิเสธ วันนี้เป็นวันแต่งงานของหลานสาวเธอทั้งที จะให้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นไม่ได้

            “แต่หนูว่า…” แบมแบมตั้งใจที่จะเอ่ยค้าน เพราะรู้สึกเป็นห่วงยายมะลิเป็นอย่างมาก เนื่องจากสีหน้าของอีกฝ่ายดูไม่ค่อยดีเอาเสียเลย

            “ยายไม่เป็นอะไรมาก เอ็งเถอะ ทิ้งแขกเหรื่อเอาไว้แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน ออกไปรับแขกกับพี่เขาได้แล้ว” ยายมะลิเอ่ยตอบปัด ก่อนจะพูดไล่หลานสาวให้ออกไปทำหน้าที่ของตัวเองดังเดิม

            “พี่คล้าวเขารับมือได้ ยายมานั่งก่อนเถอะจ้ะ” แบมแบมเอ่ยตอบ ก่อนประคองยายมะลิให้มานั่งลงบนเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้ ๆ

            ร่างเล็กรวบชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ที่ฟู่ฟองราวกับเจ้าหญิงของตัวเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งเติมจนดูสวยผิดหูผิดตายกยิ้มให้กับผู้เป็นยายที่กำลังมองเธอตาเขียว เพราะโดนเธอขัดคำสั่ง

            “ใบบัวเอ๊ย ต่อไปจะทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ไม่ได้แล้วนะลูก” ผู้เป็นยายเอ่ยพูดขึ้นด้วยความอ่อนใจ เมื่อเห็นว่าเจ้าสาวยังเลือกที่จะนั่งปักหลักอยู่กับเธอตรงนี้ แทนที่จะออกไปต้อนรับแขกอย่างที่เธอต้องการ

            “หนูรู้ แต่การที่หนูเป็นเมียพี่คล้าว ไม่ได้หมายความว่าหนูจะเลิกเป็นหลานยายนี่จ๊ะ ยังไงการดูแลยายมันก็ย่อมสำคัญกว่าทุกอย่างอยู่แล้ว” แบมแบมเอ่ยตอบ ดวงตากลมโตไม่กล้าที่จะสบตาตรง ๆ กับผู้เป็นยายเสียเท่าไหร่นัก ในยามที่ต้องพูดอะไรที่มันลึกซึ้งเช่นนี้

            ไม่บ่อยครั้งหรอกที่หลานสาวที่ดื้อดึงอย่างแบมแบม จะพูดจาให้เข้าหูของผู้เป็นยายสักครั้ง และยิ่งเป็นคำพูดที่สื่อถึงความรู้สึกข้างในที่แท้จริง ก็ยิ่งแทบจะไม่มีโอกาสได้มานั่งพูดคุยกันแบบนี้ แอบเสียดายเวลาที่ผ่านมาอยู่เหมือนกัน ที่ทำตัวปากหนักจนเวลามันผ่านไปมาตั้งหลายปี

            “ยายรู้ ยายเองก็เหมือนกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นังแก่ปากมากคนนี้ก็ไม่มีวันที่จะเลิกเป็นยายของเอ็งได้หรอก” ยายมะลิเอ่ยตอบความน้ำเสียงที่สั่นเครือ ผู้เป็นยายพยายามจะกะพริบตาเพื่อไล่หยาดน้ำตาของตัวเอง

            “ฮึก ยาย” แบมแบมหลุดสะอื้นออกมา ร่างเล็กผุดลุกขึ้นและสาวเท้าไปทิ้งตัวลงนั่งที่พื้น มือเล็กคว้ามือของผู้เป็นยายมากอบกุมเอาไว้แน่น

            “ไม่ต้องร้องไห้ลูก ยายจะอยู่มองดูเอ็งมีความสุขไปให้นานที่สุด ยายจะพยายาม เอ็งไม่กลัว” ผู้เป็นยายพยายามที่จะดึงเอาความเข้มแข็งของตัวเองออกมาใช้ ปากก็พร่ำพูดปลอบหลานสาวให้เลิกร้องไห้ได้แล้ว

            “ฮือ” แบมแบมร้องไห้จนตัวโยน ใจหายเหมือนกันที่ในวันนี้ต้องแยกตัวออกมาใช้ชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว หลังจากที่เป็นลูกนกเปียกฝนอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่อย่างผู้เป็นยายมาตลอดทั้งชีวิต

            “รีบ ๆ มีเหลนให้ยายอุ้ม ยายคงจะอยู่กับเอ็งไปได้อีกเป็นร้อยปี” ผู้เป็นยายลูบศีรษะเล็กเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยพูดติดตลก เพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเศร้าจนเกินไป

            “ฮึก อื้อ ยังไงยายก็ต้องช่วยหนูเลี้ยงลูกอยู่แล้ว ฮือ” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเอ่ยพูดไปสะอื้นไปอย่างน่าเอ็นดู

            “เลี้ยงแม่มันให้โตมาได้ ทำไมจะเลี้ยงลูกมันให้โตไม่ได้อีกสักคนสองคน เอ็งอย่ามาสบประมาทยายเชียวนะใบบัว” ยายมะลิเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

            แบมแบมที่ได้ยินอย่างนั้น ยกยิ้มออกมาด้วยความเป็นสุข ร่างเล็กโผตัวเข้าไปกอดผู้เป็นยายเอาไว้แน่น ทั้งชีวิตนี้ก็มีเพียงแค่ผู้หญิงคนนี้ ที่เป็นที่ให้พักพิงของทุกช่วงชีวิต และเธอก็เชื่อเหลือเกินว่าต่อให้วันหนึ่งคนทั้งโลกเลือกที่จะหันหลังให้เธอ แต่ก็ยังจะมีผู้หญิงคนนี้ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเธอไม่ไปไหน

            สองยายหลานกอดประคองกันเอาไว้ในอ้อมแขน บทสนทนาเย้าแหย่ตามประสายายหลานที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างคงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ หากแต่บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสุข แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ถ้อยคำที่สวยหรูหรือหวานซึ้งกินใจมอบให้กันก็ตาม

            “หนูไปไหนมาครับ” คล้าวเอ่ยถามภรรยาของตัวเองขึ้นเบา ๆ เมื่ออีกฝ่ายเดินกลับเข้ามาในบริเวณเต็นท์ขนาดใหญ่

            “แวะไปคุยกับยายมาจ้ะพี่คล้าว อากาศร้อนจนแกปวดหัวน่ะจ้ะ” แบมแบมเอ่ยตอบกลับสามี มือเล็กรับแก้วน้ำที่ถูกเจาะมาแล้วจากอีกฝ่ายมาดื่มด้วยความกระหาย

            “ให้คนพายายไปหาหมอไหม พวกมะขามมันก็ว่างกันอยู่” คนพี่รีบเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ดวงตาคมเริ่มสอดส่องมองหาลูกน้องของตัวเอง

            “แกดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องหรอกจ้ะพี่ นู่น ไปนั่งเฮฮาอยู่กับกลุ่มเพื่อนแกแล้ว” ร่างเล็กส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบและพยักพเยิดใบหน้าไปยังทิศทางที่ผู้เป็นยายนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนของอีกฝ่าย

            “อืม งั้นก็ดีแล้ว หนูก็เดินไปดูแกบ่อย ๆ นะครับ เพื่อแกเป็นอะไรมากไปกว่านั้น จะได้ไปโรงพยาบาลกัน” คล้าวที่ปรายตามองตามก่อนจะเอ่ยพูดย้ำกับภรรยาให้ดูแลผู้เป็นยายให้ดี

            “จ้ะพี่” แบมแบมเอ่ยตอบรับ ใบหน้าสวยยกยิ้มขึ้นมา รู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ กับการที่คนรักให้ความสำคัญกับครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของเธอไม่น้อยไปกว่าครอบครัวของตัวเองเลย

            ร่างหนาดึงสายตาของตัวเองกลับมาจดจ้องที่ใบหน้าสวยของภรรยา ก่อนจะควักกระดาษทิชชูในกระเป๋าเสื้อสูทของตัวเอง ออกมาซับเหงื่อให้กับคนตัวเล็ก ดวงตาคมกวาดมองพินิจดูความเรียบร้อยของภรรยาด้วยความตั้งใจ

            เพราะรู้ดีว่าคนน้องนั้นตั้งใจและให้ความสำคัญกับงานแต่งงานของเราในครั้งนี้แค่ไหน รวมไปถึงยัยคนสวยคนนี้ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองมากเป็นอันดับหนึ่ง เพราะได้ข่าวว่าตื่นตั้งแต่ตีสามมาแต่งหน้า และสั่งแก้การแต่งหน้าเจ้าสาวจนช่างที่จ้างมาหัวหมุนกันไปหมด กว่าจะได้ในรูปแบบที่คนน้องต้องการ

            “ขอบคุณจ้ะ อุ๊ย” ร่างเล็กเอ่ยขอบคุณพร้อมยกยิ้มหวาน ก่อนจะหลุดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อเผลอลงน้ำหนักเท้าแรงเยอะจนเกินไป

            ร่างหนาที่ยืนห่างอยู่เพียงเล็กน้อย รีบประคองคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะดันอีกฝ่ายให้นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความร้อนใจ ใบหน้าคมคายที่แต่งหน้าเบา ๆ ฉายชัดถึงความเป็นกังวลกับความเจ็บปวดของคู่ชีวิตที่เกิดขึ้น

            “เป็นอะไรไป หนูเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ร่างหนารีบย่อตัวลงนั่งยองและเอ่ยถามคนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง

            “ปวดเท้า เหมือนรองเท้าจะกัดจ้ะพี่” แบมแบมยู่หน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเอ่ยตอบเบา ๆ

            “ขอพี่ดูหน่อย” คล้าวเอ่ยพูด พร้อมกับดึงรั้งปลายชุดแต่งงานขึ้น มือหนาจับรองเท้าส้นสูงที่ส้นแหลมปรี๊ดออกจากเท้าเล็กด้วยความอ่อนโยน

            “ถลอกจนได้” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเท้าสวย ๆ ของภรรยา มีรอยถลอกจากการที่โดนรองเท้าเจ้าปัญหากัด

            “ก็หนูอยากสวยนี่” ร่างเล็กเอ่ยพูดอุบอิบอย่างกลัวโดนดุ เพราะใครต่อใครก็ต่างเตือนเธอกันเป็นเสียงเดียวกัน ว่าไม่ควรใส่รองเท้าคู่นี้เดินไปเดินมาในงานทั้งวัน ในเลือกใส่เฉพาะช่วงที่มีการถ่ายรูปก็เพียงพอแล้ว

            แต่คนอย่างแบมแบมที่รักสวยรักงามเป็นชีวิตจิตใจ มีหรือที่จะฟังคำเตือน สุดท้ายก็ดื้อดึงที่จะใส่ให้ได้ และผลก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น นั้นก็คือเท้าโดนเสียดสีและกดทับจากการลงน้ำหนักตัว จนเกิดรอยถลอกที่ให้ความแสบเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

            “ขนุน” ร่างหน้าส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจกับความดื้อตาใสของเมียเด็ก ก่อนจะเอ่ยเรียกขนุนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

            “จ้ะพ่อกำนัน” ขนุนที่มีหน้าที่ตามติดกำนันคล้าวจนแทบจะกลายเป็นอีกหนึ่งเงาของอีกฝ่าย รีบสาวเท้าเข้ามาใกล้คนทั้งคู่

            “ไปเอากล่องยากับกล่องรองเท้าที่อยู่บนรถของแม่แบมมาให้พ่อหน่อย” คล้าวเอ่ยไหว้วานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            “ได้จ้ะ” ขนุนเอ่ยตอบรับ และรีบวิ่งไปที่รถคันงามที่จอดอยู่ไม่ไกลจากเต็นท์มากนักด้วยความเร่งรีบ

            “อดใส่เลย” ร่างเล็กเอ่ยบ่นออกมาอย่างรู้ชะตากรรมของตัวเอง ใบหน้าสวยมุ่ยลงเล็กน้อย เพราะอยากใส่รองเท้าส้นสูงเดินไปเดินมาต้อนรับแขก ตามประสาเด็กสาวที่พึ่งได้มีโอกาสแต่งตัวเว่อร์วังอลังการแบบนี้เป็นครั้งแรก

            “ไว้ใส่เดินในบ้านแล้วกัน ถ้าหนูชอบมันมาก พี่จะซื้อเพิ่มให้อีกสิบคู่เลย” ร่างหนาเอ่ยตอบคนที่ทำหน้าตาเสียใจ คล้าวเองไม่ได้พูดประชดแต่อย่างใด หากแต่ถ้ามันเป็นความชอบของภรรยา เขาเองก็พร้อมที่จะสนับสนุน

            “จริงหรือจ๊ะ” แบมแบมเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นและดีใจ

            “ครับ” ร่างหนาเอ่ยตอบรับ ก่อนจะหลุดยิ้มเอ็นดูภรรยาของตัวเอง

            “มาแล้วจ้ะพ่อ” ขนุนที่วิ่งกระหืดกระหอบมา ยื่นกล่องสองกล่องให้กับกำนันคล้าวที่นั่งยองอยู่กับพื้น

            “ขอบใจมาก” คล้าวรับมาถือเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณขนุนเบา ๆ

            ขนุนเองเมื่อเห็นว่าตัวเองหมดหน้าที่แล้ว ก็ปลีกตัวออกไปยืนรออยู่ใกล้ ๆ ปล่อยให้พ่อและแม่ของตัวเองได้ใช้เวลากันตามลำพังรอย่างรู้หน้าที่ หากแต่ก็ยังคอยจับตาดูคนทั้งคู่อยู่ตลอด เผื่อว่าจะมีอะไรเรียกใช้ตัวเองอีก

            แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เด็กหนุ่มหน้าแดง เมื่อเห็นว่าผู้ชายที่ดิบเถื่อนอย่างพ่อกำนัน กำลังจับเท้าเล็ก ๆ ของเจ้าสาวขึ้นมาทำความสะอาด และลงมือทายาตลอดไปจนถึงการปิดแผลให้อย่างอ่อนโยนด้วยตัวเอง

            ขนุนที่เขินอายไปกับสิ่งที่ตาตัวเองเห็น จนแทบจะร้องกรีดร้องออกมา ได้แต่ทำทีมองไปทางอื่นและแสดงอาการชมนกชมไม้ไปเรื่อยเปื่อย เพราะที่ผ่านมามักจะเห็นอะไรแบบนี้จากหน้าจอทีวีที่บ้านเท่านั้น ไม่คิดเหมือนกันว่าพ่อบุญธรรมของตัวเองก็แสนดีอย่างพระเอกละครได้เหมือนกัน

            และเหตุการณ์อันน่ารักระหว่างเจ้าบ่าวเจ้าสาว ก็ตกอยู่ในสายตาของแขกเหรื่อที่มาร่วมยินดีอีกมากมาย ต่างก็ชี้ชวนกันให้ดูถึงความหวานแหววของคู่แต่งงาน เอ่ยชมกันต่อ ๆ ไปจนเรื่องราวลอยไปเข้าหูผู้เป็นพ่อแม่ของเจ้าบ่าวและผู้เป็นยายของเจ้าสาวเข้าจนได้

            รอยยิ้มที่เต็มไปใบหน้าของบุพการีและญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของคนทั้งคู่ฉายชัดออกมาให้กับบรรดาแขกเหรื่อได้เห็นทันทีที่ได้รับฟัง และตั้งใจทำหน้าที่แทนคู่บ่าวสาวในการต้อนรับและดูแลแขก ปล่อยให้คนทั้งคู่ได้ใช้เวลาด้วยกันอยู่ตรงนั้นอย่างที่ไม่มีใครคิดจะเข้าไปขัด

            

            ………………………………………………….

            และแล้วก็มาถึงวันนี้ มันปลื้มปริ่มนะเอาจริง จากใจคนที่สร้างพวกเขาขึ้นมา ความสุขที่สุดก็คือการได้เห็นตัวละครที่รักมีความสุข เอ้าาา ไปแนวซึ้งซะแล้ววววววว


            อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็นแรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน


            และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ











    คล้ายกับเรื่องวาสนาผัวแก่ของอีแบมปิ้งไก่ ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185