ตอนที่ 47 หอหนิงเซียง
ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าคราม มีเม็ดฝนตกโปรยปรายลงมาเล็กน้อย
เมืองกวงหลิงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครา ร้านค้าหลายแห่งภายในตรอกที่เปิดร้านในตอนเช้าเริ่มทยอยเปิดประตู มีควันไฟลอยโขมงออกมาจากปล่องควันบนหลังคา
ประตูของร้านสุราเล็ก ๆ ที่สุดทางทิศตะวันออกของตรอกเอ้อร์จิ่งโกวมีเสียงเปิดประตูดังขึ้นมา
หลี่เฉินอันเดินนำหลี่เสี่ยวฮวาออกจากประตูร้านมา แล้วหันหลังกลับไปปิดประตูบานพับทั้ง 2 บานนั้น
ทั้งสองแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและเห็นว่าฝนตกปรอย ๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น พวกเขาจึงพากันวิ่งออกกำลังกายในยามเช้าอย่างเช่นทุกวัน
ส่วนบรรดาเพื่อนบ้านในตรอกเอ้อร์จิ่งโกวต่างคุ้นชินกับกิจวัตรประจำวันเหล่านี้ของพวกเขาแล้ว เมื่อวันเวลาผ่านพ้นไป ทัศนคติที่พวกเขามีต่อหลี่เฉินอันจึงเปลี่ยนไปอย่างมาก——
เวลาคนเราพูดคุยกับผู้ที่ด้อยกว่าตนเอง พวกเขามักจะรู้สึกว่าแบบนั้นทำให้พวกเขาสูญเสียตัวตนไป
เดิมทีเพื่อนบ้านเหล่านี้มักรู้สึกว่าตนเองอยู่เหนือกว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่เฉินอัน ทว่านับตั้งแต่ที่เขาเปิดกิจการร้านสุรา และนับตั้งแต่ที่สุราของเขามีราคาแพงถึงเพียงนั้นแต่ก็ยังคงขาดตลาด ความรู้สึกเหนือกว่าของพวกเขาจึงสลายหายไปหมดสิ้น และทุกคนก็ไม่อาจเกิดความรู้สึกเกลียดชังต่อเขาได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนความคิดไปและกลายเป็นอิจฉาแทน
เวลาคนเรามองผู้ที่ร่ำรวยกว่าหรือน่านับถือกว่าตนเองก็มักจะมองขึ้นไป การมองแบบนี้มาจากความชื่นชมในจิตใจ และแน่นอนว่าอาจมาจากความหวาดกลัวด้วยเช่นกัน
พวกเขามักอยากแสดงความปรารถนาดีและคาดหวังว่าจะใกล้ชิดสนิทสนมกับอีกฝ่ายให้มากขึ้น
ยิ่งอีกฝ่ายยอมพูดคุยกับพวกเขามากขึ้นหน่อย พวกเขาก็จะรู้สึกว่าตัวตนและสถานะของตนเองสูงส่งขึ้นเล็กน้อย บางคนถึงขั้นรู้สึกภาคภูมิใจเพราะสิ่งนี้ และเวลาพูดคุยกับเพื่อนบ้านละแวกเดียวกันก็มักจะยืดตัวตรงและพูดเสียงดังขึ้นมา
หลงจู๊จ้าวที่กำลังนวดแป้งอยู่บนเขียงชะโงกหน้าออกมาดู เพราะปกติยามนี้จะเป็นเวลาที่หลี่เฉินอันออกมาวิ่งแล้ว และวันนี้ก็เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด
“อรุณสวัสดิ์คุณชายหลี่ ! ”
“อรุณสวัสดิ์หลงจู๊จ้าว ! ”
“วันนี้ฝนตก เข้ามานั่งในร้านของข้าก่อนดีไหม ? เค้กนึ่งหม้อแรกกำลังจะได้ที่แล้ว มากินอะไรก่อนเถิด เดี๋ยวข้าเลี้ยงเอง ! ”
“หลงจู๊จ้าวมีน้ำใจยิ่งนัก ประเดี๋ยวขากลับมาค่อยกินดีกว่า”
“งั้นเดี๋ยวข้าเก็บไว้ให้คุณชาย ! ”
หลี่เฉินอันและหลี่เสี่ยวฮวาวิ่งผ่านร้านเขาไป เขาหัวเราะอย่างภาคภูมิใจในตนเองทันที ในใจของเขาพลางคิดว่าหลังจากปิดร้านในตอนเย็นแล้ว เขาต้องไปพูดให้สหายของเขาฟังเสียหน่อยแล้วล่ะ
ทั้งสองวิ่งเหยาะ ๆ ออกจากตรอกเอ้อร์จิ่งโกว พอผ่านศาลาทรงแปดเหลี่ยมไป หลี่เฉินอันก็เปลี่ยนเส้นทาง ไม่ได้ไปทางตรอกชีหลี่เฉียวเหมือนทุกทีแล้ว
“นายน้อย เราไปผิดทางแล้ว ! ”
“ไม่ผิด วันนี้เราจะไปวิ่งแถวตะวันตกของทะเลสาบฮั่วผิง”
ทะเลสาบฮั่วผิงกว้างใหญ่มาก
และตรอกหูปั้นเหรินเจียที่มีชื่อเสียงก็อยู่ทางทิศตะวันตกของทะเลสาบเช่นกัน
ถนนทั้งสายของตรอกสร้างขึ้นที่ริมทะเลสาบ ที่นั่นมีทั้งโรงน้ำชา ร้านสุรา โรงเตี๊ยมและบ่อนพนันที่ใหญ่ที่สุดในเมืองกวงหลิง
แน่นอนว่าสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือหอนางโลมในที่แห่งนั้น
และหอหนิงเซียงก็ตั้งอยู่ที่นั่นเอง
มันคือหอนางโลมที่ตั้งอยู่ใจตรอกหูปั้นเหรินเจีย มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุด ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามที่สุด ทั้งยังเป็นแหล่งรวมสตรีผู้งดงามที่สุดแห่งหอนางโลมเอาไว้อีกมากมาย
หลี่เฉินอันคนก่อนเคยมาสถานที่แห่งนี้อยู่เป็นประจำ แต่เขาไม่ได้มาเข้าซ่อง ทว่ามาเพื่อเล่นการพนันในบ่อนที่ตั้งอยู่ที่นั่น
ทั้งสองวิ่งออกกำลังกายไปตามถนนเล็ก ๆ จนกระทั่งมาถึงตรอกหูปั้นเหรินเจีย ภายในตรอกยามนี้ราวกับอยู่ในห้วงแห่งการหลับใหล ร้านค้าตามท้องถนนและตรอกซอกซอยเกือบทั้งหมดยังไม่เปิดทำการ ทำให้มันดูเงียบเหงามาก
แต่ท่ามกลางความเงียบเหงานี้ยังคงมีกลิ่นอายของความหรูหราจากเมื่อคืนหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย
แม้ตัวตรอกจะอยู่ติดกับทะเลสาบฮั่วผิง แต่ลมทะเลสาบก็ยังไม่สามารถชำระล้างกลิ่นอายเหล่านั้นออกไปได้
ภารกิจจากหอลี่จิ้งที่ชุ่ยฮวานำมาบอกแก่เขาเมื่อวานนี้เป็นเหมือนหินก้อนใหญ่ที่กดทับอยู่ในใจของหลี่เฉินอัน
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าชีวิตที่มีความสุขที่เขาต้องการนั้นยากลำบากเหลือเกิน เพราะเขาตกหลุมพรางของขันทีรูปงามผู้นั้น
เมื่อคืนเขาเคยคิดจะหนีเสียด้วยซ้ำ แต่ชุ่ยฮวาบอกว่า นอกเสียจากว่าเขาจะสามารถหนีออกไปจากแคว้นหนิงได้ มิเช่นนั้นเขาจะถูกไล่ล่าจากหอลี่จิ้ง
เมืองกวงหลิงตั้งอยู่ในเขตใจกลางแคว้นหนิง ไม่ว่าแว่นแคว้นใดล้วนอยู่ห่างไกลออกไปทั้งนั้น ดังนั้นต่อให้อยากหนีก็คงหนีไม่พ้น
เช่นนั้นเขายังสามารถทำอันใดได้อีก ?
มีแต่ต้องฝืนใจลุยเท่านั้น !
แต่การฆ่าคนไม่ใช่ความถนัดของเขาเสียด้วยสิ !
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังไม่รู้เลยว่าซ่งหยวนผิงหน้าตาเป็นเยี่ยงไร
ตอนนี้เขาจึงยังคิดวิธีการดี ๆ ไม่ได้ ทำให้วันนี้เขาเพียงแค่มาดูสถานที่เท่านั้น
หลี่เสี่ยวฮวาย่อมไม่รู้ความคิดของผู้เป็นนายเช่นกัน เขานึกว่าคงเป็นเพราะนายน้อยของเขาสามารถหาเงินได้มากมาย จึงเกิดความคิดอยากเที่ยวผู้หญิงกับเขาบ้าง
ซึ่งนี่ย่อมเป็นเรื่องดี
เพราะเวลานายน้อยเข้าไปในหอนางโลม นายน้อยก็ต้องพาเขาในฐานะผู้คุ้มกันเข้าไปด้วย
และเวลานายน้อยระบายความอัดอั้นของบุรุษกับแม่นางในหอนางโลม คงจะดีไม่น้อยหากเขาที่ยืนคุ้มกันอยู่ด้านนอกได้ร่วมฟังบทบรรเลงของพวกเขาด้วย
เพราะถึงเยี่ยงไรสถานที่แห่งนี้ก็อยู่ห่างไกลจากหลี่เสี่ยวฮวานัก
เมื่อเจ้านายและบ่าววิ่งมาถึงหน้าหอหนิงเซียง หลี่เฉินอันก็ได้วิ่งช้าลง ถึงได้เห็นว่าสิ่งเดียวที่สร้างขึ้นบนถนนคือซุ้มประตูของหอหนิงเซียง——
ซุ้มประตูสูงตระหง่านแห่งนี้มีอักษรตัวใหญ่สามตัวเขียนไว้: หอหนิงเซียง
นอกจากนี้ ยังมีเสาสูงทั้งสองด้านของซุ้มประตูและมีโคมไฟสีแดงสดห้อยอยู่บนเสา อย่างไรก็ตามขณะนี้ไฟด้านในได้ดับลงแล้ว โคมไฟแกว่งไปมาเบา ๆ ท่ามกลางสายลมยามเช้า
เมื่อผ่านซุ้มประตูนั้นไป ก็เป็นทางเดินภายในหอหนิงเซียง
มันยังคงเป็นถนนที่ปูด้วยหิน เพียงแต่ตัวถนนค่อนข้างกว้างและสามารถรองรับรถม้าสองคันที่วิ่งเคียงข้างกันได้
สองข้างทางมีไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ผืนหญ้าเขียวขจี ดอกไม้แข่งกันชูช่อประชันความงาม
ถัดมา…...ลึกเข้าไปด้านในเป็นบ่อหินที่แบ่งถนนออกเป็นสองฟาก
และเขาก็ไม่สามารถมองเข้าไปด้านในได้อีกแล้ว เขาเห็นเพียงชายคาศาลาทั้งสองข้างของลานหินท่ามกลางสายฝนโปรยปรายเบา ๆ และหมอกในยามเช้า
ทั้งสองยังคงวิ่งไปข้างหน้าต่อไป ร้านที่อยู่ถัดไปจากหอหนิงเซียงคือโรงเตี๊ยมฉือเหอจวี
โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีทั้งหมดสามชั้น ด้านหน้ากว้างขวางมาก อีกทั้งการตกแต่งยังดูหรูหรามากอีกด้วย
โรงเตี๊ยมนี้เป็นโรงเตี๊ยมที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองกวงหลิง ว่ากันว่าราคาโต๊ะขั้นต่ำคือสองตำลึง
ถัดไปจากโรงเตี๊ยมฉือเหอจวีเป็นที่พักนักเดินทางที่มีชื่อว่าฉุ่ยหยุนเจียน ถัดไปจากที่พักแห่งนี้ก็คือบ่อนเซียวจินที่เจ้าของร่างเดิมเคยมา
มาถึงที่นี่ หลี่เฉินอันถึงได้หยุดวิ่ง
เขาหยุดออกกำลังกายแค่เพียงตรงนี้ และก็พาหลี่เสี่ยวฮวาเดินกลับออกไป
ฝนเริ่มตกหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ
พวกเขาทั้งสองจึงเดินไปหลบฝนอยู่ใต้ชายคาของร้านค้าเหล่านี้
และในตอนที่พวกเขาเดินผ่านโรงแรมฉุ่ยหยุนเจียน บานหน้าต่างตรงชั้นสองก็เปิดออกพอดี
ทว่าหลี่เฉินอันย่อมไม่เห็น
มีแม่นางคนหนึ่งโผล่หัวออกมานอกหน้าต่าง นางกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วใช้ไม้ค้ำบานหน้าต่างไว้ จากนั้นก็ยกอ่างน้ำข้าง ๆ ขึ้นมาเทน้ำลงไป
เป็นจังหวะที่หลี่เฉินอันเดินออกมาจากชายคาพอดิบพอดี
แม่นางผู้นั้นร้องตะโกนด้วยความตกใจ “หลบ หลบไป……!”
หลี่เฉินอันเงยหน้าขึ้น
ทำให้น้ำในอ่างนั้นเทราดลงมาบนหัวของเขาเข้าเต็ม ๆ
“ไอ้หยา เจ้านี่นะ ข้าอุตส่าห์บอกให้เจ้าหลบ แต่เจ้าก็ยัง……”
แม่นางที่อยู่ชั้นบนกังวลมากจนกระทืบเท้า เมื่อนางหันกลับมา และกำลังจะลงไปชั้นล่างเพื่อขอโทษชายหนุ่ม บังเอิญแขนของนางก็ชนเข้ากับท่อนไม้ที่คัดบานหน้าต่างไว้โดยไม่คาดคิด
หลี่เฉินอันที่กำลังเอามือลูบน้ำออกจากใบหน้าไม่คาดคิดว่าจะมาเจอกับอุบัติเหตุในเช้าวันนี้ จู่ ๆ เสาไม้ค้ำบานหน้าต่างก็หล่นลงมาตรงกลางศีรษะของเขาดัง “ตุ้บ……!”
หน้าต่างก็เปิดออกอีกครั้ง
แม่นางผู้นั้นชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างอีกครั้ง นางเบิกตากว้าง กลืนน้ำลายหนึ่งอึกแล้วแลบลิ้นออกมา จากนั้นนางก็กระโดดออกมาจากหน้าต่างบานนั้น……
หลี่เฉินอันรู้สึกมึนเวียนศีรษะไปหมด
นี่มันอะไรวะเนี่ย !
ก่อนที่จะได้เบาะแสของภารกิจ เขาก็ต้องเผชิญกับความโชคร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า !
เขาลูบหัวตัวเองแล้วคิดว่า ข้าไม่ใช่คนที่มักมากในกามคุณอย่างซีเหมินชิ่งเสียหน่อย !