ในที่สุดก็ถึงวันที่เฟยเฟิ่งจะต้องไปขายของในตลาดเป็วันแรก รถเข็นขายอาหารก็โชคดีได้สามีของเหมยหลันที่กลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากการไปรับจ้างในเมืองสร้างให้ นับว่าสะใภ้ว่านและสะใภ้เย่เป็เพื่อนที่คุยกันถูกคอที่สุดในหมู่บ้านแล้ว
เฟยเฟิ่งฝากร้านขายของหน้าบ้านไว้กับว่าที่แม่สามีอย่างไม่แน่ใจนัก กลัวว่าสตรีตรงหน้าจะเอาของที่ไว้ค้าขายไปยกให้บ้านอันจนหมด แต่เพราะตกลงกันแล้วว่าส่วนของนางและป้าเจินต้องแยกกันชัดเจนจึงวางใจลงบ้าง ทั้งยังไม่ได้ให้ช่วยเปล่าๆ แต่เป็การว่าจ้าง
“น้าเฟิ่งเดินเร็วๆ เดี๋ยวไม่ทันคนนะ” จื่อซวานหันมาเร่ง
“จ้า” ว่านเฟยเฟิ่งเร่งผลักรถเข็นให้ไปข้างหน้าตามคำสั่งลูกเลี้ยง มองอาหารที่ทำมาวันนี้อย่างภาคภูมิใจ
อาหารคาวมีมันต้มราดซอส แต่เพิ่มให้มีมันผสมถั่ว และมันผสมเห็ดให้เลือก อย่างที่สองคือสปาเกตตีหมูสับ อาหารหวานมีขนมเบื้อง และโมจิไส้ถั่วแดงมีเพียงการลวกเส้นสปาเกตตี และขนมเบื้องเท่านั้นที่จะทำสดๆ ต่อหน้าลูกค้า ที่เหลือเฟยเฟิ่งสามารถตักใส่ได้ในทันที
.
.
.
ทันทีที่เฟยเฟิ่งจอดรถเข็นผีหนุ่มที่คุ้นหน้าคุ้นตากันแล้วก็ปรากฏตัวขึ้นทันที เฟยเฟิ่งแม้จะไม่ได้ร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ยังมีอาการชะงักอย่างปิดไม่มิดอยู่
“เมื่อไหร่จะหายใสักทีเนี่ย มันรู้สึกแย่นะสหาย มันเหมือนว่าผมน่ะ น่าเกลียดน่ากลัว” ผีหนุ่มตีหน้าเศร้าสลด
“โอ๊ยบ่นมากไปแล้ว…โผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ต่อให้เป็คนฉันก็ใ”
“น้าเฟิ่งพูดกับใคร” จื่อซวานขมวดคิ้วมองหาคู่สนทนาของแม่เลี้ยง
“อ๋อน้าพูดกับตัวเองจ้ะ เด็กๆ ไปเรียกลูกค้าเร็วเข้า อย่าลืมที่น้าสอนนะ”
เมื่อเด็กๆ วิ่งไปแล้ว เฟยเฟิ่งก็หันไปมองผีหนุ่มที่ยังยืนอยู่หน้าร้านไม่ย้ายไปไหน “เอ้า จะเอาอะไรล่ะ”
“อ้าวก็ที่สหายสัญญาไว้ว่าจะคุยให้” ผีหนุ่มตัดพ้อออกมาเพราะคิดว่าเฟยเฟิ่งจำเื่ที่ตกลงกันไม่ได้
“ให้ฉันกับป้าร้านผักขายของใกล้หมดก่อน ไปตอนนี้ยังไงป้าเขาก็ไม่สนใจ คนเป็แม่ค้าห่วงขายของกันทั้งนั้น ยิ่งของบูดได้เสียได้ ยิ่งต้องรีบขาย ไม่งั้นเงินไม่เหลือแน่ เสียดาย” เฟยเฟิ่งอธิบายออกไป
หลังจากได้ยินคำข้อนั้นผีหนุ่มผู้มีนามว่าเสียผ่าก็พยักหน้าหายไป ไปโผล่อีกคราก็อยู่ประจันหน้าผู้คนที่เดินผ่านหน้าร้านของเฟยเฟิ่งไปแล้วให้วกกลับมาที่ร้านเธอทันที
“แม่ค้ามาใหม่ใช่ไหม ขายอะไรล่ะ”
เฟยเฟิ่งที่เห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าขอบคุณเสียผ่า ก่อนจะเริ่มพูดบทการขายเดียวกันกับที่สอนเด็กๆ ทั้งสองคนไป
“อาหารคาววันนี้มีแบบฝรั่งผมทองอย่างหนึ่ง ในเส้นมีไข่ ในน้ำราดมีหมูกลมกล่อมมาก อีกอย่างเป็อาหารดั้งเดิมสูตรลับของครอบครัวฉันเองเรียกว่ามัน์ ส่วนขนมมีขนมที่มาจากประเทศไทย และอีกอันเป็ขนมชื่อดังของญี่ปุ่น ได้กินรับรองว่าแปลกใหม่แน่”
“เอาทุกอย่างมาลองแล้วกัน”
“ได้เลยๆ”
ไม่นานนักเฟยเฟิ่งก็ขายอาหารจนหมดเกลี้ยง โดยมีเสียผ่าดลใจให้คนมาลอง และเด็กน้อยทั้งสองช่วยะโขาย เธอเอาส่วนที่แบ่งไว้ให้จื่อซวานและซูลี่ไปนั่งกินหลังร้านของแห้งที่เฟยเฟิ่งรับของมา จากนั้นก็เริ่มเก็บของเข้าช่องข้างใต้รถเข็น เพื่อจะได้รีบไปคุยกับป้าแผงขายผัก แต่เมื่อลุกขึ้นมากลับมีผู้ชายคนหนึ่งยืนมองร้านอยู่
“หมดแล้วค่ะ มาใหม่พรุ่งนี้นะ” เฟยเฟิ่งเอ่ยออกไป
“ร้านขายดีจนลือไปถึงร้านก่อสร้างเลย ที่แท้ก็หมดแล้ว พรุ่งนี้ผมจะรีบมาลอง” ชายผู้นั้นค้อมหัวให้แม่ค้าที่เขาแน่ใจว่าไม่เคยเห็นมาก่อน
“ขอบใจมากจ้ะสหาย ร้านก่อสร้าง งั้นฉันฝากไปถามช่างหูด้วยสิว่าแผ่นพลาสติกน่ะจะได้วันไหน ฉันจะเตรียมเงินไปจ่าย” เฟยเฟิ่งที่เห็นว่าชายผู้นี้มาจากร้านก่อสร้างจึงไม่เสียเวลาฝากธุระไปด้วยเสียเลย
“ที่แท้ก็…”
“น้าเฟิ่ง!” เสียงซูลี่วิ่งมาจากด้านหลังเรียกให้เฟยเฟิ่งหันไปมองทันที
“อะไรๆ เกิดอะไรขึ้น” เฟยเฟิ่งถามกับเด็กหญิงที่กอดขาเธอจนแน่น
“พี่จื่อซวานน่ะสิ หลอกให้ซูลี่กินเร็วๆ แล้วก็มาแกล้งกินช้าๆ ให้ซูลี่อยากกินเพิ่ม” ซีซูลี่ปาดน้ำตาทิ้งอย่างลวกๆ
“ที่แท้ก็เื่เท่านี้ น้าขอคุยธุระกับพี่ชายคนนี้ก่อนนะ พรุ่งนี้เขาจะมาซื้อของร้านเราด้วย”
“ไหนๆ คนไหน…ไม่เห็นมี”
ทั้งซูลี่และเฟยเฟิ่งหันกลับมามองพร้อมกันแต่ก็ไม่พบใครจึงได้หัวเราะร่วนกันออกมา สงสัยว่าชายผู้นั้นจะทนเสียงร้องไห้ของซูลี่ไม่ไหวจนวิ่งหนีไปเสียแล้ว
“เอาเถอะเฝ้ารถเข็นไว้ น้าไปทำธุระก่อน” เมื่อพูดจบจื่อซวานก็มาถึงพอดิบพอดี เฟยเฟิ่งจึงสั่งให้ไปรับหมูและไก่มาไว้ใต้รถตามที่สั่งกับร้านเนื้อสัตว์ไว้ ส่วนเฟยเฟิ่งก็สูดหายใจจนเต็มปอดมุ่งไปที่แผงผัก
.
.
.
“สวัสดีจ้ะพี่สาวคนสวย” ว่านเฟยเฟิ่งเลือกทักในแบบที่ใครก็ต้องพอใจ ด้วยรู้ว่าตนเองมีคดีติดตัว
“อะไร!”
เฟยเฟิ่งยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าตนเองจับถูกจุดที่แท้ป้าร้านผักก็บ้ายอ แม้จะยังพูดไม่ดี แต่ก็ไม่ได้ไล่ไปอย่างคราวก่อน
“พี่สาวเคยรู้จักผู้ชายที่ชื่อเสียผ่าใช่ไหม”
“อย่ามาพูดชื่อนี้ให้ได้ยินอีก ผู้ชายสารเลว ครอบครัวก็เลว ตราบาปของชีวิตฉัน” ป้าแผงผักตวัดตามองด้วยความโกรธเคือง
“พี่ฟังฉันเถอะ มีคนให้เอาเื่มาบอกพี่”
“อย่าพูดจาเลอะเทอะ เื่ั้แ่ก่อนแกจะเกิด แถมไม่ใช่คนที่นี่ ใครเขาจะต้องไปบอกแกกัน”
“คนที่สื่อสารกับใครไม่ได้นอกจากฉัน เขาบอกให้พี่ไปบ้านก่งที่หมู่บ้านซานต้ง มีจดหมายจะให้น่ะ” เฟยเฟิ่งพยายามจะอธิบาย โดยที่ยามนี้เสียผ่ามายืนอยู่ข้างหลังคนขายผักแล้ว
“จูเหมย จูเหมยฟังสหายผู้นี้เถิด” เสียผ่าเอ่ยขอร้องออกมา
“ไม่ได้ ไปให้เขาไล่ตะเพิดว่าฉันเป็ผู้หญิงสำส่อนอีกรึไง”
“ป้าไปเถอะ คนชื่อเสียผ่ามาขอร้องฉันว่ายังไงก็ต้องให้ป้าไปให้ได้” เฟยเฟิ่งพนมมือขึ้นตามความเคยชินจากภพเดิม
“บ้า! คนตายไปยี่สิบปี บ้าจริงๆ ฉันไม่เชื่อ”
“บอกจูเหมยว่า แตงโมจิ้มน้ำปลาราดข้าว” เสียผ่าที่เห็นว่าอย่างไรจูเหมยก็ไม่เชื่อจึงสั่งให้เฟยเฟิ่งพูดตามคำตน
“เสียผ่าบอกให้ฉันพูดว่า แตงโมจิ้มน้ำปลาราดข้าว หมายถึงอะไร”
“ของโปรดของเขา เป็เสียผ่าจริงๆ ก่งเสียผ่า ฮือๆๆ ไปๆ ฉันจะไป” จูเหมยที่ได้ยินเช่นนั้นเร่งเก็บแผงผักของตัวเอง ส่วนเฟยเฟิ่งเองก็วิ่งกลับไปเอารถเข็นและเด็กๆ ให้เดินตามมาด้วย
“เราจะไปไหนกันครับ”
“ไปหมู่บ้านซานต้ง ป้าจูเหมยมีจดหมายรออยู่” เฟยเฟิ่งตอบพลางยิ้มกรุ้มกริ่มเดิมตามจูเหมยเ้าของแผงผักที่ดีที่สุดในตลาดไป