"หยุดก่อนเหนือ เรายังเหลือทางรอดสุดท้าย..."
"น้า... ผมลุกไม่ไหวแล้วนะ"
"โชคยังดีที่ตอนนี้ตะวันตกดินแล้ว ข้าขอยืมร่างเอ็งหน่อยละกัน"
"แต่นี่ไม่ใช่คืนเดือนดับนะ น้าทำได้เหรอ"
"มันก็มีความเสี่ยงอยู่ แต่เราไม่มีทางเลือกแล้ว... ท่องมนต์ตามข้าเดี๋ยวนี้!"
เมฆยังยืนมองอย่างใจเย็นเพราะหวังจะให้ชายหนุ่มยอมมอบสิทธิ์ครอบครองให้เขาแต่โดยดี ผู้คนรอบข้างเริ่มมุงดูอยู่ห่างๆ แต่ด้วยบรรยากาศน่ากลัวแปลกๆ ทำให้ไม่มีใครกล้าขยับเข้ามาช่วย
ดาวเหนือเริ่มพึมพำตามเสียงน้าแผนที่บอกในหัว
"...นะโม พุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ..."
"...มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา..."
"........."
"หือ?... ความรู้สึกนี้...... คาถามหาจักรพรรดิงั้นเหรอ?... เพื่ออะไรวะ...... รึว่า......"
เมฆเริ่มแปลกใจเพราะจับความรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นรอบๆ ดาวเหนือ
"...เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร เปลี่ยนนรกให้เป็นสวรรค์ เปลี่ยนวันให้เป็นคืน เปลี่ยนตัวข้าให้เป็นภาชนะ!!" ดาวเหนือพูดออกมาเสียงดังด้วยความมุ่งมั่น
"ไอ้สัส!! หยุดท่องเดี๋ยวนี้!!!" เมฆรีบวิ่งเข้าไปห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้ว
"...มอบตัวข้า เป็นบรรณาการ! มอบร่างข้า เป็นอาภรณ์สถิตย์!!"
"...สถิตย์ร่าง..."
ทันทีที่ดาวเหนือจบคำสุดท้าย เขารู้สึกได้ถึงมวลไออุ่นจากด้านหลังเข้ามาสวมกอดแล้วก็วูบหมดสติ
ในขณะที่เมฆวิ่งเข้าหาดาวเหนือพร้อมกับเอื้อมมือไปเกือบจะคว้าคอได้ อยู่ๆ ก็เหมือนมีกำแพงอากาศพุ่งออกมาอัดเขากระเด็นลอยถอยหลังไปไกลตกลงนอนกองกับพื้น เมฆรีบตะกายตัวลุกขึ้นยืนในท่าเตรียมรับมือ จ้องไปที่ดาวเหนือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วฉีกเสื้อที่ขาดหลุดรุ่ยออกโยนทิ้งพื้น ใบไม้ที่เสียบคาอยู่ที่หลังแห้งกรอบและสลายไป บาดแผลต่างๆ กลับมาสมานตัวกลายเป็นเกล็ดแห้ง เขายกสองมือขึ้นเสยผมช้าๆ จ้องมองดูเมฆด้วยแววตาเปล่งประกาย
"กล้าทำกับลูกหลานกูถึงขนาดนี้ มึงพร้อมจะตายรึยัง"
คราวนี้จิตอาฆาตแผ่ออกมาจนเมฆเริ่มตัวสั่นแต่ก็ยังยิ้มสู้ด้วยความตื่นเต้น
"มึงทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอวะ ฮ่าๆ ตกใจเลยว่ะ"
"อย่าเสียมารยาทกับผู้ใหญ่สิ เรียกกูว่าน้าแผน"
"ใครสนกันล่ะ ยังไงเดี๋ยวมึงก็ต้องมาเป็นบริวาณของกูอยู่แล้ว"
"อืมมม.. วิชาน่ารังเกียจแบบนี้ แถมยังจับจิตของกูได้อีก... ผ่านมาเป็นร้อยๆ ปี พ่อครูแต่ละรุ่นของมึงก็ยังไม่ละความพยายามสินะ สั่งสอนลูกศิษย์ส่งต่อกันมาอย่างดีเลยนี่หว่า"
"เออ หลังจากได้มึงมา พ่อครูทุกคนก็จะได้ไปสู่สุคติซะที"
"ฮ่าๆๆ งั้นมึงก็คงรู้สินะ ว่าพ่อครูสุดที่รักของมึงพวกมันตายยังไง แต่ละคนไม่มีใครตายดีเลยใช่มั้ย?"
คำพูดแทงใจของน้าแผนทำให้เมฆถึงกับโกรธทำตาดุปานจะกินเลือดกินเนื้อ ส่วนน้าแผนก็แสยะยิ้มพูดยั่วต่อ
"วิชามารที่พวกมึงเรียนต่อๆ กันมามันดูดกินพลังชีวิตเป็นอาหาร มึงรู้ใช่มั้ย? ตอนหนุ่มๆ มึงก็แข็งแกร่งอยู่หรอก... แต่พอเริ่มแก่ พลังชีวิตเริ่มอ่อน... ถึงตอนนั้นก็ได้เวลาของเข้าตัว ผีห่าตายโหงทั้งหลายที่จ้องอยู่ก็จะเข้ารุมกินมึงจนถึงวิญญาณ"
"แล้วมึงคิดว่าพวกกูจะยอมให้โดนกินง่ายๆ เหรอวะ"
"ใช่ๆๆ พ่อครูของมึงก็เลยคิดวิธีโกงความตาย... ด้วยการให้ลูกศิษย์ที่เลี้ยงมากับมือฆ่าตัวเองเพื่อสะกดวิญญาณเก็บเอาไว้ ป้องกันไม่ให้ผีตายโหงเอาไปกิน...... ส่วนมึง... ความรู้สึกของการได้ฆ่าพ่อครูตัวเองเป็นไงบ้างล่ะ"
ผีอย่างมึงจะมารู้อะไรวะ!!
เมฆเดือดเลือดขึ้นหน้าตะโกนตอบกลับแล้วชี้นิ้วไปที่น้าแผน ลมพัดวูบออกจากแหวนที่มันสวมอยู่ออกมาเป็นโหงพรายตนหนึ่งลอยพุ่งเข้าหา น้าแผนสะบัดหลังมือฟาดใส่อย่างแรงจนก้อนวิญญาณแตกกระจายหายไป
"ทำไมกูจะไม่รู้...... กูสะอิดสะเอียนกับงานพวกนั้นเต็มทน กูจะไม่ยอมกลับไปทำเดรัจฉานวิชาแบบนั้นอีกแล้ว"
"เหอะ! แต่มึงต้องกลับมาในที่ที่มึงควรอยู่ มาอยู่กับต้นตระกูลที่เป็นจุดกำเนิดของมึงจริงๆ... กลับมาเพื่อปลดปล่อยวิญญาณพ่อครูทุกรุ่นให้ได้สู่สุคติ... อย่างน้อยมึงก็ควรแสดงความกตัญญูต่อผู้สร้างของมึงไม่ใช่เหรอ?"
"........."
น้าแผนนิ่งเงียบไป สีหน้าแววตาเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด เมฆเลยใช้ไม้อ่อนพูดชักชวนด้วยน้ำเสียงเบาลง
"กลับมาเถอะ...... น้าแผน... กูจะพาไปช่วยกันปลดปล่อยวิญญาณพ่อครูรุ่นแรก... คนที่สร้างมึงมา..."
"...ทำกูซึ้งเกือบน้ำตาไหลเลยว่ะ มึงก็แค่อยากได้ร่างทองเพื่อกันไม่ให้ของเข้าตัวไม่ใช่รึไง? สุดท้ายก็กลัวต้องกลายเป็นอาหารให้ผีล่ะวะ!"
"หนอยยย พูดกันดีๆ ไม่ชอบใช่มั้ย! ยังไงคืนนี้ก็ไม่ใช่คืนเดือนดับ มึงอยู่ในร่างนั้นได้ไม่นานแน่ เมื่อไหร่ที่หมดฤทธิ์กูค่อยแงะมึงออกจากศพมันก็ได้"
"อย่างมึงกูใช้แค่ 5 นาทีก็พอแล้ว!"
หยุดเลยทั้งสองคน มีอะไรกันครับ?
ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าฟาดกันก็มีตำรวจสองนายเดินเข้ามาจากด้านหลังเมฆ ตำรวจนายหนึ่งเข้าไปจับบ่าของเขาแล้วถอนหายใจพูดแบบเหนื่อยหน่าย
"เฮ้ออออ อย่ามาตีกันข้างถนนแบบนี้สิน้อง ไปๆ แยกทางใครทางมัน"
"อย่า.. เสือก!!"
เมฆหันไปคำรามในคอใส่ตำรวจคนนั้นแล้วจ้องตาเพ่งจิตอาฆาต ตำรวจตาเหลือกจนเหลือแต่ตาขาวทรุดลงนอนชักกับพื้นทันที อีกนายที่มาด้วยกันก็ตกใจกำลังจะลงไปช่วยแต่ก็ตัวแข็งเหมือนโดนอะไรมาหยุดไว้
เมฆใช้มือขวาเข้าจับที่เอวของตัวเอง ตำรวจนายนั้นเหวี่ยงมือเข้าจับปืนที่เหน็บเอวทำท่าเดียวกับเมฆเหมือนเป็นเงาสะท้อนกัน เมฆยกมือขึ้นมาเล็งไปที่น้าแผนที่ยืนห่างออกไป ตำรวจชักปืนขึ้นมาปลดล็อกยิงทันที
เปรี้ยงงง!!!
ทุกคนที่มุงดูอยู่วิ่งหนีแตกกระเจิง ส่วนน้าแผนรีบยกสองแขนขึ้นมาบังหน้าตัวเองไว้ กระสุนพุ่งเจาะเนื้อแขนฝังเข้าไปได้แค่ครึ่งก็หยุดคาไว้แบบนั้น
"แม่งเอ้ย ใส่กระสุนไว้แค่นัดเดียวเหรอวะ ไร้ประโยชน์ชิบหาย" เมฆบ่นเสร็จก็สะบัดมือทำให้ตำรวจคนนั้นทิ้งตัวลงไปนอนชักจนหมดสภาพอีกคน
"มัน... เจ็บนะโว้ยยย!! ไอ้เด็กเหี้ย!!!"
น้าแผนหยิบกระสุนดึงออกแล้วโยนทิ้ง ตะโกนอย่างเดือดดาลพร้อมกับวิ่งเข้าหา เมฆรีบยกทั้งสองมือกางนิ้วทั้งหมดออกยื่นไปข้างหน้าแล้วตะโกนสั่งการ โหงพรายนับสิบตนออกมาจากแหวนทุกนิ้วลอยพุ่งเข้าหาน้าแผน
"ฮ่าๆๆๆ มึงคิดว่าผีพรายระดับนี้จะหยุดกูได้รึไงวะ! มา!!!"
เปรี้ยงงง!!!
น้าแผนเขวี้ยงหมัดเข้าต่อย ใช้หลังมือฟาด เหวี่ยงขาขึ้นเตะ ใส่กลุ่มก้อนวิญญาณจนได้ยินเสียงแรงอัดอากาศดังลั่น แต่ละครั้งที่ออกอาวุธโดนโหงพรายเหล่านั้นก็แตกสลายหายไปพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างสนุกของน้าแผน จนตัวสุดท้ายที่บังทางอยู่แตกกระจายหายไปน้าแผนก็แสยะยิ้มแล้วพุ่งเข้าหาเมฆที่ตั้งท่ายืนรอ
เมฆล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบเอามีดกริชออกมาเตรียมชักออกจากฝัก น้าแผนเห็นก็รีบหยุดยืนอยู่กับที่ทันที
"กริชนั่น......" น้าแผนพูดออกมาเบาๆ และเริ่มมีสีหน้าเป็นกังวล
"เป็นอะไรวะ.. ไม่เข้ามาล่ะ"
"วิชาน่ารังเกียจ..."
"เออ รู้ดีนี่หว่า... กริชสะกดวิญญาณ... กูรู้ว่ายังไงก็สะกดมึงไม่ได้หรอก แต่ไอ้หนูนั่นกูขังมันได้สบายเลยว่ะ กูจะเอาลูกหลานที่มึงรักมาเป็นพราย ถ้าพร้อมก็เข้ามา!"