ตอนที่ 18ม้าปิดตา!
“อื้อ…ก็มีพวก ‘ม้าปิดตา’ ถ้าเองเคยไปเที่ยวลำปางหรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ก็คงจะรู้จักหรือเคยพบเจอ ซึ่งความหมายก็คืออยากให้เห็นแค่ไหนก็แค่นั้นและคำ ๆ นี้ก็ยังมีความในซ่อนอยู่”
ทองทับแสร้งทำเป็ลึกลับเพื่อรอลูกกระจ๊อกที่อยู่ด้านข้างเอ่ยปากถาม ให้ตนได้โอ้อวดความรู้ต่อไป
น้ำเสียงกระเหี้ยนกระหือรือดังขึ้นตามที่เขาคาด“มีอะไรซ่อนอยู่หรือจ้ะลุง…”
“ส่วนมากแล้วคนที่ได้พบเจอกับพวก‘ม้าปิดตา’ คนเ่าั้ก็มักจะถูกลบความทรงจำออกไปยังไงล่ะ!ความในที่ซ่อนอยู่ก็คือ…อยากให้เห็นแค่ไหนก็แค่นั้นพวกเขาอยากให้รู้แค่ไหนก็แค่นั้น!” ทองทับหันไปแสยะยิ้ม
เขาทำหน้าั์ใส่ชายหนุ่มเลียนเสียงทุ้มเหมือนคนพากย์หนังผี “ว่าแต่เอ็งเคยจู่ ๆก็ความทรงจำหายไปบ้างหรือเปล่าล่ะ?”
บุญกองกะพริบตาปริบๆ ก่อนนึกย้อนความทรงจำ เขาเอียงศีรษะครุ่นคิดก่อนเหงื่อจะแตกพลั่กเพราะยิ่งนึกยิ่งหวาดกลัว…
“วิชาลบความทรงจำ!แบบนี้ตนก็จำอะไรไม่ได้น่ะสิ? แย่แล้ว…”ชายหนุ่มเอามือกุมหัวพร้อมทำท่าคล้ายกับโดนของเข้า
ส่วนทองทับก็แอบหัวเราะเบาๆ อยู่ที่ด้านข้าง เขาหัวเราะจนไหล่โยก
เพียรเองได้ยินแล้วก็ปวดกบาล‘ตาเฒ่าทารกกับไอ้หนุ่มขี้สงสัย’ ชื่อเื่นี้เหมาะกับทั้งคู่มากเขาเห็นรุ่นน้องที่เหมือนโดนผีเข้า จึงตวาดดังลั่น “พอ!เอ็งน่ะเลิกฟังพวกเื่ผีสางบ้างเถอะว่ะไอ้บุญ! และอีกอย่างใครมันจะกล้ามาทำคนของข้ากัน?”
ทองทับก็ป้องปากแอบกระซิบที่ข้างหูชายหนุ่มต่อไป“ก็ไอ้เพียรยังไงล่ะ! เอ็งไม่คิดถึงมันบ้างรึ? มันนี่แหละจอมขมังเวทตัวจริงเลยนะ”
ชายหนุ่มที่นั่งกุมหัวเหงื่อแตกพลั่กตอนนี้เขารู้สึกว่า ‘ตัวเองไม่ใช่ตัวเอง’ อีกต่อไปจึงเงยหน้าขึ้นและมองไปที่รุ่นพี่ ยิ่งคิดเขายิ่งสับสน
“สรุปฉันเป็ใครกันแน่!อ้ากกกกก…” บุญกองร้องเสียงหลงออกมา
พอเสียงะโดังลั่นบ้านคนที่อยู่ในครัวก็ชะเง้อออกมาดู เพียรได้แต่พูดว่า“ไม่มีอะไรแค่คนติ๊งต๊องมันเล่นกันน่ะครับ” เขาส่ายหน้ายิ้มเจื่อนอย่างจนใจให้กับเมียของผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งกำลังทำอาหารอยู่
“มีอะไรก็เรียกป้าได้นะพ่อหนุ่ม…”พอพูดจบเธอก็หันตัวเข้าครัวไปตามปกติ
เส้นประสาทของเพียรเต้นตุ้บตั้บ ส่วนทองทับเองหัวเราะดังลั่น เขาหัวเราะจนน้ำตาคลอเบ้า เพียรรู้สึกว่าตาเฒ่านี่ควรจะกลับเข้าไปอยู่ในกรงไม้ใหม่อีกสักรอบส่วนเ้าบุญกองเขาเองก็อยากจะตบกบาลให้มันสลบไปสักที
แต่เขาคิดวิธีแก้ปัญหาง่ายๆ กว่าขึ้นมาได้ โดยการบอกกับรุ่นน้องของตนไปว่า“นี่ไอ้บุญกอง…เอ็งจำบทสวดมนต์ที่ข้าสอนไปได้ไหม?”
“จะ…จำได้จ้ะพี่!”
“แล้วทำไมไม่ท่องมันล่ะ?”เพียรนั่งเล่นมือถือต่อไป หลังจากออกคำสั่งง่าย ๆ
ไม่ถึงหนึ่งนาทีบุญกองก็กลับมาเป็ปกติเขารู้สึกหายใจคล่องมากขึ้น
นั่นจึงทำเอาทองทับที่กำลังสนุกสนานอยู่รู้สึกแปลกใจขึ้นมาทันที “บทสวดมนต์อะไรกันแน่ที่ไอ้หนูเพียรมันสอน คงจะต้องเป็เวทคาถาชั้นเลิศแน่ๆ”
ทองทับลูบมือไปมาเขาไม่คิดที่จะจ้องมองไปยังไอ้เด็กสารเลวนั่นเพื่อถามแต่กลับเป็เ้าบุญกองต่างหากที่เขาสามารถค่อย ๆ ตะล่อมเอาข้อมูลออกมา
เพียรเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบจึงเอ่ยปากแนะนำไปว่า “ไอ้บุญของดีที่ตาเฒ่าให้ไว้เอ็งก็พกติดตัวเอาไว้รับรองได้ว่าปลอดภัยถ้าเกิดเื่จวนตัวรู้สึกว่าโดนของหรือเปล่าก็ให้หยิบมันขึ้นมาจิ้มเบา ๆไปที่ิัให้รู้สึกเจ็บ”
“ส่วนตาเฒ่าเองก็เลิกทำตัวเป็เด็กเสียทีหนึ่งเหลือหน้าตาไว้ให้กับคนรุ่นลูกมันเคารพบ้าง! ดูสิปั่นประสาทมันจนหลอนไปหมดแล้ว…”เขาล่ะหน่ายใจกับทั้งสองคน
คนหนึ่งก็สับสนในตัวเองชอบเื่ของผีสางนางไม้ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งลี้ลับทั้งหมดที่เขาบอกแถมยังอยากจะพบเจอผีตัวเป็ ๆ อีกต่างหาก แต่พอเจอแล้วกลับกลัวจนขี้ขึ้นสมอง
ส่วนอีกหนึ่งคนก็‘อดีตผีเฒ่า’ จอมขมังเวทผู้เก่งกาจที่นิสัยขี้เล่นเสมือนเด็กน้อยเหมือนตาแก่ว่างงานที่คอยปั่นประสาทคนอื่นไปเรื่อย เป็อย่างนี้มาั้แ่ตนเด็ก
“นี่…ลุงหลอกฉันเหรอ!?”บุญกองพอตั้งสติได้เอามีดหมอของวิเศษที่ได้มาจิ้มตัวเองเบา ๆไปทีหนึ่ง ชายหนุ่มจ้องอีกฝ่ายด้วยดวงตาแดงก่ำ
ทองทับรู้สึกผิดเล็กน้อยจึงไอแห้งๆ มาสองสามทีบอกว่า “นี่เรียกว่าทดสอบต่างหาก…เอ็งจะได้รู้ไงว่าเคยโดนลบความทรงจำหรือเปล่ามา ๆ เดี๋ยวข้าเล่าเื่เกี่ยวกับหออาชาไนยให้ฟังอีกสักเื่…”
แต่บุญกองมีหรือจะเหลืออารมณ์ฟังเื่อื่นๆ เดินสะบัดก้นหนีไปนั่งข้างนอกนานแล้ว ทำเอาทองทับได้แต่ตามไปง้อโดยหลอกล่อว่าจะสอนวิธีการใช้มีดอาคม และกว่าที่ท่านทนายบุญกองจะหายดีก็เล่นเอาทองทับสอนวิชาไปจนหมดตับ
……
ไม่นานอาหารก็ทำเสร็จสิ้นซึ่งเมียผู้ใหญ่ที่ชื่อ ‘น้อยหน่า’ ก็เดินมาเรียกทุกคนไปกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าครอบครัวของผู้ใหญ่บ้านก็ได้ให้การต้อนรับเป็อย่างดี
ผู้ใหญ่บ้านที่อายุ 50กว่า ๆ เห็นจะได้ ใบหน้ามีร่องรอยของกาลเวลาส่วนดวงตาเปี่ยมล้นไปด้วยประสบการณ์ มีชื่อว่า ‘แทนไทย’เขาคือคนรวบรวมกลุ่มชนเผ่าต่าง ๆ ให้มาตั้งอาศัยอยู่ร่วมกันที่นี่จากประวัติแล้วคนผู้นี้เป็ ‘ม้าหลวง’
หรือจะแปลความง่าย ๆก็คือคนของทางกระทรวง ซึ่งเพียรรู้มาจากระบบส่วนกลางของทางกระทรวงผ่านแอปพลิเคชันในมือถือซึ่งเขามีอำนาจเข้าถึงข้อมูลระดับสูงมาก ๆ จึงได้บอกให้เ้าบุญกองติดต่อประสานงานไป
และเื่ที่อีกฝ่ายเป็‘ม้าหลวง’ ก็ถูกทองทับนำไปบอกเล่าด้านนอกตอนที่กำลังสอนการใช้มีดอาคม นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มดวงตาลุกวาวพยักหน้าหงึกหงักเก็บ และเงียบเป็ความลับ
พอล่อลวงบุญกองให้ตกมาอยู่ในเงื้อมมือของตนได้สำเร็จอีกครั้งก็ทำเอาเขาหัวเราะร่าอยู่ภายในใจ เขาแอบภาคภูมิใจกับความสามารถของตนไม่น้อย…
อาหารที่พวกเขากินกันในมื้อนี้เป็อาหารของทางภาคเหนือซึ่งกินกับข้าวสวยร้อน ๆ ดูดีมีระดับไปอีกแบบ และอร่อยมากเป็พิเศษ อาจจะด้วยเพราะบรรยากาศรอบกายคนรอบข้างจึงััได้ถึงกลิ่นอายของเมืองเหนืออย่างเข้มข้น
เพียรพูดเอ่ยปากบอกกับผู้ใหญ่บ้านว่า“ผู้ใหญ่ครับพรุ่งนี้ให้ไอ้เ้าโก้มันพาผมไปดูที่ว่างหน่อยพอดีผมจะเปิดกิจการเสียหน่อยน่ะ…ผู้ใหญ่ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย?”
ทองทับหางคิ้วกระตุกลอบแอบด่าในใจว่า “สันดานพ่อค้า!”
ส่วนบุญกองก็คล้ายกับว่าคุ้นชินแล้วเพราะว่าลูกพี่ตนไปถึงไหน ก็ไปเปิดกิจการถึงที่นั่น…