บทที่ 7
ปัญหาเก่าหมดไป ปัญหาใหม่จะตามมา
ข้อเสนอแนะของซิสเตอร์แอนช่างน่าสนใจ
แม้คิทจะเสียดายที่ตนเองไม่ได้เข้าเมืองไปด้วย แต่เขาได้ทำประโยชน์ขนาดนี้ก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว
“ถ้าเกิด... เราถามกลุ่มคนที่จะมางานวันสวดฯ ล่ะครับ?” เด็กน้อยยกมือขึ้นเพราะอยากเสนอสิ่งที่ตนคิด “ในหมู่บ้านน่าจะมีพ่อค้าใช่ไหม ถ้ายังไงเราลองเสนอขายเขาดูก่อน หากหักลบกับค่าเดินทางที่ซิสเตอร์ต้องจ่ายและขนของกลับแล้วคุ้มค่ากว่า เราก็น่าจะขายให้เขาได้นะครับ”
“ความคิดของพวกเ้ารอบคอบดี แต่...พวกเราลืมอะไรหรือเปล่า?” นิ้วของลิซ่าชี้ไปที่กองเห็ดซึ่งถูกแยกออกเป็หมวดหมู่ระหว่างพูดคุยแล้ว “แชนเทอเรลส์สีทองน่ะ มีไม่ถึงจำนวนที่พอจะขายได้นะ อากาศเย็นก็จริง แต่อีกสามวันคุณภาพของพวกมันคงลดลงไปมาก พวกเราจะโดนกดราคาได้...”
สายตาของซิสเตอร์ทั้งสองสบกันอย่างมีความนัยบางอย่าง ขณะที่คิทก้มหน้าลงเพื่อหาหนทาง
“ถ้าเป็เช่นนั้น เห็ดชุดแรกนี้ข้าจะนำไปผึ่งลมตากแดดเพื่อยืดเวลาเก็บรักษาพวกมันเอาไว้ใช้ ส่วนชุดใหม่ที่จะประกาศขายกับพ่อค้าในอีกสามวัน... ข้ากับพี่เจมส์จะออกไปเก็บเพิ่มเติมดีไหมครับ”
ข้อเสนอแนะของเ้าหนูคิทช่างน่าสนใจ ซิสเตอร์ทั้งสองจึงพยักหน้าตกลงทันที ทั้งคู่ไม่ลืมที่จะย้ำเตือนเื่สำคัญบางอย่างที่เด็กน้อยควรรู้เอาไว้
“เห็ดพวกนี้มีราคาสูง เพราะการออกค้นหาพวกมันในป่าช่างยากลำบาก อย่าได้เอ่ยปากบอกเื่นี้กับผู้ใดก็ตามที่แสร้งมาสอบถาม เข้าใจไหมคิท?”
“ครับ ข้าจะตอบว่าทวยเทพนำทางให้ข้าไปเจอพวกมันเข้า แบบนี้น่าจะปลอดภัยกับทุกคนมากกว่า”
“เก่งมาก ทวยเทพผู้ยิ่งใหญ่อาจจะนำทางเ้าจริง ๆ ก็ได้ ใครจะรู้” ลิซ่ายิ้มอ่อนให้กับไหวพริบและสติปัญญาเกินเด็กของคิท คำตอบของเขาตัดปัญหาในอนาคตออกไปหลายอย่าง
มื้อเย็นของวันนั้น เป็โจ๊กธัญพืชที่ถูกเคี่ยวยาวนานร่วมกับเห็ดหลากชนิดจนเข้ากัน กลิ่นหอมยั่วยวนใจลอยตลบอบอวลจนแม้แต่ผู้าุโรู้สึกได้ว่าน้ำลายในปากมีมากเกินปกติ
หนูน้อยคิทได้ทดสอบก่อนปรุงอาหารอย่างรอบคอบแล้วว่าเห็ดทุกชนิดที่เขาเก็บมากินได้ ใบหน้าน้อยจึงยิ้มไม่หุบเมื่อได้ลาภปากเป็โบนัสพิเศษกับความสำเร็จในครั้งนี้ถึงสองถ้วยใหญ่
แต่ว่า...สำหรับสมาชิกคนอื่นนั้น อานิสงส์ของอาหารอันโอชาเริ่มแสดงผลลัพธ์ที่ิญญาจากต่างโลกคาดไม่ถึง
แอนนาและเจมส์ที่พลังใกล้ตื่นเต็มทีรู้สึกว่าร่างกายร้อนรุ่มและเปี่ยมไปด้วยพลังในเวลาไม่นานนัก หลังกินมื้อเย็นเสร็จ ร่างกายเริ่มทอแสงอ่อนจนห้องโถงที่มีเพียงแสงสลัวจากคบไฟดูสดใสขึ้นทันตา ผู้าุโทั้งสองเองก็มีอาการดังกล่าวเช่นกัน
“นี่...นี่มัน?” เจมส์เริ่มอยู่ไม่สุขเมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นตรงหน้า “พลังของข้าเพิ่มขึ้น! เป็ไปได้อย่างไร”
แอนนาพยักหน้าเพื่อยืนยันผลกระทบที่เกิดกับตัวเธอเช่นกัน ก่อนจะรีบลุกขึ้นเพื่อเดินไปหาซิสเตอร์ทั้งสอง เด็กน้อยตาแป๋วทั้งหลายมองพี่ใหญ่กับคุณแม่ผู้ดูแลด้วยความตื่นเต้น ร่างกายของพวกเขาเองรู้สึกแข็งแรงขึ้นั้แ่เริ่มทานอาหารของพี่คิทเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว
พี่ชายคนใหม่ช่างยอดเยี่ยมนัก เด็กน้อยทั้งหลายรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่เขามีและเข้าไปออดอ้อนทุกทีที่มีโอกาส ไออุ่นแม้เพียงน้อยนิดที่ร่างผอมบางมอบให้ ทำให้พวกเขานอนหลับฝันดีและรู้สึกเป็สุขนัก
ขณะที่น้องเล็กทั้งหลายกำลังรุมล้อมพี่ชายคนโปรด ซิสเตอร์ก็ถกเถียงกับเจมส์และแอนนาอย่างเคร่งเครียด
“เห็ดพวกนั้นไม่ธรรมดา... ข้าััได้ว่าพลังแห่งการเยียวยาที่เทพแห่งแสงมอบให้แข็งแกร่งขึ้น แม้จะไม่มากถึงขั้นเลื่อนระดับ แต่มันก็เยอะทีเดียว” ซิสเตอร์ลิซ่ามองแสงสีขาวเรืองรองที่เปล่งออกมาจากมือเหี่ยวย่นด้วยตาเป็ประกาย
“เป็เพราะเห็ด หรือเพราะการปรุงอาหารของคิทกันแน่? เขาอาจได้พรจากเทพแห่งไฟผู้ชื่นชอบการทำอาหารตามคัมภีร์เก่าแก่ก็ได้ ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็พรระดับสูง?” ซิสเตอร์แอนรู้ดีว่าเห็ดพวกนั้นไม่ได้เป็ของวิเศษแต่อย่างใดจึงเบนประเด็นไปที่คนปรุงแทน และแม้ว่าผู้ได้รับพรจากเทพแห่งธาตุจะสูญหายไปนานแล้ว แต่พวกเธอก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงความเป็ไปได้นั้นอยู่ดี
“เราพอจะตรวจสอบได้ไหมครับ ข้าเกรงว่า... ถ้ามีคนนอกรู้เข้า คิทอาจจะได้รับอันตรายได้”
“คุณแม่ ข้าเป็ห่วงน้องเช่นกันค่ะ”
แม้จะเป็เพียงเด็กกำพร้า แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าโลกภายนอกนั้นโหดร้ายได้ขนาดไหน ยิ่งคิทเปิดเผยความสามารถของตนเองมาเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งกังวลมากเท่านั้น เด็กคนนี้อาจจะใสซื่อบริสุทธิ์เกินไป
แต่แท้จริงแล้วมันไม่เป็นั้น ิญญาของนายกล้วยไข่ผ่านชีวิตมามาก และพอจะดูออกว่าใครเป็ผู้ที่สามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้ เขาไม่อยากปิดบังความสามารถของตนเองกับครอบครัวใหม่อันแสนอบอุ่น แต่กับคนนอกนั้นก็เป็อีกเื่
“ไม่ต้องห่วงหรอก คิทฉลาดมากกว่าที่พวกเ้าคิด แม่มั่นใจว่าน้องเอาตัวรอดได้ ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกแอนนา” เมื่อได้ยินดังนั้นพี่สาวคนโตของกลุ่มก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เจมส์และแอนนากลับไปเล่นกับน้องน้อยทั้งหลายตามปกติอีกครั้ง
บรรยากาศอบอุ่นในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหมู่บ้านเรดวู้ด ช่างขัดแย้งกับลมหนาวภายนอกยิ่งนัก
.....
สองวันถัดมา คิทและเจมส์ใช้เวลาว่างเป็ประโยชน์ต่อทุกคนอย่างมาก ทรัพยากรแถบแนวชายป่าได้รับการสำรวจอย่างถี่ถ้วน ป่าสนและต้นไม้นานาพันธุ์มีอาหารให้พวกเขามากกว่าที่คาดเอาไว้
ดงเห็ดอันอุดมสมบูรณ์ยังมีอีกหลายจุดตลอดแนวป่า กระเทียมและหัวหอมถูกรวบรวมและทำความสะอาดเพื่อตากแห้งเก็บเอาไว้ ข่าวดีอีกอย่างคือคิทเจอดงมันหวานป่าที่มีขนาดใหญ่และอุดมสมบูรณ์มาก หัวมันในฤดูใบไม้ร่วงมีขนาดใหญ่กว่าแขนของเขาที่ผอมแห้งเสียอีก การเก็บรวบรวมพวกมันจึงวุ่นวายอยู่พักหนึ่งเนื่องจากเจมส์ต้องวิ่งไปกลับเพื่อขนกระสอบผ้ามาอีกหลายใบ
คิทยิ้มแก้มปริ หัวมันพวกนี้มีปริมาณมากพอที่จะทำให้พวกเขาและน้อง ๆ อิ่มท้องได้เกือบสองเดือน ช่างเป็โชคอันมหาศาลนักที่เขาบังเอิญเห็นเถาไม้แห้งเหี่ยวแล้วลองดึงมันดูด้วยความสงสัย ในหัวของเด็กน้อยยังคิดไม่ตกว่าระบบนิเวศน์ของโลกใบนี้ช่างแปลกประหลาดนัก
หัวมันเป็พืชที่พบเห็นได้ทั่วไปก็จริง แต่เจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนและเขตอบอุ่น พืชเหล่านี้ล้วนไม่ใช่พืชท้องถิ่นที่ควรมีตามความรู้โลกเก่าของเขา แต่ของเขตร้อนหลายอย่างกลับพบเห็นได้ทั่วไปในป่าแห่งนี้ หัวมันท่อนใหญ่ที่เจมส์ลองหักดูมีเนื้อเนียนละเอียดสีขาวและส่งกลิ่นหอมอ่อนออกมาตลอดเวลา... มันไม่ใช่พืชที่เขารู้จัก แต่เจมส์กลับบอกว่ามันเป็มันหวาน เหมือนพี่ใหญ่คนนี้จะเคยกินมันมาก่อน
เส้นทางขนย้ายเกือบครึ่งชั่วโมงทำให้พี่น้องสองคนทำงานจนเหนื่อยหอบ แต่ห้องเสบียงที่เริ่มเต็มจนแทบไม่มีที่วางทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลาย หน้าหนาวอันแสนทรหดที่จะมาถึงคงไม่โหดร้ายเหมือนปีที่ผ่านมา
“ขอบใจมากนะคิท” เจมส์พูดด้วยความตื้นตัน “ั้แ่มีเ้ามาอยู่ด้วย ทุกคนก็มีความสุขขึ้นมาก ปีนี้คงไม่มีน้อง ๆ คนไหนหิวจนป่วย แล้วจากไปก่อนวัยอันควรอีกแล้ว”
“จะ..จากไปก่อนวัยอันควร?”
“ใช่... ข้าอยู่ที่นี่มาสี่ปีแล้ว สิ้นหน้าหนาวทีไรต้องขุดหลุมทำศพให้น้อง ๆ สองสามคนทุกปี” เด็กหนุ่มผู้แข็งแกร่งพูดเสียงอ่อน หลังเห็นสีหน้าน้องชายที่ยังเต็มไปด้วยความสงสัย “มันเป็เื่ปกติ หน้าหนาวของแถบนี้ยาวนานถึงสี่เดือน ่เดือนที่สามนั้นมีพายุรุนแรงโหดร้ายมาก อาหารเลยหมดเร็วกว่าปกติ คนส่วนใหญ่เลยอดอยาก่เดือนที่สี่...”
เจมส์ยังคงเล่าเื่ยืดยาวจากประสบการณ์ที่ตนเองมี โดยสรุปแล้วการดูแลสุขภาพและการป้องกันตนเอง่หน้าหนาวของคนในแถบนี้ยังไร้ประสิทธิภาพนัก ไม่ใช่แค่ในสถานเลี้ยงเด็กที่มีคนอ่อนแอเสียชีวิตใน่นั้น แต่คนในหมู่บ้านหรือแม้แต่เมืองใหญ่ก็มีเช่นกัน
พวกเขาจึงต้องขอบคุณพระเ้าและขอพรก่อนเข้าหน้าหนาว ฝากความหวังไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ตัวเองได้รอดพ้นจากธรรมชาติอันโหดร้าย หลังจากนั้นก็จะร่ำไห้่ฤดูใบไม้ผลิอันงดงาม เมื่อต้องทำพิธีศพฝังร่างคนที่ตนรัก
เมื่อได้ยินดังนั้น ิญญามากประสบการณ์ก็คิดหาหนทางออกสำหรับทุกคนเพิ่มขึ้นอีก ปัญหาเก่าหมดไปปัญหาใหม่ก็เข้ามา เงินที่ควรจะได้หลังจากขายเห็ดหายากในอนาคตคงต้องเปลี่ยนไปใช้จ่ายด้านเครื่องนุ่งห่ม หรืออุปกรณ์เพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายแทนอาหาร เมื่อบอกเล่าความคิดดังกล่าวให้ซิสเตอร์ได้ฟัง พวกเธอก็ตกลงทันที เ้าหนูคิทยังถูกย้ำเตือนเื่การรักษาความลับเกี่ยวกับความสามารถของตนเองอีกครั้ง ซึ่งเขาจำได้ขึ้นใจแล้ว และเข้าใจดีว่ามันคงมีเหตุผลอันน่ากลัวหลายอย่างที่ซิสเตอร์ทั้งสองไม่อยากจะพูดถึง
ประสบการณ์เลวร้ายจากอีกโลกเป็คนละแบบกับที่เขาจะเจอในอนาคต แต่มันคงไม่ยากเกินรับมือ
.....
วันขอบคุณเหล่าทวยเทพของหมู่บ้านเรดวู้ดคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเกือบร้อยที่เด็ก ๆ ทั้งหลายแทบไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
สมาชิกของหมู่บ้านเดินทางมาถึงโบสถ์ั้แ่่สาย เนื่องจากศาสนาไวท์วิงส์ของเทพแห่งแสงเป็เหมือนสะพานเชื่อมต่อคำสรรเสริญจากมวลมนุษย์ไปสู่เหล่าทวยเทพองค์อื่น ผู้คนที่นับถือศาสนาที่ต่างออกไปจึงเดินทางมาร่วมสวดภาวนาในครั้งนี้ด้วย
“ขอทวยเทพอวยพร ซิสเตอร์” คุณป้าคนหนึ่งหยิบยื่นถุงผ้าใบเล็กให้เป็ธรรมเนียม ภายในมีเศษเหรียญทองแดงนิดหน่อยพร้อมกับเนื้อแห้งหลายชิ้น “ขอให้ซิสเตอร์และเด็ก ๆ ผ่านพ้นฤดูหนาวไปได้ด้วยดีนะ”
“ข้านำของมาบริจาคด้วย แม้จะไม่มากนักแต่ก็ขอให้ทวยเทพอวยพรนะซิสเตอร์แอน”
“นี่คือไขสัตว์ที่ข้าใส่โถเก็บเอาไว้ั้แ่ปลายหน้าร้อน ช่วยรับไว้ด้วยนะครับ”
คนส่วนใหญ่มีของหยิบติดไม้ติดมือมาช่วยเหลือก่อนสวดภาวนาทั้งนั้น มันเป็อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชุมชนนี้อยู่รอดร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา ทว่า...ยังคงมีคนบางประเภทที่ส่งสายตาดูแคลนและเต็มไปด้วยความริษยา
คนเ่าั้เป็คนจำนวนน้อยที่มีอำนาจมากกว่าผู้ใดในหมู่บ้าน พรรคพวกของครอบครัวช็อปเปอร์ ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้าน และมีอำนาจสูงสุดในการบริหารจัดการท้องถิ่นอันทุรกันดารแห่งนี้
“เหอะ เป็ปลิงดูดเืที่มีประสิทธิภาพเหมือนเคยนะ ซิสเตอร์แอน” เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้น จนผู้คนในหมู่บ้านเริ่มแยกตัวเปิดออกเป็ทางเดินสะดวก “ของบริจาคเยอะขนาดนี้ คงอยู่กินสบายประหนึ่งเ้าเมืองเลยสินะ”
“สวัสดีมิสเตอร์เกรย์ ขอให้ทวยเทพอวยพรนะคะ” ซิสเตอร์แอนเก็บอารมณ์คุกรุ่นภายใต้ใบหน้าเหี่ยวย่นได้ดีเยี่ยม รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงชราเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจจนเ้าหนูคิทยกต้องป้ายนักแสดงดีเด่นคะแนนเต็มสิบในใจ
“ตามธรรมเนียมแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านอย่างข้าคงต้องขอเก็บสิ่งของบางส่วนเป็ภาษี ซิสเตอร์คงไม่มีปัญหากระมัง?” กองของบริจาคให้กับทางโบสถ์และสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่กองพะเนินช่างเย้ายวนใจของผู้ละโมบ ผู้คนในหมู่บ้านเองก็กัดฟันกรอดแต่มิอาจทำสิ่งใดได้ กลุ่มผู้อารักขาที่เดินตามหลังไอ้ชั่วเกรย์เป็นักรบทั้งนั้น
“หนึ่งในสิบ... เอ... หรือหนึ่งในห้าดี” หน้ายิ้มเยาะเย้ยของผู้ไม่หวังดีทำให้เด็ก ๆ โดยรอบรู้สึกขนลุก “ปีนี้เทพแห่งการพยากรณ์ทำนายว่าจะหนาวหนักกว่าทุกปี เพื่อความอยู่รอดของหมู่บ้านข้าขอเก็บภาษีของพวกนี้ เป็จำนวนหนึ่งในห้าก็แล้วกัน”
สิ่งของบริจาคหนึ่งในห้า ไม่ได้ถูกแบ่งตามสัดส่วนอย่างที่ควรเป็ เหล่าทหารอารักขาหยิบไปเพียงเงินเหรียญ และเนื้อทุกชิ้นที่อยู่ในนั้น รวมไปถึงสมุนไพรช่วยรักษาไข้หวัดทุกอย่างที่ชาวบ้านรวบรวมมา เด็กน้อยทั้งหลายและแม้แต่ซิสเตอร์ลิซ่าได้แต่กำหมัดแน่นพร้อมอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย
“ไอ้งูพิษ...” เจมส์กัดฟันกรอด อารมณ์รุนแรงของหนุ่มน้อยทำให้เขาเริ่มควบคุมตัวเองไม่ไหว แต่กระนั้นร่างทรงพลังก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยมือของร่างเล็กกว่าที่ััลงมาบนไหล่กว้างอย่างแ่เบา
คิทอ่านสถานการณ์ได้ดียิ่งกว่าพี่ชายหัวร้อน เขาได้แต่ส่ายหน้าช้า ๆ เพื่อให้เจมส์ไม่ทำอะไรผลีผลาม
คนเลวแบบมิสเตอร์เกรย์ เป็พวกชั้นต่ำจำนวนมากมายที่เขาเคยเจอมาแล้วในชีวิตก่อน
ขยะสังคมเช่นนี้... เป็พวกที่รับมือยาก และทนทายาดยิ่งกว่าแมลงสาบเสียอีก