แสงเทียนให้ความสว่างอยู่รอบโต๊ะผิงไฟ เปลวเทียนพลิ้วไหวไปมา
เมื่อดื่มเหล้ากันไปสักพัก หลงป้าเทียนก็เริ่มบทสนทนา
“จิ่งเถียน...ข้ารู้ว่าหลายปีมานี้เ้าไปผจญภัยใช้ชีวิตอยู่ด้านนอกถือว่าเ้าก็มีความสามารถอยู่ไม่น้อยและข้าก็เป็คนชื่นชอบและชื่นชมคนที่มีความสามารถวันนี้ที่ข้ามาก็อยากจะมารบกวนขอความช่วยเหลือจากเ้าเสียหน่อย”หลงป้าเทียนนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ เหรียญทองแดงสีน้ำตาลเข้มที่ประดับอยู่บนปกเสื้อผ้าไหมของเขาทอประกายวิบวับออกมาอย่างสวยงามเขายกถ้วยชาขึ้นดื่มช้าๆ แล้วพูดต่อ “เขตทะเลที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านเรานี้ พูดได้ว่าเป็เขตอ่าวทะเลน้ำตื้นเป็เขตที่ปลาว่ายน้ำผ่านมาจำนวนไม่มาก หลายปีมานี้ยิ่งออกเรือหาปลาจำนวนปลาก็ยิ่งน้อยลงทุกทียิ่งหายิ่งน้อยเมื่อเป็เช่นนี้ชาวบ้านออกทะเลหาปลากันอย่างยากลำบากหนึ่งปีเต็มก็ยังทำได้แค่พออยู่พอกินเท่านั้นดูอย่างครอบครัวเ้าก็รู้แล้ว พี่ชายเ้าทั้งสองคนต่างก็เป็ชาวประมงที่เก่งกาจและเป็หัวหน้าในการออกเรือหาปลาแต่ทำมาจนบัดนี้ก็ยังทำได้แค่ให้ปากท้องพออิ่มไม่ใช่รึ!”
เซียวฝูเถียนและเซียวกุ้ยเถียนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยไม่หยุด
หลงป้าเทียนพูดเื่จริง เพราะพวกเขาทั้งสองต้องออกไปเสี่ยงชีวิตหาปลาในทะเลตลอดทั้งปีสถานการณ์กินอยู่ใช้จ่ายของครอบครัวก็ไม่ได้ดีสักเท่าใดนัก
ชีวิตความเป็อยู่ของชาวบ้านหมู่บ้านหยวีจุ่ยก็ไม่ได้ดีขึ้นเพราะพวกผู้ชายออกไปทำงานเหล่านี้เท่าใดนัก
“ใช่ๆๆ เขตทะเลของพวกเราเป็อ่าวทะเลน้ำตื้นจริงๆ จำนวนปลาก็มีไม่มาก”หนิวอู่ก็เห็นด้วย
เซียวจิ่งเถียนไม่ได้พูดสิ่งใด แต่กลับใจจดจ่ออยู่กับการดื่มชาชาชนิดนี้คือชาใบไผ่จากหลังเขาซึ่งเป็ชาที่ครอบครัวเขาทำเองเมื่อตอนเริ่มดื่มจะมีรสชาติขมเล็กน้อยผสมอยู่ แต่เมื่อถึงรสชาติ่หลังจะยิ่งหวานขึ้นเรื่อยๆเขาชื่นชอบชาชนิดนี้เป็อย่างมาก
หลงป้าเทียนลอบมองปฏิกิริยาของสามพี่น้องอยู่เงียบๆ จากนั้นก็มองไปที่เซียวจิ่งเถียนแล้วพูดกับเขาอย่างจริงจังว่า“จิ่งเถียนเอ๋ย...ข้ามีโครงการอยากจะสร้างกระชังเลี้ยงปลาในหมู่บ้านของพวกเ้า โดยปล่อยลูกปลาลงในกระชังเพื่อเลี้ยงและเพาะพันธุ์ดังนั้นข้าจึงอยากขอให้เ้าช่วยออกหน้าช่วยเป็ธุระให้ข้านอกจากพี่ชายสองคนของเ้าแล้วช่วยหาชาวประมงคนอื่นๆ ที่มีความสามารถให้มาร่วมทำด้วยกันข้าให้ค่าตอบแทนรายเดือนเป็เงินสองตำลึง รับประกันว่าได้มากกว่าที่พวกเขาออกทะเลไปหาปลาแน่นอน”
เมื่อเซียวฝูเถียนและเซียวกุ้ยเถียนได้ยินดังนั้นก็ตาลุกวาวขึ้นทันทีรายได้ของพวกเขาที่ออกทะเลทุกวันโดยไม่หยุดพักยังไม่ถึงสองตำลึงเลย!
“ท่านลุงหลง ข้าไม่เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงปลา”เซียวจิ่งเถียนวางถ้วยชาลงแล้วหยิบผ้าเช็ดปากออกมาเช็ดมุมปากด้วยความเคยชินเขาพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ว่า“อีกอย่างข้าอยู่ด้านนอกมาหลายปีจึงไม่ค่อยรู้จักคนในหมู่บ้านเท่าใดนักเกรงว่าข้าคงช่วยท่านลุงไม่ได้จริงๆ ขอท่านลุงเชิญผู้ที่มีความสามารถที่แท้จริงเถิด”
“จิ่งเถียนลุงรู้ว่าเ้ามีความสามารถบนเรือเวลาออกทะเล และก็รู้ว่า่ที่ผ่านมานี้เ้าไม่ได้ออกทะเลหาปลาเป็เพราะเ้าได้รับาเ็ยังไม่หายดี”หลงป้าเทียนนอกจากจะไม่โมโหแล้วยังพูดกับเซียวจิ่งเถียนด้วยน้ำเสียงมีเมตตา“เ้าวางใจเถิด ลุงแค่อยากให้เ้าช่วยดูแลกระชังปลาเหล่านี้ให้เฉยๆ ไม่ได้้าให้เ้าใช้แรงงานหรือออกแรงอันใดส่วนเื่ของค่าตอบแทน แน่นอนว่าลุงไม่มีทางให้เ้าขาดทุน ปลาในกระชังเลี้ยงปลาเมื่อนำใส่เรือออกไปขายลุงจะให้ค่าส่วนแบ่งแก่เ้าหนึ่งส่วนในทุกๆ ลำ เ้าคิดว่าอย่างไร?”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อเสนอของหลงป้าเทียนเย้ายวนใจไม่น้อย
รสชาติของค่าส่วนแบ่งหนึ่งส่วนนั้นเป็เช่นไร? เงินตอบแทนส่วนนี้สามารถทำให้ทั้งครอบครัวตระกูลเซียวมีกินมีใช้จากหน้ามือเป็หลังมือเลยทีเดียวและกลายเป็เศรษฐีในหมู่บ้านหยวีจุ่ยในชั่วพริบตา!
“น้องสามเ้าฟังดูสิ ท่านลุงหลงไม่ได้ให้เ้าไปใช้แรงงานแต่อย่างใดแต่แค่ให้เ้าช่วยดูกิจการให้ก็เท่านั้น”เซียวกุ้ยเถียนเห็นเซียวจิ่งเถียนไม่มีท่าทีสนใจ จึงกลัวว่าจะทำให้หลงป้าเทียนผู้เป็ดุจเทพเ้าแห่งเงินทองผู้นี้โกรธเขารีบพูดเกลี้ยกล่อมต่อ “อีกอย่างบ้านเราก็อยู่ห่างจากที่นั่นไม่ไกลสามารถช่วยท่านลุงหลงดูแลได้”
“ใช่ๆๆ พวกเราอยู่ใกล้!” เซียวฝูเถียนก็รีบช่วยพูดไม่ว่าอย่างไรก็ยังสบายกว่าที่พวกเขาจะออกเรือไปจับปลาทั้งยังไม่ต้องเหนื่อยมากแค่ช่วยจัดการดูแลแทนท่านลุงหลง เหตุใดจะไม่เต็มใจทำเล่า?
“ข้าขอบคุณท่านลุงหลงมากที่ให้ความสำคัญกับข้าเช่นนี้” เซียวจิ่งเถียนพูดเรียบๆ“ที่ข้ากลับมาบ้านครั้งนี้ เพียงแค่้าอยากใช้ชีวิตอย่างอิสระอยากปลูกผักทำนาก็ทำ อยากออกเรือหาปลาก็ไป อยากอยู่ตอบแทนบุญคุณบิดามารดาให้มากที่สุดเท่านี้ที่ข้า้า หวังว่าท่านลุงหลงจะเข้าใจและอนุญาตให้ข้าได้ทำตามสิ่งที่ตั้งใจไว้”
ม่ายซุ่ยก็นั่งอยู่รอบโต๊ะผิงไฟเช่นเดียวกันเมื่อนางได้ยินที่เซียวจิ่งเถียนพูดก็รู้สึกว่าชายผู้นี้มีความยึดมั่นถือดีในตนเองอยู่ไม่น้อยเขาไม่อยากจะดำเนินชีวิตโดยยืมจมูกผู้อื่นหายใจ แม้จะเจอกับบุคคลที่ได้รับความนับถือและเลื่อมใสจากผู้คนเช่นหลงป้าเทียนผู้นี้ก็ยังไม่สามารถทำให้เขาเปลี่ยนความคิดได้ ช่างแตกต่างจากผู้อื่นยิ่งนัก
“จิ่งเถียนช่างพูดจาขวานผ่าซากยิ่งนัก” เฉียวซื่อพูดอย่างไม่พอใจนางรู้สึกว่าเซียวจิ่งเถียนเสียทีที่ออกไปใช้ชีวิตอยู่ภายนอกมาหลายปีกลับไม่ได้ฉลาดเฉลียวเท่าใดนักเงินทองมาวางกองอยู่ตรงหน้าแค่เอื้อมมือไปหยิบก็ได้มาเช่นนี้กลับไม่สนใจแต่จะไปทุ่มเทแรงกายทำไร่ทำนาบนที่ดินร้างผืนนั้นแทนช่างทำให้ครอบครัวผิดหวังเสียจริง!
เมื่อหนิวอู่เห็นว่าเซียวจิ่งเถียนไม่เปลี่ยนใจ เขาก็รีบพูดคลี่คลายสถานการณ์“พี่สามเื่เล็กๆ น้อยๆ ของบ่อเลี้ยงปลาท่านไม่ต้องเป็กังวลท่านอยากจะไปทำนาหรือออกเรือหาปลาก็ไปได้เลยแค่เวลาที่พวกเรามีเื่ใดที่ไม่สามารถจัดการได้มาขอให้ท่านช่วยคิดหาวิธีแก้ปัญหาบ้างก็เท่านั้น”
หนิวอู่เป็คนฉลาด
เขาคาดเดาได้ั้แ่แรกแล้วว่าหลงป้าเทียน้าเพียงยืมใช้ชื่อเสียงของเซียวจิ่งเถียน
ตอนนี้หลงป้าเทียนเข้าพื้นที่ทางชายฝั่งทะเลของหมู่บ้านหยวีจุ่ยแน่นอนว่าชาวบ้านก็ต้องเกิดความไม่พอใจ หากพวกเขาพร้อมใจกันก่อความวุ่นวายหรือแอบโยนยาฆ่าหนูฆ่าแมลงใส่ลงในกระชังเลี้ยงปลาเช่นนั้นเขาจะต้องเสียหายในทรัพย์สินเป็อย่างมากแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงจำเป็ต้องหาบุคคลที่มีความเก่งกาจพอที่จะสามารถสยบบรรดาชาวบ้านที่ไม่พอใจนี้ได้
และแน่นอนว่าเซียวจิ่งเถียนเป็ตัวเลือกที่ดีและเหมาะสมที่สุด
“ท่านลุงหลงเชิญตามสบาย ข้าขอตัวก่อน”คำพูดของผู้อื่นไม่ได้มีผลต่อเซียวจิ่งเถียนแต่อย่างใดเขาวางตะเกียบลงแล้วขอตัวพร้อมเดินออกจากห้องไป
“ท่านพ่อท่านดูน้องสามสิ ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย!” เซียวกุ้ยเถียนมองไปที่เซียวจงไห่เมื่อเห็นว่าบิดาไม่สนใจที่จะช่วยพูดเกลี้ยกล่อมเซียวจิ่งเถียนเขาจึงรีบหันไปพูดกับหลงป้าเทียนว่า “ท่านลุงหลงท่านอย่าได้ถือสาไปเลยน้องสามก็มีนิสัยเถรตรงเช่นนี้ ั้แ่เขากลับมาก็เป็เช่นนี้มาโดยตลอดหากเื่ใดที่เขาไม่เต็มใจทำใครจะพูดอย่างไรเขาก็ไม่ฟัง”
“ฮ่าๆ ไม่เป็ไรๆ” หลงป้าเทียนยิ้มแห้งพูดอย่างไม่ถือสาว่า “คนที่มั่นใจในความสามารถของตนเองมักจะมีความทระนงอยู่ในตัวจะยอมตกลงทำงานแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยได้อย่างไร เซียวจิ่งเถียนน้องชายของพวกเ้านี่ร้ายกาจไม่เบาฮ่าๆ เช่นนั้นในเมื่อเชิญให้เขาช่วยเหลือไม่ได้ พวกเ้าสองคนก็อย่าได้ปฏิเสธล่ะ ช่วยลุงดูแลกระชังเลี้ยงปลาให้ดีๆพวกเรามาร่ำรวยด้วยกัน!”
เมื่อเซียวฝูเถียนและเซียวกุ้ยเถียนได้ยินที่หลงป้าเทียนพูดก็ตกตะลึงกันไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงยิ้มแห้งๆ ตอบรับ “ได้ ได้แน่นอน ทั้งหมดล้วนทำตามที่ท่านลุงจัดการ”
หากตีความตามที่หลงป้าเทียนพูด เช่นนั้นพวกเขาก็เป็พวกไม่มีความสามารถหรือ?
หนิวอู่ก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน จึงได้แต่ยิ้มหัวเราะเบาๆ
เขาไม่สนใจว่าใครจะคิดเช่นไรกับเขาสำหรับเขาแล้วขอแค่ท้องอิ่มและสามารถแต่งภรรยาได้สักคน เพียงเท่านี้เขาก็พอใจไม่ขอสิ่งใดแล้ว
หลังจากส่งหลงป้าเทียนและหนิวอู่แล้ว
สามคนพ่อลูกก็ปรึกษากันต่อถึงเื่นี้
เมิ่งซื่อและเซียวจงไห่นั่งที่หัวโต๊ะส่วนเซียวฝูเถียนและเซียวกุ้ยเถียนนั่งขนาบอยู่สองข้างม่ายซุ่ยรู้สึกว่าตนเองไม่เหมาะที่จะอยู่ต่อ จึงค่อยๆ เดินกลับห้องไปอย่างเงียบๆ นางเลือกเทียนสีเหลืองไปจุดแล้วสานแหต่ออย่างขะมักเขม้น
เซียวอวิ๋นเหนียงบอกว่า อีกไม่กี่วันจะมีปลาหวงฮวาว่ายผ่านมาในเขตนี้ทุกบ้านก็จะออกเรือไปจับปลากันที่กลางทะเล ได้ตัวใหญ่หน่อยก็เอาไปขาย ส่วนตัวเล็กก็นำไปตากแห้งเก็บไว้เป็อาหารเป็ดอาหารไก่
แน่นอนว่าม่ายซุ่ยไม่มีทางปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปนางตั้งใจรีบสานแหเพื่อให้เสร็จทันเวลา คิดที่จะมีที่ยืนในบ้านนี้จะต้องเริ่มจากการที่สามารถทำอะไรก็ตามได้ด้วยตนเองก่อน
เฉินซื่อและเฉียวซื่อก็ยืนฟังอยู่ตรงด้านหน้าของโต๊ะผิงไฟอย่างใจจดใจจ่อเื่นี้ถือเป็เื่ใหญ่ในบ้าน แน่นอนว่าพวกนางจะต้องเข้าร่วมฟังด้วย
“ท่านพ่อ ท่านแม่ข้าคิดว่าเื่นี้เราทำได้เดือนละสองตำลึงไม่ใช่ใครก็สามารถหาได้” เมื่อเห็นสายตาของภรรยาที่ส่งมาเซียวฝูเถียนก็รีบพูด“เลี้ยงปลาสบายกว่าออกไปจับปลาแน่นอน ทั้งยังเป็การค้าขายที่ไม่มีทางขาดทุน”
“พี่ใหญ่พูดถูก ท่านลุงหลงเป็พ่อค้ามานานแล้วทำงานกับเขาพวกเราไม่มีทางขาดทุนแน่นอน”เซียวกุ้ยเถียนมองเซียวจงไห่แล้วก็ถอนหายใจ “แต่ว่าน้องสามกลับไม่เข้าใจเหตุใดจึงไม่ลองคิดดูบ้างว่าท่านลุงหลงอุตส่าห์มาหาถึงที่บ้านเพื่อให้เขาช่วยเหลือทั้งยังให้ค่าส่วนแบ่งอีกตั้งหนึ่งส่วนของการค้า นี่เป็การให้เกียรติขนาดไหนแต่เขากลับไม่ยอมรับความหวังดี ทำให้พวกเราก็ทำตัวลำบากไปด้วย”
หากต้องปฏิเสธหลงป้าเทียน พวกเขาก็ไม่มีทางยอมรับได้แน่นอน
ถ้าพวกเขาทำงานร่วมกับท่านลุงหลงก็จะดูเหมือนว่าสามคนพี่น้องไม่รวมใจเป็หนึ่งเดียวกันต่างคนต่างทำเช่นนี้ อาจถูกชาวบ้านหัวเราะเยาะว่าพวกเขาไม่สนใจความสัมพันธ์ของพี่น้องเอาได้
“เป็เช่นนั้นจริงๆ ท่านพ่อ เื่นี้ท่านต้องเป็ผู้ตัดสินใจไม่ใช่น้องสามว่าอย่างไรก็เอาเช่นนั้นคนที่ไม่ดูแลจัดการบ้านไม่รู้หรอกว่าข้าวสารไม้ฟืนมีราคาแพง”เฉียวซื่อพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้“อย่างอื่นไม่พูดถึงดูแค่ว่าหลิงเอ๋อร์กับสือโถวโตขึ้นทุกวันทั้งยังต้องอยู่ร่วมกันกับพวกเราอย่างเบียดเสียด แต่ฐานะทางบ้านของพวกเราตอนนี้แม้แต่จะสร้างบ้านใหม่ก็ยังไม่มีปัญญาครอบครัวใหญ่เช่นนี้ก็ควรจะหาช่องทางในการหาเงินเพิ่มจึงจะถูก”
“ใช่ๆ ตอนแรกที่น้องสามยืนยันว่าจะเช่าที่ดินร้างพวกเราต่างก็ไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายเขาก็ทำตามความคิดของตนเองไม่ใช่หรือ? ตอนนี้มีโอกาสทองในการหาเงินเขากลับไม่ไปแล้วพวกเราจะต้องทำตามที่เขาตัดสินใจอีกหรือ?”เซียวจิ่งเถียนไม่อยู่เฉินซื่อจึงกล้าพูดออกมา
“เื่ของพวกเ้าก็ตัดสินใจกันเอง”เซียวจงไห่เงียบไปพักหนึ่งแล้วพูดหน้านิ่วว่า “ทุกคนมีความคิดมีการวางแผนเป็ของตนเองข้าไม่บังคับ”
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าไปทำงานกับหลงป้าเทียนเป็ทางเลือกที่ไม่เลวแต่หากจิ่งเถียนไม่เต็มใจ เขาผู้เป็บิดาก็พูดอันใดไม่ได้
เมิ่งซื่อฟังอยู่อย่างเงียบๆ ไม่ออกความเห็น
นางไม่สามารถพูดเกลี้ยกล่อมเซียวฝูเถียนและเซียวกุ้ยเถียนได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบุตรชายของนาง หากพูดอะไรออกมาก็อาจจะไม่ถูกใจลูกสะใภ้ทั้งสองได้สู้นางเงียบปากไม่พูดอะไรเลยเสียดีกว่า
“แม้จะพูดเช่นนี้ แต่พวกเราก็กินข้าวหม้อเดียวกัน”เซียวกุ้ยเถียนมองบิดาแล้วพูดออกมาอย่างอดไม่ได้ว่า “หากพี่น้องสามคนร่วมใจช่วยกันทำงานชีวิตความเป็อยู่จึงจะดีแต่หากความคิดไม่ตรงกันคนหนึ่งไปทิศตะวันออกอีกคนหนึ่งก็จ้องจะไปทิศตะวันตกเช่นนี้จะดีได้อย่างไร?”
เซียวจงไห่รู้ว่าในใจสองพี่น้องคู่นี้คิดการสิ่งใดจึงพูดหน้านิ่วว่า “จิ่งเถียนเพิ่งจะเช่าที่ดินมาสิบไร่เขาไม่มีเวลาไม่ทำอย่างอื่นแน่พวกเ้าอยากจะทำงานกับหลงป้าเทียนก็ไปเถิด เขาอยู่ที่นี่ทำไร่ทำนาก็เหมือนกัน”
เฉียวซื่อยิ้มเย็น
หากที่ดินร้างที่เซียวจิ่งเถียนเช่าผลผลิตขาดทุนเล่าพวกนางมิต้องออกเงินใช้หนี้ร่วมกับเขาหรือ?
ได้อย่างไรกัน?
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้นางก็ถลึงตาใส่เซียวกุ้ยเถียนทันที
“ท่านพ่อในเมื่อพูดมาถึงตรงนี้แล้ว เช่นนั้นพวกเราก็พูดกันเสียตรงๆ”เซียวกุ้ยเถียนรับรู้ความหมายนางภรรยา เขาพูดหน้านิ่ว “ท่านพ่อก็พูดแล้วว่าทุกคนมีความคิดมีการวางแผนเป็ของตนเองเช่นนั้นก็แยกบ้านแยกกันอยู่เสียดีกว่า หากยังอยู่ด้วยกันอย่างวุ่นวายเช่นนี้จะดำรงชีวิตกันต่อไปอย่างไร?”
“ท่านพี่รองพูดถูก พวกข้าก็คิดเช่นนี้” เมื่อเฉินซื่อเห็นเซียวฝูเถียนไม่พูดไม่จาจึงถลึงตามองเขาอย่างดุร้ายจากนั้นก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “อีกอย่างถึงแม้ว่าจะแยกบ้านกันแล้วแต่พวกเราก็ยังคงเป็ครอบครัวเดียวกัน หากมีเื่ใหญ่อันใดทุกคนก็ไม่มีทางที่จะนิ่งดูดายไม่ช่วยเหลือกันหรอก”
ครั้งนี้เซียวจงไห่ไม่ได้โมโห แต่นิ่งเงียบไม่พูดจา
เซียวฝูเถียนและเซียวกุ้ยเถียนเห็นดังนั้นก็ตาลุกวาว
ดูแล้วท่าทีของท่านพ่อเริ่มจะอ่อนลงแล้ว
เนื้อหมูที่เหลือถูกเมิ่งซื่อนำมาทำเป็เนื้อแดดเดียวทั้งหมดแขวนตากแห้งอยู่กับชายคาบ้านอย่างเป็ระเบียบ เมื่อลมพัดมาเนื้อหมูที่ตากไว้ก็จะสั่นไหวน้อยๆ
“ถ้าได้กินเนื้อทุกวันก็คงจะดี” เซียวสือโถวถือตั่งไม้ตัวเล็กยืนมองเนื้อแดดเดียวติดมันสีขาวแดงจนน้ำลายไหล
“พ่อของข้าบอกว่า ต่อไปเขาไปหาเงินได้จากบ่อเลี้ยงปลาแล้วพวกเราก็จะมีเนื้อกินทุกวันเลย” เซียวหลิงเอ๋อร์เท้าคางพูด“ข้าชอบกินเนื้อติดมันแบบที่กัดแล้วมีน้ำมันไหลออกมา”
“ข้าก็ชอบ คราวก่อนข้ากินเนื้ออบน้ำแดงที่บ้านท่านยาย อร่อยมากๆ เลยล่ะ ท่านน้าซื้อมาให้ข้ากิน”เซียวสือโถวเช็ดน้ำลายพร้อมพูด “ท่านยายของข้าบอกว่ารอให้ท่านน้าของข้าแต่งภรรยาเข้าบ้านก็จะตุ๋นเนื้ออบน้ำแดงให้ข้ากินเยอะๆ เลย”
“เช่นนั้นเมื่อไหร่ท่านน้าของเ้าจะแต่งงานกันเล่า?”เซียวหลิงเอ๋อร์ถาม
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” เซียวสือโถวส่ายหน้าแล้วพูดด้วยท่าทางเหมือนผู้ใหญ่ว่า“ได้ยินท่านยายบอกว่าท่านน้าของข้าเป็อันธพาลเสียยิ่งกว่าท่านลุงสามอีกหากอยากจะแต่งภรรยาเข้าบ้านคงจะต้องเตรียมแป้งสาลีสองกระสอบเป็สินสอดเป็ที่น่าหนักใจนัก!”
ม่ายซุ่ยได้ยินแล้วก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้แต่เมื่อหันกลับมาพบว่าเซียวจิ่งเถียนยืนหน้าขรึมอยู่ด้านหลัง ก็รีบเก็บซ่อนรอยยิ้มแล้วเดินกลับเข้าห้องอย่างเงียบๆ
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/989b72eeb7cc486fe81b7f5e2bdce5a8
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ Fisherman หนุ่มประมงที่รักที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #Fishermanหนุ่มประมงที่รัก #readAwrite ด้วยน้า