2 ปี ผ่านไปร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งผมดำสนิท ชุดสีม่วงเข้มภายในเหมือนจอมยุทธ์ทั่วไป ต่างก็เพียงแต่ชายหนุ่มคนนี้กลับมีเสื้อคลุมที่ดูหรูหราลายปักสีทองและเพชรเม็ดงามติดอยู่ เขาคือไป๋หั่ว เวลาที่ผ่านมาเขาได้อาศัยบนเรือเหาะ สมบัติชิ้นสุดท้ายที่แม่ของเขาทิ้งไว้ให้พร้อมกับสมบัติมากมาย ตอนนี้เขาหมายตาจะสร้างตระกูลเพื่อกลับไปล้างแค้นเจ้าพวกอาชาสวรรค์ที่ทำกับแม่ของเขาและพ่อบ้านเฒ่าผู้มีพระคุณ มือแกร่งกำหมัดแน่นก่อนเท้าจะดีดร่างให้พุ่งไปตามหลังคาบ้านเหมือนกับจอมยุทธคนอื่น เสื้อคลุมปลิวไสวทำให้เขาดูสง่างามมากยามเคลื่อนกาย ยามนี้ดึกแล้วเป็นเวลาออกหาเงินของชายหนุ่ม การล่าโจรและฆ่าฆาตกร..ตึก ตึก ตึก เสียงวิ่งที่เข้ามาตรงหน้าของเขาทำให้เขาต้องชะงักสายตาเพื่อมองมันและก็ได้พบว่า มันคือชายหนุ่มคนหนึ่งผมยาวสีแดงเพลิงพาดหลังในมือมีสามง่ามขนาดใหญ่กำลังวิ่งมาทำท่าเหมือนจะหยุดมีเรื่องจะพูด ฟึ่บ...ฝีเท้าของไป๋หั่วหยุดลงก่อนจะยืนมองร่างตรงหน้า“คารวะพี่ไป๋ ข้าเรเวนเป็นลูกครึ่งผู้มาเยือนขอฝากตัวเข้าเป็นลูกศิษย์ท่าน” ชายหัวแดงหรือเรเวนคุกเข่าลงก่อนจะวางสามง่ามนั้นไว้กับกระเบื้องหลังคา“ข้ามิรู้จักและไม่คิดจะรับใคร” เสียงของไป๋หั่วตอบอย่างเย็นชาก่อนหันหน้าไปทางอื่นหมายจะวิ่งต่อ เขาเองรู้จักเรเวน เรเวนคือหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเกาะพิฆาตไฉฟงเช่นเดียวกับเขา เรเวนมีฝีมือมาก อาจบอกได้ว่าด้อยกว่าเขาเพียงครึ่งก้าว การที่เรเวนมาขอเป็นผู้ติดตามนั้นมันดูแปลกเกินไป ไป๋หั่วไม่กล้าเสี่ยงกับเรื่องนี้ “พี่ไป๋.. ข้ารู้ว่าท่านมีเรื่องกับพวกอาชาสวรรค์ ข้าเองมีธุระกับพวกมันเช่นกัน พวกมันย่ำยีและทรมานแม่ของข้าจนตาย ข้าจักให้มันต้องชดใช้” เรเวนหมอบกราบไป๋หั่วอย่างไม่นับเกียรติและศักดิ์ศรีของตนอีก ชีวิตเขามีเพียงการแก้แค้นเท่านั้นเพราะพวกอาชาสวรรค์ได้ทำชั่วไว้ เขาต้องการจะฆ่าพวกมันเอาเลือดมาล้างหลุมศพให้แม่ของเขา“...อืม.. หากเจ้าหมอบกราบข้าเองคงมิอาจพูดคำอื่นได้..” ไป๋หั่วตอบรับอย่างไร้อารมณ์ เขามิอาจให้คนที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อหมอบกราบเขาไปง่าย ๆ ได้ มันเป็นเรื่องที่ไม่ดี หากวันใดเรเวนต้องการจะฆ่าเขาที่ไม่ช่วย เขาเองก็กลัวเหมือนกันว่าจะสู้ชายจนตรอกตรงหน้านี้ไม่ได้..“ขอบคุณพี่ไป๋ ข้าตามหาท่านมานับปี ให้คนไปสืบเรื่องราวท่านมาก็แยะนัก ไม่คิดว่าจะได้พบกันไวเช่นนี้” เรเวนลุกขึ้นยืนก่อนจะยิ้มให้ไป๋หั่ว เขานั้นเสียเงินไปอย่างมากกับการว่าจ้างนักสืบทั้งหลายและซื้อข่าวมาเพื่อตามหาไป๋หั่ว แต่กลับพบว่าไป๋หั่วหายไปตั้งแต่กลับไปบ้านใหญ่หลังจากจบภารกิจเกาะพิฆาตของสำนักไฉฟง ในตอนแรกเรเวนเองก็ต้องการจะฆ่าไป๋หั่วเพราะได้ยินว่าไป๋หั่วนั้นเป็นลูกหลานตระกูลอาชาสวรรค์ แต่เมื่อมันรู้เรื่องของไป๋หั่วผ่านทางพี่น้องของเขามันจึงคิดว่าไป๋หั่วนั้นคงมีเจตนาเช่นเดียวกับตน“อย่าว่าข้าอะไรเลยนะเรเวน เจ้าจงเป็นมือขวาข้าซะ ข้ายังมิอาจวางใจได้ก็จริง แต่ตอนนี้เราถูกล้อมจากนักล่าแล้ว จงต่อสู้กับข้าในคืนเดือนดับนี่เสียเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์จากก้นบึ้งของหัวใจเจ้า” ไป๋หั่วกล่าวเสียงราบเรียบก่อนจะแบมือทั้งสองข้างที่มีขวดน้ำเต้าไว้ มันค่อย ๆ แตกออกและกลายเป็นดาบสีใสจากน้ำและมีความคมดั่งเหล็กกล้า“ด้วยความยินดีพี่ไป๋” เรเวนคารวะก่อนจะเริ่มควงสามง่ามในมือไปมาแล้วหมุนตัวรับคมดาบจากนักล่าที่เข้ามาด้านหลังก่อนจะเตะมันอย่างแรง ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บร่างของนักฆ่าราวสิบกว่าคนพุ่งออกมาจากหลังคาบ้านต่าง ๆ ล้อมรอบชายทั้งสองไว้ “ดูเหมือนจะเป็นนักล่าที่ได้รับคำสั่งจากอาชาสวรรค์..” ไป๋หั่วพูดเบา ๆ ก่อนจะโยนดาบคู่ทั้งสองขึ้นด้านบน มันแตกกระจายเป็นเข็มน้ำสีดำลอยอยู่รอบ ๆ ก่อนจะพุ่งเข้าไปหานักล่าที่ไม่ได้ระวังตัวราวกับเข็มเหล็กกล้าพุ่งเข้าปักตามร่างจนเกิดเลือดไหลนองลงบนหลังคาบ้านช่องต่าง ๆ “โฮ่.. พี่ไป๋ ท่านดูพัฒนากว่าครั้งที่แล้ว ที่เกาะพิฆาตนะ” เรเวนยิ้มก่อนจะเริ่มแสดงฝีมือบ้างด้วยการควงสามง่ามใช้ด้ามปัดปลายคมดาบและมีดต่าง ๆ รอบตัวออกแล้วแทงสลับฟันต่อสู้กับนักล่ารอบกายอย่างช่ำชอง เพราะหลังจากจบภารกิจเกาะพิฆาตของสำนักไฉฟง เขาได้รับพลังต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมาจากการเรียนรู้ตามที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก“เจ้าเองก็เช่นกัน เพลงยุทธช่างพัฒนาไปไกลเสียนี่ เห็นทีคนได้เด็ดหัวบ้านอาชาสวะนั่นอาจเป็นเจ้า” ไป๋หั่วยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาเองก็มิรู้เพราะสิ่งใดทำให้ยิ้ม ความตื่นเต้นหรือ ? หรือความดีใจที่ได้พบกับสหายที่น่าจะเชื่อใจได้กันนะ ไป๋หั่วหยิบมีดสั้นออกจากใต้เสื้อของเขาก่อนจะแปรธาตุให้มันใหญ่ขึ้นเป็นดาบสีดำทะมึนก่อนจะเริ่มฟาดฟัน แม้ว่าการแปรธาตุของเขาจะดูได้เปรียบเช่นใด แต่เขาเองก็รู้ลิมิตของมัน เมื่อสร้างมาก ๆ เขาจักเสียพลังโดยเสียเปล่า แม้จะฝึกมานับแรมปี แต่การเพิ่มพลังปราณลึกลับในร่างเพื่อควบคุมพลังแบบนี้มันก็ยังยากอยู่ดี“ชมข้าเกินไป..” เรเวนยิ้มก่อนจะสะบัดสามง่ามตัดหัวของนักล่าทั้งหลายที่รุมเขาอยู่ภายในพริบตา จนแล้วจนรอดนักล่าพวกนี้ยังคงเป็นมือสมัครเล่น.. พวกมันพึ่งเข้าสู่ระดับสู่นภาเท่านั้น ทั้งกำลังและทักษะยังอ่อนด้อยมิอาจเทียบผู้รอดชีวิตจากเกาะพิฆาตเช่นเขาและไป๋หั่วได้แม้แต่น้อย“เหรอ..อืม.. ดูเหมือนเสร็จตรงนี้เราคงต้องหาที่คุย เจ้ามีที่แนะนำหรือไม่เรเวน ?” ไป๋หั่วพูดตอบก่อนจะพุ่งร่างผ่านนักล่าราวสิบคนก่อนจะสะบัดกระบี่ครั้งเดียวหัวของพวกมันก็ร่วงลงกับพื้นก่อนดาบนั้นจะสลายไป ข้อเสียของการแปรธาตุ หากควบคุมพลังได้ไม่เสถียรพอ สิ่งของนั้นจะหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน แต่หากควบคุมได้เสถียรพอ แม้แต่การคงรูปร่างไว้เช่นนั้นตลอดไปไม่นับว่ายากนัก..“แน่นอน ข้ามีกองพันรับจ้างอยู่ หากพี่ไป๋ต้องการจะไป ข้าสามารถพาไปได้ ลืมแนะนำตัวอีกครั้ง ข้า หลง เรเวน หัวหน้าทหารรับจ้าง ยินดีต้อนรับเจ้านายใหญ่ไป๋หั่ว” เรเวนหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะคุยกับไป๋หั่วอย่างปกติราวกับมันมิได้พบเจอกับการต่อสู้เมื่อครู่มาก่อน“แน่นอนข้าต้องการ ข้ารู้สึกอ่อนเพลียไปบ้างจากการพักน้อย ข้าไป๋หั่ว ราชสีห์เผือกตามหมายค่าหัวของอาชาสวะ” ไป๋หั่วยิ้มให้ก่อนทั้งสองร่างจะพุ่งพายไปทางใต้ของเมืองอย่างรวดเร็วผ่านการส่งสัญญานทางสายตาของเรเวน เขารับรู้ได้ทันที หากยังคงอยู่ต่อเขาจักต้องพบเจอกับพวกสวะไม่จบสิ้น
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ สองร่างพุ่งทะยานไปพร้อมกันก่อนจะหยุดลงที่หน้าตำหนักใหญ่แห่งหนึ่ง
“นี่ตำหนักเจ้ารึเรเวน ?” ไป๋หั่วหันถามอย่างตกตะลึง เรเวนอาจดูร่ำรวยตั้งแต่เด็กแล้วก็ตาม แต่การจะซื้อตำหนักใหญ่โอ่อ่าราวกับเจ้าเมืองนี้มันก็เหนือความคาดหมายจองไป๋หั่วเหมือนกัน“แน่นอนพี่ไป๋ ข้านั้นคือหลง เรเวน แต่ถึงจักย้ำไปข้าคิดว่าพี่ไป๋คงมิเคยได้ยิน ข้าเดาได้ว่าใน 2 ปีนี้ ท่านคงหลบซ่อนที่ใดซักที่เป็นแน่แท้” เรเวนหัวเราะร่วนก่อนจะยิ้มออกมา แน่นอน หลง เรเวน ชื่อที่เขาภาคภูมิใจมาจากการที่กองทหารรับจ้างของเขาได้ปลิดชีพอสูรต่างมิติที่มาทำลายเมืองหลวงลกไห่เมื่อหลายปีก่อน เมืองลกไห่เป็นเมืองหลวงของแคว้นเล็ก ๆ แห่ง ซึ่งกองทหารรับจ้างหลง ที่ทุกคนจะใช้สกุลหลงนั้นคือกองพันที่ฆ่าอสูรนั้นตาย แม้กองกำลังไม่ใหญ่และพลังไม่เทียบเท่าอาชาสวรรค์ ก็สามารถปราบมันได้ด้วยกลวิธีและความร่วมมืออย่างที่กองทัพใหญ่ไม่สามารถทำได้“เป็นเช่นเจ้าว่า ข้ามิอาจเปลี่ยนมันได้ ข้าหลบหนี.. แน่นอน เพื่อรอไปล้างแค้นพวกมัน” สายตาของไป๋หั่วแข็งกร้าวขึ้นเมื่อพูดถึงตระกูลอาชาสวรรค์ เขากำหมัดแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแล้วส่ายหน้า“ข้าเข้าใจพี่ไป๋ ข้าเองก็แทบรอฆ่าพวกมันไม่ไหวแล้ว เชิญเข้าข้างในเสียก่อนเถอะ” เรเวนพูดขึ้นทันทีที่มีทหารคู่หนึ่งเดินมา“คารวะท่านหัวหน้าหลง ท่านผู้นี้คือผู้ใดกัน แขกใช่รึไม่” ทหารทั้งสองคุกเข่าคำนับก่อนจะหันมองไป๋หั่วอย่างฉงนใจเพราะเรเวนไม่ใช่คนมีเพื่อนนอกกองพันนี้“แน่นอน นี่คือพี่ไป๋หั่ว ผู้นำของเรา” เรเวนยิ้มแย้มก่อนจะผายมือไปยังไป๋หั่วแนะนำให้ลูกน้องรู้จัก ตาของพวกมันลุกวาวก่อนจะยิ้มออกมา“คารวะพี่ไป๋/ท่านไป๋!” ทหารทั้งสองคารวะก่อนจะลุกขึ้นโค้งให้ไป๋หั่ว “มิต้องมากพิธี ข้าเองมิรู้จะเป็นหัวหน้าพวกเจ้าดีรึไม่ เช่นใดเราก็พึ่งจักพบกันคราแรก” ไป๋หั่วยกมือขึ้นโบกไปมาเขาเองมิรู้จักอยู่ที่นี่ได้นานเท่าใด“พี่ไป๋ กองพันของข้าคือผู้คนที่เหลือรอดจากเกาะพิฆาตและผู้ที่รอดจากการกวาดล้างของตระกูลอาชาสวรรค์ในครานั้น ท่านเป็นดั่งสัญลักษณ์ของพวกเขา ท่านสามารถรอดชีวิตจากอาชาสวรรค์ นั่นเพียงพอที่พวกมันจักเคารพ” เรเวนยิ้มให้ก่อนเดินนำไป๋หั่วเข้าไปภายใน ทหารทั้งสองได้โค้งให้อีกคราก่อนจะเดินไปตรวจตราต่อ“เป็นเช่นนั้นหรือ ในครานั้นที่เกาะพิฆาตหากไม่มีข้าไปผู้คนคงจักไม่ต้องตายเยอะ..” เสียงของไป๋หั่วแผ่วเบาก่อนเขาจะถอนหายใจออกมา“ไม่หรอกพี่ไป๋ ท่านทำได้ดีแล้ว ครานั้นท่านช่วยผู้คนได้มากมายโดยไม่นึกถึงตนเท่าใด ข้ารู้ดีกว่าใคร” เรเวนพูดพลางเดินไปเรื่อย ๆ ทั้งสองเดินไปตามทางมืดที่มีแสงสว่างวับแวมจากดวงโคมที่จุดห่างกัน ทำให้ระยะที่ความสว่างจะเชื่อมถึงกันน้อยลง“เช่นนั้นหลังจากนี้จนกว่าข้าจักตัดสินใจได้คงต้องพึ่งเจ้าแล้วเรเวน” ไป๋หั่วพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งงันไม่แสดงอารมณ์ก่อนจะเดินไปเรื่อย ๆ ตามทาง
______________________________________
กลุ่มเฟซบุ้คของเรามีนะครับชื่อกลุ่ม นิยาย ราชันย์ทวิศาสตร์ กดร่วมเพื่ออ่านได้นะครับ อัพพอ ๆ กับในเว็บนี้ครับ