“คุณป้าเฉินค่ะ คุณป้าอยู่บ้านไหมคะ”ฟางเซียนยืนอุ้มลูกสาว และมีลูกชายยืนอยู่ข้างๆตัว ก่อนจะะโเรียก คุณป้าเฉินอยู่ที่หน้าบ้าน
คุณป้าเฉินท่านเป็คนใจดีและในหมู่บ้านนี้ ท่านก็เป็คนที่ไม่ได้ลงทำงาน ในทุ่งนาแบบเต็มตัว เพื่อจะเอาแต้มค่าแรงงาน แต่ในบางครั้งคุณป้าก็จะไปช่วยงาน หมู่บ้านตัดหญ้าให้หมู เพื่อได้แต้มเล็กๆน้อยๆหรือไม่ก็จะออกไปเก็บผักป่ามาทำอาหาร
งานหนักๆอย่างทำไร่ทำนา คุณป้าเฉินแกก็ไม่ได้ทำแล้วด้วยที่ลูกชายของแก ได้เป็คนงาน ที่ทำงานในโรงงานในเมือง
เห็นว่าเป็โรงงานตัดผ้าอะไรนี้ล่ะและเงินเดือน ในแต่ละเดือนก็ดีมากสามารถเลี้ยวครอบครัวตัวเองและคุณป้าได้อย่างสบายเลย และด้วยความกตัญญูของลูกชายคุณป้า ลูกชายจึงไม่อยากให้แม่หรือคุณป้าเฉินต้องทำงานหนัก แบบลงไปทำงานในทุ่งได้อีก
ลูกชายคุณป้าจึงค่อยส่งเงินและคูปองต่างๆกลับบ้าน ในทุกเดือนตลอดทำให้ป้าเฉินอยู่บ้าน ได้อย่างสบายๆ แต่คุณป้าเฉินท่านเป็คนที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง แกเลี้ยงไก่และปลูกผักไว้ในสวนหลังบ้าน เห็นว่าปลูกไว้ ส่งให้ลูกชายได้ทาน
วันนี้เธอจะเขาไปที่ตัวอำเภอ จึงต้องนำลูกๆทั้งสอง มาฝาก ให้คุณป้าช่วยเลี้ยงให้ ทำไงได้ในบ้าน ไม่มีผู้ใหญ่ที่จะดูแลเด็กๆได้เลย ทุกคนในบ้าน ลงไปช่วยกันทำงานทั้งหมด
และทุกครั้งเวลาที่ เ้าของร่างเดิม จะไปอำเภอ ก็จะวานให้คุณป้าเฉิน ดูลูกๆให้ตลอด คุณป้าเฉินแกเป็คนใจดี ลูกหลาน ก็อยู่ในอำเภอกันหมด แกอยู่ที่นี้คนเดียว ไม่ยอมไปอยู่กับลูกๆหลานๆ
“ใครมา หนูฟางเซียนหรือมีอะไรล่ะ จะพาหลานๆมาฝากป้าเหรอ ” คุณป้าเฉินกล่าวถาม ลูกสะใภ้รองบ้านฮุ่ย ด้วยความคุ้นเคยกันดียิ่งเห็นฟางเซียนยืนอุ้มลูกแบบนี้ แกก็รู้เลยว่าสะใภ้รองบ้านฮุ่ย จะเข้าอำเภออีกแล้ว แกส่งยิ้มใจดีให้เด็กๆ
“ค่ะคุณป้า หนูจะเข้าไปซื้อของในอำเภอ หนูอยากฝากลูกไว้กับคุณป้าสักวันนะคะ”ฟางเซียนกล่าว
“เข้ามาในบ้านก่อนสิไม่ต้องเกรงใจ เวลาเราจะเข้าอำเภอที่ไหร่ก็พา ลูกๆมาฝาก ป้าทุกที”คุณป้าเฉิน เปิดประตูรั่วให้เธอพาลูกๆเขามาในบ้าน
“ขอบคุณ คุณป้ามากเลยค่ะอันนี้เป็เสื้อผ้าและพาอ้อม ส่วนนี้เป็อาหารกลางวันของทั้งสองคนค่ะของเ้าใหญ่เป็ข้าวกับไข่เจียว ส่วนของคนเล็กเป็ข้าวบดฟักทองและนมหนึ่งขวด ส่วนกล่อง นี้เป็ผัดถั่วงอกใส่ไข่เป็ของที่ฉันทำมาฝากคุณป้า คุณป้าทานได้เลยนะคะ ตัวถั่วงอกฉัน เพาะปลูกเองเลยนะคะ”ฟางเซียนยื่นกล่องอาหารให้คุณป้าเฉิน
“ถั่วงอก ป้าไม่เคยเห็นเลยหนูเก่งนะ ขอบใจจ้ะส่วนเด็กๆป้าจะดูให้ หนูไม่ต้องเป็ห่วง”ป้าเฉินรับปากก็จะรับกล่องอาหารจากมือเธอไปเก็บ
“หนูไปก่อนนะคะ พี่ใหญ่แม่ไปก่อนแล้วแม่จะรีบกลับนะ อย่าดื้อช่วยคุณยาย ดูน้องด้วยนะ”ฟางเซียนกล่าวลาคุณป้าเฉินก่อนจะหันไปกำชับลูกชาย ก่อนจะเดินออกจากบ้านปกติการเข้าไปในตัวอำเภอจะมีเกวียนวัวของหมู่บ้านพาชาวบ้านเข้าอำเภอทุกวัน แต่วันนี้ไม่มีแล้วกว่าเธอจะตื่นกว่าจะทำอาหาร ดูแลลูกก็สายมากแล้ว
จะมีเกวียนที่ไหนมารอเธอ ตามความทรงจำเ้าของร่างถ้านั่งเกวียนเข้าอำเภอจะต้องนั่งถึงสองชั่วโมง แต่ถ้าเดินไป คนอื่นอาจเดินครึ่งวัน แต่เธอคง จะเดินจนค่ำมืด ก่อนถึงจะไปถึงอำเภอเธอตัดสินใจ เดินออกจากหมู่บ้าน มาเรื่อยๆ เธอเดินมาประมาณสี่ห้ากิโลจะได้แล้ว
เธอเดินผ่านส่วนที่เป็ทุ่งนาไปเรื่อยๆทั้งสองฝังยังเห็นชาวบ้าน กำลังทำงานกันอยู่ไกลๆ พอเดินตามทางมาเรื่อยๆได้ประมาณหนึ่ง ฟางเซียนก็รู้สึกเหนื่อยแล้วเธอนั่งพักให้หายเหนื่อยตรงข้างทาง ก่อนที่จะมองซ้ายมองขวาและจะหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่ม เมื่อไม่เห็นใครนอกจากความเงียบสงบและสายลมแสงแดด
ระยะทางจากหมู่บ้านไปอำเภอไกลกันมากกว่าจะเดินผ่านหมู่บ้านต่างๆไป ดีที่่เวลานี้ที่เธอออกมาจากหมู่บ้าน ผู้คนในหมู่บ้านต่างๆก็ออกไปทำงานกันหมดแล้ว เธอตัดสินใจนำรถจักรยานไฟฟ้ารุ่นที่ออกแบบให้เป็ทรงคลาสสิคย้อนยุคออกมา
จักรยานคันนี้เป็น้องชายของเธอหามาให้ เห็นว่าเป็รุ่นที่ผลิตไม่กี่คัน เพื่อระลึกถึงผู้ก่อตั้งบริษัทและประดิษฐ์จักยานยี่ห้อนี้ในสมัย ที่เริ่มก่อตั้งบริษัททางผู้จัดงานได้ผลิตจักรยานเป็รูปทรงแบบเดียวกันกับรุ่นแรกที่บริษัทได้ทำการผลิตในตอนนั้น
เพียงแต่ทางบริษัทได้เพิ่มระบบไฟฟ้าเข้ามาด้วยเท่านั้น น้องชายเธอบอกว่ากว่าจะหามาได้ ยากมากมันไปได้มาจากเพื่อนคนหนึ่ง ที่รู้จักกันผ่านการเล่นเกมออนไลน์เกมหนึ่งเห็นว่าอยู่ทีมเดียวกัน
เธอหยุดคิดถึงน้องชายสักพักก่อนที่จะนำออกมาใช้ไม่ต้องปั้นให้เหนื่อย การใช้จักรยานไฟฟ้าในการเดินทางทำให้เธอลดเวลาในการเดินทางไปได้มาก ฟางเซียนใช้เวลาในการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว
การใช้จักรยานไฟฟ้าเป็การประหยัดเวลา ให้เธอได้มากใช้เวลาไปแค่หนึ่งชั่วโมงนิดๆก็ถึงอำเภอแล้วก่อนเข้าอำเภอเธอหาที่หลบสายตาคน แล้วเก็บจักรยานเขามิติไปก่อนที่จะเดินเข้าอำเภอ ฟางเซียนเก็บจักรยานแล้วเดินเข้าอำเภอก็จะเดินไปตามทาง ในความทรงจำของร่างเดิม เธอเดินมุ่งหน้าไปร้านค้าสหกรณ์ของอำเภอเป็ที่แรก
เนื่องจากในยุคนี้ ยังไม่มีร้านค้ามาตั้งขายของจุดที่ผู้คนไปซื้อหาข้าวของได้ มีแค่ร้านค้าสหกรณ์ของรัฐบาลเท่านั้น เมื่อเธอเดินเข้ามาในร้านมีคนที่มาซื้อของในสหกรณ์อยู่ไม่กี่คน
เนื่องจากยังไม่ถึงวันแจกจ่ายอาหารและค่าแรงของหมู่บ้านต่างๆ ชาวบ้านส่วนมาก จึงยังไม่ออกมาซื้อหาข้าวของและยังไม่ใช้วันหยุดของผู้คนทำให้เวลานี้ในสหกรณ์แทบไม่มีคนเข้ามาซื้อของนี้ก็ใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้วไม่รู้ว่าสามีของเ้าของร่างเดิมจะกลับบ้านมาไหม
ถ้าเขากลับมาเธอก็ไม่รู้ว่าจะหน้าทำยังไง ถ้าได้เจอกันเขาจะรู้ไหม ว่าเธอไม่ใช้ภรรยาของเขา เธออดกังวลไม่ได้จริงๆ เธอหยุดคิดถึงสามีเ้าของร่างเดิมสักพัก ก่อนจะส่ายหน้าเลิกคิดไปในที่สุด