นิ้วมือของผมสั่นระริกขณะที่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ข้อความสั้นๆ เพียงประโยคเดียวจาก ‘นิชา’ ลูกสาวแท้ๆ วัยยี่สิบสี่ปีของเกด ราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงกลางใจผม ความเย็นะเืแผ่ซ่านจากปลายนิ้วลามไปถึงกระดูกสันหลัง เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายขึ้นตามไรผมทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องยังคงทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
‘มีความสุขดีนะคะ... แล้วเจอกันที่บ้านค่ะ’
ข้อความนั้นเปรียบเสมือนคำพิพากษาปะาชีวิตที่ถูกส่งมาล่วงหน้า ผมกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความหวาดกลัวที่พยายามซุกซ่อนไว้ลึกสุดใจบัดนี้ปะทุขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ นิชารู้... เธอรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน และเธอกำลังรอคอยการกลับมาของผม เพื่อที่จะลงมือทำบางสิ่งบางอย่างที่ผมไม่อาจคาดเดาได้ ผมไม่รู้เลยว่าลูกสาวแท้ๆ ของเกดคนนี้ล่วงรู้ถึงความลับดำมืดที่ผมพยายามปกปิดเอาไว้ได้อย่างไร เธอไปเห็นอะไร หรือได้รับเบาะแสจากไหน
ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด ผมรีบกดลบข้อความนั้นทิ้งทันที นิ้วมือสั่นๆ เลื่อนไปกดลบประวัติการสนทนาทั้งหมด ลบแม้กระทั่งในถังขยะของแอปพลิเคชัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีร่องรอยใดๆ หลงเหลือให้เกด ภรรยาที่รักของผมได้เห็น ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับสีหน้าและอารมณ์ให้เป็ปกติที่สุด แม้ว่าภายในใจจะปั่นป่วนราวกับมีพายุทอร์นาโดกำลังพัดถล่มอยู่ก็ตาม
ผมหันไปมองเกดที่ยังคงหลับสนิทอยู่ข้างกาย ใบหน้ายามหลับใหลของเธอดูสงบและมีความสุข รอยยิ้มบางๆ ที่ประดับอยู่บนริมฝีปากทำให้ผมรู้สึกผิดจนแทบกระอักเื ผมเพิ่งจะผ่านค่ำคืนอันแสนหวานและเร่าร้อนกับเธอมาหมาดๆ เราเพิ่งจะสัญญารักและมอบความอบอุ่นให้แก่กัน แต่เพียงแค่ลืมตาตื่นขึ้นมา ความเป็จริงอันโหดร้ายก็พุ่งเข้าชนผมอย่างจัง
ผมพยายามข่มความกลัวและความกังวลเอาไว้ ซ่อนมันให้ลึกที่สุดในซอกหลืบของหัวใจ เมื่อเห็นว่าแพขนตาของเกดเริ่มขยับ ผมก็รีบฉาบรอยยิ้มที่คิดว่าดูเป็ธรรมชาติที่สุดและอบอุ่นที่สุดเอาไว้บนใบหน้า
“ตื่นแล้วหรือครับคนดี” ผมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของเธออย่างทะนุถนอม ััจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวหน้าของเธอทำให้ผมรู้สึกถึงความรักและความผูกพันที่ไม่อาจตัดขาดได้
เกดค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองผม รอยยิ้มหวานถูกส่งมาให้พร้อมกับอ้อมแขนที่ตวัดรัดรอบเอวผม “มอร์นิ่งค่ะภัทร... ตื่นนานแล้วหรือคะ ทำไมไม่ปลุกเกดล่ะ”
“เพิ่งตื่นเหมือนกันครับ เห็นเกดกำลังหลับสนิท ผมเลยไม่อยากกวน” ผมโกหกคำโตออกไปอย่างแเี ฝืนยิ้มกว้างทั้งที่ในใจกำลังร่ำไห้ “เมื่อคืนเกดคงจะเหนื่อยมาก... ก็เล่นเอาผมแทบหมดแรงเหมือนกันนะครับ”
ประโยคหยอกเย้าของผมทำเอาเกดหน้าแดงซ่าน เธอทุบอกผมเบาๆ ด้วยความเขินอาย “บ้า... คนผีทะเล พูดอะไรก็ไม่รู้”
ผมหัวเราะร่วน แสร้งทำเป็มีความสุขอย่างล้นเหลือ ดึงร่างบางเข้ามากอดและหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ การแสดงละครฉากนี้ช่างแเีจนแม้แต่ตัวผมเองยังนึกทึ่ง ผมทำตัวเป็สามีที่แสนดี คอยดูแลเอาใจใส่เธอในทุกฝีก้าว ั้แ่การเตรียมอาหารเช้า ไปจนถึงการช่วยเก็บสัมภาระขึ้นรถ
แต่เมื่อเราก้าวขึ้นมานั่งบนรถ และผมสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อออกเดินทางกลับคฤหาสน์ ความรู้สึกอึดอัดและหวาดหวั่นก็กลับมาเกาะกุมหัวใจผมอีกครั้ง
ผมขับรถไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย แสงแดดยามสายสาดส่องลงมาสะท้อนกับผิวน้ำทะเล ท้องฟ้าสีครามสดใสปราศจากเมฆหมอก บรรยากาศภายนอกดูรื่นรมย์และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสียงคลื่นที่กระทบฝั่งและนกนางนวลที่บินถลาลมช่างเป็ภาพที่งดงามราวกับภาพวาดศิลปินเอก แต่สำหรับผมแล้ว มันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ทุกๆ สิ่งรอบตัวดูมืดหม่นและบิดเบี้ยวไปหมด ผมมองเห็นถนนทอดยาวราวกับเส้นทางสู่ประตูนรก ต้นไม้สองข้างทางที่พัดพลิ้วตามแรงลมกลับดูคล้ายกับมือของปีศาจที่กำลังกวักเรียกให้ผมเดินเข้าไปหาความหายนะ
ภายในรถเงียบสนิท มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สคลาสสิกคลอเบาๆ จากเครื่องเสียงที่เกดมักจะชอบเปิดฟังเวลาเดินทาง เสียงแซกโซโฟนที่เคยฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลาย บัดนี้กลับกรีดร้องบาดหูและบาดลึกเข้าไปในจิตใจของผม เกดนั่งหลับตาพริ้มอยู่ที่เบาะข้างๆ ใบหน้าของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความผ่อนคลายจากการมาพักผ่อน แต่สำหรับผม มือที่จับพวงมาลัยอยู่นั้นชื้นไปด้วยเหงื่อ ผมจ้องมองถนนเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า รู้สึกเหมือนว่ารถคันนี้ไม่ได้กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน แต่มันกำลังแล่นเข้าสู่ลานปะาชีวิตต่างหาก
ตลอดการเดินทาง ผมไม่อาจสลัดภาพของนิชาออกจากหัวได้เลย แววตารู้ทันและเย้ยหยันของลูกสาวคนโตของเกดคนนี้เหมือนเงามืดที่ทาบทับลงมาบนชีวิตคู่ของผม เธอรู้ได้อย่างไร? เธอไปสืบรู้เื่ความลับอันดำมืดของผมมาั้แ่เมื่อไหร่? แล้วเธอ้าอะไรจากผมกันแน่? คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผมแทบจะเป็บ้า
ความเครียดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ผมบีบพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด พยายามสะกดกลั้นความกังวลไม่ให้แสดงออกทางสีหน้า แต่แววตาที่สั่นไหวและเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากก็คงไม่อาจรอดพ้นสายตาของเกดไปได้ หากเธอเพียงแค่ลืมตาขึ้นมามองผมสักนิด แต่โชคดีที่เกดยังคงหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย ผมจึงได้แต่ภาวนาให้ถึงบ้านช้าลงอีกนิด เพื่อยืดเวลาการเผชิญหน้าอันน่าสะพรึงกลัวออกไป
และแล้ว สิ่งที่ผมหวาดกลัวที่สุดก็มาถึง...
รถยุโรปคันหรูค่อยๆ ชะลอความเร็วและแล่นผ่านประตูเหล็กดัดบานใหญ่ที่เปิดออกอย่างช้าๆ เข้าสู่บริเวณคฤหาสน์หลังงามที่โอ่อ่าและหรูหราสมฐานะ เสียงเครื่องยนต์ดังก้องไปทั่วบริเวณลานจอดรถที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ต้นไม้ใหญ่ที่รายล้อมคฤหาสน์แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นและเงียบสงบ แต่กระนั้นความเย็นะเืในใจผมก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ผมจอดรถสนิทที่โรงรถ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้าหาญทั้งหมดที่มีเพื่อก้าวลงจากรถ ผมเปิดประตูให้เกดและช่วยถือกระเป๋าสัมภาระ เดินเคียงคู่กันเข้าไปในบ้าน
เหล่าแม่บ้านและคนรับใช้ต่างพากันออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ผมแจกจ่ายของฝากที่ซื้อมาจากหัวหินให้ทุกคนอย่างทั่วถึง พยายามทำตัวเป็เ้านายที่ใจดีและเป็กันเองเหมือนปกติ
“ขอบคุณมากนะคะคุณภัทร ขนมพวกนี้น่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ” ป้าแม่ครัวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับถุงขนมไปถือไว้
“ไม่เป็ไรครับป้า แบ่งๆ กันทานนะครับ” ผมยิ้มตอบ ก่อนจะหันไปทางบันได ตั้งใจจะรีบหนีขึ้นไปหลบภัยบนห้องนอนให้เร็วที่สุด “เกดครับ เดี๋ยวผมเอาของขึ้นไปเก็บก่อนนะครับ รู้สึกเหนียวตัวจัง อยากอาบน้ำสักหน่อย”
“ตามสบายเลยค่ะภัทร เดี๋ยวเกดขอคุยเื่เมนูอาหารเย็นกับป้าแม่ครัวแป๊บนึงนะคะ” เกดตอบรับพลางหันไปพูดคุยกับป้าแม่ครัว
ผมพยักหน้า ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปที่บันได ทว่าความกระหายน้ำจากการขับรถทางไกลและสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้ผมต้องเปลี่ยนใจแวะเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่มเย็นๆ สักแก้วก่อน
บรรยากาศในห้องครัวกว้างขวางและสะอาดตา ผมเดินตรงไปที่ตู้เย็นขนาดใหญ่ เปิดประตูออกและหยิบขวดน้ำเย็นจัดออกมารินใส่แก้ว ขณะที่กำลังจะยกแก้วขึ้นดื่ม เสียงใสๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“อ้าว น้าภัทร กลับมาแล้วหรือคะ”
ผมสะดุ้งเล็กน้อย หันกลับไปมองก็พบกับ ‘มีน’ ลูกสาวคนเล็กของเกด และ ‘เตย’ ลูกสาวของป้าแม่ครัว ทั้งคู่อายุยี่สิบเอ็ดปีเท่ากัน กำลังอยู่ในวัยรุ่นสาวสะพรั่งที่เต็มไปด้วยความสดใสและร่าเริง
“อืม... เพิ่งถึงเมื่อกี้นี้เอง” ผมตอบสั้นๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
“เหนื่อยไหมคะน้าภัทร ขับรถตั้งไกล” มีนเดินเข้ามาใกล้ผมด้วยรอยยิ้มหวาน เธอสวมเสื้อยืดรัดรูปที่เน้นสัดส่วนโค้งเว้าของวัยสาว กางเกงขาสั้นกุดที่อวดเรียวขาขาวเนียน “นี่ค่ะ มีนเพิ่งปั่นน้ำผลไม้เสร็จพอดี น้าภัทรลองชิมดูสิคะ ชื่นใจน้า”
ไม่พูดเปล่า มีนยื่นแก้วน้ำผลไม้ปั่นสีสันสดใสมาจ่อที่ริมฝีปากของผม ผมผงะไปด้านหลังเล็กน้อยด้วยความใ แต่เธอกลับขยับตัวตามเข้ามาจนหน้าอกขนาดกะทัดรัดของเธอเบียดชิดกับท่อนแขนของผมอย่างตั้งใจ ความนุ่มหยุ่นที่ััได้ทำเอาผมรู้สึกชาวาบไปทั้งแขน
“ดื่มสิคะน้าภัทร มีนตั้งใจปั่นสุดฝีมือเลยนะคะ” มีนคะยั้นคะยอ น้ำเสียงของเธอออดอ้อนและแฝงความยั่วยวนอย่างปิดไม่มิด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของวัยสาวลอยมากระทบจมูก กระตุ้นประสาทััของผมให้ตื่นตัว
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า สัญชาตญาณดิบในตัวผู้ชายเริ่มทำงาน แต่สติสัมปชัญญะก็ร้องเตือนว่านี่คือลูกสาวของภรรยา ผมพยายามจะเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ช้ากว่ามือของมีนที่ดันแก้วน้ำผลไม้เข้ามาจนชิดริมฝีปากของผม
ผมจำใจต้องอ้าปากรับน้ำผลไม้ปั่นนั้น รสชาติเปรี้ยวอมหวานของผลไม้หลากชนิดแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น แต่มันกลับไม่ทำให้ผมรู้สึกชื่นใจเลยสักนิด ความรู้สึกอึดอัดและวางตัวไม่ถูกเริ่มเข้าครอบงำ ผมรีบกลืนน้ำผลไม้ลงคออย่างรวดเร็ว หวังจะให้บทสนทนานี้จบลงโดยเร็วที่สุด
“อื้อหือ... เลอะหมดแล้วค่ะคุณภัทร” เสียงของเตยดังขึ้น พร้อมกับที่เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ผมอีกคน
เตยเป็หญิงสาวที่มีรูปร่างสูงโปร่งและผิวพรรณคมเข้ม เธอสวมเสื้อยืดคอกว้างที่เผยให้เห็นเนินอกรำไรและกางเกงยีนส์ขาสั้นที่รัดรูปจนเห็นสัดส่วนชัดเจน เตยยื่นมือเข้ามาใกล้ใบหน้าของผม ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวของเธอเช็ดคราบน้ำผลไม้ที่เลอะอยู่บนมุมปากของผมอย่างแ่เบา
ััจากปลายนิ้วของเตยนั้นทั้งนุ่มนวลและเย้ายวนใจ เธอจงใจลากปลายนิ้วผ่านริมฝีปากของผมอย่างอ้อยอิ่ง สายตาที่ทอดมองมานั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนเร้น บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็ความใกล้ชิดที่ดูิ่เหม่และอันตราย ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงดอกไม้มีพิษที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวน แต่หากเผลอไปแตะต้องเข้าก็อาจจะถึงแก่ชีวิตได้
ผมพยายามรวบรวมสติ ถอยห่างออกจากสองสาวอย่างแเีที่สุด “เอ่อ... ขอบใจมากนะมีน เตย น้าว่าน้าขึ้นไปอาบน้ำก่อนดีกว่า รู้สึกเหนียวตัวไปหมดแล้ว”
ผมวางแก้วน้ำผลไม้ลงบนเคาน์เตอร์ เตรียมจะหมุนตัวเดินออกจากห้องครัว แต่แล้วหางตาของผมก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่าง...
ร่างระหงของ ‘นิชา’ ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัวอยู่อย่างเงียบๆ เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำสนิทที่เน้นสัดส่วนโค้งเว้าอันสมบูรณ์แบบ ใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธอเรียบนิ่ง ปราศจากรอยยิ้มหรืออารมณ์ใดๆ แต่ดวงตาคู่คมที่จ้องมองมานั้นกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมาย
มันเป็สายตาที่เต็มไปด้วยความรู้ทัน เย้ยหยัน และเหยียดหยาม... นิชามองผมทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ เธอเห็นทุกการกระทำ ทุกความอึดอัด และทุกความหวาดกลัวของผม ราวกับว่าผมเป็เพียงหนูตัวเล็กๆ ที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกำมือของราชสีห์
ผมรู้สึกเหมือนโดนสาดด้วยน้ำเย็นจัดจนชาไปทั้งตัว ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจที่เพิ่งจะเต้นเป็ปกติกลับมาเต้นรัวแรงอีกครั้ง ผมอ้าปากค้าง เตรียมจะเอ่ยทักทายเธอตามมารยาท แต่นิชากลับไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย เธอเพียงแค่ปรายตามองมีนและเตยด้วยสายตาเ็า ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบๆ ทิ้งให้ผมยืนเหงื่อแตกพลั่กอยู่กลางห้องครัว
“มีอะไรหรือเปล่าคะน้าภัทร ทำไมหน้าซีดจัง” มีนถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อเห็นอาการผิดปกติของผม
“ปะ... เปล่า ไม่มีอะไรหรอก น้าขอตัวก่อนนะ” ผมรีบตอบตะกุกตะกัก ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ออกจากห้องครัวด้วยความเร่งรีบราวกับหนีตาย
ตลอดทั้ง่บ่าย ผมขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนอน ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวออกไปที่ระเบียง ความหวาดระแวงเกาะกินหัวใจจนผมแทบจะเป็บ้า ผมคอยเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าหน้าห้อง หวาดกลัวว่านิชาจะบุกเข้ามาเปิดโปงความลับของผมเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เวลาก็ผ่านไปอย่างเชื่องช้าโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความเงียบสงบนี้ยิ่งทำให้ผมรู้สึกอึดอัดและทรมานมากกว่าเดิม ราวกับเป็ความเงียบก่อนพายุลูกใหญ่จะพัดถล่ม
กระทั่งตะวันลับขอบฟ้า ความมืดเริ่มโรยตัวปกคลุมคฤหาสน์ บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งดูวังเวงและน่ากลัวมากขึ้นไปอีก
คืนนี้เกดมีนัดทานมื้อค่ำและเจรจาธุรกิจกับลูกค้ารายสำคัญระดับพิเศษ เธอใช้เวลาเตรียมตัวอยู่นานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ทุกรายละเอียดั้แ่ทรงผม การแต่งหน้า ไปจนถึงเครื่องประดับเพชรน้ำงามที่เปล่งประกายล้อแสงไฟ ถูกจัดเตรียมมาอย่างพิถีพิถันเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จและทรงอำนาจ ชุดเดรสสีแดงเพลิงที่เธอสวมใส่ยิ่งขับผิวขาวเนียนของเธอให้ดูโดดเด่น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เธอฉีดพรมมานั้นหอมหวนและเย้ายวนใจเป็อย่างมาก
ผมเดินลงมาส่งเธอที่หน้าบ้าน พยายามฝืนยิ้มและทำตัวให้เป็ปกติที่สุด แม้ว่าในใจจะกำลังร้องะโให้เธออยู่เป็เพื่อนผมก็ตาม
“เกดไปก่อนนะคะภัทร อาจจะกลับดึกหน่อย ไม่ต้องรอเกดนะคะ นอนพักผ่อนไปก่อนเลย” เกดพูดพลางเอื้อมมือมาจัดปกเสื้อให้ผมอย่างใส่ใจ
“ครับเกด ขับรถดีๆ นะครับ ดูแลตัวเองด้วยนะ” ผมตอบรับเสียงนุ่ม โน้มตัวลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเธออย่างแ่เบา รสจูบนั้นเต็มไปด้วยความรักและความอาวรณ์ ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ รู้สึกผิดและละอายใจอย่างสุดซึ้งที่ตัวเองทำตัวเลวทรามลับหลังเธอ
ผมยืนมองรถของเกดแล่นออกไปจากบริเวณบ้านจนลับสายตา ความรู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยวเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจ ผมหันหลังกลับ เดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ที่บัดนี้เงียบสงัดและมืดสลัว
เหล่าคนรับใช้ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามห้องพักของตัวเอง มีนและเตยก็คงจะอยู่ในห้องของพวกเธอ บ้านหลังใหญ่โตจึงดูเหมือนไร้ผู้คน ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจถาโถมเข้ามาจนแทบจะก้าวขาไม่ออก
ผมเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนอย่างเชื่องช้า แสงไฟตามทางเดินสลัวลงจนแทบจะมองไม่เห็นทาง ผมคิดในใจว่าคืนนี้คงจะรอดตัวไปได้อีกคืน พรุ่งนี้ค่อยคิดหาทางรับมือกับนิชาใหม่
แต่ความคิดนั้นก็ต้องพังทลายลงในเสี้ยววินาทีต่อมา!
ขณะที่ผมกำลังเดินผ่านมุมมืดบริเวณโถงทางเดินชั้นสอง จู่ๆ ก็มีมือเรียวบางเอื้อมมาคว้ากระชากคอเสื้อของผมอย่างแรงจนผมเซถลา!
“เฮ้ย!” ผมร้องอุทานออกมาด้วยความใสุดขีด พยายามจะขัดขืนและสะบัดตัวให้หลุดพ้น แต่เรี่ยวแรงของคนที่ดึงผมนั้นกลับมีมหาศาลผิดกับรูปร่างที่บอบบาง
ร่างของผมถูกกระชากลากถูเข้าไปในห้องที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งก็คือ ‘ห้องทำงานส่วนตัวของเกด’
ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งหลัก ร่างของผมก็ถูกเหวี่ยงจนไปกระแทกกับชั้นหนังสือไม้สักบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ชิดผนัง ความเ็ปแล่นแปลบไปทั่วแผ่นหลัง
ผมเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นร่างระหงของคนที่เพิ่งจะลากผมเข้ามาในห้อง เธอคือ นิชา!
นิชาเอื้อมมือไปกดล็อกลูกบิดประตูห้องทำงานดัง แกร๊ก! แล้วตามด้วย กริ๊ก! อย่างแ่า เสียงนั้นดังก้องกังวานในความเงียบงันของห้อง สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของผมราวกับเสียงปิดตายประตูคุก
ความเงียบสงัดเข้าครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด มีเพียงเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของผมที่ดังประสานกับเสียงเครื่องปรับอากาศ บรรยากาศภายในห้องทำงานของเกดที่ปกติจะดูอบอุ่นและเป็ระเบียบ บัดนี้กลับกลายเป็ห้องเชือดที่แสนจะเย็นเยียบและน่าสะพรึงกลัว
นิชายืนอยู่ตรงหน้าผม ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แสงไฟสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานส่องกระทบใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นแววตาที่ดุดันและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง
“น... นิชา... จะทำอะไรน่ะ” ผมเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก พยายามถอยกรูดจนแผ่นหลังแนบชิดกับชั้นหนังสือ ไม่มีทางหนีรอดไปไหนได้อีกแล้ว
นิชาไม่ได้ตอบคำถามของผม เธอเหยียดยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเดรสและหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมา เธอปลดล็อกหน้าจออย่างเชื่องช้าและจงใจ ก่อนจะชูหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาตรงหน้าผม
ดวงตาของผมเบิกโพลงกว้างยิ่งกว่าเดิม หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เืในกายเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง
สิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของนิชา คือภาพถ่ายที่มัดตัวผมจนดิ้นไม่หลุด! ภาพเ่าั้คมชัดระดับความละเอียดสูง เผยให้เห็นทุกอากัปกิริยาและทุกััอันชวนเสียวซ่านและลึกซึ้งลักลอบที่ผมแอบทำลับหลังเกด ทั้งภาพที่ผมกำลังนัวเนียใกล้ชิดกับมีนและเตยในห้องสมุด และที่สำคัญ... มันคือภาพถ่ายเงาลักลอบนัวเนียแลกจูบกันอย่างเร่าร้อนระหว่างผมกับน้าอรในมุมมืดของห้องเก็บของเมื่อคืนนี้เอง! ทุกอย่างถูกบันทึกไว้เป็หลักฐานชั้นดีที่พร้อมจะมัดตัวผมให้แ่าจนไม่สามารถดิ้นหลุดไปไหนได้อีก นอกจากนั้นยังมีภาพแคปหน้าจอแชทลับที่ผมคุยอย่างเกินเลยและหยอกเย้าเื่ความสัมพันธ์ลับกับพวกเธอแต่ละคนอย่างชัดเจน
“ไงคะ... น้าภัทรคนดีของคุณแม่” นิชาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “ความลับแตกซะแล้วสิคะ”
ผมหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดอะไรไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด คิดหาทางออกไม่เจอ ผมรู้ตัวดีว่าชีวิตคู่ของผมกับเกดกำลังจะจบสิ้นลงแล้ว เกดไม่มีทางให้อภัยผมแน่ๆ หากเธอได้เห็นหลักฐานพวกนี้ ผมจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมรักและสร้างมากับมือ
“นิชา... น... น้าอธิบายได้นะ... คือมัน...” ผมพยายามจะเค้นเสียงออกมาแก้ตัว แต่มันกลับฟังดูแหบแห้งและไร้น้ำหนักเหลือเกิน
“อธิบายเหรอคะ?” นิชาเลิกคิ้วขึ้นสูง แววตาของเธอเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็ความสนุกสนาน ราวกับกำลังดูละครฉากตลก “หลักฐานทนโท่ขนาดนี้ น้าภัทรยังจะกล้าอธิบายอะไรอีกเหรอคะ หรือจะบอกว่าภาพพวกนี้โดนตัดต่อ แชทพวกนี้มีคนแฮ็กเข้ามาพิมพ์งั้นเหรอ? หึ... น้าภัทรคิดว่านิชาโง่ขนาดนั้นเลยหรือไงคะ”
ผมก้มหน้าลงอย่างจำนน หมดหนทางที่จะดิ้นรน ความสิ้นหวังเข้าเกาะกินหัวใจจนผมแทบจะล้มทั้งยืน
แต่แล้ว... สิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
แทนที่นิชาจะตะคอกด่าทอ หรือขู่ว่าจะเอาหลักฐานพวกนี้ไปฟ้องเกด เธอกลับเก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋า และค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหาผมอย่างเชื่องช้า
เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นไม้ปาร์เกต์ดังตึก... ตึก... ตึก... ทุกย่างก้าวของเธอดูสง่างามและเต็มไปด้วยอำนาจคุกคามที่ทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายลงคอ
นิชาขยับตัวเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าที่เย้ายวนและลึกลับจากกายเธอ เธอขยับเข้ามาใกล้จนปลายเท้าของเราแทบจะชนกัน และใกล้จนหน้าอกขนาดพอเหมาะที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเดรสรัดรูปของเธอ เบียดเสียดแนบชิดกับแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของผม
ผมสะดุ้งเฮือกด้วยความใ ร่างกายแข็งทื่อเป็หิน ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ ัันุ่มหยุ่นที่แนบชิดอยู่กับหน้าอกทำให้ผมรู้สึกปั่นป่วนและสับสนไปหมด ผมจ้องมองใบหน้าของนิชาใกล้ๆ ััได้ถึงลมหายใจที่ร้อนรุ่มและกลิ่นหอมเย้ายวนที่ทำให้สติสัมปชัญญะของผมกระเจิดกระเจิง แววตาของเธอเต็มไปด้วยกิเลสและตัณหาที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่ดูเรียบร้อยและสง่างาม เธอกำลังเล่นสนุกกับความกลัวของผม กำลังใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดของผมเพื่อสนองความ้าของเธอเอง
และที่น่ากลัวที่สุดคือ ร่างกายของผมกลับตอบสนองต่อการกระตุ้นของเธออย่างซื่อสัตย์ ความร้อนรุ่มในช่องท้องเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู หัวใจของผมเต้นแรงราวกับจังหวะกลองรบ ผมพยายามต่อต้านความรู้สึกผิดบาปที่กำลังก่อตัวขึ้น แต่ยิ่งต่อต้านก็ยิ่งเหมือนการเติมเชื้อไฟให้ลุกโชนยิ่งขึ้น
“นิชา... เธอจะทำอะไร...” ผมถามเสียงสั่น พยายามจะเบี่ยงตัวหลบ แต่พื้นที่อันจำกัดระหว่างเธอกับชั้นหนังสือทำให้ผมไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้
นิชายิ้มร้ายมุมปาก ดวงตาคู่คมของเธอทอประกายบางอย่างที่ผมอ่านไม่ออก เธอค่อยๆ ยกมือเรียวบางขึ้นมา ปลายนิ้วที่เคลือบสีทาเล็บสีแดงสดค่อยๆ กรีดกรายลากผ่านกระดุมเสื้อทำงานของผมทีละเม็ด... ทีละเม็ด... อย่างอ้อยอิ่งและจงใจ
ััที่แ่เบาแต่กลับร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิงแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงิัของผม ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว สัญชาตญาณดิบที่ถูกเก็บกดเอาไว้เริ่มถูกปลุกปั่นให้ตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อาจควบคุม
นิชาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเธอแทบจะัักับใบหูของผม ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดต้นคอทำให้ผมสติแตกกระเจิง
เธอจงใจกระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและท้าทายตัณหาที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา
"นิชาจะไม่ฟ้องคุณแม่หรอกค่ะ... ถ้าน้าภัทรยอมมาเล่นเกมสนุกๆ กับนิชา... ความลับนี้ เราจะเก็บมันไว้ 'ทำ' ด้วยกันแค่สองคนนะคะ"
คำพูดของนิชาเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยงลงมากลางสมองของผม ทุกสรรพสิ่งรอบตัวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของผมที่เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
ผมเบิกตากว้าง จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของหญิงสาวตรงหน้า แววตาของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาและความท้าทายที่ปิดไม่มิด
ข้อเสนอของเธอ... ข้อตกลงลับที่ถูกหยิบยื่นมาพร้อมกับร่างกายที่เย้ายวนและอันตรายที่สุด ผมกำลังถูกดึงดูดลงสู่ขุมนรกที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา... ขุมนรกที่ผมรู้ดีว่าหากก้าวเท้าตกลงไปแล้ว ผมจะไม่มีวันได้กลับขึ้นมาอีกเลย
แต่ในวินาทีนี้ วินาทีที่ความลับดำมืดของผมกำลังจะถูกเปิดโปง และชีวิตคู่ที่ผมรักกำลังจะพังทลาย... ผมยังมีทางเลือกอื่นอีกงั้นหรือ?
ความเงียบที่ปกคลุมอยู่รอบตัวเราในขณะนี้ ช่างเป็ความเงียบที่บาดลึกและกรีดแทงจิตใจของผมยิ่งกว่าเสียงะโด่าทอใดๆ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่มืดมิดและไร้ก้นบึ้ง อากาศรอบตัวเริ่มเบาบางลงจนผมแทบจะหายใจไม่ออก ความกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทางทำให้ผมอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ แต่ก็ทำไม่ได้
นิชายังคงจ้องมองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและชัยชนะ เธอกำลังสนุกที่ได้เห็นผมดิ้นรนและทรมานอยู่ภายใต้เงื้อมมือของเธอ อำนาจที่เธอถือครองอยู่เหนือผมในตอนนี้ช่างยิ่งใหญ่และเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เธอสามารถบดขยี้ชีวิตของผมให้แหลกสลายได้เพียงแค่ปลายนิ้วัั
ผมหลับตาลงอย่างช้าๆ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของสติที่แตกกระเจิงให้กลับคืนมา แต่ความพยายามนั้นช่างสูญเปล่า ภาพของเกดที่กำลังร้องไห้ด้วยความเ็ปและผิดหวัง ภาพของครอบครัวที่ต้องแตกสลายลงต่อหน้าต่อตา ภาพเ่าั้วนเวียนอยู่ในหัวของผมราวกับฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น
มือของเธอที่กรีดกรายอยู่บนหน้าอกของผมเริ่มขยับต่ำลง ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบััผ่านเสื้อทำงานบางๆ สร้างความรู้สึกวาบหวามและเสียวซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย ผมพยายามจะถอยหนี แต่แผ่นหลังก็แนบชิดกับชั้นหนังสือจนหมดทางถอย ร่างกายของผมถูกขึงพืดอยู่ภายใต้อำนาจของเธออย่างสมบูรณ์แบบ
ผมสบตาเธออีกครั้ง แววตาของผมเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสับสน แต่ในขณะเดียวกัน ลึกๆ ลงไปในใจ ผมกลับปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเองกำลังถูกดึงดูดเข้าหาความอันตรายนี้อย่างบ้าคลั่ง กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่เย้ายวน รอยยิ้มที่ท้าทาย และร่างกายที่เบียดเสียดแนบชิด สิ่งเหล่านี้กำลังหลอมละลายกำแพงศีลธรรมและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ผมพยายามสร้างขึ้นมา
ผมกำลังก้าวเดินเข้าสู่เส้นทางที่ไร้ทางกลับ เส้นทางที่ปูด้วยไฟกิเลสและตัณหาที่จะแผดเผาจิติญญาของผมจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ในวินาทีนี้ ผมกลับพบว่าตัวเองไม่สามารถหันหลังกลับได้อีกแล้ว
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง... าประสาทครั้งนี้ นิชาคือผู้ชนะอย่างสมบูรณ์แบบ และผม... คือเชลยสวาทที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะต่อรอง!