ตอนที่ 13
ต่อสู้ครั้งแรก
ถึงแม้ในใจของผู้ดูแลบ่อนจะไม่ยินยอมหรือโมโหแค่ไหน แต่ต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ เขาไม่อาจกลืนน้ำลายตัวเองได้ ถ้าครั้งนี้หาเื่ไม่ยอมจ่าย บ่อนพนันคงเสียชื่อ แล้วนักพนันที่ไหนจะกล้าเข้ามาเล่น ทุกคนคงได้หันไปเล่นที่บ่อนพนันที่เป็คู่แข่งแทน เห็นได้ชัดว่าคงได้ไม่คุ้มเสีย
แต่ถึงจะจ่ายเงินสามหมื่นตำลึงให้ไป ก็ใช่ว่าพวกเขาจะเอาคืนไม่ได้!
ผู้ดูแลบ่อนควักเงินสามหมื่นตำลึงออกมาจ่ายให้ทั้งที่ใบหน้ามึนตึง ก่อนจะลอบส่งสายตาให้ลูกน้อง ทันทีที่เด็กหนุ่มออกจากบ่อนพนัน ให้ไปดักชิงเงินกลับคืนมา ลำพังแค่เด็กยังไม่โตคนหนึ่ง คงเป็เื่ง่ายดายอย่างยิ่ง
เื่พวกนี้พวกเขาไม่ได้ทำครั้งแรก พอลูกน้องเห็นสายตาของผู้ดูแลก็เข้าใจได้ทันที
จางมู่หลินเก็บตั๋วเงินสามหมื่นตำลึงมารวมกับหนึ่งหมื่นตำลึงในมือ ก่อนจะเก็บไว้ในแหวนมิติ โดยทำทีเป็ว่าเก็บไว้ในแขนเสื้อ ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มที่คนได้ยินแล้วอยากกระอักเื ไม่สนใจสายตาละโมบกับสายตาไม่เป็มิตรจากคนอื่น
“ขอบคุณสำหรับเงินสี่หมื่นตำลึง ไว้โอกาสหน้าข้าจะมาใหม่” พูดจบก็เดินออกจากบ่อนไปโดยไม่มีใครกล้าขวาง
คำพูดของเขาทำเอาผู้ดูแลบ่อนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโห รีบส่งสัญญาณให้ลูกสมุนตามไปทันที
ไม่ใช่แค่คนของบ่อนพนันที่ตามเด็กหนุ่มออกไป นักพนันหลายคนที่ละโมบเงินทองก็ตามออกไปด้วยเช่นกัน คิดว่าลำพังแค่เด็กที่ยังไม่โตคนหนึ่ง คิดจะจัดการก็เป็เื่ง่ายดาย ต่อให้ร่วมมือกับคนอื่น แต่เงินสี่หมื่นตำลึงก็ไม่ใช่น้อย ๆ พอให้พวกเขาหลายคนแบ่งกันและกินดื่มเที่ยวเล่นได้ทั้งชาติ
เยี่ยนหรงที่อยู่บนชั้นสองมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสนใจ อยากรู้ว่าเด็กหนุ่มใจกล้ามาจากไหน ถึงได้ถือเงินสี่หมื่นตำลึงออกจากบ่อนพนัน โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือกระวนกระวายเลยสักนิด
“ไปกันเถอะ” เขาพูดพลางเดินลงไปชั้นล่าง คิดจะตามไปดูเื่สนุก
องครักษ์ทั้งสองคนได้ยินก็เดินตามลงมาเงียบ ๆ พวกเขาก็อยากรู้เช่นกัน ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะหนีรอดเงื้อมมือของบ่อนพนัน กับนักพนันที่เหมือนฝูงหมาป่าจ้องตะครุบเหยื่อได้อย่างไร
จางมู่หลินเดินออกมาจากบ่อนพนันด้วยท่าทีไม่รีบร้อน เหมือนไม่รู้ว่ามีคนหลายคนกำลังหมายตาตัวเองอยู่ เขาแวะซื้อเนื้อแกะเสียบไม้ย่างตรงร้านแผงลอยริมถนน ก่อนจะเดินไปด้วยกินไปด้วย ท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนเลยสักนิด
ขณะที่เดินผ่านตรอกเล็กไร้ผู้คนสัญจรที่เชื่อมไปยังถนนสายหลัก บุรุษท่าทางน่ากลัวสี่ห้าคนก็เข้ามาดักหน้าหลังทันที
“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ส่งตั๋วเงินมาซะเ้าหนู” พวกเขาไม่ได้เปิดเผยตัวว่าเป็คนของบ่อนพนัน แต่ถ้าไม่ได้ทึ่มทื่อจนเกินย่อมดูออก
“ทำไมข้าต้องส่งให้?”
“พูดดี ๆ ไม่ฟัง อย่าหาว่าพวกข้าใจร้ายทีหลังก็แล้วกัน!” พอเห็นเด็กหนุ่มปฏิเสธด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน บุรุษที่มีเครารุงรังก็ตวาดเสียงดังไม่คิดจะพูดจาแล้ว
จางมู่หลินกำลังรอเวลานี้อยู่ ถึงเขาจะฝึกลมปราณมาพักใหญ่ จนร่างกายนี้แข็งแกร่งเทียบได้กับผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ในขั้นฝึกปราณ่กลาง ถ้าเทียบกับวรยุทธของมนุษย์ธรรมดาก็อยู่ขั้นห้าขั้นหก แต่ก็ไม่เคยลองพิสูจน์หรือใช้งานจริงมาก่อน พอเห็นมีคนมาหาเื่เขาจึงดีใจแทบไม่ทัน
พอเห็นบุรุษเครารุงรังปราดเข้ามาใกล้ เขาก็ขว้างไม้เสียบเนื้อแกะย่างที่กินเนื้อหมดแล้วใส่อีกฝ่าย ไม้ปลายแหลมพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วจนตามองไม่ทัน ก่อนจะปักลงบริเวณหัวไหล่ เฉียดลำคอไปเพียงนิดเดียว
“!!”
ไม่ใช่แค่บุรุษเครารุงรังที่ใจนหยุดชะงักและก้าวขาไม่ออก คนอื่น ๆ ก็ใเช่นเดียวกัน ยิ่งเมื่อได้เห็นไม้ปลายแหลมที่แทงทะลุไปถึงด้านหลัง พวกเขาก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ต้องใช้แรงขนาดไหน ถึงทำให้ไม้ไผ่อันเล็กแค่นั้นเสียบทะลุบุรุษรูปร่างกำยำได้!
“หาเื่ตาย!” บุรุษผู้นั้นดึงไม้ปลายแหลมที่เสียบอยู่ออก ข่มกลั้นความเ็ปและพุ่งเข้าไปด้วยโทสะ ก่อนหน้านี้เขายังคิดจะออมมือ แต่ตอนนี้ถ้าไม่ได้จัดการเ้าเด็กเวรนี่ให้สาสม เขาจะมีหน้าไปพบคนอื่นได้อย่างไร!
จางมู่หลินเห็นคนพุ่งเข้ามาก็ไม่ได้ลนลาน เขายกฝ่ามือขึ้นกันหมัดที่พุ่งเข้าใส่ ก่อนจะซัดฝ่ามืออีกข้างใส่หน้าอกของอีกฝ่าย ทำให้บุรุษผู้นั้นลอยละลิ่วไปชนกำแพงและสลบแน่นิ่งไป
“!!”
“?”
ไม่ใช่แค่คนของบ่อนพนันกับนักพนันที่แอบตามมาเท่านั้นที่ตกตะลึง แม้แต่จางมู่หลินเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาแค่ซัดฝ่ามือโดยใช้พลังไม่ถึงสามส่วนด้วยซ้ำ ทำไมบุรุษผู้นั้นถึงได้สลบเหมือดไปแบบนั้นเล่า จะอ่อนแอเกินไปแล้ว!
ถ้าบุรุษเครารุงรังได้ยินความในใจของเด็กหนุ่ม คาดว่าคงอยากลุกขึ้นมากระอักเือีกครั้งเป็แน่
พอเห็นพรรคพวกโดนซัดแค่ฝ่ามือเดียวก็หมดสติ คนของบ่อนพนันที่เหลือก็หันมามองหน้ากัน ไม่ได้คิดว่าคนที่สลบอ่อนแอ เพราะในกลุ่มพวกเขา อีกฝ่ายมีวรยุทธแข็งแกร่งที่สุดแล้ว!
เมื่อเห็นว่าการเข้าไปทีละคนคงไม่ได้การ พวกเขาจึงรุมเข้าไปพร้อมกัน ทั้งหมัดทั้งฝ่ามือ ไม่ว่าวรยุทธแบบไหนล้วนเอาออกมาใช้หมด
จางมู่หลินพลิ้วกายหลบหลีกหมัดและฝ่ามือที่พุ่งเข้าหาตัวเอง ท่วงท่าพลิ้วไหวและรวดเร็วจนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่ทัน ขณะเดียวกันก็ซัดฝ่ามือใส่พวกเขาไปพร้อมกัน
ผ่านไปไม่กี่อึดใจ คนของบ่อนพนันทั้งห้าคนก็นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น โดยที่มองไม่ทันด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนถึงขั้นกระอักเืออกมา แสดงว่าได้รับาเ็ไม่เบา
“แหะ ๆ พวกข้าแค่ผ่านทางมา เชิญน้องชายต่อเลย” พอเห็นเด็กหนุ่มตวัดสายตามองมา หนึ่งในผีพนันที่แอบอยู่ไม่ไกลก็พูดขึ้น ก่อนจะรีบหันหลังเผ่นแน่บไปทันที
จะอยู่ให้โง่หรือ ขนาดคนของบ่อนพนันที่มีวรยุทธจนไม่มีใครกล้ามีเื่ด้วย เด็กหนุ่มยังจัดการด้วยตัวคนเดียวจนหมอบ แล้วพวกเขาที่เป็แค่คนธรรมดาจะเอาอะไรไปสู้ ถ้าไม่เผ่นตอนนี้จะเผ่นตอนไหน ถึงเงินจะมีค่า แต่ก็ต้องมีชีวิตอยู่ให้ใช้ด้วย!
นักพนันที่ตอนแรกคิดจะชิงเงินจากเด็กหนุ่ม หรืออาศัยจับปลาในน้ำขุ่น ต่างรีบเผ่นหนีเอาชีวิตรอดจนล้มลุกคลุกคลาน ดูแล้วน่าเวทนาไม่น้อย (จับปลาในน้ำขุ่น เป็สำนวนจีน หมายถึงฉวยโอกาสใน่ชุลมุน)
จางมู่หลินไม่คิดจะสนใจหรือตามนักพนันเ่าั้ไป เขาปัดฝุ่นบนมือออก ก่อนจะเดินทะลุออกไปยังถนนสายหลัก ในใจยังรู้สึกใไม่หาย ไม่คิดว่ามนุษย์ธรรมดาในโลกนี้จะอ่อนแอถึงเพียงนี้ เห็นทีคราวหน้าเขาคงต้องออมแรงมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นอาจเผลอทำคู่ต่อสู้าเ็สาหัสได้
ทางด้านเยี่ยนหรงที่ตามมาดูเื่สนุกกับองครักษ์ทั้งสองคน ต่างมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสนใจปนตกตะลึง ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ผู้หนึ่ง จะสามารถจัดการคนดูแลบ่อนที่แข็งแรงกำยำและมีวรยุทธได้พร้อมกันถึงสี่ห้าคน
พวกเขาคิดจะชมดูเหตุการณ์ต่อ อยากรู้ว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นคิดจะทำอะไร แต่ก็รับรู้ได้ว่าคนที่เฝ้าจับตาดูใกล้ตามมาถึงแล้ว จึงได้แต่ถอยออกไปด้วยความเสียดาย…
โปรดติดตามตอนต่อไป
คนดูแลบ่อนพนันก็นะ เสียแค่หมื่นตำลึงไม่พอ ยังจะหาเื่เอาเงินให้น้องเพิ่มอีกสามหมื่นตำลึง ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี 5555
ว่าแล้ว ถ้าคิดจะมาชิงเงินจากน้อง บอกให้คิดดีๆ ก่อน เป็ไงล่ะ หมดสภาพ 5555
เขียนไปเขียนมา จางมู่หลินจะมาดแมนแฮนซั่มจนเหมือนพระเอกเข้าไปทุกทีแล้วนะเนี่ย 5555