กู้เยว่ฉีมองเทียบเชิญสีแดงด้วยดวงตาไหวระริก นางรู้ตัวแล้วว่าเป้าหมายในครั้งนี้คือตน หญิงสาวเงยหน้าบอกบิดาและน้องชาย “ท่านพ่อ เสี่ยวเฉิน เจตนาของจวนอ๋องก็คือข้า ในเมื่อโชคชะตานี้หลีกไม่พ้น ก็คงต้องเล่นตามน้ำไปให้ถึงที่สุด”
กู้เฉินหยิบเอาเทียบเชิญขึ้นมาอ่าน “งานเลี้ยงนี้เน้นเชิญคุณหนูและคุณชายของแต่ละตระกูล ทางจวนอ๋อง้าจะทำสิ่งใดหรือขอรับ?”
“จะว่าไปก็คืองานจับคู่ แต่เดิมสตรีที่อยู่ในอันดับตัวเลือกสองคนแรกของหลิงอ๋องซื่อจื่อก็คือ คุณหนูตงกับคุณหนูลี้ แต่ที่จัดงานเลี้ยงขึ้นก็เพราะ้าจะให้ข้าเข้าร่วม หากข้ามักใหญ่ใฝ่สูงแสดงความสามารถข่มพวกนางได้ จวนอ๋องก็คือเสนอตำแหน่งว่าที่ซื่อจื่อเฟยให้ข้า”
ใต้เท้ากู้สีหน้าไม่สู้ดี “เยว่เอ๋อร์ เื่ที่เ้าระแวงพ่อให้คนไปลอบสืบมาแล้ว พรรคพวกที่อยู่เมืองหลวงบอกมาว่า อีกไม่นานวังหลวงจะโยกย้ายขุนนางท้องถิ่นและมอบขุนนางขั้นห้าและขั้นหกที่ได้รับการแต่งตั้งโดยฮ่องเต้ออกมาทำงานแทน นี่นับเป็การสลายอำนาจในการปกครองของหลิงอ๋องทีละนิด และยังจะโยกย้ายให้บุตรชายของแม่ทัพมู่ทั้งสองกลับมายังเมืองหรงเฉินพร้อมกองกำลังส่วนตัวอีก”
“ข่าวลือนั่น เป็ความจริงหรือขอรับ?”
“อืม ลมเปลี่ยนทิศแล้วล่ะ เสี่ยวเฉิน ต้นหญ้าอย่างเราต้องระมัดระวังตัวให้มาก หากว่าเราพลาดท่าก้าวเข้าไปเป็ญาติกับหลิงอ๋อง หากวังหลวงคิดจะลิดรอนอำนาจพวกเขา เราเองก็ต้องพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย”
กู้เฉินมองพี่สาว “ดีนะที่พี่หญิงไหวตัวทัน ก่อนหน้านี้พี่หญิงยังมุ่งมั่นจะเป็ซื่อจื่อเฟยอยู่เลย นับว่า์เมตตาพวกเราแท้ๆ”
กู้เยว่ฉีหน้าซีด เหงื่อจากไรผมผุดขึ้นถี่ยิบ นางเคยเห็นคนทั้งตระกูลอยู่บนลานปะา นางยืนซ่อนร่างอยู่ท่ามกลางฝูงชนด้านล่าง คลุมตัวด้วยเสื้อผ้าของหญิงสาวชาวบ้านใช้ผ้าโพกศีรษะเอาไว้ นางก้มหน้าหลับตาในตอนที่เพชฌฆาตฟันดาบขนาดใหญ่ลงที่ท้ายทอยของพวกเขา เสียงสตรีทั้งหลายกรีดร้องด้วยความใเมื่อศีรษะของพวกเขาตกลงบนพื้น กู้เยว่ฉีแขนขาอ่อนแรง พยายามสะบัดหน้าซ่อนน้ำตาหมายจะหลบหนีกลับไปยังวัดนอกเมือง ทว่ายามนั้นกลับมีพบเห็นตัวนางเสียก่อน นางอาศัยความว่องไวหลบหนีกลับไปยังวัดได้ รอบๆ อารามแห่งนั้นหลิงอ๋องซื่อจื่อให้องครักษ์หลายคนคอยรักษาความปลอดภัย
“เยว่เอ๋อร์ เ้าหน้าซีดตัวสั่นเพราะเหตุใด?” ใต้เท้ากู้เห็นอาการบุตรสาวก็รีบเอ่ยถาม
“ข้า...” กู้เยว่ฉีประสานมือพร้อมกับใช้เล็บจิกไปบนหลังมือของตนเพื่อระงับความหวาดกลัวที่พุ่งขึ้นมา ตอนที่นางตื่นจากฝันใหม่ๆ ยังพอที่จะเกลี้ยกล่อมตัวเองได้ว่านั่นก็แค่ความฝัน แต่ตอนนี้สัญญาณอันตรายเต็มไปหมด “ข้าเห็นเทียบเชิญสีแดงสดเช่นนี้แล้วใจไม่ค่อยดีเ้าค่ะ”
หญิงสาวยกมือหนึ่งขึ้นลูบหน้าอกตนเองเบาๆ เมื่อครั้งที่นางได้รับเชิญในฝัน นางตื่นเต้นจนต้องออกไปหาผ้าพับที่งามที่สุดและเครื่องประดับที่หรูหราที่สุดในร้านสกุลหงส์ของตน ความทระนงในความงามและความฉลาด ทำให้นางแสดงความเก่งกาจเหนือสตรีทั้งหลายจนได้เป็สตรีที่หลิงอ๋องซื่อจื่อไม่อาจละสายตา
‘ความจริงคือ ชาติก่อนนั้น ข้าเป็สตรีโง่ที่หลงตัวเองต่างหาก ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของปีศาจอย่างหลิงเจาเหว่ยแล้วยังภาคภูมิใจอีก’
“พี่หญิง ท่านไม่ต้องกลัว ข้าไม่ยอมให้ท่านตกเป็เครื่องมือของซื่อจื่อแน่ขอรับ”
ใต้เท้ากู้ขมวดคิ้ว “หากว่าหลิงอ๋องกับซื่อจื่อวางแผนใช้เ้ากับสกุลกู้ คงยากที่จะหลบเลี่ยง นอกเสียจากว่า...”
“นอกจากอันใดหรือขอรับท่านพ่อ?” กู้เฉินทำหน้าตื่นเต้น
“นอกจากจะหาสกุลอื่นที่จวนอ๋องจะใช้ประโยชน์ได้เช่นเดียวกับสกุลกู้ไปทดแทน”
กู้เยว่ฉียืดร่างขึ้น นางลุกเดินไปยังหน้าต่างห้อง เหม่อมองออกไปที่สวนข้างเรือนใหญ่ “เรายังไม่รู้เลยเ้าค่ะว่า เหตุใดจวนอ๋องจึงเพ่งเล็งมาที่ข้า?”
“ลูกพ่อ ถ้าอย่างนั้นเราต้องค้นหาเหตุผลนี้ให้พบก่อน จึงจะวางแผนเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเขาได้”
“ไม่รู้ว่างานเลี้ยงครานี้ พวกเขาคิดจะทำเช่นใดกับพี่หญิงนะขอรับ?” กู้เฉินมองดูพี่สาวด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ใช่แค่ข้าหรอกเสี่ยวเฉิน เ้าเองก็เหมือนกัน ข้าว่าคราวนี้เ้าก็น่าจะได้คนกลับมาด้วย”
หลิงเจาเหว่ยกางรายชื่อแขกแล้วเอียงหน้าเล็กน้อย “พ่อบ้านชิง บุตรชายของแม่ทัพมู่กลับมาแล้วหรือ?”
“ขอรับ กลับมาพักผ่อนล่วงหน้า แม่ทัพมู่สุขภาพไม่ค่อยดีขอรับ”
“แม่ทัพมู่น่ะหรือ? เมื่อปีก่อนยังได้ยินว่าเขาแข็งแรงดีอยู่เลย”
“มาปีนี้ล่ะขอรับที่มีหมอเข้าออกจวนสกุลมู่บ่อยๆ เห็นว่าปอดไม่ค่อยดี มีอาการไอเรื้อรังขอรับ”
หลิงคุนที่นั่งอยู่ใกล้พี่ชายเอียงหน้าเข้ามา “ท่านพี่ ได้ยินว่าขุนพลมู่สองพี่น้องคนหนึ่งเชี่ยวชาญรบทางน้ำ อีกคนเชี่ยวชาญรบทางบก ข้าอยากจะประลองฝีมือกับพวกเขาดูนักขอรับ”
“เ้ามันร้อนวิชานัก เสี่ยวคุน ในงานเลี้ยงนี้คงจะประลองไม่ได้หรอกนะ แต่วันหน้าก็ไม่แน่” หลิงเจาเหว่ยเป็คนขี้ระแวง เขาเห็นชื่อของมู่จ้านกับมู่ช่างสองพี่น้องก็ยังไม่วางใจ “ครั้งนี้สกุลมู่เป็ฝ่ายเสนอให้บุตรชายสองคนมางานเลี้ยงของจวนอ๋อง ข้ารู้สึกไม่วางใจเลยจริงๆ”
“ข้าได้ยินมาเื่หนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านพี่ได้ยินหรือยัง?”
หลิงเจาเหว่ยเลิกคิ้วมองคนเป็น้อง “เื่ใด?”
“สองพี่น้องมู่ไม่เพียงกลับมาดูแลบิดาแต่สหายของข้าในเมืองหลวงบอกว่าอีกไม่นานจะมีคำสั่งให้พวกเขามาประจำการอยู่ที่ค่ายมณฑลขอรับ”
หลิงคุนเคยถูกส่งไปฝึกการต่อสู้กับกองทัพรักษาการณ์เมืองหลวงและ เหล่ามือปราบ เขาเป็คนชอบสังสรรค์ทำให้มีเพื่อนฝูงมากมาย
“เ้ารู้เื่นี้นานหรือยัง?”
“เพิ่งรู้เมื่อวานขอรับ สหายที่เมืองหลวงส่งข่าวมา”
“ถ้าอย่างนั้น เื่นี้ต้องรายงานท่านพ่อ พวกเขาไม่ได้มาดูแลบิดาแน่”
“ขอรับ ได้ยินว่ากองกำลังส่วนตัวของสองพี่น้องก็จะเดินทางมาสมทบในไม่ช้า ท่านพี่เื่นี้อาจจะเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่านั่น”
หลิงเจาเหว่ยได้ยินน้องชายทักเื่ข่าวลือ สีหน้าของเขาก็อึมครึมลงไป “จวนอ๋องอยู่ในสถานะอันตราย เ้าตามข้าไปพบท่านพ่อตอนนี้เลย”
หลิงคุนยกยิ้มมุมปาก ค้อมศีรษะรับคำพี่ชาย “ขอรับ ท่านพี่”
ตลอดเวลาที่ผ่านมา หลิงอ๋องไม่ค่อยวางใจผู้ใจ การอันใดที่เป็ความลับล้วนมีเพียงหลิงเจาเหว่ยกับหวางเฟยที่รู้เห็น หลิงคุนปรารถนาจะได้รับความไว้วางใจจากท่านพ่อและพี่ชายบ้าง คงจะมีครั้งนี้ที่พี่ชายเรียกให้ติดตามไปฟังการหารือเื่สำคัญ
หลิงอ๋องฟังเื่จากบุตรชายทั้งสองก็เริ่มขมวดคิ้ว “ข่าวที่พ่อเพิ่งได้มาก็เหมือนที่เสี่ยวคุนรู้ ขุนพลมู่สองพี่น้องอ้างว่าบิดาป่วยกลับมาดูแลชั่วคราว แต่อีกไม่นานกองทหารประจำตัวของพวกเขาจะเคลื่อนย้ายตามมา คราวนี้ข่าวนั่น ไม่ใช่แค่ข่าวลือแล้ว”
“ท่านพ่อขอรับ ถ้าอย่างนั้นการโยกย้ายขุนนางในปีนี้ก็...” หลิงเจาเหว่ยหน้าตาเคร่งเครียด
“ก็คงจะมีข้ออ้างว่าโยกย้ายเพื่อให้ขุนนางได้ลองไปทำงานต่างถิ่นเพื่อที่ จะได้ไม่สร้างอำนาจอิทธิพลในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งมากเกินไป”
“หากวังหลวงส่งขุนนางมาแทนเช่นนี้ ท่านพ่อคัดค้านมิได้หรือขอรับ?” หลิงคุนหน้าเสีย ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินข่าวลือการลิดรอนอำนาจจวนอ๋องมาบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะกลายเป็ความจริง
***********
ไรเตอร์แนะนำ อีบุ๊กเซ็ทนิยายจีนแนวย้อนเวลากลับมาแก้แค้น "เกิดอีกคราเป็ชายาตัวร้าย" จำนวน 3 เล่มจบ กดตามลิงก์ไปค่ะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE4MjEzMCI7fQ
