เรื่องนี้ช่างเป็นคำถามที่ยากจะตอบนักทว่าโม่อวี้เฉินกลับยิ้มบาง “ข้าไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ให้ผู้ใดเห็นหากข้าบอกว่าเขาเป็นบุตรของข้า...ก็คือเป็นเช่นนั้น” ช่างเป็นคำกล่าวที่ทั้งบ้าอำนาจและแข็งกร้าวจนอีกฝ่ายไม่อาจโต้ตอบอันใดได้
กู้ชิงเฉิงเพียงเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วไม่กล่าวอันใดอีก นับว่าเป็นโอกาสดีที่จะดำเนินตามแผนการ
ระหว่างทางแม้จะเผชิญหน้ากับเหล่ามือสังหารอยู่ตลอด ทว่าก็จัดการได้โดยง่ายดายกระทั่งโม่อวี้เฉินยังไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตนเอง พวกมือสังหารก็ถูกจัดการจนสิ้น
“ท่านแม่ ที่นี่มีของสนุกๆ มากมายเลยขอรับ” กู้จิ่งเซวียนใช้มือเล็กๆเปิดผ้าม่านรถออก ศีรษะเล็กๆยื่นออกไปมองถนนด้านนอกที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและคึกคักอย่างยิ่งใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
นี่คือหนึ่งในเมืองที่รุ่งเรืองที่สุดของแคว้นต้าฉินและยังเป็นเมืองหลวงอีกด้วย ย่อมคึกคักกว่าเมืองอี๋สุ่ยเป็นธรรมดาแม้กู้จิ่งเซวียนจะเดินทางรอนแรมกับนางไปทั่วสารทิศทว่าพวกเขาไม่มีเวลาได้เดินเล่นหรือเที่ยวชม
“เมื่อเจ้าพักผ่อนเพียงพอแล้ว พ่อจะพาเจ้าออกไปเที่ยวเอง” โม่อวี้เฉินเห็นเจ้าตัวเล็กมีสีหน้าตื่นเต้นเช่นนั้น จึงรีบกล่าวขึ้น
“ดีเลยขอรับ” กู้จิ่งเซวียนพยักหน้าอย่างแรงอย่างไรก็ตาม อารมณ์ดีๆ ของเด็กน้อยก็พลันอันตรธานไปสิ้น เมื่อเข้ามาในตำหนักบูรพาทันทีที่ก้าวพ้นประตูตำหนัก ก็มีสตรีที่งดงามผู้หนึ่งก้าวออกมาต้อนรับท่าทางของนางอ่อนหวานและอ่อนโยนยิ่งนัก
“ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้ว” นางแย้มยิ้มพอดีไม่ได้ประจบสอพลอ และไม่ได้วางท่าจนเกินไป ท่าทางนั้นดูอ่อนโยนยิ่งนักทว่าเมื่อนางมองไปยังกู้ชิงเฉิงและบุตรชายแววตาวูบหนึ่งของนางกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ จนไม่อาจมองข้ามไปได้
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” โม่อวี้เฉินอุ้มกู้จิ่งเซวียนไว้ในอ้อมแขนและถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
สตรีผู้นั้นคือหลานสาวของฮองเฮานางมีตำแหน่งเป็นท่านหญิงหลิงหยาง นางเติบโตในวังตั้งแต่เยาว์วัย มีฐานะตำแหน่งไม่ได้ด้อยไปกว่าองค์หญิงในวังแม้แต่น้อยกระทั่งเหนือกว่าองค์หญิงบางท่านด้วยซ้ำไป
“ข้าได้ยินมาว่าท่านพี่กลับมาแล้ว ข้าจึงมารอพบท่าน” ท่านหญิงหลิงหยางมองไปยังโม่อวี้เฉินที่อุ้มเด็กน้อยในอ้อมแขนเด็กน้อยผู้นั้นยังมีใบหน้าละม้ายคล้ายกับโม่อวี้เฉินอยู่สามส่วนนางจึงขมวดคิ้วแน่นโดยไม่รู้ตัว “นี่คือ...บุตรของใครกัน?”
กู้จิ่งเซวียนย่อมสังเกตเห็นแววตาเย็นชาในดวงตาของท่านหญิงหลิงหยางเขาไม่สนใจนาง หากแต่หันกลับมาโอบกอดโม่อวี้เฉินเอาไว้แน่น“ท่านพ่อ ท่านป้าผู้นี้เป็นใครกันขอรับ?”
รอยยิ้มที่แสนสมบูรณ์แบบของท่านหญิงหลิงหยางแทบปริแตกร่างของนางแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น แววตาเย็นชาพลันระเบิดออกมาในพริบตาเด็กน้อยผู้นี้ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก ในเมืองหลวงแห่งนี้มีเพียงนางและกู้ตงหลิงเท่านั้นที่อาจกล่าวได้ว่ามีความงามเทียบเท่ากันเด็กน้อยผู้นี้ตาบอดหรือไร? ถึงกล้าเรียกนางว่าท่านป้า!
นางแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมาแต่ต่อหน้าโม่อวี้เฉิน นางจำต้องอดทนไว้
“เรียกนางว่าท่านอาหลิงเถิด” โม่อวี้เฉินอดกลั้นรอยยิ้มและแนะนำอย่างจริงจัง เจ้าเด็กน้อยผู้นี้ เหตุใดจึงเรียกสตรีผู้อื่นว่าท่านป้าเล่า?เมื่อตอนที่เขาพบกู้ตงหลิงก็เป็นเช่นนี้ มิเช่นนั้นกู้ตงหลิงคงไม่โกรธจนเสียสติ และเผยธาตุแท้ของนางออกมาหรอก
แน่นอนว่าสิ่งที่เขาไม่รู้คือกู้จิ่งเซวียนยังได้เพิ่มส่วนผสมเล็กน้อยเข้าไปด้วย มิเช่นนั้นสตรีหน้าซื่อใจคดอย่างกู้ตงหลิง จะยอมเผยจุดอ่อนออกมาง่ายๆ ได้อย่างไรกัน
“ท่านพี่ เหตุใดท่านจึงเก็บเด็กกลับมาด้วยเล่า?” ท่านหญิงหลิงหยางเก็บงำความโกรธในใจและถามอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง แม้นางจะได้ยินกู้จิ่งเซวียนเรียกโม่อวี้เฉินว่า‘ท่านพ่อ’ แต่นางก็จงใจเพิกเฉยไปนางย่อมรู้ดีว่าอดีตพระชายาได้เสียชีวิตไปในกองเพลิงแล้วเด็กผู้นี้คงเป็นเพียงเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แม้จะงดงามน่ารักแต่ก็เป็นเพียงลูกนอกสมรสเท่านั้น
“เขาคือซือจื่อ” โม่อวี้เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยและแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกว่าท่านหญิงหลิงหยางตาบอดเหตุใดจึงมองไม่เห็นว่าเขาสองคนพ่อลูกละม้ายคล้ายกัน
ท่านหญิงหลิงหยางแทบจะคิดว่าตนเองหูฝาดนางอ้าปากเล็กน้อยและกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ท่านพี่ท่านคือองค์รัชทายาท สายเลือดราชวงศ์ไม่อาจปะปนกันได้นะเพคะ”
“เสียงดังจริงๆ” กู้จิ่งเซวียนขมวดคิ้วเล็กๆบนใบหน้าแสดงความไม่พอใจ “ท่านหมายความว่าท่านพ่อของข้าแก่และสายตาไม่ดีจนมองไม่เห็นว่าลูกชายของตัวเองเป็นใครงั้นหรือ?”
“ข้า…” ท่านหญิงหลิงหยางอดกลั้นความปรารถนาที่อยากจะบีบคอเด็กน้อยตรงหน้าแต่นางต้องอดกลั้น พร้อมกับกัดฟันแน่น “ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”ดวงตากลมโตแดงก่ำ แสดงความคับแค้นใจอย่างสุดซึ้ง
“ท่านพี่ ท่านนำเด็กผู้นี้กลับมา เช่นนั้นจะทำให้พระชายาองค์รัชทายาทในอนาคตคิดอย่างไรกันเพคะ? แล้วจะให้บุตรชายที่เกิดจากพระชายาทำเช่นไร?”ท่านหญิงหลิงหยางกล่าวด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะห่วงใยโม่อวี้เฉิน“เมื่อไม่กี่วันก่อนท่านน้ายังกล่าว...ว่าจะหาคู่สมรสพระราชทานให้ท่านนะเพคะ”
กู้ชิงเฉิงที่ยืนอยู่ข้างกายโม่อวี้เฉินไม่กล่าวอันใดเลยนางเพียงแต่มองสำรวจท่านหญิงหลิงหยางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าสุดท้ายแล้วชะตากรรมของสตรีผู้นี้ก็น่าสังเวชยิ่งนักนางรักโม่อวี้เฉินอย่างสุดหัวใจ แต่ก็ไม่อาจเอาชนะกู้ตงหลิงได้
“พระชายาและซือจื่อยังอยู่ แล้วจะมีการประทานสมรสได้อย่างไร” โม่อวี้เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทำให้ท่านหญิงหลิงหยางตกตะลึงเมื่อนั้นนางจึงมองเห็นกู้ชิงเฉิงที่สวมผ้าคลุมหน้า
“อะ...อะไรนะเพคะ” ท่านหญิงหลิงหยางตกตะลึงอีกครา“เป็นไปได้อย่างไร พระชายาไม่ใช่...” ไม่ใช่สิ้นพระชนม์ไปเมื่อห้าปีก่อนแล้วหรือเรื่องนี้ทุกคนใต้หล้าล้วนรับรู้
ทว่าเมื่อนางเห็นกู้ชิงเฉิงถ้อยคำที่กำลังจะเอ่ยออกมานั้น พลันกลืนลงคอทันที นางเข้าใจสิ่งใดบางอย่างจึงเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว
นางจ้องมองกู้ชิงเฉิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อแล้วเหลือบมองบุตรที่โม่อวี้เฉินอุ้มอยู่ภายในอ้อมแขนในที่สุดนางก็จำต้องยอมรับความจริง
ดูท่าไฟในครานั้นยังโหมไม่แรงพอจึงทำให้สตรีผู้นี้รอดชีวิตมาได้ มิหนำซ้ำยังพาบุตรตัวน้อยกลับมาอีกด้วยอีกทั้งเมื่อมองกู้จิ่งเซวียนอย่างละเอียดแล้ว ใบหน้า คิ้วและดวงตาล้วนคล้ายกับโม่อวี้เฉินเป็นอย่างมาก ท่านหญิงหลิงหยางรู้สึกปวดหน่วงในอกนางไม่อาจยอมรับได้ แค่กู้ตงหลิงคนเดียวก็รับมือได้ยากแล้ว ตอนนี้กลับเพิ่มมาอีกคน
ทว่าเมื่อเห็นกู้ชิงเฉิงสวมผ้าคลุมหน้านางก็พลันเข้าใจอะไรบางอย่าง ไฟที่ลุกโหมแรงปานนั้นจะให้รอดชีวิตมาได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลยเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกทั้งก่อนที่จะจุดไฟ กู้ตงหลิงก็ทำลายใบหน้าของกู้ชิงเฉิงไปแล้วดังนั้นใบหน้าที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้า คงจะไม่อาจให้ผู้คนได้เห็นกระมัง
เมื่อคิดดังนั้นแววตาของท่านหญิงหลิงหยางก็พลันกลับมามีความหวังอีกครั้งนางคิดว่าโม่อวี้เฉินคงจะพาสตรีผู้นี้กลับมาด้วยเพราะบุตรที่อยู่ในอ้อมแขนเป็นแน่มุมปากของนางจึงยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ในครานั้นยังสามารถทำให้กู้ชิงเฉิงหายไปจากจวนองค์รัชทายาทได้ครานี้ก็เช่นกัน ในสายตาของนางกู้ชิงเฉิงเป็นเพียงคนโง่งมที่ถูกตระกูลกู้และตระกูลไป๋ตามใจจนเสียคนจึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจแม้แต่น้อย
โม่อวี้เฉินเอ่ยอย่างเย็นชาว่า“ไฟในครานั้นเกือบคร่าชีวิตชิงเฉิงและเซวียนเอ๋อร์เรื่องนี้ข้าจะสืบด้วยตนเอง”
“ใช่แล้วเพคะ เรื่องนี้เราต้องสืบให้ชัดเจน” ท่านหญิงหลิงหยางพยักหน้าเห็นด้วยนางย่อมยินดีอย่างยิ่ง เพราะผู้ที่วางแผนทุกอย่างในครานั้นคือกู้ตงหลิงหากสืบสวนออกมาได้ กู้ตงหลิงคงไม่อาจมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขเป็นแน่ เช่นนั้นท่านหญิงหลิงหยางก็จะมีคู่แข่งเรื่องความรักลดลงไปอีกหนึ่งคน
“ซือจื่อตัวน้อย เรียกท่านอาสิ” ท่านหญิงหลิงหยางเป็นคนฉลาดในยามนี้เมื่อรู้ว่ากู้จิ่งเซวียนเป็นบุตรชายที่เกิดจากภรรยาเอกของโม่อวี้เฉินนางย่อมต้องแสดงท่าทีที่ดีเป็นแน่ เพื่อสร้างความประทับใจที่ดีให้ได้
“ท่านป้า!” กู้จิ่งเซวียนยังคงยืนกรานแน่นอนว่าเขาสัมผัสได้ถึงความไม่พึงพอใจจากดวงตาของสตรีตรงหน้าแผนการในแววตาของสตรีผู้นี้ชัดเจนเกินไป
“เจ้า...” ท่านหญิงหลิงหยางโกรธไม่ใช่น้อยใบหน้าของนางจึงดูบึ้งตึงยิ่ง ทว่านางก็ไม่อาจระเบิดอารมณ์ออกมาได้
“เซวียนเอ๋อร์” โม่อวี้เฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง
ท่านหญิงหลิงหยางถลึงตาใส่กู้จิ่งเซวียนเพื่อรอให้เขาถูกตำหนิ
แต่โม่อวี้เฉินกลับยิ้มแล้วเอ่ยว่า“ช่างเถิด อยากทำอะไรก็ทำ เช่นนั้น น้องหญิงอย่าได้ถือสาเขาเลยเขายังเด็กนัก รอให้เติบใหญ่ก็จะเข้าใจเอง”
ท่านหญิงหลิงหยางโกรธจนแทบหงายหลังทว่าก็ไม่อาจเอ่ยสิ่งใดได้
นางทำได้เพียงฝืนยิ้มแล้วตอบว่า“เพคะ เพคะ!”
กู้ชิงเฉิงเองก็อดหัวเราะไม่ได้ความอดทนของท่านหญิงหลิงหยางผู้นี้ช่างดีเลิศยิ่งนัก ถึงขนาดนี้แล้วยังไม่โกรธอีก
เมื่อเห็นกู้ชิงเฉิงหัวเราะท่านหญิงหลิงหยางจ้องมองนางอย่างเกรี้ยวกราด ทว่าจู่ๆก็เดินไปข้างกายกู้ชิงเฉิงแล้วยกมือขึ้นคล้องแขนของนาง“พี่สะใภ้ ท่านกลับมาได้จังหวะพอดี พวกเราพี่น้องจะต้องมาพบกันบ่อยๆนะเพคะ ท่านคงไม่รู้ว่าเมื่อครานั้นที่ข้าได้ยินข่าวว่าท่านสิ้นชีวิตในกองไฟข้าเสียใจเพียงใด กว่าจะทำใจได้ก็ใช้เวลานานอยู่”
กู้ชิงเฉิงก้มมองมือของนางแล้วขมวดคิ้วแน่น ความเจ็บปวดที่ข้อมือชัดเจนยิ่งนัก สตรีผู้นี้ช่างอำมหิตนักบนมือของนางมีอาวุธลับซ่อนอยู่ ในยามนี้มันได้แทงทะลุเข้าที่กู้ชิงเฉิงอย่างแรง
กู้ชิงเฉิงผู้นี้ไม่เคยเป็นผู้ที่ยอมให้ผู้ใดรังแกมาก่อนในยามนี้นางหัวเราะเย็นชา ก่อนจะยกมือขึ้นโอบท่านหญิงหลิงหยางอย่างรวดเร็ว“หลายปีมานี้ ข้าเองก็คิดถึงน้องสาวเช่นกันไม่คาดว่าเพิ่งกลับมาก็จะได้พบเจ้า ข้ามีความสุขจริงๆ”
นางพูดพลางหมุนแหวนที่นิ้วบนแหวนมีเข็มเล็กๆ ซ่อนอยู่ ซึ่งได้แทงเข้าที่ไหล่ของท่านหญิงหลิงหยางโดยตรงบนเข็มนี้ย่อมมีสิ่งของบางอย่างอยู่เป็นแน่
กล้าลงมือกับนางย่อมแสดงว่าเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วสิ่งที่นางชื่นชอบที่สุดคือการตอบแทนคืนให้เท่าทวีคูณ!