15
สถานการณ์เปลี่ยนแปลง
วันที่ห้าของการใช้ชีวิตในจวนจวิ้นอ๋อง จางหลินถงไม่ได้พบกับอู๋ฮวนเลยหลังแยกจากกันในวันนั้น ทุกคืนก่อนเข้านอน นางมักจะลูบกำไลข้อเท้าและยิ้มกับตนเองราวกับคนละเมอ นางเพิ่งรับรู้รสชาติของความรัก ความรู้สึกที่เรียกว่าความคะนึงหาไม่มีที่สิ้นสุด ยามนี้ไม่มีผู้ใดที่นางไว้ใจมากเท่าอู๋ฮวนอีกแล้ว
การอยู่ในเรือนตานถิงนอกจากกิน และนอน ก็ไม่มีอย่างอื่นให้ทำ เพราะนางถูกต้าเจิงกำชับว่าห้ามออกไปเดินเพ่นพ่าน หลายวันมานี้จึงลงมือปักถุงผ้าอยู่แต่ในเรือน นางให้ต้าเจิงไปหาซื้อผ้ามาให้ ผ้าที่นางใช้เป็สีผ้าไหมสีดำและใช้ด้ายสีขาว ส่วนลวดลายที่นางใช้ปักนั้นยิ่งแตกต่างจากลวดลายทั่วไปเพราะอู๋ฮวนเป็คนที่มีฐานะไม่ธรรมดา ดังนั้นลวดลายต้องไม่ธรรมดาเช่นกัน หนก่อนนางเห็นเข็มกลัดที่หน้าอกของเขา เป็สัญลักษณ์ของหน่วยพยัคฆ์ดำที่เขาบัญชาการ นางจึงนำเอาลวดลายนั้นมาปักบนถุงผ้า
เขาเป็ตัวแทนจากหน่วยพยัคฆ์ดำ ส่วนนางคือทายาทจากหน่วยพยัคฆ์ขาว ดังนั้นการใช้ด้ายสีขาวปักลงบนผ้าไหมสีดำ ก็เหมือนกับคำตอบจากนาง สองใจรวมเป็หนึ่ง ไม่รู้ว่าความหมายนี้เขาจะเข้าใจหรือไม่
ทุกฝีเข็มเต็มไปด้วยความเอาใจใส่และประณีต นางเป็สตรีในห้องหอ งานเย็บปักถักร้อยหากกล่าวแล้วในตระกูลจางไม่มีใครสู้นางได้ แม้นแต่คุณหนูใหญ่จางหลินเยี่ยน ภายในไม่สามวันนางก็ปักจนเสร็จแล้ว จางหลินถงนั่งมองถุงผ้าในมือด้วยความภาคภูมิใจ นางต้องรอให้ต้าเจิงกลับมาเพื่อฝากของชิ้นนี้ไปมอบให้อู๋ฮวน สองวันแล้วที่ต้าเจิงไม่แวะเข้ามา ไม่รู้ว่าอู๋ฮวนจะใช้คนของนางไปทำเื่อะไรบ้าง หากได้พบหน้าอู๋ฮวนเห็นทีนางต้องเตือนเขาแล้วว่า ต้าเจิงเป็คนของนาง หากคิดใช้งานอย่างน้อยควรส่งข่าวบอกกันบ้าง
คิดยังไม่ทันจบ ชูหลิงก็เดินเข้ามาบอกว่ามีคนมาจากจวนจวิ้นอ๋อง มาเพื่อพาตัวนางไปพบกับอู๋ฮวน จางหลินถงดีใจมาก นางถือถุงผ้าใบนั้นติดมือไปด้วย เมื่อมาถึงเรือนหลัก สิ่งที่นางได้เห็นช่างแตกต่างจากสิ่งที่นางคิดไว้มาก รอบเรือนมีผู้คุ้มกันมากมายมองนางด้วยสายตาราวกับว่าโกรธแค้นนางเป็อย่างมาก บ้างก็มีสายตาประหลาดใจ แม้นแต่ผู้คุ้มกันทั้งแปดของเขาก็เช่นกัน
ผู้คุ้มกันทั้งแปด แล้วต้าเจิงเล่า! จางหลินถงมองหาต้าเจิง กระทั่งสายตาหันไปเห็นร่างหนึ่งนั่งคอพับอยู่บนเก้าอี้อยู่ในเรือนหลังนั้น ทั้งมือทั้งขาถูกมัดติดกับเก้าอี้ ใบหน้ามีรอยฟกช้ำ มีาแปริแตกจนเืท่วมใบหน้า เมื่อภาพนั้นปรากฏสู่สายตาจางหลินถง นางชะงักและหยุดมองต้าเจิงตัวแข็งทื่อ มือกำถุงผ้าแน่น ในดวงตาร้อนผ่าว ขณะที่มีริ้วแห่งโทสะลุกโชน
ต้าเจิงแฝงตัวเข้ามาก็จริงแต่เขาไม่ใช่คนไม่ดี จางหลินถงหลงลืมมารยาท หลงลืมทุกสิ่งวิ่งเข้าไปคุกเข่าเบื้องหน้าต้าเจิง ตอกย้ำความผูกพันระหว่างพี่ชายและน้องสาวให้ผู้คนได้เห็น
“เกิดอะไรขึ้น”
นางถามยื่นมือจับชายกางเกงของเขาพลางดึงเพื่อปลุกให้เขาตื่นจากอาการไม่ได้สติ แต่เขาไม่ลืมตาขึ้นมาตอบ ที่ริมฝีปากต้าเจิงมีเืปนน้ำลายเหนียวไหลย้อยลงมา จางหลินถงจึงลุกขึ้นและหันไปมองอู๋ฮวนด้วยสายตาถมึงทึง เวลานี้นางลืมไปแล้วว่านางอยู่ในฐานะอะไร เซินสี่และผู้คุ้มกันทั้งหมดเดินเข้ามาพลางปิดประตู พวกเขาเจ็ดคนยกเว้นเซินสี่ ยืนเฝ้าหน้าประตูกันคนหนี
ขณะที่เซินสี่เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าหยิ่งผยอง พลางตวาดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้จางหลินถงถึงกับสะดุ้ง“ต่อหน้าจวิ้นอ๋อง เ้าต้องคุกเข่า”
“คุกเข่างั้นหรือ!”นางย้อนถามพลางเบือนสายตาไปมองเซินสี่ หากเซินสี่สังเกตเห็นจะรู้ว่านางโกรธมากถึงขนาดจิกเล็บลงบนเนื้อจนเืซึมเปรอะด้ายสีขาว ฉาบย้อมลวดลายบนถุงผ้าไปเรียบร้อยแล้ว
“บังอาจ!”เซินสี่ตวาดออกมาอีกหน
จางหลินถงสะดุ้งหันมองอู๋ฮวนด้วยสายตาเหมือนจะฟ้องว่า เขาปล่อยให้คนของเขาทำกับนางเช่นนี้ได้อย่างไร แต่เมื่อได้เห็นแววตาของคนที่นางรอคอย นางถึงกับขาอ่อนกลืนความรู้สึกทั้งหมดลงไปในลำคอ ตั้งคำถามอยู่ในใจว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดต้าเจิงจึงาเ็ขนาดนั้น เขาถูกทรมานด้วยเื่อะไร และที่สำคัญนางทำผิดอะไรถึงถูกคุมตัวมาที่นี่ ทั้งยังทำเหมือนจะสอบสวนนางในฐานะนักโทษอีกด้วย
ในขณะที่อู๋ฮวนผู้เป็เ้านายเหนือทุกชีวิตในจวนแห่งนี้นั่งนิ่งใบหน้าเ็า แววตาที่มองมาก็แตกต่างไปจากเดิม ข้างๆของเขามีชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง ยืนเอามือไพล่หลังมองนางอยู่เช่นกัน คนผู้นั้นมีสีหน้าตื่นเต้นราวกับกำลังดูละครฉากเด็ดกระนั้น
ชายผู้นั้นหากนางจำไม่ผิด หลายวันก่อนมาด้อมๆมองๆแถวเรือนตานถิง ได้ยินว่าเป็บ่าวเลี้ยงม้า แต่วันนี้เขากลับสวมเสื้อผ้าอย่างดี ดูเหมือนว่าฐานะของเขาจะถูกยกขึ้นมาในชั่วข้ามคืน ตลอดเวลาที่นางอยู่ในเรือนตานถิงเป็น้องสาวต้าเจิงอย่างสงบเสงี่ยม แต่นอกเรือนเกิดเื่มากมาย กระทั่งเกิดเื่กับต้าเจิง นางก็ยังมัวแต่นั่งปักถุงผ้าเพื่อผู้ชายที่ทำร้ายคนของนางราวกับผักปลา
นี่นางมัวทำอะไรอยู่ เห็นแก่ความรักจนหน้ามืดตาบอดไปแล้วหรือไร ลืมไปแล้วหรือว่าเขาเป็คนสกุลอู๋ เขาไม่ใช่คนที่นางควรใฝ่ฝัน ต่อให้เขาทำดีต่อนางแค่ไหน แต่เขาก็ยังเป็คนสกุลอู๋ ในที่สุดภาพของต้าเจิงก็ปลุกสติให้นางตื่นจากความลุ่มหลงงมงายเสียที
“ได้ ข้าจะคุกเข่า!”ในเมื่อทุกอย่างเป็เช่นนี้แล้ว เหตุใดยังต้องแสแสร้งว่ารักใคร่ใยดีต่อกันอีก
หญิงสาวเบนสายตาไปมองอู๋ฮวน นางใช้สายตาแบบเดียวกันกับที่เขามองนาง ขณะที่เข่านางกระแทกลงบนพื้นแข็งๆ หัวใจของนางก็เ็ปจนแทบไร้ความรู้สึก ที่แท้นี่คือสิ่งที่เขาบอกไว้ก่อนหน้านั้น ความเปลี่ยนแปลงภายในจวน จำเป็ต้องลดฐานะนางลง อย่าโง่ไปหน่อยเลยจางหลินถง ลดฐานะอะไรกัน เขา้าทำให้นางสำนึกต่างหาก สำนึกว่านางเป็ใครและควรอยู่อย่างไร! ความสัมพันธ์แนบชิดระหว่างหนุ่มสาวหนนั้น สำหรับเขาจะเป็อะไรไปได้ก็แค่การขับพิษ
จางหลินถงเม้มริมฝีปาก หลับตาลงก่อนจะลืมขึ้นและมองเขาด้วยแววตาที่คมปลาบราวใบมีด หนนั้นเจิ้งจื่ออี้สอนนางให้รู้ในสิ่งที่ควรรู้ ไม่ต้องอยากรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ ในขณะที่เขาทำให้นางเห็นถึงความโง่เขลาในตัวนางเอง
เมื่อจางหลินถงคุกเข่าลง เซินสี่จึงถอยไปยืนไปคุมห่างๆ ยามนี้บรรยากาศในห้องราวกับอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบ จางหลินถงประสานสายตากับอู๋ฮวน นางไม่รู้แล้วว่าแท้จริงเขาเป็คนอย่างไร และคิดอย่างไร นางไม่รู้กระทั่งฐานะของนางในใจของเขาอีกแล้ว!
“พวกเ้าทุกคนออกไปให้หมด ลากเ้าคนนั้นไปออกไปขังด้วย เลี้ยงไว้อย่าให้มันตาย”
“ขอรับ”
อู๋ฮวนยอมเปิดปากแล้วหลังจากประสานสายตา สาดความเ็าเชือดเฉือนกับจางหลินถงมาพักใหญ่ คำกล่าวของอู๋ฮวนทำให้เซินสี่ยืนไม่ติด“จวิ้นอ๋อง...”
“นี่เป็คำสั่งของข้า พวกเ้าถอยออกไปให้หมด นางเป็แค่สตรี ข้าจะจัดการไม่ได้เชียวหรือ”อู๋ฮวนตวาดใส่เซินสี่บ้าง
เขายังปรายตามองเซินสี่เป็เชิงกำราบตักเตือนว่า เ้าทำเกินไปแล้ว เซินสี่มองจางหลินถงอีกครั้ง ในความคิดของเขานาง นางเป็คนของซื่อจื่อ และไม่มีควรได้รับความเมตตาจากอู๋ฮวนอีก เป็ไปได้ควรจัดการนางอย่างเด็ดขาดด้วยซ้ำ
แต่อู๋ฮวนไม่เด็ดขาดต่อนางเหมือนที่เด็ดขาดต่อผู้อื่น ทำให้เซินสี่ได้แต่มองด้วยความเ็ป เขาไม่รู้ว่าอู๋ฮวนรักใคร่จางหลินถงลึกซึ้งเพียงใด แต่สตรีคือสตรีมากด้วยเล่ห์กล ยิ่งเป็สตรีที่คนของซื่อจื่อยิ่งต้องระวังให้มาก
“จวิ้นอ๋อง...”
“ออกไป!”หนนี้เสียงตวาดะเืเลื่อนลั่นไปทั่วเรือน แม้แต่จางหลินถงยังถูกเสียงนั้นทำให้ใจนตัวสั่น นางไม่เคยเห็นอู๋ฮวนเป็เช่นนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดเื่อะไรกันแน่!
*********************************************************