ป้องเขตเดินมายืนเงียบๆ อยู่ตรงศาลาริมน้ำ ในหัวมีแต่ภาพใบหน้าของหญิงสาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มันฝังแน่นหยั่งลึกในใจจนไม่สามารถสลัดหลุดออกไปได้
‘ผมใจร้ายกับคุณมากไปหรือเปล่า หรือว่าผมมาช้าไป’ ชายหนุ่มรำพึงกับตัวเองในใจ
“ป้องคุยอะไรกับหนูตลา” นางวรากุลเดินเข้ามาหาลูกชาย หลังจากที่ยืนมองเหตุการณ์เงียบๆ มาสักพัก
“คุยกันเื่สิทธิโดยชอบธรรมของลูก”
“ถ้าจะพูดกันตามกฎหมาย คีตา นารา เป็สิทธิ์โดยชอบธรรมของศกุนตลาแต่เพียงผู้เดียว เพราะเด็กทั้งคู่เกิดนอกสมรส” นางวรากุลบอกออกมา เพราะไม่รู้เบื้องลึกที่สองหนุ่มสาวทำสัญญาร่วมกันเอาไว้อีกฉบับ
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ในสายตาของนางทั้งหมด ศกุนตลาร้องไห้อย่างหนัก ในขณะที่ป้องเขตก็มีอาการเคร่งเครียด แต่ถ้าจะให้พูดไปตามความจริงนางก็เลือกที่จะเข้าข้างศกุนตลามากกว่าลูกชายของตัวเอง
“ใช่ครับ... หากไม่มีสัญญาฉบับนั้น”
นางวรากุลทำหน้าแปลกใจ เพราะนางไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีสัญญาระหว่างบุตรชายกับศกุนตลา “สัญญาอะไร”
“มันเป็สัญญาที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเธอ ผมขอจัดการเื่ทั้งหมดเองนะครับคุณแม่” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ
“มันเป็สัญญาที่ทำร้ายจิตใจหนูตลาใช่ไหม ป้องยังทำร้ายเธอไม่พออีกหรือ แม่ผิดเองที่ขอร้องให้เธอมาทำเื่แบบนี้ ถ้าแม่รู้ว่าเธอต้องแบกรับความเ็ปมากขนาดนี้ แม่จะไม่ขอร้องเธอเพราะความ้าของตัวเองเด็ดขาด” นางวรากุลต่อว่าลูกชายด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
“แต่เธอก็ยินยอมเพื่อแลกกับเงินก้อนนั้น ผมแค่ทำสัญญาป้องกันเอาไว้”
“ป้องแค่้าอยากเอาชนะแม่ หรือ เธอ” นางวรากุลยิงคำถามตรงไปตรงมา
“เปล่าครับ”
“ถ้าป้องตอบว่าเปล่า ถือว่าแม่ขอนะ ยอมให้หนูนาราอยู่กับเธอเถอะ ถ้าจะมีคนผิดสักคน ก็ผิดที่แม่เอง แม่ตัดสินใจเองโดยไม่ถามความเห็นจากป้องก่อน”
“ผมเชื่อว่าถ้าคุณแม่รู้เหตุผลที่ผมกำลังทำ คุณแม่จะเห็นด้วยกับผม”
“แม่ไม่เคยเห็นหนูตลาแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น วันนี้แม่เพิ่งเห็นเธอร้องไห้อย่างหนัก นั่นหมายถึงว่า... มันมากกว่าที่เธอทุกข์ตรมตลอดปีกว่าที่ผ่านมา”
“เคารพในการตัดสินใจของผมนะครับคุณแม่ ผมก็จะเคารพในการตัดสินใจของเธอเช่นกัน”
“ป้อง้าจะบอกอะไรกับแม่” นางวรากุลถามย้ำ
“ปล่อยให้ผมและเธอได้ตัดสินใจเองสักครั้งนะครับคุณแม่”
“ก็ได้ ถ้ามันเป็ความ้าของป้อง แม่หวังว่าป้องจะมีมนุษยธรรมมากพอนะ” นางวรากุลบอกอย่างจำยอม บีบไหล่ลูกชายเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น
ศกุนตลาโผเข้ากอดมารดาและร้องไห้โฮออกมาอย่างอัดอั้น เธอทนทำตัวปกติเลี้ยงลูกที่บ้าน รอเวลาทั้งวันเพื่อให้ร้านปิดก่อนจะขออนุญาตนางวรากุลออกมาเจอมารดาที่ร้าน
หญิงสาวออกมาได้ไม่นานมากเพราะเด็กทั้งคู่ยังดื่มนมมารดาคู่กับขวดที่เธอปั๊มเอาไว้ นมแม่สำหรับลูกแฝดบางรายอาจจะไม่เพียงพอ แต่คีตาและนารายังดื่มนมไม่เยอะ อีกทั้งนางวรากุลยังหาสมุนไพรเรียกน้ำนมให้เธอไม่ขาด ทำให้เธอยังมีน้ำนมเพียงพอไม่ต้องเสริมนมผงใน่แรก
อาการสั่นสะท้านร้องไห้โฮของลูกสาวทำให้นางทิพย์สกุลใ นางคิดไปต่างๆ นานาว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับหลานทั้งคู่ แต่ก็กอดลูกไว้แน่นอย่างปลอบประโลม รอให้เธอร้องไห้ระบายความรู้สึกออกมาให้พอใจ เมื่อเห็นว่าเธอร้องไห้หนักกว่าเดิมนางก็ไม่สามารถทนรอ เอ่ยปากถามขึ้นก่อน
“เป็อะไรลูก... ตลา บอกแม่...” นางทิพย์สกุลถามลูกสาวเสียงสั่น เมื่อเห็นเธอยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เกรงว่าจะมีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้น เพราะนางไม่เคยเห็นลูกสาวร้องไห้สติแตกแบบนี้เลยสักครั้ง
“แม่ขา... ตลาขอโทษ ตลาขอโทษ”
“เป็อะไรตลา ค่อยๆ เล่าให้แม่ฟัง มาขอโทษแม่ทำไม”
“คือ... เขากลับมาแล้ว เขา... ฮึกๆ...”
หญิงสาวสะอื้นฮักกับอกของมารดา พลางเล่าเื่ที่ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอให้เธอแบบติดๆ ขัดๆ แต่คนฟังยังสามารถจับใจความได้
“ฮึกๆๆ เขาจะพรากลูกไปจากตลาทั้งสองคน เขาจะพาทั้งคู่ไปด้วย ฮึกๆ เขา...” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น แต่ก็ยังฟังไม่ได้ศัพท์เหมือนเดิม
คนเป็แม่ลูบเรือนผมลูกสาวอย่างปลอบโยน พยายามจะจับใจความในประโยคให้เข้าใจจนกระทั่งเธอเล่า
เมื่อฟังจบนางทิพย์สกุลก็ยิ้มให้ลูกสาวอย่างอ่อนโยน “แม่ก็นึกว่าเื่ร้ายแรงอะไรที่ไหน ในเมื่อเราเซ็นสัญญากับเขาไปแล้ว ถ้าหากมีทางเลือกอื่นให้เราเลือก เราก็ควรจะยินดีไม่ใช่หรือ อย่าให้เขามาว่าเอาได้ว่าเราเอาเปรียบเขา ไม่ดีหรือ... หากตลาได้อยู่กับลูกเพิ่มอีกตั้งสองปี ได้เห็นพัฒนาการของเขา ได้ป้อนนมพวกเขา” นางทิพย์สกุลบอกให้ลูกสาวได้คลายกังวล ทั้งที่ตัวนางเองก็หนักใจไม่น้อย
นางบอกอย่างปลอบโยน ขอเพียงให้ศกุนตลาสบายใจขึ้นก่อน หลังจากนั้นค่อยตัดสินใจและแก้ปัญหาทีหลัง
“แต่ตลาห่วงแม่ ห่วงร้าน ห่วงน้องๆ ที่นี่” หญิงสาวบอกเสียงแ่ กวาดสายตามองรอบๆ สะท้อนความรู้สึกเศร้าสร้อยผ่านดวงตา เธอกับแม่ผ่านความเ็ปจากร้านนี้มามากมาย ในวันที่เริ่มต้นแรกๆ พ่อก็เริ่มป่วย มีหนี้สินที่เพิ่มพูน ผ่านมา่ระยะเวลาหนึ่งเธอสามารถทำให้ร้านแห่งนี้ฟื้นตัวเข้ามาอยู่ในสภาพคล่อง แต่เพราะความจำเป็บางอย่างทำให้เธอต้องรับข้อเสนอบางอย่างเมื่อปีก่อน และเื่ราวก็บานปลายมาจนถึงตอนนี้
“สมบัติพวกนี้เป็ของนอกกายตลา เราหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตลาไม่สามารถเรียกคืนเวลาที่จะได้อยู่กับคีตา นาราในวัยเยาว์ได้อีกนะลูก”
นิยายเสียง ตอนที่ 5 มาแล้วนะคะ
อ่านฉบับเต็มๆ แบบไม่ค้างคา
มีรูปเล่มนะคะ
อีบุ๊กจิ้มที่ลิงค์ได้เลยค่ะ
สำหรับนักอ่านที่ไม่มีเวลาอ่าน ฝากติดตามเสียงอ่านในช่องนิยายเสียงด้วยนะคะ
บันทึกเสียงจบเล่มแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการตัดต่อ กด Sub รอได้เลยค่ะ
ประเดิมเื่แรก คุณแม่ฝากรัก คุณพ่อรับฝากและเชตสลัดคานค่ะ
ช่อง BaanRarisa Story คลิกที่รูปภาพได้เลยค่ะ