เ้าเหมียวน้อยะโ พุ่งออกไปด้านนอกเพื่อ ดูลาดเลาไว้ก่อน พอขึ้นไป ก็ส่งเสียงไปบอก เฟยหลง แล้วตนเองก็ลุยไปก่อนเลย ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เข็มัปลิวว่อน เข้าใส่ คนของสำนักประสาทแก้ว ที่ยืนอยู่เต็มไปหมด แล้ว หัวหน้าเขตทั้ง 6 ก็ยังอยู่ครบ แต่แมวน้อยตัวเดียว ก็ทำให้ ทั้ง 6 ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
หุ่นยนต์ปืนกล ที่เฝ้าประจำสำนัก ก็ไล่ยิงจนกำแพงของสำนักพังไป แต่ไม่สามารถหยุดเหมียวน้อยได้ จนหัวหน้าเขต 1 ต้องสั่งหยุดการทำงานของมัน ก่อนที่สำนักจะพังราบไปกว่านี้
พอเฟยหลงขึ้นมา หัวหน้าเขตทั้ง 6 ก็ใ ถามหารองหัวหน้าสำนัก
เฟยหลงก็โยนหัวของจูเลี่ยงออกมา ทุกคนใยิ่งนัก ขณะที่ทุกคนจะรวมตัวกันเข้ารุม เฟยหลง แต่ว่าในสมองของทุกคน ก็ถูกวิชาสยบิญญาเอาไว้ ทำให้สายตาของทุกคนเหม่อลอย ไร้สติ ใช้อาวุธในมือ สู้กันเองจนตายกันไปพร้อมกันทั้งหกคน
“ ทำลายสำนักนี้อย่าให้เหลือซากอีก” เฟยหลงประกาศออกไป แต่ก็มีเสียงโกรธเคืองคำรามออกมา
“ เ้ากล้า?” เป็เ้าสำนักปราสาทแก้ว มีพลังจ้าวจักรวาลขั้นที่ 10 เดินถือปราสาทแก้วหลังเล็ก ๆ ในมือ
“ ใครทำอะไรไว้ ย่อมได้รับผลของการกระทำนั้นเสมอ ท่านคงเป็เ้าสำนักซินะ?”
“ ไอ้หนู แกบังอาจฆ่าคนของข้า แล้วยังกล้าสั่งสอนข้าอีกเรอะ?”
“ ไม่ได้สั่งสอน แต่ข้ากำลังด่าเ้า ไอ้คนชั่ว” หุ่นทั้งห้า บุกเข้าโจมตีพร้อมกันทีเดียวเลย ไม่ต้องพูดอะไรกันอีกเล้ว แต่ว่าเ้าสำนักปล่อยปราสาทแก้วในมือออกมา แล้วก็กลายเป็ลำแสง หกเจ็ดสาย พุ่งเข้าใส่ ร่างของทุก ๆ คน พร้อมกัน
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ทั้งหมดต้องถอยกระเด็นออกมา ดีที่ทุกคนมีเกราะป้องกันเอาไว้ จึงแค่ถูกแรงอัดกระเด็นเท่านั้น ทั้งหมดบุกเข้าโจมตีอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถบุกเข้าไปทำร้ายปราสาทแก้วได้เลย แถมยังโดนยิงซ้ำไปเรื่อยๆ เฟยหลงหาจุดอ่อน ของปราสาทแก้ว แต่ไม่เจอ แล้วยังถูก ฝ่ามือเกล็ดแก้ว ของเ้าสำนักกระแทกใส่ร่าง อีก ถึงแม้จะมีเกราะั แต่พลัง จ้าวจักรวาลขั้น 10 ก็ยังร้ายแรง
ทำให้กระเด็นไปไกล แล้วกระอักเืออกมา
“ เกราะของเ้าร้ายกาจกันนัก ลำแสงพิฆาต ฝ่ามือเกล็ดแก้วของข้า ยังสังหารเ้าไม่ได้เลย ขังพวกมันเอาไว้แล้วค่อยจัดการกับมันทีเหลัง” ปราสาทเกล็ดแก้ว ขยายตัวใหญ่ขึ้น แล้วปล่อยแสงออกมา ดูดร่างของทั้งหมดเข้าไปอยู่ด้านในปราสาทแก้วจนหมด ยกเว้น พวกของว่านอี้ ยังหลบอยู่ชั้นใต้ดิน เฟยหลงยังไม่ให้ขึ้นมา
“ ที่นี่ที่ไหนกันเนี่ย” อาเซียงเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น ไม่มีแววหวาดกลัวเลย
“ คงเป็สถานที่มิติกักขัง ในปราสาทแก้วแน่ๆ”
“ อาจารย์ตื่นหรือยัง ออกมาช่วยข้าหน่อย” เฟยหลงปลุก ศิลานักปราชญ์ ซึ่งจำศีลอยู่ เลยตื่นขึ้นแล้วพุ่งตัวออกมา
“ ที่นี่ที่ไหนกันเนี่ย”
อาเซียงเห็นศิลานักปราชญ์ก็ตาโตเป็ไก่ห่าน ศิลานักปราชญ์ก็มองอาเซียงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ทันพูดอะไรออกมา เพราะอาเซียงได้ส่งคำพูดบางคำออกมา ทำให้ ศิลานักปราชญ์เลยไม่พูดต่ออีก เหมือนทั้งสองจะรู้จักกันมาก่อน
“ อาจารย์เราจะออกไปจากที่นี่อย่างไรดี?”
“ ก็แค่มิติแก้วผลึกกักขังธรรมดา เ้าก็หลอมให้มันกลายเป็ผลึกแก้วเช่นเดิม ต่อไปเ้าสามารถนำวัตถุดิบชิ้นนี้ไปสร้างหุ่นยนต์ มันจะช่วยทำให้ล่องหน หรือ ปล่อยแสงทำลายออกมาได้”
“ ง่ายขนาดนั้นเลย?”
“ ใช่แล้ว”
เฟยหลงปล่อยเปลวไฟสีน้ำเงินออกมาจากเส้นปราณสีฟ้า บรรยากาศรอบๆ ก็ค่อยๆสลายหายไป รอบๆ ก็เหมือนจะถูกละลายปราสาทเกล็ดแก้ว ที่ถูกสร้างมาโดยเทพผู้สร้าง ตู้ฉางฟง ก็ถูกละลายกลายเป็ก้อนผลึกขนาดใหญ่ บรรยากาศภายนอก ก็กลับมาเป็ปกติ เ้าสำนักใยิ่ง ที่ปราสาทของเขากลายเป็ผลึกแก้วเช่นเดิมแบบนี้ จึงใช้พลัง เกล็ดแก้ว ลอยตัวเข้าโจมตีเฟยหลง ที่กำลังหลับตาหลอมละลาย ผลึกแก้วอยู่ หุ่นทั้งหมดเข้ามาขวางแต่ไม่สามารถกั้นขวางได้ ถูกกระแทกกระเด็นไปจนหมด
อาเซียง ยกแหวนสั่งฟ้าออกมา แล้วชี้ไปที่เ้าสำนัก ปราสาทแก้ว แต่มันกลับไม่สนใจ เพราะตัวเองมีพลังจ้าวจักรวาลปกป้องอยู่ไม่คิดว่า เด็กน้อยจะยิงเข็มสังหารผ่านมาได้ แต่ว่า เข็มสังหารที่ยิงออกไป กลับพุ่งผ่าน พลังจ้าวจักรวาลเข้าไปทะลุหน้าผากของ เ้าสำนักมันทำตาโตใ แต่ว่าช้าไปแล้ว ร่างมันหยุดชะงัก เฟยหลงลืมตาขึ้นพอดี ก็ปล่อยเปลวไฟสีน้ำเงินใส่เข้าไปในร่าง เ้าสำนักถูกไฟเผาร่างจนมอดไหม้ไปอย่างรวดเร็ว เฟยหลง ถึงกับเป่าปากออกมา โดยที่ไม่รู้ว่า เ้าสำนักปราสาทแก้ว ตายไปก่อนที่จะถูกตัวเฟยหลงเสียอีก
ทั้งหมดออกมารวมตัวกันอีกครั้ง แล้วบอกว่า คงต้องเตรียมตัวบุกวังหลวง เพื่อช่วย ต้วนฉุน ออกมา
“ ว่านอี้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ต้วนฉุนถูกจับไว้ที่ใด วังหลวงออกใหญ่โต”
ทั้งหมด มานั่งกินอาหารในร้าน ที่ไม่ห่างจากกำแพงวังหลวง นัก
“ ข้าไม่รู้เลย พวกเราก็ไม่เคยมีใครเข้าไปเสียด้วยซิ”
“ พวกท่านทั้งหมดนี่เป็ใครกันแน่ ดูเหมือนไม่ใช่ศิษย์สำนักปราสาทแก้ว ข้าไม่เห็นพวกท่านเสียใจกับสำนักปราสาทแก้วที่ถูกทำลายลงไปเลย”
“ ข้าเป็องครักษ์ มาคอยพิทักษ์ รัชทายาทต้วนฉุน หลังจากที่ จักรพรรดิและพระมเหสี ถูกลอบปลงพระชนม์ รัชทายาท ข้าพารัชทายาทหนีมาที่ทวีปกลาง มาอาศัยกับ หัวหน้าเขต 8 ท่านเคยเป็อดีตองครักษ์ของพระมหสีมาก่อน แต่คาดไม่ถึงท่านต้องมาเสียชีวิตไปเสียแล้ว”
“ มีคนรู้ได้ยังไง ว่ารัชทายาท หลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่”
“ฉีต้านหัวหน้าเขตเจ็ด มันรู้จัก รัชทายาทต้วนฉุน มันเคยมาที่ เขต8 ของเรา พอมีประกาศมาจากฮองเฮาแดนเหนือ มันเห็นก็รู้ได้ทันที มันจึงบอกให้ พวกสำนักอินทรี จัดการกับหัวหน้าเขต 8 สุดท้ายท่านก็มาพบพวกเรานี่แหละ”
“ รัชทายาท คงถูกจักรพรรดิทวีปกลางจับเอาไว้ เพื่อส่งมอบให้กับ จักรพรรดิทวีปเหนือ เพื่อบรรลุจุดประสงค์บางอย่าง แต่ว่า หากพวกเรากลับเข้าวังไปคงถูกพวกเขาฆ่าทิ้งแน่”
“ ทำไมล่ะ หรือว่าจักรพรรดิกับฮองเฮา เป็คนลอบปลงพระชนม์ จักรพรรดิองค์ก่อน?”
“ น่าจะเป็เช่นนั้น”
“ อ้าว แล้วจะไปที่ทวีปเหนือทำไมอีกล่ะ” อาเซียงอดไม่ได้เลยถามขึ้นมาบ้าง
“ พวกเราจะไป เทือกเขาอัสนี มันอยู่ระหว่างรอยต่อทวีปเหนือ และ ทวีปใต้ ท่านหัวหน้าเขต 8 ท่านแนะนำให้พวกเรา ไปหลบที่สำนักหุบเขาสายฟ้า ให้ไปขอพึ่งอาจารย์ ของหัวหน้าเขต 8 ที่นั่น อำนาจของจักรพรรดิทั้งสองครอบคลุมไปไม่ถึง”
“ ทำไม่ถึงเป็เช่นนั้น?” อาเซียงสงสัย
“ เพราะเทือกเขาอัสนี มีพายุสายฟ้า วิ่งไปรอบๆ เทือกเขาตลอดเวลา ถ้าไม่ใช่เ้าถิ่น ไม่มีทางเข้าไปได้ ท่านหัวหน้าเขต 8 ก่อนตายได้มอบแผนที่ทางเข้าให้พวกเราเอาไว้” ว่านอี้เอ่ยตามตรง
“ เอาล่ะ เื่นี้รอให้ช่วยรัชทายาทต้วนฉุน มาได้ก่อน เหมียวน้อย เ้าจำกลิ่นต้วนฉุนได้ใช่ไหม ไปสืบดู ว่าอยู่ที่ใดแล้วมาบอกข้า”
ทุกคนนั่งรอกันที่ร้านอาหาร เหมียวน้อยไปไม่นาน กับกลับมารายงาน
“ ต้วนฉุน อยู่ตำหนักชั้นใน มีทหารสังเกตการณ์ อยู่หนาแน่น มีหุ่นโดรนบินรอบๆ ทุก 15 นาที และมีหุ่นสุนัขเฝ้าอยู่ 4 ตัว มีหุ่นสังหารเฝ้าอยู่ 8 ตัว หากจะช่วยมีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายที่สุด คือเผาวังหลวงให้ราบ แล้วอาศัย่ชุลมุน ข้ากับนายท่านไปช่วยเขา ก็น่าจะสำเร็จ” เหมียวน้อยแนะนำ อาเซียงเอามือมาจับหัวเหมี่ยวน้อย ลูบไปมา แล้วเอ่ยว่า
“ นี่เ้าเหมียวน้อย เ้าเป็หุ่นจริงป่ะเนี่ย”
“ ข้าคือ เหมียวน้อยยอดหุ่นสังหาร” เหมียวน้อยกอดอกแล้วพุ่งขึ้นไปยืนบนไหล่ของเฟยหลง กอดอกไม่สนใจใคร
“ ก็ได้ ข้าจะเชื่อเ้า ข้าจะให้หุ่นอัคคี กับ หุ่นวายุ ช่วยกันเผา วังรอบๆ แล้วข้าสองคนกับ เหมียวน้อย จะไปช่วย ต้วนฉุนมาเอง พวกเ้ารอ ข้าอยู่ที่พักแห่งนี้”
“ ข้าไปด้วย” อาเซียงยกมือทันที
“ เ้าจะไปเกะกะ ข้าทำไม?”
“ ข้าไม่เกะกะ ข้ามีแหวนฟ้าสังหาร ไม่มีใครรอดจากเข็มบินของข้าได้ ฮ่า ฮ่า”
“ อยู่นี่แหละ พวกเราไม่ได้ไปรบกับใคร แค่จะไปช่วยคนเท่านั้น”
เฟยหลงพูดจบ ก็เคลื่อนไหว ออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้อาเซียง ทำหน้าไม่พอใจอยู่อย่างนั้น
พี่น้องทั้งสี่ไม่กล้าสบตา รีบเดินกลับไปรอฟังข่าวดีที่ห้อง
“ อย่างเ้าหรือจะห้ามข้าได้ เมฆน้อยลงมาเดี๋ยวนี้” มีเมฆสีขาวพุ่งมาจากฟากฟ้า แล้วมารับ อาเซียงไปที่วังหลวงอย่างรวดเร็ว
ส่วนหนึ่งคนกับหนึ่งแมวะโข้ามกำแพงวังหลวงเข้าไปโดยไม่มีใครเห็น พอถึงตำหนักที่ ต้วนฉุนถูกคุมขังอยู่ ก็เห็นไฟเริ่มใหม่หลายจุด ทั่ววังหลวง แสดงว่า หุ่นอัคคี กับ เ้าหุ่นวายุ จัดการเรียบร้อย แต่ทหารที่เฝ้า อยู่ที่นี่กลับไม่ไปช่วยดับไฟ
“ เหมียวน้อย เ้าไปจัดการหมาหุ่นยนต์ ที่เฝ้าทั้งสี่ตัวเอาไว้ ข้าจะจัดการทหารพวกนี้เอง ข้าไม่เห็น หุ่นยนต์สังหารทั้งสิบเลย พวกมันหายไปไหนกัน?”
“ ข้าเองก็ไม่รู้”
“ไปจัดการพวกนี้ก่อน”
เฟยหลงเอ่ยจบ ก็ะโลงไปยืนต่อหน้าทั้งสิบคน ทุกคนมองหน้าเฟยหลง กำลังจะอ้าปากสั่งการ แต่สายตาก็พลันเป็คนไร้สติ ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ถูกสยบจิตเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ พวกเ้าเฝ้ารออยู่ที่นี่ ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เข้าใจไหม”
“ เข้าใจขอรับ” ทหารทั้ง สิบคน เอ่ยออกมาช้าๆ พร้อมกัน
แล้วจากนั้นเฟยหลงก็เข้าไปพบ ต้วนฉุน เดินไปมาอยู่ ด้วยความสับสน พอเห็นเฟยหลงมาก็ดีใจ วิ่งเข้ามาหาทันที
“ พี่เฟยหลง ท่านไม่เป็อะไรนะ”
“ ไม่เป็อะไร ไปกันเถอะ” เฟยหลงจับเอวต้วนฉุน ลอยไปบนฟ้า แล้วกำลังจะเรียกเรือเหาะออกมา แต่ไม่ทันเรียก ก็มีเสียงลมแหวกอากาศเข้ามาอย่างไว้ เหมียวน้อยเขวี้ยงเข็มัใส่ แต่ว่า ยอดยุทธ์ผู้นี้มีพลังจ้าวจักรวาลขั้นที่ 10 ป้องกันเอาไว้ กระแทกเข็มบินกระเด็นไป แต่กระบี่ของ เหมียวน้อยก็แทงเข้าใส่
ยอดยุทธ์ผู้นี้กับไม่ใส่ใจใช้แส้ปัดกระบี่ จนเหมียวน้อยต้องกระเด็นออกไป
“ บังอาจคิด่ชิงคนในวังหลวงเชียวรึ ข้า ฉางกงกงจะต้องสั่งสอนพวกเ้าเอง”
พูดจบฝ่ามือก็เข้าปะทะกับ หน้าอกของเฟยหลงแล้ว เปรี้ยง !! เฟยหลงกระเด็นไปกองกับพื้น ถึงกับกระอักเืออกมา โชคดีที่ใส่เสื้อเกราะ ไม่งั้นได้หักกลางแน่ ฝ่ามือร้ายกาจจริงๆ ฉางกงกง
“ โดนฝ่ามือปราบมารของข้าไป ยังรอดมาได้ เฮอะ ที่แท้ก็ใส่เสื้อเกราะ หุ่นสังหารออกมา สังหารมันซะ” หุ่นสังหาร 10 ตัว ปรากฏร่างขึ้น เป็หุ่นที่มีปืนเลเซอร์ ทั้งหมด เริ่มยิงใส่เฟยหลงทันที ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แต่ว่ามีหุ่นออกมาอีกสามตัวปล่อยพลังเสื้อเกราะัต้านทานเอาไว้ หุ่นวารี ปล่อยไอเย็นเยือกแข็งออกไป
หุ่นทั้งสิบ กลายเป็น้ำแข็งพร้อมกันทั้งหมด ขันทีฉางกงกง วาร์ปหายไปมายืนด้านหลังเฟยหลง แล้วกำลังฟาดเฟยหลงด้วยแส้ แต่เหมียวน้อยระวังหลังไว้แล้วแทงสวนเข้าไปทะลุอกทันที ฉึก ! แส้ยังพุ่งมารัดคอเฟยหลงเอาไว้
“แกคิดหรือว่ากระบี่เ้าแมวเหมียวจะทำอะไรข้าได้”
เหมียวน้อยพยายามดึงกระบี่เท่าไร ก็ไม่ออก เฟยหลงหันมาพร้อมกับทวน 7 พิฆาตในมือ แทงสวนเข้าที่ลำคอของขันที ฉางกงกง อย่างรวดเร็ว แต่มันเห็นแสงแวววับก็ปล่อยแส้ทิ้ง แล้วก็ะโถอยออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าทวนยังพุ่งตามไม่หยุด เพราะทวนนั้นสามารถยืดยาวได้ ฉึก ! ไม่ถูกลำคอ แต่ถูกหน้าอกเข้าไปเล็กน้อย ฉางกงกง ถอยหลังออกไป แล้วดึงกระบี่ ของเหมียวน้อยออกมา
มีน้ำสีขาวไหลพุ่งระฉูดออกมา ฉางกงกง กดไปที่หน้าอกน้ำสีขาวก็หยุดไหลทันที
แต่ว่าน่าแปลกทำไมเืกงกงมันเป็สีขาวก็ไม่รู้
“พวกแกได้ตาย อย่างอนาถแน่” ฉางกงกงกางมือออกทั้งสองข้าง และแล้วแขนของกงกง ก็เพิ่มขึ้นอีกสี่ข้าง คล้ายปลาหมึกั์แต่ว่าเป็โลหะ มันเลื้อยพุ่งเข้าโจมตี เฟยหลง แต่ว่าเฟยหลงกลับใช้ทวนเปลี่ยนเป็ปืนกลยิงสวนเข้าไป เปรี้ยงๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ถูกใบหน้าและลำตัวขันทีฉางกงกง แต่ว่าิัมันลอกออกมาเป็แผ่นๆ เผยให้เห็นด้านในมันเป็หุ่นยนต์ทั้งหมด
“ บ้าไปแล้ว นี่แกเป็หุ่นยนต์แบบไหมกันวะเนี่ย”
“ ข้าคืุ์ที่ผ่าเปลี่ยนเป็ไซบอร์ก เพราะร่างของข้ามันเสื่อมไปหมดแล้ว เหลือแต่สมองกับหัวใจที่ยังใช้งานได้เท่านั้น คราวนี้แกไม่รอดแน่ ตายไปซะ”
ฉางกงกง เคลื่อนไหวเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่า มือที่กลายเป็กรงเล็บพุ่งเข้าเสียบหัวใจของ เฟยหลง แต่ว่าไม่ทั้นได้เสียบ เจอพลังสายฟ้าของหุ่นอัสนีเข้าไปเสียก่อน เปรี้ยง ! เปรี้ยง ! เปรี้ยง ! ฉางกงกง ถูกไฟช็อต ถึงกับกระตุกไปสักพักแต่ไม่นาน ร่างกายก็เริ่มปรับสภาพได้ เพราะติดตั้งตัวป้องการฟ้าผ่าเอาไว้ มันลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คราวนี้ กลิ่มเหม็นไหม้ไปทั้งตัว มันเดินเข้ามาหาหุ่นอัสนี แล้วกระแทกฝ่ามือใส่เปรี้ยง ! หุ่นอัสนีกระเด็นไป
เฟยหลงพุ่งหอกเสียบเข้ากลางอกของมันทันที สวบ !! ทวนพิฆาตแทงทะลุอก มันยังเดินเข้ามาต่อในขณะที่ทวนยังทะลุอกของมัน สุดท้ายมันก็เอื้อมมือขวามันจับคอ ของเฟยหลงเอาไว้ แต่ไม่ทันจะบีบ เหมียวน้อยก็ตัดแขนเหล็กกล้าของมันขาดสะบั้น ฉางกงกง ใช้มือที่ยังเหลือกระแทกร่างของเหมียวน้อยกระเด็นไปไกล จากนั้นใช้มือซ้ายจับลำคอของเฟยหลงต่อ อาเซียงแอบมองอยู่บนก้อมเมฆ่บนฟ้าเห็นเช่นนั้น ก็ยิงเข็มออกจากแหวน แล้วใส่พลังแปลกๆเข้ามาในเข็มด้วย เข็มพุ่งเข้าเจาะกะโหลกกลางตัดเส้นประสาทกับ เครื่องจักรร่างของขันทีฉางกงกง แน่นิ่งไป เฟยหลงปล่อยพลังเปลวไฟสีน้ำเงินออกมา เผาผลาญร่างของขันทีจนกลายเป็เถ้าถ่านไป
“ ตายยากตายเย็นเหลือเกินนะ เ้าขันทีเฒ่า”
ต้วนฉุนวิ่งเข้ามาประคองเฟยหลงที่เหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจ เกือบถูกบีบคอหอยแตกไปแล้ว เพิ่งเคยเจอไซบอร์ก มีพลังยอดยุทธ์ระดับนี้
หุ่นยนต์ทั้งหมดเป็ปกติดี ทั้งหมด
“ ไปกันได้แล้วพวกเรา” เฟยหลงจับเอว ต้วนฉุนแล้วะโออกจากกำแพงวังออกไป ทิ้งซากความเสียหายไว้เื้ั ไม่สนใจอีกเลย
พอถึงที่พัก อาเซียงก็ออกมารับหน้าก่อนทันที
“ ข้าว่าแล้ว พี่เฟยหลงต้องช่วย ต้วนฉุนออกมาได้อยู่แล้ว”
“ ขอบคุณพี่เฟยหลงจริงๆ” ต้วนฉุนโค้งคำนับขอบคุณ
“ ไม่ต้องขอบคุณหรอก พี่เฟยหลง ไม่ค่อยชอบพิธีการ คนกันเองทั้งนั้น” อาเซียงตอบแทน
“ รัชทายาท ท่านกลับมาแล้ว”
“ เอาละ พวกเรารีบออกจากเมืองแล้วเดินทางกันต่อเถอะ หากพวกเขาปิดประตูเมือง จะเสียเวลาไปกันอีก”
“ ขอรับ”
“ รัชทายาท ท่านไปต่อไหวไหมเพคะ?” ศิษย์น้องคนที่สี่เอ่ยถาม
“ ไหว เราต้องไหวอยู่แล้ว” ต้วนฉุนหายใจเข้าแล้วลุกขึ้นยืน พร้อมออกเดินทาง
ตอนออกจากประตูเมือง ทหารต่างก็ไม่ได้สนใจอะไร กลุ่มของเฟยหลงมากนัก เพราะคนเข้าออก กันมากมายอยู่แล้วในแต่ละวัน พอออกจากเมือง ว่านอี้ ก็นำเรือเหาะลำใหญ่ออกมา ทั้งหมดรีบขึ้นไป แล้วบินออกไปจากเมืองหลวงทวีปกลางมุ่งสู่เทือกเขาอัสนีในทันที ......