ตะวันวาดเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นวันถัดมา.. เธอยังคงคิดไม่ตกเรื่องคอนโดที่พัทยา.. ใจจริงเธออยากจะปรึกษาภูจินดา แต่เธอรู้ว่าพี่สาวต้องเสนอจ่ายเงินให้เธอก่อนแน่นอน และตะวันวาดไม่ต้องการให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น
ถ้าหากจะกู้เงินจากธนาคาร เธอก็ไม่มีหลักค้ำประกันใด ๆ ที่จะมีมูลค่าสูงพอที่จะทำให้เธอได้เงินก้อนหลัก 5 ล้าน..
ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา.. ตะวันวาดเปิดโทรศัพท์มือถือของตัวเองเช็คข้อมูลบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกมีความหวังมากขึ้น..
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที หญิงสาวก็รีบโทรหาภูจินดาต่อทันที..
ร้านคาเฟ่ใจกลางเมือง ห่างจากบ้านอัศวะนัยไม่ไกลนัก..
“2 ล้าน? ” ภูจินดาเบิกตาโตเมื่อได้ยินตัวเลขที่ตะวันวาดบอกเธอ หญิงสาวตรงหน้าโทรมาหาเธออย่างร้อนรน ก่อนจะบอกเธอว่าตัวเองมีความจำเป็นบางอย่างที่ต้องใช้เงินสด อยากรบกวนเบิกเงินเดือนล่วงหน้า
ตะวันวาดพยักหน้าตอบ
อีก 3 ล้านเธอจะกู้ธนาคาร… ตะวันวาดนึกถึงข้อมูลที่เธอพบว่ามีบางธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลโดยที่ไม่ต้องมีสินทรัพย์ค้ำประกัน.. ถึงตอนนั้นเธอคงต้องลองเสี่ยงดูว่าตัวเองจะสามารถขอกู้ได้มากแค่ไหน
“เงินตั้งสองล้าน ตะวันจะเอาไปทำอะไร” ภูจินดาถาม.. เรียกให้ตะวันวาดกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
ตัวเลขสองล้านจริง ๆ นั้นไม่ได้มากมายนัก ทว่าเมื่อได้ยินจากหญิงสาวที่แสนมัธยัสถ์ตรงหน้าทำให้ภูจินดาอดประหลาดใจไม่ได้
ตะวันวาดทำหน้าลำบากใจ เธอรู้ว่าภูจินดาต้องจี้ถามเธอแน่นอน
“พี่จินอย่าถามตะวันเลยนะ.. ถือว่าตะวันขอร้อง.. พี่จินไม่ต้องห่วง ตะวันจะอยู่ทำงาน ใช้เงินคืนพี่ครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอน”
แป๊ะ!
พูดจบประโยคภูจินดาก็ใช้นิ้วดีดเข้าที่หน้าผากของตะวันวาดทันที
“โอ๊ย!” หญิงสาวร้องเสียงหลงยกมือลูบหน้าผากตัวเองป้อย ๆ
“ฉันรู้ว่าเธอคืนแน่ รู้จักกันมานานขนาดนี้ แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมถึงบอกฉันไม่ได้? ” เสียงเล็กยังคงคาดคั้น ภูจินดาหรี่ตามองตะวันวาดอย่างเอาเรื่อง
“เพราะตะวันไม่อยากรบกวนพี่ไปมากกว่านี้...”
แป๊ะ!
ภูจินดาดีดหน้าผากอีกฝ่ายอีกครั้ง คราวนี้ตะวันวาดไม่ร้อง แต่ทำหน้าเหยเก
“อย่ามาปัญญาอ่อน” คนเป็นพี่สาวเหวใส่ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น
“ไม่รู้ล่ะ.. ถ้าเธอไม่บอกฉันก็ไม่รับปากว่าจะช่วย”
คราวนี้กลายเป็นตะวันวาดที่อ้าปากค้าง..
“พี่จินนน.. ~” เสียงหวานร้องเรียกชื่อโหยหวน
นัยน์ตากลมปิดลงเล็กน้อยส่ายหน้ากับตัวเอง.. ทำไมเธอถึงคิดว่าเธอจะสามารถปิดปังภูจินดาได้นะ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องไม่ยอมอย่างแน่นอน..
“จะบอกหรือไม่บอก!? ”
ตะวันวาดทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่สุดท้ายก็ยอมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ภูจินดาฟังอยู่ดี.. หลังจากฟังเรื่องราวจบ ภูจินดาก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง..
“อ้ออออ.. มิน่าล่ะ..”
“...”
“มิน่าล่ะ..”
“...” ตะวันวาดมองอีกฝ่ายด้วยเครื่องหมายคำถามบนใบหน้า ขณะที่ภูจินดาเอาแต่พูดซ้ำไปซ้ำมา พยักหน้าหงึกหงักกับตัวเอง
“มิน่า....” หล่อนพูดคำเดิมซ้ำอีกครั้ง
“มิน่า.. อะไรเหรอพี่จิน? ”
ภูจินดาตวัดใบหน้าขวับมองตะวันวาด
“มิน่าพี่ธันดูเอ็นดูตะวันขนาดนั้น.. เพราะรู้จักกันตั้งแต่เด็กนี่เอง” ประโยคบอกเล่าจากภูจินดาทำให้ตะวันวาดอึ้งไปเล็กน้อย.. คนตัวเล็กหัวเราะแห้ง
“พี่จินมั่วแล้ว.. จริง ๆ เค้าแค่ไม่ได้ไล่ตะวันออกจากบ้าน ไม่ได้รู้จักอะไรขนาดนั้นสักหน่อย”
ภูจินดาหรี่ตามองน้องสาว
“ตะวัน.. ตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่ว่าจะเลขคณิตฯ วิทย์ อังกฤษ วิชาการอะไรสมองฉันก็ไม่สู้ทั้งนั้น.. แต่ถ้าเป็นเรื่องคนละก็.. แค่กะพริบตาฉันก็เดาได้แล้ว” เธอกล่าว
ตะวันวาดสูดลมหายใจเข้าลึก.. เลี่ยงหลบสายตาอีกฝ่าย
“ถ้าเค้าเอ็นดูตะวันจริง.. คอนโดคงไม่ถูกขายหรอกค่ะ” หญิงสาวเอ่ย
ภูจินดาเม้มริมฝีปากครุ่นคิด..
“เอาเถอะ.. เอาเป็นว่าฉันตกลงจะช่วย!”
ตะวันวาดหันกลับไปสบตากับภูจินดา รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้า สองสาวยิ้มให้กันก่อนภูจินดาจะยกมือไปขยี้ผมสาวน้อยตรงหน้าเธอ..
เช้าวันต่อมา.. คอนโดตรีธารา
อันธกานต์ตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนกว้างไซส์คิงของเขา ชายหนุ่มกวาดมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือ เขาเช็คข้อความและอีเมลอย่างเคยชิน ข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมา คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน.. ชื่อผู้ส่ง ‘Elsa (เอลซ่า) ’ อันธกานต์อ่านข้อความที่เพิ่งได้รับ เขาจ้องมันอยู่หลายนาทีก่อนจะพิมพ์ตอบสั้น ๆ
‘When will you be in Bangkok?’ (จะถึงกรุงเทพฯ เมื่อไหร่?)
ร่างสูงถอนหายใจ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง เขาอ่านอีกข้อความหนึ่งค้างอยู่.. ข้อความนั้นมาจากสินธพ เมื่ออ่านจบเขาก็กดโทรศัพท์หาสินธพทันที
“สวัสดีครับคุณหนู” ปลายสายตอบรับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“ลุงครับ วันศุกร์นี้ผมจะพาวาเลนไทน์กลับคอนโดนะครับ”
“ได้ครับ.. ยายหนูดูอาการดีขึ้นเยอะ น่าจะไม่มีปัญหา.. เอ้อ.. แล้วก็คุณหนูเห็นข้อความแล้วใช่ไหมครับ”
“ครับ..”
“แกจะซื้อคอนโดต่อด้วยเงินสดเลย.. แบบนี้ลุงว่าก็ดีนะครับ เพราะไหน ๆ คุณหนูก็จะขาย ส่วนพ่อแม่ตะวันก็จะได้อยู่ต่อ.. ลุงก็เลยว่าจะทำเอก.. สาร..”
“ไม่ขายครับ”
“อะ.. อะไรนะครับ”
“ไม่ขายครับ”
“...” สินธพเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอย่างงุนงง
“คุณหนูจะไม่ขายคอนโดแล้วเหรอครับ”
“เปล่าครับ... ผมไม่ขายให้ตะวันวาด รบกวนลุงจัดการประกาศขายเหมือนเดิมนะครับ”
“แต่หนูตะวันแกบอกว่า...”
“รบกวนลุงจัดการอย่างที่ผมบอกนะครับ” อันธกานต์พูดสวนขึ้น โดยไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยบอก
“...” สินธพยังไม่ทันได้กล่าวอะไรต่อ อันธกานต์ก็วางสายไป
บ้านสินธพ..
คนเป็นลุงยกโทรศัพท์มือถือรุ่นโบราณออกจากหูตัวเอง เขามองโทรศัพท์อย่างงุนงง พลางยกมือเกาศีรษะ นิ่วใบหน้าจนคนเป็นภรรยาที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลนักต้องถามขึ้น
“เป็นอะไรน่ะ ทำหน้าอย่างกับโดนใครโกงเงิน” อัญญาเอ่ยขึ้น หัวเราะขำ ๆ
สินธพส่ายหน้าไปมา
“หลานเธอน่ะสิ.. ฉันงงจริง ๆ บางครั้งก็ไม่เข้าใจการตัดสินใจของเขาเลย” เสียงทุ้มแหบบ่นพลางเดินไปหาภรรยา
อัญญาเลิกคิ้ว มองสามีของเธอ
“เกิดอะไรขึ้น? ”
สินธพสบตากับภรรยาปั้นสีหน้ายาก.. เขาชั่งใจว่าควรจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อัญญาฟังหรือไม่..
คอนโดตรีธารา
อันธกานต์วางสายจากสินธพไปสักพักแล้ว.. ร่างสูงเดินเข้าห้องอาบน้ำไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์..
ชายหนุ่มใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำพักใหญ่ ปกติเขาไม่ค่อยใช้เวลาในห้องอาบน้ำ ทว่าวันนี้กลับปล่อยให้ตัวเองแช่น้ำร้อนในอ่างจากุซซี่จนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง
อันธกานต์เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม.. ขณะที่เดินออกจากห้องนอนไปยังห้องแต่งตัว ขายาวหยุดชะงัก..
แวบแรกอันธกานต์คิดว่าเขาตาฝาดไปเอง แต่เมื่อจ้องมองให้ดี นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มก็เบิกโตขึ้น
“เธอเข้ามาได้ยังไง” เสียงทุ้มดุดัน ขณะที่เขาเดินฉับ ๆ ตรงไปยังแขกไม่ได้รับเชิญที่ปรากฏตัวขึ้น
ตะวันวาดสะดุ้งลุกขึ้นยืนจากโซฟา หันขวับไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่เธอนั่งรอมาเกือบครึ่งชั่วโมง
สภาพเปลือยท่อนบนของอันธกานต์ทำให้หญิงสาวสติหลุดเล็กน้อย นัยน์ตากลมกะพริบปริบ ๆ ตะวันวาดสบตากับอันธกานต์
“ฉันตั้งใจจะมาคุยกับคุณเรื่องคอนโดค่ะ”
“ฉันไม่ได้ถามว่าเธอมาทำไม ฉันถามว่าเธอเข้ามาได้ยังไง”
คอนโดตรีธารามีการรักษาความปลอดภัยแตกต่างกับหอพักโกโรโกโสของตะวันวาดมากนัก.. เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเดินดุ่ม ๆ เข้ามาและขึ้นมาถึงห้องพักของเขาได้
ตะวันวาดยังคงจ้องหน้าอีกฝ่าย
“ฉันใช้กุญแจของพี่บุหลัน และถามที่อยู่จากลุงสินธพค่ะ” เสียงหวานตอบอย่างมั่นคง
อันธกานต์สูดลมหายใจเข้าลึก.. ตวัดสายตาหันมองด้านข้างอย่างไม่สบอารมณ์
“ออกไป” เสียงทุ้มเอ่ยนิ่ง
หญิงสาวรู้สึกตะลึงงันเล็กน้อยที่โดนเขาไล่อย่างไม่ไยดีเช่นนั้น ทว่าตะวันวาดก็พยายามตั้งสติให้มั่นคง
“ลุงสินธพบอกว่าคุณไม่ต้องการขายคอนโดให้ฉัน เงินฉันก็จะหามาคืนให้ได้ครบเต็มจำนวน แถมยังมีสัญญาก่อนหน้านั้นอีก ฉันไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น”
อันธกานต์หันกลับมามองเธอ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเบิกโตขึ้น
“ฉันไม่ขายให้เธอ แค่เพราะไม่อยากขายให้เธอ”
ความดุดันที่ตะวันวาดไม่เคยสัมผัสทำให้เธอหัวใจเต้นแรงขึ้น..
ความจริงแล้วหลังจากที่ทบทวนความดื้อดึงของตัวเอง.. อันธกานต์เขาตัดสินใจที่จะไม่ขายคอนโดตั้งแต่คืนที่ทะเลาะกับตะวันวาด เพียงแค่ยังไม่ได้คิดว่าอยากจะทำอย่างไรต่อ แต่เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวจะซื้อคอนโดด้วยเงินสด ปฏิกิริยาต่อต้านภายในกลับเพิ่มตัวสูงขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ
อีกอย่างเขาออกจะชอบที่เธอตามตอแยเขาเช่นนี้..