บทที่ 2 : ข้าไม่ชื่นชอบการทรยศของครอบครัว...
เมื่อร่างิญญาของฟงได้สูญสลายไปแล้ว ตัวเขาก็รู้สึกราวกับว่ากำลังจมสู่่เวลาแห่งการนิทราอันแสนยาวนาน ความฝันที่ได้พบนั้นล้วนแต่เป็สิ่งที่มิเคยเกิดขึ้นจริงกับอดีตที่เขาได้พบเจอ ความฝันที่เขาเห็นนั้นคือ ตัวของเขาเป็เพียงแค่หนึ่งในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง อยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่นจวบจนเขาได้พบเจอกับสตรีนางหนึ่งแล้วแต่งงานอยู่กินด้วยกันจนแก่เฒ่า
ฟงนั้่นอยู่ในสถานะหลับไหลอย่างนี้มานานนับ 9 เดือน ซึ่งในตอนนี้เขากำลังหลับอยู่ในครรภ์ของสตรีนางหนึ่ง ณ บ้านไม้หลังเล็กสำหรับครอบครัวจนๆ เป็หมู่บ้านที่มีไม่ถึงครึ่งร้อยครัวเรือนเสียด้วยซ้ำ อยู่เขตนอกของเมือง
"อึก... หายใจไม่ออก... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
ความคิดของฟงดังขึ้นในสมองก่อนที่เขาจะพยายามขยับตัว แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างถนัดใจนัก มันเหมือนกับว่าร่างกายของเขากำลังชาไปหมดทั้งตัว บวกกับดวงตาของเขาที่ไม่อาจรู้สึกได้ว่าเปิดอยู่ ราวกับว่าดวงตาของเขาจะต้องปิดอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา
"โอ้ย... ชิน!~ ข้าปวดท้องเหลือเกิน!" เสียงของสตรีนางหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ได้ะโขึ้นมาขณะที่กำลังนั่งเย็บผ้าอยู่ที่โต๊ะตัวเล็กๆ ในบ้านหลังน้อย
และไม่นานนักก็มีบุรุษผู้หนึ่งหน้าตาดี แม้ว่าหน้าตาของเขาจะมีหนวดเคราไปบ้าง แต่ก็ดูมีราศีเหมือนผู้นำ ไม่เหมาะกับการเป็ชาวบ้านที่อาศัยในบ้านไม้หลังน้อยที่นี่เลย
"ข้ามาแล้วอาฮัว! ข้ามาแล้ว!" บุรุษที่ถูกเรียกเข้ามา รีบวิ่งมาดูภรรยาของเขาด้วยใบหน้าอย่างร้อนรนปนดีใจ
พอทั้งสองได้พบเจอเห็นหน้าซึ่งกันและกันแล้ว ก็หยุดพูดคุยเื่ไร้สาระให้มากความ ตัวของชินนั้นรีบวิ่งไปในห้องนอนเพื่อนำเงินเก็บของเขาออกมาห่อไว้ในถุงผ้า ก่อนจะรีบวิ่งกลับมาอุ้มภรรยาตนเองแล้ววิ่งออกนอกบ้านไปโดยมีจุดหมายอยู่ที่บ้านของแม่หมอประจำหมู่บ้าน
ทางด้านฟงนั้นมิรู้เลยว่าเขานั้นกำลังอยู่ในครรภ์ของมารดา เขารู้เพียงว่าสถานที่ๆ เขาอยู่ ณ ตอนนี้มันช่างอึดอัด กับหายใจได้ยากลำบากเท่านั้น ดังนั้นด้วยสัญชาตญาณของร่างกายที่เป็เด็กของเขา ได้ร้องเตือนให้เขานั้นพยายามดิ้นไปดิ้นมานั้นเอง และนั้นก็เป็สัญญาณบอกผู้เป็มารดาด้วยว่าเด็กนั้นโตพอพร้อมที่ออกมาเผชิญโลกภายนอกแล้วนั้นเอง...
หลังจากชินได้พาภรรยาของตนมาพบแม่หมอประจำหมู่บ้านแล้ว เขาก็ต้องทนยืนรออยู่ด้านนอกอย่างร้อนรน แต่ไม่นานนักแม่หมอประจำหมู่บ้านก็เดินออกมาพลางถอนหายใจ และพอชินผู้ที่กำลังจะเป็คุณพ่อมือใหม่ได้เห็นท่าทีของแม่หมอก็ทำให้เขาถึงกับทรุดขาลงกับพื้น ราวกับว่าข่าวร้ายดังโลกใบนี้กำลังแตกทลายกำลังจะถูกกล่าวให้เขาได้ฟังแล้ว
"เ้าเป็อะไรไป เ้าชิน?" แม่หมอประจำหมู่บ้านทำหน้าคิ้วขมวดแล้วกล่าวถามขึ้นหลังเห็นชินคุกเข่าลงไปกับพื้น
"ภะ... ภะ.. ภรรยากับละ.. ลูกข้า... เป็อย่างไรบ้างท่านหมอ?" ชินกล่าวถามออกมาอย่างหวาดกลัวในขณะที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น
"อา... ทั้งสองปลอดภัยดี แถมลูกของเ้าก็ดูสมบูรณ์แข็งแรงมิมีปัญหาอะไรนอกเสียจาก... เห้อ..." แม่หมอพูดมาถึงประโยคหลังก็ต้องหยุดก่อนจะถอนหายใจออกมา
"นอกเสียจากอะไรงั้นหรือท่านหมอ?" ชินกล่าวพลางรีบลุกขึ้นเดินมาหาแม่หมออย่างรวดเร็ว
"ลูกของเ้าไม่ส่งเสียงร้องเลยสักครั้งนะสิ ข้าทำคลอดเด็กมาก็เกือบครึ่งค่อนชีวิต ก็พบเจอเื่แบบนี้มาก็มาก เพราะงั้นลูกของเ้าอาจมีโอกาสสูงที่จะเป็ใบ้ไงละ" แม่หมอพูดพลางส่ายหัวไปมาราวกับมิมีความยินดีเลยแม้แต่น้อย ที่วันนี้เด็กที่นางทำคลอดออกมานั้นพิการไม่สมประกอบ
"อึก..." ชินได้แต่ทำหน้าตกตะลึงอย่างโง่งม ก่อนจะก้มหัวลงคำนับแม่หมอตรงหน้า
"ข้าขอเข้าไปพบหน้าภรรยากับลูกข้าได้หรือไม่ท่านหมอ?" ชินกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดทางใบหน้าของเขา
"เชิญ..." แม่หมอกล่าวอย่างไม่แยแสพร้อมผายมือไปด้านในบ้านของนาง
เมื่อชินเดินเข้ามาด้านในแล้ว ก็พบว่าภรรยาของตนนั้นกำลังนอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าอ่อนล้าซีดขาวราวกับคนกำลังจะตายก็ว่าได้ ถึงแม้จะเป็อย่างนั้น เธอก็ยังพยายามยิ้มออกมาอย่างยินดีพร้อมกับนอนประครองร่างของเด็กทารกน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังที่กำลังทำตาแป๋วมองเธออย่างไม่กระพริบ
"อาฮัว..." ชินเดินมานั่งข้างเตียงพร้อมกล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบๆ บวกกับใบหน้าทุกข์ใจ
"มิเป็ไรหรอกชิน... ข้าเข้าใจ" หลินฮัวนั้นกล่าวพร้อมกับส่ายหน้าไปมา
"ข้าขอโทษอาฮัว... หากข้าดูแลเ้ายามก่อนได้ดีกว่านี้ ลูกของเราคงไม่ต้องเป็อย่างนี้..." ชินกล่าวก่อนที่จะมีน้ำตาไหลอาบใบหน้าของตน เขานั้นไม่เคยคิดโทษ์หรือฟ้าดินเลยแม้แต่น้อย เขาคิดเพียงแค่โทษตนเองเท่านั้นที่ไม่มีกำลังพอในการดูแลภรรยาของตนให้ดีกว่านี้
"อย่ากล่าวอย่างงั้นเลยชิน... แค่ข้าได้อยู่กับเ้าพร้อมลูกในวันนี้มันก็ดีแค่ไหนแล้ว ใครอื่นอาจไม่รู้ว่าเ้ารักข้าเพียงไหน แต่ข้านั้นย่อมรู้อยู่แล้ว เพราะงั้นอย่าได้กล่าวโทษตนเองเลย" หลินฮัวกล่าวออกมาอย่างยิ้มแย้ม ก่อนจะขยับมือของเธอไปลูบใบหน้าของชินที่กำลังก้มหน้าร้องไห้อยู่
"ขอบคุณนะอาฮัว..." ชินกล่าวออกมาก่อนจะขยับมือขึ้นมากุมมือของภรรยาตนเอง
หลังจากนั้นชินก็ไม่ได้อยู่ชวนหลินฮัวพูดคุยอะไรต่อ เขา้าให้ภรรยาของเขาได้พักผ่อน และเขาเองก็ต้องออกจากที่แห่งนี้เพื่อไปทำงานต่อ ซึ่งงานของเขานั้นก็ไม่ได้ยากลำบากอะไรมากนั้น เขานั้นเป็พรานประจำหมู่บ้านที่คอยหาของป่า และสัตว์ป่าที่ล่าได้มาขายในหมู่บ้านตลอด
"ในวันนี้ข้าต้องพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อปากท้องของภรรยาและลูกข้า... ข้าต้องพยายามกว่านี้" ชินกล่าวในใจเพื่อเพิ่มกำลังใจตนเองก่อนจะออกจากบ้านตนหลังเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือเรียบร้อยแล้ว
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
เวลาได้ผ่านไปอีก 6 เดือนกว่า
ในเวลานี้ชินกับหลินฮัวพร้อมลูกน้อยก็ได้กลับมาอยู่ที่บ้านหลังน้อยของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าทารกน้อยลูกของทั้งสองคนนั้นก็คือฟงที่กลับชาติมาเกิดใหม่นั้นเอง
่สองถึงสามเดือนแรกนั้นฟงแทบจะอยากจะบ้าตายเอามากๆ ที่รู้ว่าตัวเขานั้นมาเกิดในโลกที่ไร้ซึ่งผู้ฝึกลมปราณเช่นนี้ ใช่แล้วโลกใบนี้นั้นไม่มีทั้งผู้ฝึกลมปราณ หรือแม้กระทั่งสัตว์อสูร ทั้งๆ ที่พลังในธรรมชาติที่เป็กระแสพลังฟ้าดินนั้นหนาแน่นกว่าภพชาติก่อนของเขาอยู่หลายเท่าตัว
แต่พอเข้าเดือนที่สี่นั้น ฟงก็ได้รับรู้ว่าเขานั้นได้มาอยู่ในยุคสมัยที่ห่างไกลจากภพชาติเดิมของเขาราวๆ 1,500 กว่าปี และเื่ของผู้ฝึกลมปราณ, สัตว์อสูร, เทพมาร, หรือเซียนนั้นก็เป็เพียงนิทานที่แม่ของเขาชอบมาเล่าให้ตัวเขาฟังก็เท่านั้น
ฟงนั้นค่อนข้างพอใจกับ่เวลา ณ ตอนนี้มาก ซึ่งไม่รู้ว่าความบังเอิญหรือลิขิต์ของผู้เป็พ่อกับแม่ของฟงกันแน่ ทั้งสองนั้นได้ตั้งชื่อให้เขาว่า "ฟง" เช่นเคยโดยให้เหตุผลว่าเขาเกิดใน่ฤดูใบไม้ผลิพอดี และอีกเื่บังเอิญก็คือทั้งชินกับหลินฮัวนั้น ต่างมีใบหน้าเช่นเดียวกันกับพ่อแม่ของฟงในภพชาติก่อนคล้ายกันอย่างกับแกะ...
"ข้าเบื่อเหลือเกิน... เบื่อ เบื่อ เบื่อ" ฟงในร่างเด็กน้อยอายุหกเดือนนั้นได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเปผ้าอย่างง่ายที่มารดาของตนทำขึ้น
ชีวิตของฟงในยามนี้นั้นสบายยิ่งกว่าหมูในเล้าสกปกเสียอีก วันๆ เขาแค่มีหน้าที่ดื่มนกจากเต้าของมารดา นอนในเปผ้า ฟังเื่เล่านิทานต่างๆ ของมารดา แล้วก็นอนหลับไป ซึ่งเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมาราวๆ หกเดือนเศษๆ ทำให้ฟงเบื่อเป็อย่างมากที่ตอนนี้ทำได้เพียงกิน นอน กิน นอน
โดยฟงนั้นหารู้ไม่ว่าเขานั้นได้กลายเป็เด็กทารกน้อยที่ว่านอนสอนง่ายในสายตาของ ชินกับหลินฮัวไปเสียแล้ว เพราะทุกคราวเวลาชินกลับมาบ้านนั้น เขามักจะหาเวลามานั่งคุยกับลูกของเขาอยู่เสมอ แล้วฟงก็มักตั้งใจฟังตลอดเวลาโดยไม่ทำท่าทีเบื่อหน่ายเลย และด้วยเหตุนี้ชินกับหลินฮัวนั้นจึงชอบมาพูดคุยกับฟงเสมอ
จวบจนเวลาได้ผ่านไป 3 ปีกว่า ซึ่งยามนี้ฟงนั้นสามารถเดินได้แล้ว และเขาก็กำลังจะกลายเป็พี่ชายแล้วด้วย เพราะตอนนี้มารดาของเขาหลินฮัวกำลังตั้งครรภ์นั้นเอง ฟงนั้นไม่เหมือนเด็กทั่วไปเลยแม้แต่น้อย เขาไม่มีความอยากหรือ้าออกไปเล่นนอกบ้านแม้แต่น้อย
ตลอดเวลาปีกว่าๆ หลังจากที่ฟงเดินได้คล่องนั้น เขาก็มักจะเดินติดตามแม่ของเขาแจ ราวกับลูกเป็ดก็ว่าได้ ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ฟงเป็อย่างนี้เพราะว่า ่หนึ่งปีที่ผ่านมานี้หลังจากเขาเดินได้ เขามักฝันร้ายเห็นเื่ราวของตัวเขาเมื่อก่อนอยู่บ่อยๆ ดังนั้นด้วยความกลัวที่เป็ผลมาจากฝันจึงทำให้เขาไม่อยากอยู่ห่างจากหลินฮัวเลยแม้แต่น้อย
"ลูกฟง... ลูกจะมีน้องแล้วนะ รู้สึกยังไงบ้าง?" หลินฮัวที่นั่งเย็บผ้านั้นได้ถามฟงที่นั่งอยู่ข้างๆ ขึ้น ซึ่งฟงก็กำลังเย็บผ้าเลียนแบบเธออยู่ ถึงแม้จะทำได้ช้ามากก็ตาม
"ไม่รู้... ข้าเฉยๆ" ฟงตอบออกมาสั้นๆ
เพียงแค่คำตอบสั้นๆ จากปากฟงนั้นก็เรียกรอยยิ้มให้กับมารดาของตนได้แล้ว เพราะฟงนั้นไม่ได้เป็เด็กที่ใบ้หรือพิการแต่กำเนิดเหมือนดั่งที่แม่หมอเคยพูดไว้เมื่อก่อน และทั้งชินกับหลินฮัวได้รู้ว่าฟงนั้นพูดได้ก็เป็เพราะใน่ก่อนหน้านั้นที่เขานอนฝันร้ายนั้นเอง เขาได้ละเมอร้องเรียกคำว่า "ท่านแม่" ออกมาแทบไม่หยุดทำให้ทั้งสองใเอามากๆ ที่ลูกชายของตนนั้นพูดได้ แต่ถึงอย่างนั้นฟงก็ไม่ค่อยพูดจากับคนนอกบ้านเลยแม้แต่น้อย เขามักจะทำเพียงพยักหน้าหรือส่ายหน้ารับคำพูดเท่านั้น
"ลูกควรจะดีใจบ้างน้า~ ลูกฟง" หลินฮัวกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะขยับมือไปลูบหัวของฟง
"อืม.." ฟงตอบออกมาด้วยเสียงในลำคอ แต่ในใจเขานั้นอยากตอบไปว่าแค่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับทั้งสองในทุกวันนี้เขาก็สุขใจมากอยู่แล้ว
เวลาได้ไหลเลยผ่านไปอีกหลายสัปดาห์จนตอนนี้หลินฮัวนั้นก็ได้เดินทางไปที่บ้านของแม่หมอประจำหมู่บ้านอีกครั้งเพื่อทำคลอดบุตรคนที่สองโดยมีชินกับฟงนั้นตามไปด้วย
ชินนั้นครั้งก่อนแสดงกิริยาอย่างไร ครั้งนี้เขาก็ยังทำตัวอยู่เช่นนั้น แต่ในครั้งนี้อาจจะไม่ได้เดินไป เดินมาอย่างสับสนวุ่นวายเหมือนครั้งก่อนเท่าไหร่นัก เพราะมีฟงนั้นยืนเกาะขากางเกงอยู่ตลอดเวลา... ใช่แล้วฟงนั้นยืนเกาะขากางเกงของชินอยู่ตลอดเวลาในยามอยู่นอกบ้าน และตัวของฟงเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันที่ร่างกายของเขาทำอย่างนั้น มันเหมือนกับว่าเป็สัญชาตญาณของเด็กที่กลัวโลกภายนอกจนต้องยึดเกาะร่างของผู้ใกล้ชิดตลอดเวลา
ซึ่งการแสดงออกของฟงนั้นทำให้ทุกคนในหมู่บ้านนั้นต่างเอ็นดูฟงมากๆ เพราะเขานั้นเหมือนดั่งเด็กน้อยขี้อาย แต่ก็ฉลาดหลักแหลมกว่าเด็กในรุ่นอายุเดียวกัน ในหมู่เด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฟงนั้น ไม่มีผู้ใดอ่านออกเขียนได้เหมือนฟงแล้ว และนั้นก็เป็เื่ที่น่าภาคภูมิใจของสองคนที่เป็บิดามารดามากๆ
ไม่นานนักเสียงของเด็กน้อยแรกเกิดก็ร้องดังลั่นออกมาจากภายในบ้านของแม่หมอ สักพักหนึ่งแม่หมอเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มอย่างยิน ก่อนจะมาแจ้งกับชินว่าลูกคนที่สองของเขานั้นแข็งแรง ปลอดภัยหายห่วงได้ และชินเองก็ไม่รอช้าที่จะขอตัวตรงดิ่งเข้าไปหาภรรยาทันทีพร้อมกับฟง
"หืม? ไอ้เ้าเด็กนี่หน้าคุ้นๆ แฮะ" ฟงที่เห็นเด็กทารกเพศชายในอ้อมกอดของหลินฮัว เขาก็ได้แสดงสีหน้าคิ้วขมวดขึ้น พร้อมกับเพ่งสายตามองไปที่ใบหน้าของเด็กทารกอย่างพินิจพิจารณาว่าหน้าของเด็กทารกเพศชายนั้นเหมือนใครกัน
"เป็อะไรไปฟง? ลูกอยากอุ้มน้องหรือ?" หลินฮัวที่เห็นสายตาของฟงก็ได้กล่าวถามขึ้นอย่างยิ้มๆ
"ป่าวครับ..." ฟงตอบออกมาพร้อมกับส่ายหัวไปมา พร้อมกับในใจโยนเื่หน้าตาของน้องชายคนใหม่ทิ้งไป
หลังจากนั้นก็พูดคุยกันอีกเล็กน้อย ก่อนที่ชินกับฟงนั้นจะกลับบ้านโดยปล่อยให้หลินฮัวกับบุตรคนใหม่ที่ถูกตั้งชื่อว่า "หลิ่ง" นั้นอยู่พักดูอาการที่บ้านแม่หมอหนึ่งคืน
"ท่านพ่อ... ข้ามีเื่อยากคุยกับท่าน" ฟงที่เดินเข้าบ้านตามหลังชินมาแล้ว เขาก็เปิดปากพูดขึ้นทันที เรียกความแปลกใจให้กับชินเอามากๆ ที่วันนี้ลูกชายของเขาเป็คนพูดขึ้นก่อนโดยไม่เหมือนปกติ
"มีอะไรหรือลูกฟง?" ชินถามก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะในบ้าน
"หากข้าไม่เหมือนผู้อื่น ท่านจะยังรักข้าเหมือนอย่างเดิมไหม?" ฟงที่เดินไปนั่งข้างๆ ถามขึ้น
"หืม? ไม่เหมือนผู้อื่นแล้วมันทำไมกันละ? แค่ลูกไม่พูดจากับคนนอกต่างจากเด็กคนอื่นแล้วยังไง? พ่อกับแม่กล้าบอกได้เลยว่าไม่เคยคิดจะไม่รักลูกเลยแม้แต่น้อย" ชินตอบออกมาอย่างภาคภูมิใจในตนเอง
"มิใช่เื่นั้น... ข้าฝันเห็นใครไม่รู้ในตอนนอน ข้าเห็นว่าเขาใช้บางสิ่งที่เรียกว่าลมปราณ และข้าก็ลองฝึกทำตามที่ข้าเห็นในฝันดู..." ฟงพูดออกมาเพียงเท่านั้นแล้วเงียบลงพร้อมหน้า
"ฮะ~ ฮะ~ ฮะ~ ลูกกังวลเื่นี้งั้นหรือ? ในวัยเด็กพ่อเองก็เป็เหมือนลูกนั้นแหละ พ่อก็ถูกย่าของลูกเล่าเื่นิทานจอมยุทธ์ลมปราณบ่อยๆ จนเก็บเอาไปฝันเหมือนกับลูกนั้นแหละ" ชินกล่าวอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชายของตน แต่ลูกชายของเขานั้นก็ส่ายหัวไปมา
"แต่ข้าฝึกมันได้ท่านพ่อ... ข้าสามารถทำเหมือนที่ข้าเห็นในฝันได้..." ฟงกล่าวขึ้นพร้อมกับหันไปมองผู้เป็พ่อ
"เอ๋? ลูกคนนี้ช่างดื้อดึงเหมือนข้าในวัยเด็กยิ่งนัก" ชินคิดในใจอย่างดีใจจนอดกลั้นแล้วแสดงยิ้มขึ้นบนสีหน้าไม่ได้
"งั้นข้าจะแสดงให้ท่านพ่อดู" ฟงเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของชินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
"จ้า~ จ้า~ แล้วแต่ลูกเลย" ชินกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดี
ฟงลงจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่โต๊ะหินอ่อนตัวเก่าในบ้านของเขา จากนั้นเขาก็ยืนหลับตาลงสงบนิ่งอยู่พักนึง สักพักก็มีสายลมอุ่นๆ ไหลเวียนผ่านร่างกายของชินไปทางฟง ก่อนที่ฟงจะลืมตาขึ้น
"ท่านพ่อ... ในฝันที่ข้าเห็น เขาคนนั้นได้กล่าวไว้ว่าหากชักนำลมปราณในร่างกายได้ ร่างกายจะแกร่งกว่ายามปกติถึงสิบเท่า" ฟงหันมากล่าวกับชินจบก็หันกลับไปโอบอุ้มโต๊ะหินอ่อนเก่าๆ ขึ้นแล้วชูเหนือหัวทันที
"....." ชินนั้นได้แต่ทำตาโตเป็ไข่ห่าน พร้อมกับปากที่อ้าจนแทบยัดกำปั้นลงไปได้เลยทีเดียว (O[]O"!!)
"ข้าฝันเห็นมากกว่านั้น หลากหลายสิ่้ง หลายอย่างข้าเองก็ไม่รู้จัก แต่ข้ารู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ข้าทำมันได้เลยแม้แต่น้อย" ฟงกล่าวพลางตีหน้าเศร้าแล้วค่อยๆ วางโต๊ะหินอ่อนลงกับพื้นที่เดิม
"ฮะ ฮะ... ข้าฝันสินะ... ข้าฝันสินะ.. ฮะ.. ฮะ.." ชินหัวเราะแห้งๆ ออกมา ก่อนจะพูดอย่างเลื่อนลอย
"ท่านพ่อ..." ฟงเดินกลับไปนั่งข้างๆ ชินอีกครั้ง
ฟงนั้นได้คิดไว้แล้วว่าครอบครัวที่มีสมาชิคครอบครัวเพิ่มขึ้นนั้นต้องมีภาระค่าใช่จ่ายที่มากขึ้น ดังนั้นหากเขาแบ่งปันและฝึกฝนทักษะการชักนำลมปราณเข้าร่างกายให้กับชินผู้เป็บิดาได้ บิดาของเขานั้นก็จะมีแรงมากกว่าเดิม สามารถหาของป่าหรือล่าสัตว์มาขายได้มากขึ้น แต่ด้วยสภาพที่ตัวฟงเป็เด็กนั้น การหาข้ออ้างอะไรก็คงไม่ดีเท่าการอ้างเื่ความฝันแน่นอน
"ละ.. ลูกฟง... ลูกสามารถทะ.. ทำมันได้.. จะ.. จริงหรือ?" ชินหันมาจับไหล่ทั้งสองของฟงแล้วถางตาถามฟงอย่างตื่นใ
"ครับท่านพ่อ... เพราะงั้นข้าจึงคิดว่าข้าไม่เหมือนผู้อื่น และข้าก็กลัวว่าท่านกับท่านแม่จะไม่รักข้าเหมือนแต่ก่อน..." ฟงกล่าวพลางแสร้งบีบน้ำตาออกมา
ชินที่เห็นอาการของฟงนั้นก็หยุดเื่ตื่นเต้นโยนทิ้งออกจากสมองไปทันที น้ำตาของลูกชายเขาที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตนั้นช่างบาดใจเขาผู้เป็พ่อยิ่้งนัก เขาลองนึกย้อนกลับว่าหากชินนั้นเป็เหมือนฟงในยามนี้ เขาจะทำอะไรไปบ้างก็ไม่รู้ แต่สำหรับลูกเขานั้นกลับเอาเื่แบบนี้มาบอกผู้เป็พ่อแม่ก่อน มันเลยทำให้ชินรู้สึกตื้นตันใจเป็อย่างมาก แต่นั้นก็เพียงชั่วครู่ เพราะการที่เื่อย่างนี้เกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้ มันจะทำให้ชีวิตของลูกชายเขาในอนาคตเป็อันตรายแน่นอน
"ลูกฟง พ่อสัญญาว่า ว่าจะไม่ทิ้งลูก... พ่อจะยังรักลูกเหมือนเช่นเคย พ่อจะปกป้องลูกเอง" ชินกล่าวพลางดึงเอาฟงเข้ามากอด
"ท่านพ่อ... ข้าต้องควรทำอย่างไรต่อดี?" ฟงกล่าวออกมาด้วยเสียงเบาๆ ก่อนจะดันตัวออกมาแล้วเอามือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ใบหน้าออก
"ลูกต้องเก็บเื่นี้เป็ความลับอย่าบอกผู้ใด" ชินต้องอย่างเคร่งขรึมทันที
"และ... หากเป็ไปได้ ลูกจะสอนพ่อได้ไหม?" ชินเปลี่ยนสีหน้าเป็ยิ้มแย้มทันทีก่อนจะกล่าวออกมา
"ครับท่านพ่อ" ฟงยิ้มตอบออกไปหลังจากแผนของเขานั้นสำเร็จ
ในตอนนี้แม้ว่าฟงจะมีอายุเพียงแค่ 3 ขวบกว่าๆ นั้น เขาก็กล้าพูดได้เลยว่าตัวเขามีอำนาจพอที่จะโค้นล้มเมืองได้เมืองหนึ่งอย่างง่ายดาย เพราะในโลกใบนี้นั้นไร้ซึ้งผู้ฝึกวรยุทธ์ลมปราณ บวกกับตัวของฟงในตอนนี้สามารถฝึกวิชาลมปราณได้ทั้งสองสายนั้นก็คือ ลมปราณในแบบมนุษย์ กับลมปราณในแบบสัตว์อสูร ทำให้ตัวเขานั้นค่อนข้างมั่นใจเลยว่าไม่มีผู้ใดในโลกสู้เขาในยามนี้ได้แน่นอน
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
วันเวลาเลยผ่านมาอีก 12 ปี
ฟงในยามนี้นั้นมีอายุ 15 ปีแล้ว เขาเติบโตเป็เด็กหนุ่มที่สมบูรณ์แข็งแรง โดยชินผู้เป็พ่อของเขานั้นในยามกลับดูอ่อนวัยลงผิดธรรมชาติ เป็ผลมาจากการฝึกลมปราณนั้นเอง ปัจจุบันทั้งชินและฟงนั้นมักจะเป็แกนหลักในการออกไปหาของป่าหรือล่าสัตว์มาขายในหมู่บ้าน ซึ่งทั้งสองก็ทำได้ดีเอามากๆ ด้วย จนทำให้สถานะทางบ้านของเขาไม่ได้ยากจนเหมือนแต่ก่อน
ส่วนน้องชายของฟงที่ชื่องหลิ่้งนั้นตอนนี้ก็อายุได้ 11 ปีแล้ว และฟงก็รู้ได้เลยว่าหลิ่งนั้นทำไมถึงหน้าตาคุ้นๆ กับคนที่เขารู้จักนักก็เพราะว่า หลิ่งนั้นก็คือ "เฉินหลาง" ในวัยเด็กนั้นเอง แต่ทว่าความแค้นในใจฟงต่อเฉินหลางนั้นไม่ได้มีต่อกันอีกต่อไปแล้วในภพชาตินี้ แถมตอนนี้เด็กน้อยผู้นี้มิใช่ "เฉินหลาง" แต่เป็ "หลิ่ง" น้องคนสุดท้องที่ติดเขาแจมากกว่าชินหรือหลินฮัวผู้เป็บิดามารดาเสียอีก
"ท่านพี่ฟงกลับมาแล้ว!~" เสียงของเด็กน้อยอายุประมาณสิบขวบร้องะโขึ้นหลังเห็นเงาร่างของฟงกับชินไกลๆ
ไม่นานนักทั้งชินกับฟงก็เดินมาถึงบ้านของพวกเขา โดยมีหลินฮัวกับหลิ่งออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่นเหมือนเช่นทุกวัน
"เห้อ... ่นี้ในป่าเริ่มจะแย่ขึ้นทุกทีเลยแฮะ" ชินที่วางอุปกรณ์เสร็จก็เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะในบ้านพร้อมกับบ่นออกมาอย่างหน่ายใจ
"ใช่ท่านพ่อ... ข้าว่าพวกเราล่าอะไรได้น้อยลงกว่าเดิมมาก" ฟงกล่าวเสริมก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ ชิน
"ท่านพี่ ท่านพ่อ น้ำชาแก้เหนื่อยครับ~" หลิ่งรีบเอาน้ำชามามอบให้ฟงกับชินแก้เหนื่อยทันที
หลังจากได้พักหายใจหายคอไปแล้วทุกคนก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง โดยหลิ่งนั้นจะไปเป็ลูกมือหลินฮัวในบ้าน ส่วนชินกับฟงนั้นจะแยกย้ายไปคัดแยกของป่าที่หามาได้เป็สองส่วน โดยส่วนหนึ่งนั้นฟงก็วานให้หลิ่งนำไปให้ผู้เป็แม่เก็บไว้ประกอบอาหาร และอีกส่วนก็แยกไว้สำหรับขาย
่เวลาหลายปีมานี้ช่างสงบสุขยิ่งนัก แต่ฟงกลับรู้สึกไม่สบายใจเอามากๆ เพราะชีวิตของเขามันสงบสุขเกินไป ราวกับท้องทะเลที่นิ่งสงบก่อนหายนะที่เป็พายุลูกใหญ่จะเกิดขึ้น และเพราะความรู้สึกไม่สบายใจนี้เองเลยทำให้ฟงคิดว่าควรจะหยุดออกล่าในป่าสักพักนึง แต่ก็คงทำไม่ได้เพราะว่าปากท้องของครอบครัวเขานั้นมาจากของที่ล่าได้ในป่า...
"ชิน ลูกฟง ระวังตัวด้วยนะ ขอให้โชคดีละ" เสียงกล่าวของหลินฮัวเหมือนทุกวันในยามเช้าได้ถูกกล่าวขึ้นอีกครั้ง
"ครับท่านแม่" ฟงกล่าวรับด้วยใบหน้านิ่งๆ แต่ในใจวันนี้ของเขากลับร้อนรุ่มเป็กว่าที่เคย
เมื่อการกล่าวลาในยามเช้าจบไป ทั้งชินกับฟงก็แยกตัวออกจากหมู่บ้านออกมาเพื่อเข้าป่าไปหาล่าสัตว์กับหาพวกพืชผักในป่าเก็บไปกินและขาย
"ลูกฟง วันนี้ลูกเป็อะไร? ลูกไม่สบายหรือเปล่า?" ชินที่เดินอยู่ข้างๆ กล่าวอย่างสงสัย เพราะเขาอยู่กับฟงแทบทุกวันจึงรู้ว่าลูกเขานั้นกำลังไม่ปกติ
"มิได้เป็ไรท่านพ่อ.. ข้ารู้สึกว่าเหตุการณ์ในป่าตอนนี้มันไม่ปกติ และข้าก็รู้สึกห่วงที่บ้านอย่างแปลกๆ" ฟงหันไปกล่าวกับชินด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
"น่าๆ ลูกฟงอาจจะกังวลเกินไปก็ได้ ดูนั้นสิรอยเท้าของหมีป่า เห็นไหมวันนี้พวกเราออกจะโชคดี" ชินกล่าวปลอบใจฟงออกมาก่อนจะชี้ไปที่รอยเท้าใหญ่ๆ ของหมีป่า ซึ่งหายากเอามากๆ
"ข้าก็อยากขอให้มันเป็อย่างงั้น" ฟงกล่าวก่อนจะฉีกยิ้มออกมา
หมีป่านั้นมีรูปร่างที่ใหญ่โต สูงกว่าสองเมตรครึ่ง พร้อมทั้งล่ายากมาก การที่ชาวบ้านในหมู่บ้านเล็กๆ จะล่ามันได้นั้นต้องใช้ชายฉกรรจ์มากเป็สิบคนเพื่อโอบล้อมและตัดกำลังมันไปเรื่อยๆ แต่สำหรับชินกับฟงแล้ว การล่าหมีป่าในป่าเเห่งนี้ไม่ได้ยากเย็นเลยแม้แต่น้อย พวกเขาทั้งคู่เป็ผู้ฝึกลมปราณ แล้วสัตว์ป่าธรรมดาน่ะหรือจะต่อกรพวกเขาได้
ไม่นานนักทั้งสองก็ตามรอยหมีป่ามาจนเจอตัวของมัน หมีป่าตัวใหญ่นั้นกำลังนั่งแทะเนื้อบางอย่างโดยไม่ได้สนใจชินกับฟงที่เดินอ้อมไปทางหลังลมด้วยฝีเท้าที่เบาอย่างไรตัวตน และพอชินกับฟงได้ตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว พวกเขาก็ซุ่มดูเ้าหมีป่าตัวนั้นก่อนครู่หนึ่ง
"ท่านพ่อ... นั้นมันศพคนนิ" ฟงกล่าวอย่างเบาๆ พร้อมกับชี้ไปที่กองซากศพของคนในชุดนักรบทหาร
"นั้นสิ... ทำไมถึงมีศพของทหารอยู่ที่นี่ได้กัน?" ชินกล่าวพลางขมวดคิ้วอย่างสงสัย
ฟุดฟิด!~ ฟุดฟิด!~
เ้าหมีป่ากับฟงนั้นต่างทำจมูกดมกลิ่นจนเกิดเสียงขึ้นพร้อมๆ กันราวกับนัดเวลามา และทั้งฟงกับเ้าหมีป่านั้นต่างหันหน้ามองไปทิศทางเดียวกันก็คือทางหมู่บ้านที่ฟงออกมานั้นเอง
"กลิ่นควันไฟ" ฟงพูดออกมาด้วยใบหน้าไม่สู้ดีนัก ส่วนเ้าหมีป่าที่ได้กลิ่นควันไฟนั้นก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับคาบเอาศพของทหารไปด้วยแล้วรีบเดินจากไปทันที
"แย่ละมันจะหนีปะ..." ชินกำลังจะพุ่งตัวออกไปจัดการเ้าหมีป่าก็ต้องหยุดลงเพราะฟงล็อคตัวไว้
"ที่หมู่บ้านท่านพ่อ! ที่หมู่บ้านเราเกิดเื่ใหญ่แล้ว เราต้องรีบกลับไปเดี๋ยวนี้เลย" ฟงกล่าวออกมาอย่างร้อนรนเอามากๆ ทำให้ผู้เป็พ่ออย่างชินถึงกับเคร่งเครียดทันที
ทั้งชินกับฟงนั้นรีบโคจรลมปราณชักนำเข้าร่างกายทันที พร้อมกับพุ่งทะยานออกไปราวกับเสือดาวที่วิ่งล่าเหยื่อด้วยความเร็วสูงสุด และไม่นานนักทั้งสองก็กลับมาถึงหมู่บ้าน แต่ทว่าหมู่บ้านของเขานั้นกำลังตกอยู่ในทะเลเพลิง ศพของชาวบ้านจำนวนไม่น้อยตกตายอยู่ตามข้างทาง พร้อมกับมีพวกคนในชุดทหารกำลังไล่สังหารผู้คนอยู่
"ไม่จริงใช่มั้ย?" ชินที่เห็นภาพตรงหน้าก็อุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตนเองแม้แต่น้อย
"ท่านพ่อ! ท่านพ่อ! เราต้องช่วยผู้คนก่อน" ฟงรีบเขย่าตัวผู้เป็บิดาเพื่อเรียกสติทันที
จากนั้นทั้งสองจึงทะยานตัวออกไปจัดการกับเหล่าทหารที่กำลังไล่สังหารชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ ชินนั้นจัดการกับเหล่าทหารพวกนี้อย่างง่ายดายราวผักปลา ในทางด้านฟงนั้นไม่มีแม้แต่ความเมตตาปราณีผิดกับชิน ฟงสังหารทหารทุกคนที่ลงมือทำลายหมู่บ้านแห่งนี้ เขาไม่มีแม้แต่ความเมตตากับพวกทหารแม้แต่น้อย
"พวกเเกหยุดเดี๋ยวนี้!!" เสียงของทหารที่ดูเป็เหมือนหัวหน้ากล่าวขึ้นอย่างเสียงดังในขณะที่ฟงกับชินกำลังจะพุ่งเข้าหาตัวมัน
"หยุด? แกสติไม่ดีหรือไง?" ชินกล่าวออกไปอย่างไม่ไว้หน้าทันที ก่อนจะพุ่งตัวออกไป แต่ก็เหมือนเคยฟงล็อคตัวห้ามไว้ได้ท่าน เพราะรอบๆ นั้นมีทหารจำนวนมากจับกุมชาวบ้านเอาไว้พร้อมกับวางดาบพาดลำคอชาวบ้านทุกคน รวมถึงหลินฮัวกับหลิ่งก็ด้วย
"ไอ้หนุ่มนั้นฉลาดดีนี่... แต่อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดไปง่ายๆ เพราะพวกแกเล่นงานลูกน้องข้าไปเยอะพอควรเลยนี่" ทหารแก่กล่าวออกมาอย่างเหยียดหยาม
ฟงนั้่นตอนแรกก็ทำใจเย็นอยู่แต่พอเห็นสภาพของหลินฮัวผู้เป็มารดา กับหลิ่งน้องชายของตนถูกทหารเอาฝ่าเท้าถีบกลางหลังแล้วใช้บาทาเหยียบกดศีรษะไว้นั้นก็ทำให้เขาถึงกับโมโหจนเกือบขาดสติ
คลื่นนนนนน!!~
เสียงของผืนแผ่นดินกำลังสั่นไหวอย่างต่อเนื่องบวกกับมีบางอย่างที่เหมือนควันไฟสีดำสนิทค่อยๆ ไหลออกมาจากตัวของฟง และเพียงพริบตาเดียว แสงสีดำทมิฬพวกนั้นก็พุ่งเป็เหมือนเข็มเล็มเล็กๆ เสียบเข้าใส่ร่างกายของทหารทุกคนในที่แห่งนี้ และแน่นอนว่าฟงละเว้นจุดตายเอาไว้ แต่ก็เ็ปน่าดูสำหรับคนปกติ
"ท่านพ่อ... ฝากไปดูท่านแม่กับน้องหลิ่งที... ไม่นานก็จบแล้วละ" ฟงหันมากล่าวด้วยใบหน้านิ่งเฉยกับชิน แต่ดวงตาของเขานั้นกลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชัง
"อะ.. อืม.." ชินตอบรับอย่างเกร็งๆ เขาไม่เคยรู้เลยว่าลูกชายของเขาเวลาโกรธจะน่ากลัวถึงเพียงนี้ แต่ดูเหมือนว่าบางอย่างในสมองเขากำลังร้องเตือนเหมือนกับว่าเขาเคยประสบพบเจอกับเื่เเบบนี้มาแล้ว
เมื่อชินทะยานตัวกลับไปดูหลินฮัวกับหลิ่งแล้ว ฟงก็ชูมือขวาขึ้นเหนือหัว ฉับพลันก็มีแสงสีดำวิ่งออกมาเหมือนเชือกเส้นเล็กๆ จำนวนมาก เชือกสีดำเ่าั้วิ่งไปในอากาศไปผูกรัดร่างกายของพวกทหารเอาไว้ ก่อนทหารพวกนั้นจะถูกดึงให้ลอยไปในอากาศลอยกลับไปรวมตัวกันตรงหน้าของฟงที่มีหัวหน้าทหารกำลังนอนสั่นอยู่ที่พื้นอย่างน่าอนาจ
"พวกแกมีครอบครัวรึป่าว?" ฟงถามด้วยเสียงเรียบๆ แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปหาเหล่าทหารพวกนั้นอย่างช้าๆ
พวกทหารต่างไม่กล้าเอ่ยเสียงตอบเลยแม้แต่น้อย ในชีวิตของพวกมันต่างไม่เคยพบเจออะไรอย่างนี้มาก่อน แม้ว่าจะรู้จักนิทานมากมายเกี่ยวกับลมปราณ หากให้เชื่อว่ามีจริง พวกมันคงขอหัวเราะจนตายเสียดีกว่า แต่ทว่าตอนนี้พวกมันกลับต้องมาทำตัวหวาดกลัวอย่างโง่งมในสิ่งที่ดูถูกเอาไว้
ซู่!!~
เสียงย่อยสลายของบางอย่างมาพร้อมกับข้อขาซ้ายของทหารทุกคนสลายหายไปเหลือไว้เพียงกระดูกเกิดขึ้นหลังคำถามของฟงนั้นไร้คำตอบ และหลังจากนี้ก็จะตามมาด้วยเสียงของเหล่าทหารที่ร้องอย่างโหยหวน
"หุบปาก!!" ฟงร้องะโเสียงดังขึ้นพร้อมกับแผ่ขยายแรงกดดันทับร่างเหล่าทหารพวกนี้ทำให้พวกมันเงียบลงทันที
จากนั้นฟงก็คลายแรงกดดันทิ้งไป ก่อนจะหันไปมองหมู่บ้านที่กำลังถูกเพลิงเผาทำลายอยู่ เขาเพียงแค่กวาดมือขวาไปในอากาศเพียงแค่ทีเดียว เพลิงที่มีในหมู่บ้านก็สลายหายไปหมดทันที พร้อมกับค่อยๆ เดินกลับไปหาครอบครัวของเขาโดยปล่อยเหล่าทหารพวกนั้นไว้อย่างไม่ใส่ใจ เพราะเขาทำลายข้อเท้าซ้าย บวกแขนทั้งสองข้างของพวกมันไปหมดแล้ว
"ท่านแม่เป็อย่างไรบ้าง?" ฟงล้มตัวคุกเข่าลงเพื่อดูอาการของหลินฮัว
"มะ.. แม่ไม่เป็ไร.." หลินฮัวตอบด้วยเสียงสั่นกลัว และนั้นก็ทำให้ฟงถึงกับทำหน้าเศร้าออกมาทันทีที่มารดาของตนนั้นกำลังสั่นกลัวตนอยู่
"ทั้งหมดเป็เพราะพวกมัน..." ฟงกล่าวด้วยเสียงเรียบแล้วหันสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตรแค้นไปทางเหล่าทหารที่พยายามจะคลานตัวหนีออกจากหมู่บ้าน
ร่างของฟงสลายหายไปราวหมอกควันเพียงพริบตาเดียว ก่อนจะมาโผล่ตรงหน้าร่างของนายทหารที่ดูเป็เหมือนหัวหน้าที่กำลังกระเสือกกระสนหาทางหนี ฟงเพียงสะบัดมือขวาเล็กน้อยเท่านั้นร่างของมันก็ลอยขึ้นมาพร้อมให้ฟงเอามือจับบีบคอของมันไว้อย่างง่ายดาย
"พวกแกเป็ใคร? ทำไมถึงต้องมาโจมตีหมู่บ้านของข้า?" ฟงกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความโกรธ
"ขะ... ข้า.. เป็หัวหน้ากองย่อยเล็กๆ ขะ.. ของราชวงค์ตู่.. ทะ.. ทางแม่ทัพขะ.. ข้ามอบหมายให้ข้าออกมากวาดล้างหมู่บ้านขะ.. ของระ.. ราชวงค์เฉิน.." นายทหารกล่าวอย่างหวาดกลัว
"โฮ่... แสดงว่ามีทัพใหญ่ใกล้ๆ ในระแวกนี้สินะ?" ฟงกล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบเช่นเคย แต่สายตาของเขานั้นหรี่มองไปที่ดวงตาของนายทหารในมือ
"ชะ.. ใช่ขอรับ.. ทะ.. ทัพใหญ่.. ที่เตรียมบุกมะ.. เมืองยะ.. อยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากนี้ไป 8 ลี้่เอง... ดะ.. ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ... ขะ.. ข้าขอร้อง"
"ได้... ข้าปล่อยเ้าไปแน่... แต่ไม่ใช่ตอนนี้..."
ฟงกล่าวจบก็เรียกเอาเชือกพลังสีดำออกมารัดทหารทุกคนเอาไว้ จากนั้นเขาก็เคลื่อนกายกลับมาหาชินผู้เป็บิดาของตน แล้วมอบยารักษาอาการาเ็ที่เขาปรุงขึ้นให้ไว้จำนวนนึงพร้อมกับบอกให้แจกจ่ายชาวบ้านทุกคน จากนั้นฟงก็พุ่งทยานตัวไปบนท้องฟ้า พร้อมกับดึงเชือกสีดำที่ตรึงร่างกายของเหล่าทหารลอยตามไปด้วย มุ่งไปยังทิศตะวันออกทันที...
"อยู่นั้นเองรึ..." ฟงที่เห็นค่ายที่ทำจากไม้อย่างง่ายๆ อยู่ไกลๆ ตาแล้วก็เร่งรีบขึ้นกว่าเดิม จนไม่นานนักก็มาถึงหน้าค่ายทหารแห่งนี้ที่ด้านในมีกระโจมและทหารอยู่ราวแสนนาย
ตูมมมมม!!!~
เสียงของะเิดังขึ้นที่หน้าค่ายแห่งนี้ทันทีพร้อมกับการตื่นตัวของเหล่าทหารทั้งหลายในค่ายแห่งนี้ ทั้งหมดนั้นรีบตรงดิ่งมายังต้นเหตุของเสียงะเิที่ดังขึ้นทันที พอมาถึงก็พบกับเด็กหนุ่มผู้หนึ่งกำลังลอยตัวอยู่บนอากาศพร้อมกับร่างของเหล่าทหารในชุดเดียวกับทหารในค่ายกำลังถูกมัดด้วยเชือกสีดำห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ
ฟงโยนร่างของเหล่าทหารพวกนั้นลงไปพื้นด้านล่างอย่างไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย แน่นอนว่าเหล่าทหารพวกนั้นที่ตกจากความสูงหลายสิบเมตรจากพื้นดินนั้นย่อมตกตายกันอย่างช่วยไม่ได้ บางคนที่ดวงแข็งหน่อยก็สลบหลับไปพร้อมกับอาการาเ็สาหัส
"ไอ้พวกราชวงค์ตู่จงฟัง! พวกแกจะไปทำาห่าเหวอะไรที่ไหนก็ไปทำซะ อย่ามาลากหมู่บ้านของข้ามาเกี่ยวข้อง วันนี้ข้ามาเตือนด้วยความเบามือที่สุดแล้ว หากยังไม่เชื่อคำเตือนนี่แล้วดื้อดึงไปวุ่นวายกับหมู่บ้านข้าอีก... ข้าจะไปลบเมืองของพวกแกให้หายไปจากผืนแผ่นดินซะ" ฟงกล่าวพร้อมกับปล่อยแรงกดดันอย่างมหาศาลออกมาทำให้เหล่าทหารกว่าแสนถึงกับล้มคุกเข่าตัวสั่นกันถ้วนหน้าทันที
หลังจากนั้นร่างของฟงก็พลันสลายหายไปราวหมอกควันทันที และพอร่างของฟงหายไปแล้วเหล่าทหารกว่าแสนนายก็สามารถขยับตัวได้อีกครั้ง พวกเขารีบวิ่งเข้าไปดูอาการของสหายที่ถูกปล่อยจากฟ้าก่อนหน้านี่ทันที โดยหวังว่าสหายยังมีชีวิตอยู่....
ทางด้านฟง หลังจากเขาจัดการเตือนกับกองทัพหลักของพวกทหารราชวงค์ตู่ไปแล้ว เขาก็พอวางใจได้ในระดับหนึ่งว่าพวกนั้นคงไม่รีบหาที่ตายแล้วยกคนมาที่หมู่บ้านเขาอีกแน่ ตอนนี้ฟงก็กลับมาถึงหมู่บ้านของเขาแล้ว เขาเดินไปทั่วหมู่บ้านพร้อมทั้งช่วยรื้อซากปรักหักพังโยนทิ้งออกไปทันที
ฟงหวังเพียงว่าการช่วยรื้อซากพวกนั้นทิ้งกับช่วยจัดการเื่ที่พอทำได้จะทำให้เหล่าชาวบ้านลดความหวาดกลัวที่มีต่อเขาลงบ้างก็ได้ เพราะตอนนี้ทุกคนในหมู่บ้านต่างไม่มีใครกล้าสบตากับฟงเลยแม้แต่คนเดียว นอกเสียจากน้องชายของเขาที่ตามติดฟงมากขึ้นกว่าเดิมจนแทบจะเกาะแกะไม่ให้ฟงไปไหนด้วยตัวคนเดียวเลยด้วยซ้ำ...
"ลูกฟงวันนี้ลูกจะไม่ออกไปล่ากับพ่อหรอ?" ชินเดินมาถามลูกชายคนโตของตนที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่กับน้องชาย
"ไม่ละท่านพ่อ ข้าอยากอยู่ดูแลหมู่บ้านกับท่านแม่ ข้าไม่ไว้ใจพวกทหารราชวงค์ตู่พวกนั้น" ฟงกล่าวตอบไปด้วยใบหน้านิ่งๆ
แต่ยังไม่ทันทีชินจะได้ออกจากบ้านเพื่อเข้าป่าไปล่าสัตว์เลย เสียงของฝีเท้าของคนและม้าจำนวนมากก็ดังขึ้นทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งไม่นานนักก็มีทหารราบบวกกับทหารม้าเดินเข้ามาในหมู่บ้าน โดยพวกเขาพกธงที่มีตัวอักษรคำว่า "เฉิน" เด่นชัดติดกองทหารมาด้วย
"ข้าไม่ชอบคำว่าเฉินนั้นเลย" ฟางทอดสายตามองไปที่ตัวอักษรที่อยู่บนธงของทหาร
"พ่อก็ไม่ชอบเช่นกัน..." ชินกล่าวตามออกมาพร้อมกับจ้องมองไปยังธงเช่นเดียวกับฟง
จากนั้นก็มีทหารเดินมาตามบ้านของชาวบ้านทุกคนพร้อมกับแจ้งให้ทุกคนนั้นไปรวมตัวกันที่กลางหมู่บ้าน ชินนั้นไปรวมตัวด้วยความไม่เต็มใจ และหลินฮัวเองก็ด้วย ทำให้ฟงกับหลิ่งนั้นต่างสงสัยว่าเพราะอะไรพวกเขาถึงไม่ค่อยเต็มใจ
"ฮ้องเต้เสด็จ!!~" เสียงของทหารด้านหน้าของหมู่บ้านนั้นดังขึ้น พร้อมกับการย่อตัวลงคุกเข่าของทุกๆ คนรวมถึงชาวบ้านด้วย
"กรอด..." ฟงกัดฟันแน่นอย่างโมโห หลังเหลือบสายตาเหลียวไปเห็นใบหน้าของฮ้องเต้ที่มาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้ พระพักตร์ของฮ้องเต้คนนี้นั้นช่างเหมือนกับ "เฉินเทียน" อดีตปู่ของเขาในชาติเกินยิ่งนัก
"หรือว่าท่านพ่อ..." ฟงหันไปหาบิดาตกเอง ซึ่งชินก็ทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น
"เฉินหลงลุกขึ้นมาพบหน้าข้าเดี๋ยวนี้" ฮ้องเต้กล่าวออกมาด้วยน้ำโมโหอย่างมาก
"ชิ..." ชินทำเสียงไม่พอใจก่อนจะยืนขึ้นจากกลุ่มชาวบ้านทั้งหมด
"รู้มั้ยว่าการที่เ้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลอย่างนี้มันทำให้ข้าเป็ห่วงแค่ไหนกันหึ?" ฮ้องเต้กอดอกแล้วกล่าวอย่างไม่พอใจเอามากๆ
"หากท่านไม่ยัดเยียดเื่การแต่งงานข้าก็ไม่มาอยู่อย่างนี้หรอก! และตอนนี้ข้ามิได้มีชื่อแซ่ว่า [เฉินหลง] ข้ามีเพียงนามไร้สกุลว่า [ชิน]" ชินกล่าวตอบอย่างไม่พอใจเช่นกัน
"นี่เ้า!" ฮ้องเต้ถึงกับหน้าแดงเปรี่ยมไปด้วยความโกรธ แต่เขาก็หยุดพูดต่อ เพราะตนนั้นได้เคยลั่นวาจาขับไล่ให้เฉินหลงออกมา
"ท่านพ่อ..." ฟงลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมแขนขวาไปดึงแขนเสื้อของชิน
"มีอะไรหรือลูกฟง?" ชินหันกลับมาถามฟงทันที
"พวกมันส่งคนมาอีกแล้ว" ฟงกล่าวพลางมองไปด้านหลังที่เป็ทิศตะวันออก
"ไหนลูกว่าพวกมันจะไม่กล้ากลับมาไงละ?" ชินพูดคุยกับฟงโดยหาได้สนใจองค์ฮ้องเต้เลยแม้แต่น้อย
"ข้าขอโทษ..." ฟงกล่าวด้วยเสียงเบาๆ แล้วก้มหน้าลง
"อ่าๆ ลูกอย่างได้ขอโทษเลย ลูกไม่ได้ผิดอะไรหรอกนะ หากไม่มีลูก หมู่บ้านอาจจะไม่เหลือผู้ใดก็ได้นะ" ชินกล่าวพลางลูบหัวฟงปลอบใจ
"เฉินหลง... นั้นบุตรของเ้างะ.. งั้นหรือ?" ฮ้องเต้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจ
"ข้ามีนามว่า [ชิน] มิใช่ [เฉินหลง] ข้าเคยทูลกล่าวไปแล้วมิใช่หรือ? ฮ้องเต้" ชินกล่าวอย่างประชดประชันไปทางองค์ฮ้องเต้
"ตอนนี้ข้ามิมีเวลาว่างมาตอนรับท่าน ข้าต้องปกป้องครอบครัวและหมู่บ้านแห่ง ขอองค์ฮ้องเต้โปรดอภัยให้สามัญชนชั้นต่ำอย่างข้าด้วย" ชินกล่าวจบก็ยกมือขึ้นกุมกลางอกแล้วคำนับให้ฮ้องเต้ ก่อนจะดึงหลินฮัวกับหลิ่งให้เดินตามเขาไป ฟงก็ด้วยเช่นกัน
องค์ฮ้องเต้เฉินเทียนนั้นได้แต่แสดงสีหน้าผิดหวังออกมาพร้อมกับทอดสายตามองแผ่นหลังบุตรชายของตนที่ถูกขับไล่ออกมาอย่างเศร้าสลด และสายตาของฮ้องเต้เองก็พลันไปสบสายตาของเด็กชายอีกคนที่มีนามว่าฟง
สายตาของฟงที่ฮ้องเต้เฉินเทียนได้เห็นนั้นสามารถบ่งบอกได้เลยว่า เป็สายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตรแค้นอย่างมาก ฮ้องเต้เฉินเทียนนั้นมิสามารถหาคำอธิบายได้เลยว่าเด็กสมควรที่จะเป็หลานชายของเขานั้น โกรธแค้นตัวเขาในเื่ใดกันแน่ แต่ก็ยังหาคำตอบมิได้
"ส่งทหารตามไปจับตาดูแลพวกเขาอยู่ห่างๆ และนำเสบียงอาหารแจกจ่ายประชาชนซะ" ฮ้องเต้ตรัสออกมาก่อนจะหันหลังเดินกลับไป
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
"น่าแปลก?" อยู่ๆ ฟงที่เดินกับชินนั้นก็กล่าวขึ้นมา
"เื่ใดแปลกหรือลูกฟง?" ชินกล่าวถามอย่างสงสัย
"ข้ากำลังสงสัยว่าทำไมพวกราชวงค์ตู่ถึงส่งคนมาเพียงไม่กี่คนกัน?" ฟงกล่าวออกมาเพราะเขาส่งกระแสลมปราณออกไปตรวจสอบแล้วก็พบว่ามีเพียง 9 คนเท่านั้นที่ตรงมาทางหมู่บ้านของเขา
"พ่อว่าพวกนั้นคงส่งคนมาต่อรองแน่นอน" ชินกล่าวออกมาหลังจากวิเคราะห์ตามความน่าจะเป็เรียบร้อยแล้ว
"ข้าก็ขอให้เป็อย่างนั้นเถอะ..." ฟงกล่าวออกมาก่อนจะโคจรลมปราณขึ้นประทับเข้าทุกส่วนของร่างกายแล้วพุ่งทะยานนำหน้าบิดาของตนออกไป
เมื่อชินกับฟงพุ่งทะยานตัวมาได้สักพักหนึ่ง เขาก็มาเจอกับกลุ่มทหารที่ใส่ชุดเกาะที่มองเพียงแค่ครู่เดียวก็รู้ได้เลยว่าเป็แม่ทัพมากฝีมือแน่นอน แม่ทัพของราชวงค์ตู่นั้นมีอยู่ 8 นายกำลังยืนล้อมรอบเกวียนที่มีลวดลายสวยงามที่ดูก็รู้ว่าคนสำคัญต้องอยู่ในนั้นแน่นอน
"พวกเ้าจะไปไหนกัน? ทำไมถึงยังมุ่งตรงไปที่หมู่บ้านของข้า?" ชินเป็ฝ่ายกล่าวถามขึ้นทันที
"เนี่ยหรือผู้วิเศษที่มาสยบกองทัพนับแสนของข้า?" เสียงของชายหนุ่มดังออกมาจากในเกวียนอันหรูหรานั้น
"ข้าจะเตือนเป็ครั้งสุดท้าย... หากยังมาวุ่นวายไม่เลิกพวกแกจะได้กลับไปแบบไม่ครบ 32 แน่" ฟงกล่าวออกมา
พอสิ้นเสียงของฟง ร่างของชินกับฟงก็มีกระแสลมอุ่นๆ ไหลเวียนวิ่งเข้าสู่พวกเขา ก่อนจะมีสิ่งที่เหมือนไอน้ำสีขาวลอยออกมาจากร่างกายของทั้งคู่
"ช้าก่อน! พวกเ้าทั้งสองคนนั้นน่ะ พวกเราแค่มาเจรจาเท่านั้น" หนึ่งในแม่ทัพที่นำหน้าขบวนกล่าวออกมาหลังจากเห็นบางสิ่งที่ไม่ปกติกับทั้งสอง
"ว่ามา... หากข้อเจรจามันไม่ได้เื่ก็ไสหัวไปซะ" ชินกล่าวเสียงเรียบออกมาก่อนจะคลายการตั้งท่าลงพร้อมกับฟง
"ชิ! เป็แค่พวกสามัญชนแท้ๆ ที่ทำให้ข้าต้องถ่อมาถึงเขตหมู่บ้านชายแดนแล้ว ยังจะปากดีไร้มารยาทอีกนะ" เสียงชายหนุ่มในเกวียนดังขึ้นอีกครั้ง
"หุบปากซะองค์ชาย! หากท่านไม่อยากถูกพวกเขาทั้งสองสังหารในยามนี้ ก็อย่าพูดจาเสียดีกว่า" แม่ทัพคนเดิมกล่าวออกมาอย่างไม่ไว้หน้าคนในเกวียนแม้แต่น้อย
"กวนซื่อ! นี่เ้ากล้าดียังไงมาขึ้นเสียงกับข้า" เสียงบุรุษดังออกมาจากในเกวียนอย่างโมโห
โครมมมมม!!~
ฟงที่ทนพังอยู่นานนั้นก็เผลอหลุดสะบัดมือแล้วส่งกระแสลมปราณไปเป่าเกวียนหรูนั้นจนหลังคาเกวียนแตกกระจาย เหลือไว้เพียงแค่บุรุษหน้าตาดี แต่เปรี่ยมไปด้วยความหยิ่งยโสในนั่งกำลังทำหน้าอึ้งๆ อยู่
"ลูกฟงใจเย็นๆ เห้อ..." ชินหันมากล่าวกับฟงก่อนจะถอนหายกลบเกลื่อนรอยยิ้ม
"โทษทีท่านพ่อ... ข้าเผลอตัวไปหน่อย" ฟงหันมาก้มหัวขอโทษ
"เอาละบอกเื่ที่อยากเจรจามา ก่อนที่ข้าจะเผลอหักแขนหักขาพวกเ้า" ฟงหันกลับมากล่าวด้วยเสียงเรียบๆ แต่เหล่าแม่ทัพทั้งแปดต่างรู้ได้เลยว่าหากเจรจาไม่คิด ชีวิตพวกเขาได้ดับดิ้นในวันนี้แน่
"ขะ.. ข้า้าให้พวกท่านมะ.. มาอยู่ในแคว้นตู่ของเรา นะ.. แน่นอนว่า ทางแคว้นเราจะมอบยศถาบรรดาศักดิ์ขนาดเ้าเมืองให้ท่านทั้งสองก็ยังได้ ขะ.. ขอแค่เพียงเข้าร่วมกับทางเรา" แม่ทัพกล่าวอย่างติดๆ ขัดๆ ด้วยความเกรงกลัว
"ไม่เอาละ ชีวิตในหมู่บ้านชายแดนของข้าก็ดีอยู่แล้ว ข้าไม่้ายศถาบรรดาศักดิ์พวกนั้นแม้แต่น้อย" ชินกล่าวตอบออกมา
"ได้โปรดไตร่ตรองด้วยเถอะ... ข้าว่ามัน... อึก!" แม่ทัพพยายามจะพูดโน้มน้าวต่อ แต่ดูเหมือนว่าชินจะไม่้าเสียเท่าไหร่ เขาเลยส่งสัญญาณให้ฟงส่งแขกทันที
"ได้โปรดไปซะในขณะที่ยังควบม้าได้อย่างสบาย ก่อนจะต้องหมอบคลานไปกับพื้น" ฟงกล่าวพร้อมส่งแรงกดดันใส่เหล่าแม่ทัพจนเหงื่อแตกพล่านไปหมด ส่วนองค์ชายนั้นได้แต่นั่งตัวสั่นเทาในเกวียนที่ไร้หลังคา พร้อมกับปัสวะราดชุดของตนไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
แรงกดดันนี้นั้น ฟงพยายามรักษาระดับไม่ให้มันมากเกินจนทำให้เหล่าแม่ทัพนั้นเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่เขาหารู้ไม่ว่าเหล่าแม่ทัพนั้นอยากจะรีบตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียด้วยซ้ำ และไม่นานนักแม่ทัพทั้งแปดกับองค์ชายใหญ่ของแคว้นตู่ก็หันหลังถอยกลับไป
"เห้อ... พ่อคิดว่าต้องฝึกให้จริงจังมากกว่านี้เสียแล้ว... ไม่งั้นพ่อต้องคอยพึ่งลูกตลอดเเน่ๆ" ชินถอนหายใจแล้วกล่าวอย่างปลงๆ ที่ทักษะของตนนั้นเป็รองลูกชายอยู่หลายขุม
"ท่านพ่ออย่าเร่งรีบไปเลย ในยามนี้ท่านก็แกร่งพอจะรับมือคนนับพันด้วยตัวคนเดียวได้แล้ว" ฟงกล่าวปลอบใจบิดาตนเองทันที
"แต่ลูกรับมือคนได้ถึงนับแสน จะให้พ่อภูมิใจได้อย่างไรกันละ? อย่างน้อยขอสักครึ่งของลูกก็ยังดีว่ามั้ย? ฮะ ฮะ" ชินกล่าวก่อนจะเปลี่ยนอารมณ์มาหัวเราะคลายเครียด
"ครับท่านพ่อ" ฟงยิ้มตอบกลับไป
จากนั้นทั้งคู่ก็โคจรลมปราณประทับร่างกายแล้วทะยานตัวกลับหมู่บ้านตนเอง โดยฟงไม่สนใจทหารที่เฉินเทียนส่งมาจับตาดูแลพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะในยามนี้ทหารพวกนั้นกว่าจะตามพวกเขามาถึงที่แห่งนี้ก็แทบจะหมดแรงแล้ว และพวกนั้นยังไม่ทันได้พักหายใจเลย ฟงกับชินก็ทะยานตัวกลับหมู่บ้านเสียแล้ว ทำให้เหล่าทหารต่างกร่นด่าในใจเอามากๆ ที่ตนนั้นซวยที่ต้องมาทำหน้าที่ดูแลสัตว์ประหลาดทั้งสองนี่
พอชินกับฟงกลับมาถึงบ้านก็ต้องแปลกใจที่หน้าบ้านของตนนั้นมีทหารยืนเฝ้ายามอยู่ ทั้งสองรีบเข้าไปในบ้านทันทีก็พบว่าองค์ฮ้องเต้เฉินเทียนนั้นกำลังนั่งคุยกับหลินฮัวกับหลิ่งอยู่
"ทำไมองค์ฮ้องเต้ยังมิกลับราชสำนักอันยิ่งใหญ่ของท่านกันละ?" ชินกล่าวประชดออกมาทันที
"ข้าจะกลับต่อเมื่อข้าพาเ้ากลับไปได้เฉินหลง" องค์ฮ้องเต้ขมวดคิ้วแล้วพูดตรงใส่ชินทันที
"กลับไปหรือ? ไม่มีทาง ท่านเป็ผู้ขับไล่ข้าออกมาเอง ทำไมข้าต้องกลับไปด้วยกันเล่า?" ชินกล่าวตอบอย่างไม่พอใจ
"เื่ราวในครั้งนั้นเ้าช่วยลืมๆ มันไปซะเฉินหลง ตอนนี้ข้า้าผู้สืบทอดราชสมบัตินี่"
"น้องรอง กับน้องสามก็อยากขึ้นเป็องค์ฮ้องเต้จนตัวสั่นทำไมถึงไม่ให้พวกมันรับตำแหน่งไปเล่า? มาให้ข้าที่เคยถูกโทษฏกลับไปรับ่ต่อจากท่านเนี้ยนะ? ท่านไม่กลัวชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของท่านป่นปี้หรืออย่างไรกัน?" ชินกล่าวพร้อมกับกำมือแน่นอย่างโมโห
"น้องรองเ้าตายไปเมื่อสี่ปีก่อนแล้วจากยาพิษ ส่วนน้องสามของเ้าก็หายสาปสูญ ตอนนี้ทั้งตระกูลเฉินเหลือเพียงเ้าเท่านั้นที่ยังหายใจอยู่ หากไม่เห็นแก่หน้าข้า ก็เห็นแก่บรรพชนตระกูล กลับไปรับตำแหน่งองค์รัชทายาทเหมือนเดิมซะ!"
ปึงงงง!!~
องค์ฮ้องเต้กล่าวออกมาด้วยความโมโหแล้วทุบโต๊ะจนเสียงดัง
"หึ! พอมันรวมหัวไล่ข้าออกมาได้เสร็จ ก็หันไปกัดกันเอง สมแล้วที่เป็พวกชั่วช้า" ชินอุทานออกมาอย่างสบายใจ ก่อนจะเดินปลีกตัวกลับห้องไป
"ลูกฟง... ลูกช่วยพูดกับพ่อเขาหน่อยเถอะนะ" หลินฮัวที่้าให้ชินได้กลับไปสุขสบายได้ร้องขอต่อฟงให้ช่วยเกลี้ยกล่อมผู้เป็พ่อทันที
"ไม่! ข้ามิชื่นชอบผู้ทรยศ ถึงท่านพ่อจะเป็ลูกของท่าน แต่ข้านั้นมินับท่านเป็ปู่ของข้าหรอก ท่านเคยทรยศความเชื่อใจของท่านพ่อข้าไปแล้ว จะให้ข้าเชื่อใจท่านงั้นหรือฝันไปเถอะ" ฟงกล่าวจบก็เดินปลีกตัวไปกับชินทันที
"องค์ฮ้องเต้... โปรดให้เวลาพวกเขาสักหน่อยเถอะนะเ้าคะ" หลินฮัวกล่าวพลางก้มหัวก่อนจะลุกออกมาจากโต๊ะแล้วจูงมือหลิ่งเดินตามมาด้วย
หลินฮัวกับหลิ่งนั้นได้เดินตามเข้ามาในห้องน้องของชินก่อนจะปิดประตูลง ชินนั้นนั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับทำหน้าไม่พอใจ ส่วนฟงนั้นนั่งแยกอยู่ที่เก้าอี้ใกล้ๆ หน้าต่างพร้อมเหม่อมองทอดยาวออกไปอย่างไม่สนใจ
"ชิน..." หลินฮัวกล่าวก่อนจะเดินมานั่งที่เตียงข้างๆ ชิน โดยปล่อยให้หลิ่งไปเกาะแกะกับฟง
"ไม่! อาฮัว ข้าจะไม่กลับไป หากข้ากลับไปแล้วเ้าละ? เ้าจะอยู่ยังไง?" ชินหันมากล่าวด้วยใบหน้าไม่พอใจเอามากๆ
"แต่ถ้าราชวงค์ขาดรัชทายาทแล้ว แคว้นนี้อาจจะไม่อาจอยู่รอดในอนาคตได้นะชิน" หลินฮัวกล่าวต่อ
"ช่างมันสิอาฮัว ข้าจะไม่ยอมให้เ้าถูกทิ้งเพียงไว้คนเดียวหรอกนะ"
ชินกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ เขานั้นรู้ว่าหากเขากลับไป หลินฮัวที่เป็เพียงชาวบ้านสามัญชนธรรมดาจะไม่สามารถเข้าไปอยู่ในวังได้ ถึงจะไปอยู่ได้ก็เป็ได้แค่นางสนมเท่านั้น และชินไม่้าให้ภรรยาผู้เป็ที่รักเป็เพียงแค่สนมผู้ต่ำต้อยแน่นอน
"แค่ข้าได้พบและรักกับเ้าในชีวิตนี้ข้าก็มีความสุขแล้ว ต่อให้ต้องแยกจากกันในวันนี้ ข้าก็มิเสียใจหรอกนะชิน" หลินฮัวกล่าวออกมาอย่างฝืนใจ ทั้งๆ ที่ในใจนางนั้นก็ไม่อยากแยกจากชายอันเป็ที่รักเหมือนกัน
"อย่าอาฮัว... อย่าพูดอย่างนี้ ชีวิตนี้คนที่ข้าเชื่อใจและรักได้มีเพียงเ้ากับลูกๆ เท่านั้น เพราะงั้นอย่าพูดว่าแยกจากกันอีกเลยได้โปรด" ชินกล่าวก่อนจะดึงร่างของหลินฮัวมากอดเอาไว้
"งั้นทำไมพวกเราไม่ไปเจรจาพร้อมกันละท่านพ่อ?" ฟงที่ฟังมานานเดินมาหาทั้งคู่ในขณะที่หลิ่งกำลังเกาะขี่หลังเขาอยู่
"เจรจา? ยังไงหรือลูกฟง?" หลินฮัวกล่าวออกมาอย่างสงสัย
"ข้าจะเป็ผู้เจรจาเองขอให้ท่านพ่อกับท่านแม่อย่าขัดข้าเป็พอ" ฟงกล่าวจบก็เดินนำออกจากห้องมาทันที
ฟงมุ่งตรงกับมาที่โต๊ะทานอาหารในบ้านตัวเดิมของเขาที่ตอนนี้องค์ฮ้องเต้ก็ยังนั่งทำหน้าเครียดอยู่อย่างเช่นก่อนหน้านี้
"ข้ามาเจรจา" ฟงกล่าวขึ้นด้วยเสียงเรียบ
"ว่ามา" องค์ฮ้องเต้คลายคิ้วที่ขมวดลงอย่างใจชื้นว่ายังคงมีหวัง
"ท่านพ่อของข้าจะกลับไปก็ต่อเมื่อท่านยอมรับและตกแต่งท่านแม่ของข้าเข้าเป็พระมเหสีเอกเท่านั้น หากทำได้ข้ากับท่านพ่อก็พร้อมจะกลับไป" ฟงกล่าวออกมาด้วยเสียงแข็ง
"นี่เ้า! มันจะมากไปแล้วนะ! ให้ตกแต่งสามัญชนชั้นต่ำขึ้นเป็มเหสีเนี้ยนะ? รู้ถึงไหนอายถึงนั้น แถมชื่อเสียงของวงค์ตระกูลจะป่นปี้ไม่มีเหลือแน่!" องค์ฮ้องเต้กล่าวออกมาอย่างโมโห โดยลืมไปเลยว่าสามัญชนที่ว่าก็ยืนอยู่ในที่นี่ด้วย
คลื่นนนนนน!!~
บ้านทั้งหลังกำลังสั่นะเื ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากฟง แต่เกิดจากชินผู้ยืนอยู่ในห้องแห่งนี้ ชินกำลังโกรธเอามากๆ ที่ชายแก่ตรงหน้าผู้เป็พ่อของเข้าเห็นชื่อเสียงของบรรพบุรุษที่ตายไปสำคัญกว่าปัจจุบัน และยังดูถูกหลินฮัวภรรยาของเขาเป็เพียงสามัญชนชั้นต่ำ
"สุดท้ายท่านก็ยังทรยศความเชื่อใจของข้าได้ตลอดสินะท่านพ่อ..." ชินกล่าวด้วยเสียงเรียบ ก่อนจะเดินนำหน้ามายืนข้างฟง แล้วดันตัวฟงไปด้านหลัง
"ข้านึกว่าท่านจะเห็นความสุขของลูกหลานสำคัญกว่า... แต่ไม่เลย ท่านเอะอะ อะไรก็กล่าวอ้างบรรพบุรุษก่อนเสมอ หากท่านเห็นว่าชื่อเสียงอันดีงามของบรรพบุรุษมันสำคัญกว่าครอบครัว เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้วละ" ชินกล่าวด้วยเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยความโกรธ
"แล้วเ้าจะให้ข้าทำอย่างไรเฉินหลง? หากข้าไม่รักษาชื่อเสียงของบรรพบุรุษ แล้วผู้ใดละจะรักษามัน?" องค์ฮ้องเต้กล่าวออกมาอย่างไม่ยอมแพ้
"รักษาไปแล้วมันได้อะไรละ ชื่อเสียงจอมปลอมที่ปิดบังความเน่าเฟะของการแก่นแย่งชิงดีกันภายในตระกูลน่ะหรือ? ท่านไม่ละอายใจบ้างหรืออย่างไร?" ชินกล่าวเถียงกลับทันที
"อึก..." องค์ฮ้องเต้ถึงกับสะอึกในลำคอทันทีเมื่อได้ฟังประโยคที่ชินเถียงกลับมา
"โปรดกลับไปเถอะ อย่าได้มาวุ่นวายกับครอบครัวข้าอีกเลย เป็ไปได้ก็คิดซะว่า [เฉินหลง] นั้นตายไปเมื่อ 19 ปีก่อนก็ได้องค์ฮ้องเต้" ชินกล่าวจบก็ปลดพลังที่เกิดจากความโกรธออกไปทันทีทำให้ทุกอย่างดูสงบลง
"ทหาร!! จงฟังคำสั่งข้า! จับกุมทั้งสี่คนในบ้านหลังนี้ซะในข้อหาฏ" ฮ้องเต้ะโดังลั่นออกมา เพื่อให้ทหารที่อยู่โดยรอบนั้นเข้ามาจับกุมทั้งสี่เอาไว้ เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องเอาตัวเฉินหลงกลับไปให้ได้
แต่ทว่ากลับไม่มีทหารคนใดเข้ามาในบ้านหลังนี้เลยแม้แต่คนเดียว และเพียงพริบตาเดียวร่างของสี่คนตรงหน้าขององค์ฮ้องเต้เฉินเทียนก็ค่อยจางหายไปในอากาศทันที ทำให้เขาตื่นใมากๆ จนต้องวิ่งออกมาดูด้านนอกก็พบว่า ทหารของเขานั้นนอนสลบอยู่กับพื้นกันถ้วนหน้า ไม่มีผู้ใดลุกอยู่เลยแม้แต่คนเดียว...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
"มันจะดีหรือชิน? ที่เ้าทิ้งเขามา?" หลินฮัวที่กำลังขี่หลังชินนั้นได้กล่าวขึ้นอย่างสลดใจที่ชินทำอย่างนี้
"เ้าก็เห็นนี่ว่าเขายึดเอาแต่ชื่อเสียงตระกูลของตนเป็ที่ตั้งไม่สนใจตัวเ้าเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นการที่ข้าไม่สนใจเขาก็เป็สิ่งที่ควรจะทำแล้ว" ชินตอบในขณะที่วิ่งอยู่ในป่า
ตอนนี้ทั้งสี่ตัดสินใจออกมาจากหมู่บ้านแห่งนั้นเเล้ว โดยต้นความคิดนั้นก็มาจากฟงนั้นเอง เขาได้บอกกล่าวกับชินผู้เป็พ่อไว้แล้ว หากเห็นท่าไม่ดี เขาจะทำการย้ายทั้งสี่นั้นออกมาอยู่ในป่าก่อน จากนั้นทั้งหมดจะเตรียมตัวออกไปอยู่ที่หมู่บ้านอื่น และแน่นอนจะไม่ใช่แคว้นเฉินแน่นอน
ทั้งชินกับฟงนั้นต่างมีคนขี่หลังทั้งคู่ พวกเขาจำเป็ต้องทำอย่างนี้เพื่อออกเดินทางให้ได้ไวที่สุด แน่นอนว่ามันเร็วเทียบเท่ารถม้าชั้นดี หรือเร็วกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะทั้งคู่คือผู้ฝึกลมปราณ และเมื่อก่อนหน้านี้ชินก็พึ่งยกระดับลมปราณได้จากระดับอารมณ์ที่สูงของเขานั้นเอง ซึ่งการมาออกแรงวิ่งอย่างนี้ก็จะเป็การช่วยปรับความเสถียรของฐานพลังด้วย...
"นี่ๆ ท่านพี่ฟง ท่านสอนข้าใช้ลมปราณเหมือนท่านพ่อได้หรือไม่?" เด็กน้อยหลิ่งที่เกาะแกะฟงอยู่ถามขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"เื่นั้นไม่มีปัญหา... แต่คงไม่ใช่ในตอนนี้ เพราะพวกเราต้องหาที่อยู่ให้ได้เสียก่อน" ฟงตอบในขณะที่กำลังลงอาคมคุ้มภัยบริเวณหน้าถ้ำที่เจอระหว่างทาง
"ลูกฟงกำลังทำอะไรหรือ?" หลินฮัวที่อยู่ว่างๆ ก็เดินมาหาฟงกับหลิ่ง
"ข้ากำลังลงอาคมคุ้มภัย สำหรับป้องกันพวกแมลง หรือสัตว์มีพิษไม่ให้เข้าใกล้บริเวณนี้" ฟงหันไปตอบด้วยใบหน้านิ่งๆ ก่อนจะหันกลับมาลงมือวาดอักษรแปลกๆ บริเวณหน้าทางเข้าถ้ำ
"อ่า... เสร็จแล้วท่านแม่" ฟงกล่าวพร้อมกับดันตัวลุกขึ้นยืนแล้วบิดี้เี
เมื่อการลงอาคมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฟงก็จูงมือทั้งแม่กับน้องสาวของเขากลับเข้าไปด้านใน ซึ่งชินในตอนนี้กำลังนั่งสมาธิเพื่อปรับฐานพลังอยู่ ฟงนั้นไม่อยากรบกวนชินมากจึงสะบัดหนึ่งครั้งสร้างกำแพงดินขึ้นมาแบ่งเป็ห้องให้บิดาของเขาไป
"ว้าว!~ ท่านพี่สุดยอดไปเลย" หลิ่งที่เห็นว่าพี่ชายของตนแค่เพียงสะบัดมือเท่านั้นก็เกิดกำแพงหินขึ้นตั้งเป็ห้องก็ตื่นเต้นอย่างมาก
"ลูกฟง พ่อของลูกก็ทำอย่างลูกได้งั้นหรือ?" หลินฮัวเองก็อึ้งไม่ต่างกันนัก เธอนั้นตื่นตะลึงั้แ่การถูกย้ายเพียงพริบตาออกมาอยู่ในป่าแล้ว เธอไม่คิดว่าลูกของเธอจะเป็เหมือนดั่งผู้วิเศษที่อยู่ในนิทานเลยเเม้แต่น้อย
"ไม่หรอกท่านแม่... ตอนนี้มีเพียงข้าเท่านั้นที่ทำได้ แต่อีกไม่นานท่านพ่อก็จะทำมันได้เหมือนข้าแน่นอน รวมถึงเ้าด้วยน้องหลิ่ง" ฟงกล่าวก่อนจะขยับมือไปขยี้ผมของหลิ่งที่เกาะแกะเขา
ทั้งสามนั้นพูดคุยไป จัดที่นอนไปด้วย จวบจนทุกอย่างจัดเรียบร้อยแล้ว ฟงก็อาสาจะออกไปหาของป่าเพื่อนำกลับมาทำอาหารทาน โดยเขาขอให้แม่กับน้องชายรออยู่ที่นี่ก่อน และสั่งห้ามออกจากถ้ำนี้
เมื่อฟงออกมาจากถ้ำแล้ว เขาก็ก้มคุกเข่าข้างซ้ายลงกับพื้นเข่าขวาชันขึ้น จากนั้นก็ส่งฝ่ามือของตนประทับไปที่พื้นดินแล้วหลับตา เขาปล่อยจิตให้ว่างแล้วเดินโคจรปราณแทรกลงไปที่พื้นดิน เพื่อหาแหล่งน้ำ สัตว์ป่า พืชผักในป่า หรือผลไม้ในระแวกรอบตัวเป็ระยะ 2 ลี้
พอฟงได้ตำแหน่งของทุกอย่างครบถ้วนแล้ว เขาก็รีบทะยานตัวออกไปทันทีด้วยความเร็วสูงสุด เพื่อจะได้กลับมาที่ถ้ำแห่งนี้ไวๆ ยิ่งเขารวบรวมสิ่งจำเป็ได้เร็วเท่าไหร่ เวลาของเขาที่กลับมาก็จะเร็วขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีเหตุจำเป็ใดๆ ให้เขาต้องสละเวลาแวะออกนอกเส้นทางที่คิดเลยแม้แต่น้อย
หลังจากหาทุกอย่างครบตามที่้าแล้ว ฟงก็รีบกลับไปที่ถ้ำทันที และพอมาถึงเขาก็นำสิ่งที่หามาได้นั้นแจกจ่ายให้กับทุกคน ซึ่งตอนนี้ชินเองก็ออกจากการนั่งสมาธิพอดี ทำให้ฟงโดนชินเอ็ดไปหนึ่งยก เพราะออกไปหาของป่าตัวคนเดียวทำให้ผู้เป็พ่อเป็ห่วงนั้นเอง
"วันนี้ก็พักผ่อนกันเถอะ พรุ้งนี้เราต้องเดินทางกันต่อ" ชินกล่าวขึ้นหลังจากทุกคนทานอาหารเย็นกันเรียบร้อยแล้ว
"ครับ / ครับ~" ทั้งชินกับหลิ่งต่างขานรับทันทีก่อนจะเดินแยกไปที่นอนของทั้งคู่
"ชิน... ขอบคุณนะที่ยอมอยู่กับข้าจนถึงตอนนี้" หลินฮัวกล่าวจบก็จูบลงหน้าผากของชินทันที
"อืม... ทั้งเ้าทั้งลูก ข้าสัญญาเลยว่าจะไม่ทิ้งพวกเ้าแน่นอน" ชินกล่าวตอบก่อนจะจูงมือเดินไปที่นอนของทั้งคู่
และค่ำคืนหลังจากการปลีกตัวออกมาจากแคว้นเฉินคืนแรกของครอบครัวนี้ก็ผ่านไปราวหายใจเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ตอนนี้ก็เป็ยามเช้าตรู่ของอีกวัน อาหารเช้าของครอบครัวนี้ก็เป็ของป่าที่ฟงหาเผื่อไว้เมื่อวาน ทำให้ในยามเช้านี้ทั้งครอบครัวต่างมีน้ำและอาหารเพียงพอต่อแรงให้ทั้งหมดมีเพื่อจะเดินทางไปยังแคว้นอื่นที่อยู่ห่างจากแคว้นเฉิน
"ข้าจะได้พบเจอเ้าไหมน้า... ลี่ฟาน..."
____________________________________________________________________
-- จบ --