“ธันว์คะ”
เสียงแหลมเล็กดังมาจากไหนสักแห่ง ทรงธรรมชะงักมองหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกหลากหลาย ก่อนผละออกมองหาที่มาของเสียงนั้นอย่างขัดใจ นวลแพรลุกตามอย่างรวดเร็ว นึกขอบคุณใครคนนั้นที่มาเวลานี้
บุญแท้ ๆ เชียวไม่เสียแรงที่ทำบุญทำความดีมาตลอด สาธุ
ยังไม่ทันจะหายใจหายคอ ชายหนุ่มก็คว้าข้อมือเธอดึงกลับไปยังบ้านพักตากอากาศด้วยกัน ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เท่าไรนวลแพรยิ่งรู้สึกคุ้นตากับผู้หญิงที่ยืนผิวขาวออร่าโดดเด่นเป็สง่าอยู่ตรงระเบียง
นั่นมัน ใช่จริงด้วยอินฟลูเอนเซอร์ดาวรุ่งพุ่งแรงคนตามหลักล้านที่เธอชอบเปิดดูทางโซเชียลบ่อย ๆ ก็น่ารักสดใสซะขนาดนั้น ตัวจริงยิ่งสวย
แต่เอ๊ะ! รู้จักนายทรงธรรมด้วยเหรอ
ตาที่กรีดอายไลเนอร์อย่างดีของอินฟลูเอนเซอร์สาว มองเธอเหมือนมนุษย์ต่างดาวที่หลงเข้ามาในโลก ก่อนหันไปถามชายหนุ่มคนเดียว
“ธันว์ นี่ใครเหรอคะ”
ชายหนุ่มหันมองเธอเพียงนิด แล้วพูดด้วยประโยคที่ทำให้แมลงสาบเปลี่ยนเป็ไส้เดือน
“แฟนผมเอง”
หา!
คนที่โดนทึกทักว่าเป็แฟนอ้าปากค้างหน้าเหวอ ทรงธรรมตอบแบบไม่ใช้เวลาคิด มือที่จูงเลื่อนมาโอบไหล่
“ไม่ใช่นะ”นวลแพรรีบบอก
โดยไม่ทันตั้งตัว วิธีปิดปากของชายหนุ่มรุนแรงกว่าที่คิด เขาเอาปากประกบปากเธอรวดเร็ว อึดใจเดียวก็ผละออกพร้อมกับใช้สายตาสะกดไว้
“อย่าสิครับที่รัก ดื้อมากระวังจะถูกทำโทษนะ”
แนนนี่มองด้วยความประหลาดใจแต่ต้องทำหน้านิ่งราวกับภาพเมื่อครู่ไม่มีผลกับความรู้สึก
“อ้อ แนนนี่มาขัดจังหวะธันว์รึเปล่า”
ชายหนุ่มยักไหล่นิด “ก็ไม่เชิงหรอก”
นวลแพรแทบไม่เชื่อหูกับประโยคสนทนา นี่ตกลงว่าเขาเป็อะไรกัน ทำไมถึงพูดจาดูไม่มีเยื่อใยกันเลย คนสวยนั่นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจง่ายดายเหลือเกิน โอกาสเอาตัวรอดอย่างนี้จะปล่อยให้ลอยนวลได้อย่างไร
“มันไม่ใช่นะคะ เขาฉุดฉันมาคุณต้องช่ว...”
อีกรอบที่ปากเธอโดนประกบด้วยริมฝีปากอุ่นจัด
“เอาล่ะ ๆ แล้วธันว์ว่างเมื่อไร”
แนนนี่ยกมือขึ้นระอากับฉากเลิฟซีนตรงหน้า ขณะที่ทรงธรรมส่งสายตาเข้มเป็การเตือนนวลแพรอีกครั้ง ตอบแนนนี่เสียงเรียบ
“ผมยังไม่รู้ มีอะไรรึเปล่า”
สาวน้อยฟังอย่างนั้นก็ยักไหล่ด้วยท่าทางไม่ยี่หระ
“ไม่มีอะไรนึกว่าธันว์อยู่คนเดียวว่าจะมาค้างด้วยเบื่อ ๆ”
ค้างด้วย เบื่อ ๆโอ้ ไม่ธรรมดาแล้ว
นวลแพรออกอาการเหวอ อดคิดไม่ได้ว่าสองคนนี้คบกันถึงขั้นไหน แต่ช่างเถอะมันเื่ของเขา แต่ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แล้วแนนนี่ไม่สนใจจะช่วยกันเลย อุตส่าห์ส่งสายตาอ้อนวอนก็แล้ว
“ไว้ว่าง ๆ จะโทรหาละกัน”
ทรงธรรมสรุป แนนนี่ก็สะบัดหน้าเดิน กลับไปยังรถที่จอดอยู่ นวลแพรมองตามสายตาละห้อย
โธ่ ไปเสียแล้วความหวังสุดท้าย
ลับร่างอินฟลูเอนเซอร์สาวดาวรุ่งเขาจับเธอนั่งบนเก้าอี้ ส่วนตัวเองนั่งบนโต๊ะรับแขกเตี้ย ๆ มือที่จับไหล่บอบบางทั้งสองข้างกระชับไว้มั่น
“กำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอดอยู่เหรอครับคุณพี่ ดูพยายามนะเมื่อกี้ แต่ขอโทษ ผมรู้ทัน”
เออสิ ถามได้
นวลแพรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น คิดเพียงว่าสถานการณ์อย่างนี้จะหาวิธีเอาตัวรอดอย่างไร หากเวลานี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าการชวนคุยเบนความสนใจเขาไปจากตัวเธอ โดนจูบฟรีสองครั้งต่อหน้าคนอื่น รู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย
“นายกับแนนนี่เป็แฟนกันเหรอ”
ทรงธรรมหัวเราะขัน
“เปล่า คุณพี่ก็น่าจะรู้ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว ข่าวออกจะดังอย่าบอกนะว่าไม่ติดตามข่าวบันเทิง”
เขาดักคอเมื่อเห็นเธอตั้งท่าจะปฏิเสธ
“แล้วเขามาหานายที่นี่ทำไม หรือว่า”
“กิ๊กกัน” ชายหนุ่มเสริมให้
หากอีกฝ่ายกลับตาโตเพราะเชื่อเต็มหัวใจ เผลอพูดออกไปอย่างไม่ทันได้คิด
“นี่นายเป็ชู้กับแฟนชาวบ้านอีกแล้วเหรอ”
คำกล่าวหารุนแรงทำให้หน้าหล่อนิ่งไปด้วยคาดไม่ถึง มือที่จับไหล่บีบแน่นขึ้นเล็กน้อย นวลแพรเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรผิดไปเลยยิ้มแหยแถไปน้ำขุ่น ๆ
“เอ่อ ฉันล้อเล่นน่ะรู้หรอกว่าหน้าตาแบบนาย กิ๊กใครไม่ได้หรอกหล่อซะขนาดนี้”
ชายหนุ่มไม่เล่นด้วยเขาหรี่ตามองเธอหมายมาด
“คุณพี่คิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”
นวลแพรฟังเสียงเขาแล้วรู้สึกใจไม่ค่อยดี
“ก็บอกแล้วไงว่าพูดเล่น”
เขาจ้องหน้าเขม็ง หญิงสาวก็ไม่รู้จะปฏิเสธความจริงไปทำไม
“เออ พูดจริงก็ได้ คิดยังไงก็พูดอย่างนั้นมันผิดด้วยเหรอ ดีกว่าปากอย่างใจอย่างนะ”
ดวงตาที่ไม่เชื่อถือของเขามันโชนแสงแทบเผาเธอเป็จุณ ขืนโกหกกันต่อไป มีหวัง ถูกบีบคอหมกศพอยู่ที่นี่แน่
“คุณพี่คิดแบบนั้น”
ใช่ฉันคิดแบบนั้น นวลแพรอยากะโใส่หน้าด้วยประโยคนี้จริง ๆ เขาจะย้ำเพื่ออะไรก็ไม่รู้ แต่ว่าตอนนี้เธอตัวลีบลง เขาละมือจากไหล่บอบบางเปลี่ยนมาจับคางแทน ใช้นิ้วไล้แก้มไปมาแ่เบา
“อย่าลืมนะว่าตอนนี้คุณพี่เป็แฟนผมแล้วรู้ใช่ไหมว่าคู่รักเขาจะลงโทษกันด้วยวิธีไหน”
ทรงธรรมทึกทักขณะที่นวลแพรเกือบถอนใจ มีหรือจะไม่รู้ว่าเขาจะทำยังไงเมื่อกี้ก็ตั้งสองครั้งแค่คิดก็สยองจะแย่
หญิงสาวครางในใจจะปัดมือออกก็ไม่กล้าเกรงจะโดนคว้าปุบปับ สมองอันน้อยนิดทำงานเร็วรี่ ไม้แข็งใช้ไม่ได้ผล มันก็ควรจะเป็ไม้อ่อน
“ทรงธรรมถามจริง ๆ นายทำแบบนี้เพื่ออะไร”
พยายามปรับเสียงให้อ่อนโยนที่สุดเผื่ออีกฝ่ายจะหลงเหลือความเกรงใจบ้าง (ที่ไม่รู้ว่ามีหรือเปล่า)
“เพื่อตัวเอง” เขาตอบแทบไม่คิด สายตาจับนิ่งที่ริมฝีปาก ทั้งยังเคลื่อนหัวแม่มือคลึงเล่น
“ไม่คิดบ้างหรือว่าทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องเราเป็คนแปลกหน้ากันนะ”
เขากลับมาสบตาเธอ
เริ่มได้สวยแฮะ
นวลแพรกระหยิ่มยิ้มย่องกับตัวเองด้วยมั่นใจว่าชายหนุ่มอาจจะมีสำนึกดีอยู่บ้าง ต่อไปก็เป็การขยายความแสดงธรรมเทศนาโดยตั้งใจเปลี่ยนคนบาปให้เป็นักบุญ หญิงสาวใคร่ครวญอย่างรวดเร็วว่าจะเริ่มต้นด้วยประโยคไหนดี อ้อ อ้างอิงถึงบุพการีน่าจะดีที่สุด
“หากพ่อแม่นายรู้ว่าลูกตัวเองกำลังทำตัวเหลว...”
สาบานว่าเธอไม่ได้ติดอ่างหรือมีปัญหาเื่การสื่อสารด้วยประการใด แต่คำพูดถูกกลืนกลับไป เพราะเขาใช้ปากปิดปากที่กำลังตั้งท่าเจื้อยแจ้วไม่หยุดอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทันอีกครั้ง
อีกอย่าง ทรงธรรมยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้ทำให้ความยับยั้งชั่งใจของเขาติดลบอย่างเหลือเชื่อ ปกติไม่คิดขโมยจูบใครยิ่งไม่เต็มใจยิ่งเป็ไปไม่ได้ ทุกคนล้วนเต็มอกเต็มใจทั้งนั้น ริมฝีปากอุ่นจูบอย่างชำนิชำนาญผิดกับอีกฝ่ายที่ไม่ประสาอะไรเลย
“นายน้อยครับ”
เสียงเรียกเต็มไปด้วยความเกรงอกเกรงใจดังอยู่ไม่ไกลทำให้คนที่กำลังอยู่ในอารมณ์วาบหวามแทบคลั่ง ทรงธรรมปล่อยนวลแพรอย่างไม่เต็มใจ ก่อนหันไปถามเกือบเป็ตวาด
“อะไร!”
จนคนเข้ามาคอหดหน้าซีด หนุ่มน้อยละล่ำละลักบอกปากคอสั่น
“นะ นายท่านโทรมาครับให้โทรกลับด่วนครับ”
ประโยคนั้นทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดกว่าเดิม
“คุณพ่อมีอะไร”
“ไม่ทราบครับท่านบอกมาแค่นี้”
หนุ่มน้อยผิวเข้มอายุไม่เกิน 20 ปี ก้มหน้าก้มตาหงอตัวจนน่าสงสาร ชายหนุ่มคล้ายจะรู้ว่าใช้อารมณ์เกินความจำเป็จึงถอนหายใจ
“โอเคนายไปได้แล้ว”
ร่างนั้นหายแวบทันตาเมื่อทรงธรรมพูดจบ เขาหันกลับมาที่หญิงสาวที่ยังมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นดู ผมเผ้ายุ่งไปหมด แก้มแดงปากแดงเพราะฝีมือเขา ท่าจะช็อกไม่น้อยเพราะนั่งนิ่งเหมือนคนลืมหายใจ
“ที่รัก รอแป๊บนะ ผมไปโทรศัพท์ก่อนเดี๋ยวเราเข้าเมืองไปซื้อของกัน”
ชายหนุ่มบอกเธอ ยื่นหน้าไปจุมพิตที่ปาก แล้วลุกขึ้นไปหามุมไม่ใกล้ไม่ไกลจากห้องรับแขก โดยใช้สายตาจับความเคลื่อนไหวของเธอตลอดเวลา
“ครับพ่อ” เขากรอกเสียงลงไป ผู้เป็พ่อรับสาย
“เห็นกล้องบอกว่าแกพาผู้หญิงไปเหรอ”
น้ำเสียงแซวลูกชายกลาย ๆ จากการรายงานของกล้อง กล้องคือเด็กที่ถูกจ้างไว้เพื่อดูแลบ้านพักตากอากาศหลังนี้ ซึ่งแต่ละครั้งจะมีคนดูแลหนึ่งคน ล้วนแต่เป็ญาติของกล้องทั้งนั้น รวมทั้งคุณลุงที่นวลแพรวิ่งไปเจอแต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์รับลูกแซวใดๆ
“พ่อมีอะไรครับ” ทรงธรรมถามเข้าเื่
“มี จะรบกวนให้ไปงานคืนนี้แทนหน่อย รีบกลับมาตอนนี้เลย”
ชายหนุ่มถอนใจ เริ่มเบื่อที่พ่อพยายามเหลือเกินกับการผลักดันเขาเข้าสู่วงการไฮโซ ไฮซ้อ
“แล้วคุณจุ๋มล่ะครับ” เขาถามถึงแม่เลี้ยงคนสวย
“คุณจุ๋มกับพ่อต้องไปงานเหมือนกัน ตอนแรกจะแยกกันไปแล้ว แต่เผอิญงานที่พ่อไปมีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ไปด้วยกันก็ไม่ได้ ส่วนอีกงานก็สำคัญมีแต่นักธุรกิจแวดวงเดียวกันรับปากเขาไว้แล้วด้วย ธันว์ช่วยพ่อหน่อยนะไปให้เกียรติเขาสักหน่อยก็ยังดี”
ทรงธรรมถอนหายใจพ่อถึงกับลงทุนขอร้อง มีหรือจะปฏิเสธลง เขาเองก็ไม่คิดจะปฏิเสธแต่ต้องอยู่ภายใต้กฎและข้อแลกเปลี่ยนที่น่าพอใจเท่านั้น ที่ผ่านมาดูพ่อจะเข้าใจจุดนี้เป็อย่างดีแต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เดาไม่ผิดก็เห็นจะเป็เื่นี้
“ผมไปคนเดียวหรือต้องไปกับใคร”
คล้ายผู้เป็พ่ออึกอักเพียงนิดก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเอาใจ
“พ่อฝากหนูเจนไปด้วยคนนะ”
หญิงสาวพยายามทำตัวนิ่งมากที่สุด เมื่อทรงธรรมบอกว่าจะพาเธอกลับกรุงเทพฯ ขืนพูดมากเดี๋ยวพ่อเ้าพระคุณเปลี่ยนใจยิ่งอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ด้วย
ชายหนุ่มดูจะรับรู้ปฏิกิริยาอันไม่เป็ธรรมชาตินั่น มันเหมือนไม่ใช่ 'นวลแพร' ตัวจริงเลย ชวนหงุดหงิดพิลึก มีวิธีเดียวที่จะทำให้ผู้หญิงคนนี้มีอาการ ก็ต้องไปแตะจุดต้องห้ามทางความคิด จะเป็อะไรไปไม่ได้นอกจากสิ่งที่เ้าตัวยี้สุดใจ แม้จะหงุดหงิดเื่พ่ออยู่บ้างแต่เขาก็ยังอยากแกล้ง อย่างน้อยมันอาจจะช่วยให้อารมณ์ที่คลุกรุ่นนี้ดีขึ้น
“คุณพี่ที่รักช่วยพูดอะไรบ้างสิผมไม่ได้ปิดปากไว้ซะหน่อยพูดได้”
ประโยคที่แฝงด้วยนัยพาให้คิดลึก ทำให้คนนั่งเงียบเหล่ตามองเขา แต่ยังสงบปากสงบคำทั้งยังเชิดหน้าหันไปมองนอกหน้าต่าง ทรงธรรมส่ายหน้ายิ้ม แล้วหยอดไปอีกหน่อย
“หุบปากนาน ๆ ระวังน้ำลายบูดไม่รู้ด้วยนะ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน”
นวลแพรก็ยังเงียบ
“คุณพี่” เขาเรียกหญิงสาวเสียงนุ่ม ไร้เสียงตอบรับเช่นเคย
“ที่รักครับ” นวลแพรยกมือปิดหูเหมือนทนไม่ไหวที่ได้ยินเขาเรียกแบบนั้น
“ที่รักๆๆๆๆๆ”
“ไม่ฟัง ๆๆๆๆ”
ทรงธรรมหัวเราะชอบใจไม่คิดว่าการได้แหย่หญิงสาวจะทำให้เขามีความสุขมากขนาดนี้ นวลแพรมีลักษณะบางอย่างที่ดึงดูดได้อย่างประหลาด ทั้งที่ปกติเขาจะไม่สนใจผู้หญิงลักษณะธรรมดาแบบนี้เลย
ทรงธรรมก้าวเท้าเข้ามาในงานที่เต็มไปด้วย 'มนุษย์' ที่เรียกตัวเองว่านักธุรกิจด้วยความรู้สึกเบื่อแกมเซ็ง แต่ต้องซ่อนอาการไว้อย่างมิดเม้นด้วยหน้ากากสังคมที่ชายหนุ่มเรียนรู้จากพ่อว่ามันสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว หากยังต้องอยู่ในแวดวงนี้
ใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่นเกินวัย สร้างความสนใจให้เหล่าบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่และแขกผู้มีเกียรติได้พอ ๆ กับการเป็ลูกชายมหาเศรษฐีเ้าของกิจการส่งออกเสื้อผ้ารายใหญ่ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ การควงคู่ออกงานกับน้องสาวนอกไส้ เป็ครั้งแรก!
ต่างก็รู้ในแวดวงว่าหนุ่มน้อยรูปงามนามว่า ทรงธรรม 'แอนตี้' แม่เลี้ยงถึงขนาดไม่ยอมอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน แล้ววันนี้ทำไมถึงมาด้วยกันได้ ชายหนุ่มเริ่มตกอยู่ท่ามกลางสายตาหลากหลาย ที่เดินเคียงข้างสาวน้อยหน้าตาสะสวยเฉิดฉายมาในชุดราตรีแซกสั้น
ทรงธรรมเกิดอยากเดินถอยหลัง แล้วออกจากงานเสียเดี๋ยวนี้ มันไม่ได้น่าภาคภูมิใจตรงไหนเลยกับการที่ต้องมาอยู่วงล้อมที่มีแต่สายตาอยากรู้อยากเห็นแต่เก็บอาการภายใต้หน้ากากผู้ดีของคนเหล่านี้ แต่ที่เพิ่มความอึดอัดให้เขามากกว่า เห็นจะเป็เื่ที่พ่อพยายามให้ทุกคนรับรู้ว่าคนในครอบครัวรักกันดีและพยายามให้เขายอมรับเจนจิราให้ได้ในฐานะน้องสาว
ฝันไปเถอะ!