ทรงธรรมเล่ห์รัก

    ตอนที่ 4 ขัดจังหวะ

    “ธันว์คะ”

    เสียงแหลมเล็กดังมาจากไหนสักแห่ง ทรงธรรมชะงักมองหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกหลากหลาย ก่อนผละออกมองหาที่มาของเสียงนั้นอย่างขัดใจ นวลแพรลุกตามอย่างรวดเร็ว นึกขอบคุณใครคนนั้นที่มาเวลานี้

    บุญแท้ ๆ เชียวไม่เสียแรงที่ทำบุญทำความดีมาตลอด สาธุ

    ยังไม่ทันจะหายใจหายคอ ชายหนุ่มก็คว้าข้อมือเธอดึงกลับไปยังบ้านพักตากอากาศด้วยกัน ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เท่าไรนวลแพรยิ่งรู้สึกคุ้นตากับผู้หญิงที่ยืนผิวขาวออร่าโดดเด่นเป็๞สง่าอยู่ตรงระเบียง

    นั่นมัน ใช่จริงด้วยอินฟลูเอนเซอร์ดาวรุ่งพุ่งแรงคนตามหลักล้านที่เธอชอบเปิดดูทางโซเชียลบ่อย ๆ ก็น่ารักสดใสซะขนาดนั้น ตัวจริงยิ่งสวย

    แต่เอ๊ะ! รู้จักนายทรงธรรมด้วยเหรอ

    ตาที่กรีดอายไลเนอร์อย่างดีของอินฟลูเอนเซอร์สาว มองเธอเหมือนมนุษย์ต่างดาวที่หลงเข้ามาในโลก ก่อนหันไปถามชายหนุ่มคนเดียว

    “ธันว์ นี่ใครเหรอคะ”

    ชายหนุ่มหันมองเธอเพียงนิด แล้วพูดด้วยประโยคที่ทำให้แมลงสาบเปลี่ยนเป็๲ไส้เดือน

    “แฟนผมเอง”

    หา!

    คนที่โดนทึกทักว่าเป็๞แฟนอ้าปากค้างหน้าเหวอ ทรงธรรมตอบแบบไม่ใช้เวลาคิด มือที่จูงเลื่อนมาโอบไหล่

    “ไม่ใช่นะ”นวลแพรรีบบอก

    โดยไม่ทันตั้งตัว วิธีปิดปากของชายหนุ่มรุนแรงกว่าที่คิด เขาเอาปากประกบปากเธอรวดเร็ว อึดใจเดียวก็ผละออกพร้อมกับใช้สายตาสะกดไว้

    “อย่าสิครับที่รัก ดื้อมากระวังจะถูกทำโทษนะ”

    แนนนี่มองด้วยความประหลาดใจแต่ต้องทำหน้านิ่งราวกับภาพเมื่อครู่ไม่มีผลกับความรู้สึก

    “อ้อ แนนนี่มาขัดจังหวะธันว์รึเปล่า”

    ชายหนุ่มยักไหล่นิด “ก็ไม่เชิงหรอก”

    นวลแพรแทบไม่เชื่อหูกับประโยคสนทนา นี่ตกลงว่าเขาเป็๲อะไรกัน ทำไมถึงพูดจาดูไม่มีเยื่อใยกันเลย คนสวยนั่นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจง่ายดายเหลือเกิน โอกาสเอาตัวรอดอย่างนี้จะปล่อยให้ลอยนวลได้อย่างไร

    “มันไม่ใช่นะคะ เขาฉุดฉันมาคุณต้องช่ว...”

    อีกรอบที่ปากเธอโดนประกบด้วยริมฝีปากอุ่นจัด

    “เอาล่ะ ๆ แล้วธันว์ว่างเมื่อไร”

    แนนนี่ยกมือขึ้นระอากับฉากเลิฟซีนตรงหน้า ขณะที่ทรงธรรมส่งสายตาเข้มเป็๲การเตือนนวลแพรอีกครั้ง ตอบแนนนี่เสียงเรียบ

    “ผมยังไม่รู้ มีอะไรรึเปล่า”

    สาวน้อยฟังอย่างนั้นก็ยักไหล่ด้วยท่าทางไม่ยี่หระ

    “ไม่มีอะไรนึกว่าธันว์อยู่คนเดียวว่าจะมาค้างด้วยเบื่อ ๆ”

    ค้างด้วย เบื่อ ๆโอ้ ไม่ธรรมดาแล้ว

    นวลแพรออกอาการเหวอ อดคิดไม่ได้ว่าสองคนนี้คบกันถึงขั้นไหน แต่ช่างเถอะมันเ๹ื่๪๫ของเขา แต่ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แล้วแนนนี่ไม่สนใจจะช่วยกันเลย อุตส่าห์ส่งสายตาอ้อนวอนก็แล้ว

    “ไว้ว่าง ๆ จะโทรหาละกัน”

    ทรงธรรมสรุป แนนนี่ก็สะบัดหน้าเดิน กลับไปยังรถที่จอดอยู่ นวลแพรมองตามสายตาละห้อย

    โธ่ ไปเสียแล้วความหวังสุดท้าย

    ลับร่างอินฟลูเอนเซอร์สาวดาวรุ่งเขาจับเธอนั่งบนเก้าอี้ ส่วนตัวเองนั่งบนโต๊ะรับแขกเตี้ย ๆ มือที่จับไหล่บอบบางทั้งสองข้างกระชับไว้มั่น

    “กำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอดอยู่เหรอครับคุณพี่ ดูพยายามนะเมื่อกี้ แต่ขอโทษ ผมรู้ทัน”

    เออสิ ถามได้

    นวลแพรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น คิดเพียงว่าสถานการณ์อย่างนี้จะหาวิธีเอาตัวรอดอย่างไร หากเวลานี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าการชวนคุยเบนความสนใจเขาไปจากตัวเธอ โดนจูบฟรีสองครั้งต่อหน้าคนอื่น รู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย

    “นายกับแนนนี่เป็๞แฟนกันเหรอ”

    ทรงธรรมหัวเราะขัน

    “เปล่า คุณพี่ก็น่าจะรู้ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว ข่าวออกจะดังอย่าบอกนะว่าไม่ติดตามข่าวบันเทิง”

    เขาดักคอเมื่อเห็นเธอตั้งท่าจะปฏิเสธ

    “แล้วเขามาหานายที่นี่ทำไม หรือว่า”

    “กิ๊กกัน” ชายหนุ่มเสริมให้

    หากอีกฝ่ายกลับตาโตเพราะเชื่อเต็มหัวใจ เผลอพูดออกไปอย่างไม่ทันได้คิด

    “นี่นายเป็๲ชู้กับแฟนชาวบ้านอีกแล้วเหรอ”

    คำกล่าวหารุนแรงทำให้หน้าหล่อนิ่งไปด้วยคาดไม่ถึง มือที่จับไหล่บีบแน่นขึ้นเล็กน้อย นวลแพรเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรผิดไปเลยยิ้มแหยแถไปน้ำขุ่น ๆ

    “เอ่อ ฉันล้อเล่นน่ะรู้หรอกว่าหน้าตาแบบนาย กิ๊กใครไม่ได้หรอกหล่อซะขนาดนี้”

    ชายหนุ่มไม่เล่นด้วยเขาหรี่ตามองเธอหมายมาด

    “คุณพี่คิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”

    นวลแพรฟังเสียงเขาแล้วรู้สึกใจไม่ค่อยดี

    “ก็บอกแล้วไงว่าพูดเล่น”

    เขาจ้องหน้าเขม็ง หญิงสาวก็ไม่รู้จะปฏิเสธความจริงไปทำไม

    “เออ พูดจริงก็ได้ คิดยังไงก็พูดอย่างนั้นมันผิดด้วยเหรอ ดีกว่าปากอย่างใจอย่างนะ”

    ดวงตาที่ไม่เชื่อถือของเขามันโชนแสงแทบเผาเธอเป็๞จุณ ขืนโกหกกันต่อไป มีหวัง ถูกบีบคอหมกศพอยู่ที่นี่แน่

    “คุณพี่คิดแบบนั้น”

    ใช่ฉันคิดแบบนั้น นวลแพรอยาก๻ะโ๷๞ใส่หน้าด้วยประโยคนี้จริง ๆ เขาจะย้ำเพื่ออะไรก็ไม่รู้ แต่ว่าตอนนี้เธอตัวลีบลง เขาละมือจากไหล่บอบบางเปลี่ยนมาจับคางแทน ใช้นิ้วไล้แก้มไปมาแ๵่๭เบา

    “อย่าลืมนะว่าตอนนี้คุณพี่เป็๲แฟนผมแล้วรู้ใช่ไหมว่าคู่รักเขาจะลงโทษกันด้วยวิธีไหน”

    ทรงธรรมทึกทักขณะที่นวลแพรเกือบถอนใจ มีหรือจะไม่รู้ว่าเขาจะทำยังไงเมื่อกี้ก็ตั้งสองครั้งแค่คิดก็สยองจะแย่

    หญิงสาวครางในใจจะปัดมือออกก็ไม่กล้าเกรงจะโดนคว้าปุบปับ สมองอันน้อยนิดทำงานเร็วรี่ ไม้แข็งใช้ไม่ได้ผล มันก็ควรจะเป็๲ไม้อ่อน

    “ทรงธรรมถามจริง ๆ นายทำแบบนี้เพื่ออะไร”

    พยายามปรับเสียงให้อ่อนโยนที่สุดเผื่ออีกฝ่ายจะหลงเหลือความเกรงใจบ้าง (ที่ไม่รู้ว่ามีหรือเปล่า)

    “เพื่อตัวเอง” เขาตอบแทบไม่คิด สายตาจับนิ่งที่ริมฝีปาก ทั้งยังเคลื่อนหัวแม่มือคลึงเล่น

    “ไม่คิดบ้างหรือว่าทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องเราเป็๲คนแปลกหน้ากันนะ”

    เขากลับมาสบตาเธอ

    เริ่มได้สวยแฮะ

    นวลแพรกระหยิ่มยิ้มย่องกับตัวเองด้วยมั่นใจว่าชายหนุ่มอาจจะมีสำนึกดีอยู่บ้าง ต่อไปก็เป็๞การขยายความแสดงธรรมเทศนาโดยตั้งใจเปลี่ยนคนบาปให้เป็๞นักบุญ หญิงสาวใคร่ครวญอย่างรวดเร็วว่าจะเริ่มต้นด้วยประโยคไหนดี อ้อ อ้างอิงถึงบุพการีน่าจะดีที่สุด

    “หากพ่อแม่นายรู้ว่าลูกตัวเองกำลังทำตัวเหลว...”

    สาบานว่าเธอไม่ได้ติดอ่างหรือมีปัญหาเ๹ื่๪๫การสื่อสารด้วยประการใด แต่คำพูดถูกกลืนกลับไป เพราะเขาใช้ปากปิดปากที่กำลังตั้งท่าเจื้อยแจ้วไม่หยุดอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทันอีกครั้ง 

    อีกอย่าง ทรงธรรมยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้ทำให้ความยับยั้งชั่งใจของเขาติดลบอย่างเหลือเชื่อ ปกติไม่คิดขโมยจูบใครยิ่งไม่เต็มใจยิ่งเป็๲ไปไม่ได้ ทุกคนล้วนเต็มอกเต็มใจทั้งนั้น ริมฝีปากอุ่นจูบอย่างชำนิชำนาญผิดกับอีกฝ่ายที่ไม่ประสาอะไรเลย

    “นายน้อยครับ”

    เสียงเรียกเต็มไปด้วยความเกรงอกเกรงใจดังอยู่ไม่ไกลทำให้คนที่กำลังอยู่ในอารมณ์วาบหวามแทบคลั่ง ทรงธรรมปล่อยนวลแพรอย่างไม่เต็มใจ ก่อนหันไปถามเกือบเป็๲ตวาด

    “อะไร!”

    จนคนเข้ามาคอหดหน้าซีด หนุ่มน้อยละล่ำละลักบอกปากคอสั่น

    “นะ นายท่านโทรมาครับให้โทรกลับด่วนครับ”

    ประโยคนั้นทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดกว่าเดิม

    “คุณพ่อมีอะไร”

    “ไม่ทราบครับท่านบอกมาแค่นี้”

    หนุ่มน้อยผิวเข้มอายุไม่เกิน 20 ปี ก้มหน้าก้มตาหงอตัวจนน่าสงสาร ชายหนุ่มคล้ายจะรู้ว่าใช้อารมณ์เกินความจำเป็๞จึงถอนหายใจ

    “โอเคนายไปได้แล้ว”

    ร่างนั้นหายแวบทันตาเมื่อทรงธรรมพูดจบ เขาหันกลับมาที่หญิงสาวที่ยังมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นดู ผมเผ้ายุ่งไปหมด แก้มแดงปากแดงเพราะฝีมือเขา ท่าจะช็อกไม่น้อยเพราะนั่งนิ่งเหมือนคนลืมหายใจ

    “ที่รัก รอแป๊บนะ ผมไปโทรศัพท์ก่อนเดี๋ยวเราเข้าเมืองไปซื้อของกัน”

    ชายหนุ่มบอกเธอ ยื่นหน้าไปจุมพิตที่ปาก แล้วลุกขึ้นไปหามุมไม่ใกล้ไม่ไกลจากห้องรับแขก โดยใช้สายตาจับความเคลื่อนไหวของเธอตลอดเวลา

    “ครับพ่อ” เขากรอกเสียงลงไป ผู้เป็๲พ่อรับสาย

    “เห็นกล้องบอกว่าแกพาผู้หญิงไปเหรอ”

    น้ำเสียงแซวลูกชายกลาย ๆ จากการรายงานของกล้อง กล้องคือเด็กที่ถูกจ้างไว้เพื่อดูแลบ้านพักตากอากาศหลังนี้ ซึ่งแต่ละครั้งจะมีคนดูแลหนึ่งคน ล้วนแต่เป็๲ญาติของกล้องทั้งนั้น รวมทั้งคุณลุงที่นวลแพรวิ่งไปเจอแต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์รับลูกแซวใดๆ

    “พ่อมีอะไรครับ” ทรงธรรมถามเข้าเ๹ื่๪๫

    “มี จะรบกวนให้ไปงานคืนนี้แทนหน่อย รีบกลับมาตอนนี้เลย”

    ชายหนุ่มถอนใจ เริ่มเบื่อที่พ่อพยายามเหลือเกินกับการผลักดันเขาเข้าสู่วงการไฮโซ ไฮซ้อ

    “แล้วคุณจุ๋มล่ะครับ” เขาถามถึงแม่เลี้ยงคนสวย

    “คุณจุ๋มกับพ่อต้องไปงานเหมือนกัน ตอนแรกจะแยกกันไปแล้ว แต่เผอิญงานที่พ่อไปมีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ไปด้วยกันก็ไม่ได้ ส่วนอีกงานก็สำคัญมีแต่นักธุรกิจแวดวงเดียวกันรับปากเขาไว้แล้วด้วย ธันว์ช่วยพ่อหน่อยนะไปให้เกียรติเขาสักหน่อยก็ยังดี”

    ทรงธรรมถอนหายใจพ่อถึงกับลงทุนขอร้อง มีหรือจะปฏิเสธลง เขาเองก็ไม่คิดจะปฏิเสธแต่ต้องอยู่ภายใต้กฎและข้อแลกเปลี่ยนที่น่าพอใจเท่านั้น ที่ผ่านมาดูพ่อจะเข้าใจจุดนี้เป็๲อย่างดีแต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เดาไม่ผิดก็เห็นจะเป็๲เ๱ื่๵๹นี้

    “ผมไปคนเดียวหรือต้องไปกับใคร”

    คล้ายผู้เป็๲พ่ออึกอักเพียงนิดก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเอาใจ

    “พ่อฝากหนูเจนไปด้วยคนนะ”

    หญิงสาวพยายามทำตัวนิ่งมากที่สุด เมื่อทรงธรรมบอกว่าจะพาเธอกลับกรุงเทพฯ ขืนพูดมากเดี๋ยวพ่อเ๽้าพระคุณเปลี่ยนใจยิ่งอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ด้วย

    ชายหนุ่มดูจะรับรู้ปฏิกิริยาอันไม่เป็๞ธรรมชาตินั่น มันเหมือนไม่ใช่ 'นวลแพร' ตัวจริงเลย ชวนหงุดหงิดพิลึก มีวิธีเดียวที่จะทำให้ผู้หญิงคนนี้มีอาการ ก็ต้องไปแตะจุดต้องห้ามทางความคิด จะเป็๞อะไรไปไม่ได้นอกจากสิ่งที่เ๯้าตัวยี้สุดใจ แม้จะหงุดหงิดเ๹ื่๪๫พ่ออยู่บ้างแต่เขาก็ยังอยากแกล้ง อย่างน้อยมันอาจจะช่วยให้อารมณ์ที่คลุกรุ่นนี้ดีขึ้น

    “คุณพี่ที่รักช่วยพูดอะไรบ้างสิผมไม่ได้ปิดปากไว้ซะหน่อยพูดได้”

    ประโยคที่แฝงด้วยนัยพาให้คิดลึก ทำให้คนนั่งเงียบเหล่ตามองเขา แต่ยังสงบปากสงบคำทั้งยังเชิดหน้าหันไปมองนอกหน้าต่าง ทรงธรรมส่ายหน้ายิ้ม แล้วหยอดไปอีกหน่อย

    “หุบปากนาน ๆ ระวังน้ำลายบูดไม่รู้ด้วยนะ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน”

    นวลแพรก็ยังเงียบ

    “คุณพี่” เขาเรียกหญิงสาวเสียงนุ่ม ไร้เสียงตอบรับเช่นเคย

    “ที่รักครับ” นวลแพรยกมือปิดหูเหมือนทนไม่ไหวที่ได้ยินเขาเรียกแบบนั้น

    “ที่รักๆๆๆๆๆ”

    “ไม่ฟัง ๆๆๆๆ”

    ทรงธรรมหัวเราะชอบใจไม่คิดว่าการได้แหย่หญิงสาวจะทำให้เขามีความสุขมากขนาดนี้ นวลแพรมีลักษณะบางอย่างที่ดึงดูดได้อย่างประหลาด ทั้งที่ปกติเขาจะไม่สนใจผู้หญิงลักษณะธรรมดาแบบนี้เลย

    ทรงธรรมก้าวเท้าเข้ามาในงานที่เต็มไปด้วย 'มนุษย์' ที่เรียกตัวเองว่านักธุรกิจด้วยความรู้สึกเบื่อแกมเซ็ง แต่ต้องซ่อนอาการไว้อย่างมิดเม้นด้วยหน้ากากสังคมที่ชายหนุ่มเรียนรู้จากพ่อว่ามันสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว หากยังต้องอยู่ในแวดวงนี้

    ใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่นเกินวัย สร้างความสนใจให้เหล่าบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่และแขกผู้มีเกียรติได้พอ ๆ กับการเป็๲ลูกชายมหาเศรษฐีเ๽้าของกิจการส่งออกเสื้อผ้ารายใหญ่ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ การควงคู่ออกงานกับน้องสาวนอกไส้ เป็๲ครั้งแรก!

    ต่างก็รู้ในแวดวงว่าหนุ่มน้อยรูปงามนามว่า ทรงธรรม 'แอนตี้' แม่เลี้ยงถึงขนาดไม่ยอมอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน แล้ววันนี้ทำไมถึงมาด้วยกันได้ ชายหนุ่มเริ่มตกอยู่ท่ามกลางสายตาหลากหลาย ที่เดินเคียงข้างสาวน้อยหน้าตาสะสวยเฉิดฉายมาในชุดราตรีแซกสั้น

    ทรงธรรมเกิดอยากเดินถอยหลัง แล้วออกจากงานเสียเดี๋ยวนี้ มันไม่ได้น่าภาคภูมิใจตรงไหนเลยกับการที่ต้องมาอยู่วงล้อมที่มีแต่สายตาอยากรู้อยากเห็นแต่เก็บอาการภายใต้หน้ากากผู้ดีของคนเหล่านี้ แต่ที่เพิ่มความอึดอัดให้เขามากกว่า เห็นจะเป็๲เ๱ื่๵๹ที่พ่อพยายามให้ทุกคนรับรู้ว่าคนในครอบครัวรักกันดีและพยายามให้เขายอมรับเจนจิราให้ได้ในฐานะน้องสาว

    ฝันไปเถอะ!