เขายังอมพะนำกระทั่งเดินกลับมาถึงรถ แยกกันนั่งคนละฝั่งโดยเจ้าตัวเป็นพลขับเช่นเดิม เพราะขามาเธอนั่งแท็กซี่ยังไม่กล้าขับรถใหม่ป้ายแดงของตัวเองมาเสี่ยงเพราะฝีมือการขับเงอะๆ งะๆ แม้คนจ่ายเงินซื้อให้จะคะยั้นคะยอให้ขับออกมาได้ ขูดขีดเป็นรอยช่างมันเพราะเขาซื้อประกันชั้นหนึ่งเตรียมไว้พร้อมสรรพ เพียงแค่ระวังไม่ให้เกิดอันตรายถึงขั้นเจ็บตัวเลือดตกยางออกก็พอ
“คุณกำลังเหล่ตามองผมเหมือนค่อนขอดเลยรู้ตัวหรือเปล่า” เขาเอ่ยขณะคาดเข็มขัดนิรภัยให้ตัวเอง
“บัวมีคำถามต่างหากล่ะคะ” เธอแก้ไขเสียใหม่ คนขี้เกรงใจ ตัวทำน้อยตัวนิดตอนถูกดุเริ่มปีกกล้าขาแข็งยกแขนขึ้นกอดอกมั่นแสดงให้เห็นชัดเจนเช่นกันว่าเธอไม่พอใจเขา มีเรื่องไม่สบายใจเต็มไปหมดนับตั้งแต่ถูกเขาดุเรื่องปริณธวัฒน์
“ครับ ถามมาได้เลย” ชายหนุ่มยืดอกด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย
“ทำไมคุณต้องทำท่าโกรธบัวขนาดนั้นด้วยล่ะคะ เรื่องคุณปัณ”
ก็รู้นี่นะยัยบื้อว่าเขาโกรธเรื่องปริณธวัฒน์!
“คืออย่างนี้นะครับ” เขาขยับเนื้อขยับตัว พลางหันมอง
หญิงสาวประสานมือบนตักอีกหน เตรียมพร้อมรับฟังเหตุผลอย่างขะมักเขม้น
“ไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกชอบตอนรู้ว่ามีผู้ชายคนอื่นมาเกาะแกะภรรยาของตัวเองหรอก”
“แต่บัวกับคุณปัณไม่มีอะไรเกินเลยกันนะคะ”
“นั่นล่ะครับ ผมก็ไม่ชอบอยู่ดี” เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา
หญิงสาวเผลอขมวดคิ้วเข้าหากัน ไม่เข้าใจเหตุผลว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่ชอบใจที่เธอสนิทสนมกับปริณธวัฒน์
“ถ้าคุณห่วงว่าจะมีคนอื่นบังเอิญเห็นเข้าแล้วมันจะส่งผลไม่ดีกับสัญญาแต่งงานของเรา ตราบใดก็ตามที่บัวยังได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของคุณอยู่ต่อไปบัวจะไม่พบเขาอีกแล้วค่ะ”
“คุณคิดว่าผมแคร์แค่สัญญาเท่านั้นเหรอ”
“แล้วมันมีอะไรมากกว่านั้นที่คุณห่วงหรือเปล่าคะ บัวจะได้ระวังตัวเองถูกไม่พานทำให้คุณไม่สบายใจอีก”
คนมีประสบการณ์มากกว่าเกิดก่อนหลายปีระบายลมหายใจยาวเหยียด มาถึงขั้นนี้ยังต้องให้เขาแจกแจงให้ฟังอีกเหรอ
“คุณห้ามเจอเขาสองต่อสองอีก เพราะผมหวง! มันไม่ได้ระบุไว้ในสัญญาก็จริงแต่ผมก็ขอสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด”
หญิงสาวค่อยๆ ซึมซับคำว่า ‘หวง’ เต็มปากเต็มคำของเขาทีละน้อย
ปลายนิ้วเรียวเชยควงสวยได้รูปขึ้นช้าๆ
“ได้ยินชัด เข้าใจแจ่มแจ้งหรือยังครับ”
กณิกนันท์กลืนน้ำลาย หัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นระส่ำ
อื้อ!
มือเรียวกำเป็นหมัดเล็กๆ เกือบเผลอทุบแผงอกกว้างเมื่อเขาฉวยโอกาสรั้งแผ่นหลังเข้าหาโดยไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัว
“อยู่เฉยๆ” เขาดุเสียงต่ำ แล้วประทับริมฝีปากแนบชิดเรียวปากเรียวสวยกลิ่นหอมหวานคล้ายมีกลิ่นแอปเปิลเคลือบอยู่
ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกเชื่องช้าดวงตาคู่สวยหรี่ปรือเล็กน้อยขณะมองริมฝีปากชื่นฉ่ำหลังผ่านการจูบยาวนาน
“กันคุณลืมว่าเราเป็นอะไรกัน”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏตรงเรียวปากหยักเป็นกระจับ
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มเข้ามาอีก ทำสาวเจ้าเกร็งตัวแข็งทื่อคิดว่าเขาจะขโมยจูบอีกหน แต่เขาทำเพียงดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้ เพื่อเคลื่อนรถออกตัวมุ่งหน้าสู่บ้านต่างหาก
กณิกนันท์เอนหลังชิดเบาะ ล็อกใบหน้าไม่หันไปสบตา โชคดีที่ช่างม้วนผมหนาเป็นคลื่นขนาดใหญ่พอช่วยพรางพวงแก้มได้บ้าง ไม่เช่นนั้นเขาคงเห็นว่ามันกำลังแดงจัด ทั้งเขิน ทั้งอาย โดนขโมยจูบที่ลานจอดรถมีใครแอบเห็นบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้