บทที่3 :การต่อสู้
และเงาที่โผล่มานั้นก็คืออสูรพยัคฆ์ขาวโลหิต และที่ได้ชื่อแบบนี้เพราะว่ารูปร่างภายนอกเป็สีขาวและในปากของมันจะมีสีเืกับกลิ่นโลหิตพร้อมกับมีขั้นบำเพ็ญส่วนใหญ่อยู่ขั้น3หลอมกายาแต่เหมือนว่าอสูรตัวนี้จะอยู่ขั้น4
ดังนั้นเมื่อเหล่าทหารภายใต้การลัญชาเห็นอสูรพยัคฆ์ขาวโลหิตตัวนี้ก็รู้สึกสิ้นหวังในทันใด แข้งขาของพวกเขาอ่อนแรงแขนที่จับดาบอยู่ก็สั่นเป็เ้าเข้า
เฉินเจียงเห็นดังนี้จึงออกคำสั่ง "อย่ากลัว ข้าจะถ่วงเวลาไว้ ให้พวกเ้าโจมตีมันตอน มันกำลังโจมตีข้า!!!" สิ่งที่ทำให้เฉินเจียงออกคำสั่งไปแบบนั้นเพราะว่าระบบบอกว่าอสูรพยัคฆ์ขาวโลหิตอยู่ขั้นและพลังกำลังอยู่1.35ซึ่งมันน้อยกว่าการป้องกันของเฉินเจียงที่มีร่างกายอยู่1.4
ถึงแม้ทหารจะไม่ค่อยเชื่อแต่พวกเขาก็สงบต้องทำไม่งั้นก็จะโดนมันฆ่าอยู่ฝ่ายเดียว
พยัคฆ์ขาวตัวนั้นคำรามออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหาทหารที่กำลังสั่น "โฮก!!!!" แต่ก่อนที่กรงเล็บจะมาขย้ำคอทหารคนนั้นเฉินเจียงก็รีบดาบฟันพุ่งใส่ทันที แต่เมื่อดาบพุ่งใส่กรงเล็บนั้นคมดาบที่ฟันใส่ก็เกิดรอยร้าว
ดาบในมือของเฉินเจียงก็เริ่มแตกออกจนไม่เหลือพอที่จะเรียกว่าดาบขนาดมีดยังนับว่าเป็ได้ เฉินเจียงเห็นดังนั้นจึงรีบกำหมัดแล้วป้องกันทันที เมื่อเล็บของพยัคฆ์โดนแขนของเฉินเจียงมันก็รู้สึกว่ามนุษย์คนนี้ช่างโง่เขลา
แต่ก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดคาดฝันทันทีที่เล็บโดนมันควรมีเืไหลกระจายแต่ไม่ใช่แบบนั้นกลับมีเพียงรอยขีดข่วนสีขาวบนของเฉินเจียง
"เ้าเหมียว เ้าคิดผิดแล้ว"
เพราะแล้วในหัวเฉินเจียงก็มีเสียงแจ้งเตือนในหัวของมา
"ติ้ง ขอแสดงความยินดีกายนักรบได้รับEXP:5"
ในใจของเฉินเจียงที่จากตื่นตะหนกกลับกลายเป็ยินดี ในทันใดหมัดของเฉินเจียงก็ซัดใส่อสูรตัวนั้นทันที ทางด้านพยัคฆ์ขาวที่ได้รับหมัดมามันก็รู้สึกเจ็บไม่น้อยหมัดเมื่อกี้ทำให้มันหวาดกลัวไม่น้อยเลย
เมื่อเห็นเช่นนั้นเฉินเจียงก็คำรามใส่มันทันที"เข้ามาเ้าแมวน้อยเข้ามา!!!"
'มันจะดีมากถ้ามันโจมตีข้า เพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์ร่างกายให้ข้า' เฉินเจียงครุ่นคิดในใจ
"คำราม"พยัคฆ์ขาวโลหิตเห็นดังนั้นก็คำรามใส่เฉินเตียงด้วยความโกรธ ทันใดพยัคฆ์ขาวโลหิตก็พุ่งเข้าหาเฉินเจียง
กรงเล็บและหมัดพุ่งชนใส่กันจนเกิดกระแสแรงลมกระจายไปรอบข้าง พื้นหญ้าที่นิ่งสงบกลับกลายเป็บ้าคลั่งสั่นไม่หยุด หญ้าบางต้นก็ปลิ้วไปพร้อมกับแรงลม
"ตู้ม! ตู้ม! ๆๆ"เสียงหมัดพุ่งใส่กันจนเกิดเสียงแสบแก้วหูเกินกว่ามนุษย์จะทนฟังได้นาน ด้วยเหตุนี้ทำให้ถั่วเฟิง,จิ๋วตี้,จั่วเฟิน,จั่วหลิน ต่างล้มคุกเข่าจับหูร้องครวญครางด้วยความเ็ป
"อ้ากกกก!!! "
แม้เสียงหมัดประทะกันดังกระจายไปทั่วป่าแต่สำหรับเฉินเจียงเขาไม่สนใจมันแม้แต่น้อยเพราะในหัวเขาตอนนี้กำลังยินดีอย่างมากด้วยค่าประสบการณ์มากมายขนาดนี้กายานักรบคงเลื่อนขั้นหลายข้้น
'ติ้ง ขอแสดงความยินดีกายานักรบได้รับEXP:5'
'ติ้ง ขอแสดงความยินดีกายานักรบได้รับEXP:5'
...
'ติ้ง ขอแสดงความยินดีกายานักรบเลื่อนขั้นเป็ขั้น4'
ทันทีที่กายานักรบเลื่อนขั้นแม้กล้ามเนื้อภายนอกนั้นดูเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยแต่ภายในนั้นเปลี่ยนมหาศาล ิัแข็งแกร่งมากขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแกร่งเหมือนไม้
ร่างกายเขาในตอนนี้ไม่ใช่ร่างกายที่ขั้นที่2หลอมกายาไม่ควรมีร่างกายแข็งแกร่งถึงขนาดที่หลอมกายาขั้น5ยังสามารถสังหารได้ยาก มันไม่แปลกแต่อย่างใดสำหรับเฉินเจียงเพราะตอนนี้เขามีค่าร่างกายถึง1.5เลยทีเดียว
ถึงแม้ร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นแต่ความเร็วของเขาก็ยังคงเท่าเดิม เพราะนี้ไม่ควรประมาทความเร็วของพยัคฆ์ขาวโลหิตนั้นไม่ใช่สิ่งที่ล้อเล่นด้วยได้ มันเคลื่อนเร็วเหมือนดั่งสายลม
ถ้าเปรียบเทียบกับมนุษย์ธรรมดาที่เป็นักวิ่งระดับโลกของโลกก่อนของเขาแล้วที่วิ่งได้ประมาณ3-7เมตรต่อวินาทีมันเป็ความเร็วที่ช้ามากเทียบสำหรับพยัคฆ์ขาวโลหิตที่วิ่งได้ถึง25-32เมตรต่อวินาที
ในตอนนี้พยัคฆ์ขาวเริ่มรู้สึกแปลกใจมากไปที่มนุษย์คนนี้ยังไม่ล้มลงอีกทำให้มันรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย
ผ่านไป1เค่อ......
สายตาของจั่วหลิน,จั่วเฟิน,จิ๋วตี้,ถั่วเฟิงที่มองไปที่หัวหน้าของพวกมันราวกับเห็นพระผู้มาโปรด "โอ้์ ท่านหัวหน้าแข็งแกร่งขนาดนี้เลยรึ"
สำหรับพยัคฆ์ขาวโลหิตมันถูกสัญชาตญาณเตือนให้หนี แต่แม้ถึงจะพยายามหนีแต่ก็จะถูกร่างกายที่แข็งแกร่งของเฉินเจียงพุ่งเข้ามาต่อยจนมันหนีไม่ได้
มันรู้สึกเหมือนในนรกตรงกันข้ามกับเฉินเจียงที่ยิ้มป้านจะฉีกไปครึ่งหน้าแล้วมันตรงกันข้ามราว์และปฐี ความแตกต่างของอารมณ์นี้มันช่าง น่ากลัวเหลือเกิน
_________________________________