"อิน" คุณชายต้วนกล่าวคำเดียว มัจจุราชดำตั้งกระบวนท่ามิดชิดรัดกุม
ปราณกระบี่ใกล้ถึงตัว อินเคลื่อนท่าเท้าหลีกตัวพ้นคมอาวุธ
อี่หัวลงมือรอบคอบ จ้วงแทงเปลี่ยนได้ดั่งใจ เป็ท่าต่อเนื่องในกระบวนกระบี่เก้าท่าพิชิตฟ้า 'ถามทางคีริน'
ปราณกระบี่เลี้ยวโค้งหักมุมกระทันหัน ต่อให้ข้ามีวิชาตัวเบาที่ว่องไวกว่านี้ก็ไม่อาจเลี่ยงการจู่โจมจากองศานี้ได้
อินออกหมัดลงพสุธาท่าเรือ พื้นไม้แตกกระเด็น กระดานไม้กระดอนอัดร่างอี่หัวจนเสียหลัก บุรุษต่างแดนทะยานเข่าเข้าใส่ทันทีไม่รอช้า
จอมยุทธ์ฟ้าอุดรสะบัดกระบี่หมุนตัวด้วยท่าป้องกาย 'ลูกสนหล่นทวนทิศ' ปราณกระบี่ม้วนรอบตัวไร้ช่องโหว่ อินชะงักเท้าถีบถอยหลัง
ทันใดอี่หัวควงสว่านหมุนกายเป็พายุ กระบวนต่อเนื่อง 'วายุดูดเมฆ' เข้ากลืนมัจจุราชดำ จอมยุทธ์อี่ฝีมือสมราคาคุย
ทั้งสองหลบเลี่ยงปัดป้องรุกรับกันไม่พัก พริบตาผ่านไปอีกสี่เพลง แปดจากเก้าท่า อินต้านทานได้ทุกกระบวน ตอบโต้ท่วงท่าแปลก หนักแน่นรุนแรงไร้ความอ่อนช้อย ทุกท่าคือหนึ่งชีวิต
"ใต้หล้านี้คนรับกระบี่ครบเก้าท่า หาได้มี ดูว่าเ้าจะรับท่าที่เก้านี้ได้หรือไม่ " จอมกระบี่ฟ้าอุดรร่ายรำอหังกา ปราณกระบี่สีขาวเปร่งแสงรอบกายดั่งพระโพธิสัตว์ ชั่วครู่ก็แปรผันเป็ดำมืด เหนือฟ้าใต้พิภพท่านี้ล้วนกำราบ ท่าที่เก้าพิชิตฟ้า 'อุดรอาดูร'
ท่าเรือป่นปี้จากอานุภาพกระบี่ ทุกหมู่เหล่ากระโจนหลบเลี่ยงเป็การใหญ่ ข้าเป็เพียงผู้ไร้วรยุทธ์คนเดียวในรัศมี มิอาจหนีได้ทัน
แม่นางขวัญหล้าดึงเสื้อข้าพาถอยด้วยท่าเท้าฉับไวดูคล้ายวรยุทธ์จากแผ่นดินใหญ่ ข้าก้มคำนับนาง นางประสานมือตอบ คงเป็วิธีของแดนนาง
เมื่อข้าหันกลับเหลียวเห็นบุรุษดำ เขาประสานมือแบบเดียวกับแม่นาง อินอยู่หน้าข้าไม่ทราบทำการใดอยู่ ได้ยินแต่เสียงพึมพำ
"มะละ อะมะละวะ "
กระบี่อยู่ตรงหน้า อินกลับนิ่งเฉย ปากเอ่ยภาษาต่างถิ่นคล้ายหลวงจีนท่องมนต์ ซ้ำไปมา รอยสักอักขระทั่วร่างคล้ายเคลื่อนตัว
ฉึก!
ปลายกระบี่แตะหว่างคิ้ว ใจข้าร่วงหล่นจากอก ต่อให้ยอดยุทธ์อันดับหนึ่งยังต้องป้องด้วยกระบี่ เอาหัวรับเช่นนี้ มีแต่ตาย
ทันใดปราณประหลาดสีเขียวพวยพุ่งจากร่างมัจจุราชดำ จอมยุทธ์กระบี่ฟ้าอุดรปลิวดั่งใบไม้ต้องลม ปรากฏร่างั์เจ็ดตนยืนพิทักษ์อิน ข้าว่ามันเ่าั้มิใช่ปราณเป็แน่ มันดูต่างออกไป คล้ายิญญาอสูร
"มารร้าย!" อี่หัวอุทาน "เ้ามันคือมาร! ขจัดมารร้ายจากแผ่นดินคืองานของฝ่ายธรรมะ!" จอมยุทธ์ฟ้าอุดรโถมเข้าใส่อีกครา มันริลืมความจริงข้อหนึ่ง อินได้รับกระบวนครบเก้าท่า คนแรกที่ทำได้
"ผู้ใดเป็มาร ใครเล่าตัดสิน" มัจจุราชดำกล่าว ผายมือออกคำสั่ง ั์ทั้งเจ็ดฟาดตะบองโรมรันในคราเดียว
กระบี่ท่าอุดรอาดูรกับอวิชชาั์เจ็ดตนเข้าห่ำหั่น เหล่าั์ถุบกระหน่ำใส่ปราณกระบี่สีดำที่คลุมกายอี่หัว จอมยุทธ์ฟ้าอุดรเร่งกระบวนออกปราณให้เพิ่มพูน สองวิชาประสานมืดฟ้ามัวดิน รวดเร็วมองไม่ทัน เห็นเพียงเส้นแสงพันนัว
ตลอดชีวิตการท่องยุทธภพ ข้ามิเคยได้พานพบการปะมือใดที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ปราณฝ่ามือปราณอาวุธเห็นเป็สามัญ แต่ปราณกระบี่ระดับนี้ผนวกกับวิชาภูตผีของต่างแดน เป็บุญตายิ่ง ดั่งโบราณได้กล่าว ยามถึงชีวา วาสนาราวี
มิมีใครยอมผู้ใด สรรพสิ่งบนพื้นท่ามลายหายสิ้น สิ่งปลูกสร้างสูญสลาย ไม่วายเรือลำใกล้เคียง ยักษาทั้งเจ็ดยิ่งนานยิ่งเร็ว ปราณกระบี่ยิ่งนานยิ่งลด สุดท้ายก็ไม่อาจเลี่ยงชะตา
เพล้ง!
กระบี่เขียนเขาของอี่หัวแตกเป็เสี่ยง มิอาจทานทนตะบองกำลังั์สัตตะ จอมยุทธ์อี่ปลิวไปพร้อมกระบี่มัน
"ข้าอี่หัว พ่ายแล้วหรือนี้" เืคำหนึ่งหลั่งออก ยืนกายอย่างยากเย็น "ใยฟ้าให้ข้าพ่ายต่อมาร ข้าคือตัวแทนฝ่ายธรรมมะ ์ท่านมีตาหรือไม่"
"เหมือนคือเทพ ต่างคือมาร ตื้นเขินนัก"อินบุรุษร่างดำย่างสามขุมมาอยู่เบื้องหน้าอี่หัว ิญญายักษาเลือนหาย
"เ้าคนเถื่อน เ้าสอดมือเพราะเหตุใด มาแผ่นดินใหญ่ด้วยเหตุใด"
"ผู้อ้างตน ข้ามาเพื่อสังหารผู้อ้างตนให้สิ้นแผ่นดิน" สิ้นคำ ชักเท้าฟาดปลายคางจอมยุทธ์ หน้าบิดเบี้ยวไปอยู่เื้ั กระดูกคอหัก สิ้นชื่อเจ็ดวีรชน
ร่างยอดกระบี่ฟ้าอุดรหมุนม้วนตกลงในกองเืน้องมัน สภาพอาดูรเช่นชื่อเพลงยทธ์ ไม่นึกฝันว่ามันผู้เลื่องชื่อต้องตกตายฉิบหายเช่นนี้
ศิษย์พรรคอินทรีทองต่างพากันหนีหัวซุกหัวซุน มีเพียงสี่คนสองศพคงอยู่ ข้าหลิวกวงไท่ที่แท้ควรแทนที่พวกมัน ดูท่าวาสนายังไม่สิ้น