เสียงสะท้อนของเครื่องยนต์รบจากกองยานแอนโดรเมดาดังก้องทั่วชั้นบรรยากาศ
ท้องฟ้าเหนือเอ็นโดโปลิสเต็มไปด้วยแสงวาบของพลาสม่าและเส้นควันขาวที่ลากเป็แนวยาวราวม้วนกระดาษแห่งา
ฝ่ายสหภาพแรงงานที่ร่วมกับแอนโดรเมดาเริ่มได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด
เกราะป้องกันพลังงานของรัฐบาลเริ่มแตกเป็รอยร้าวหลังจากถูกยิงถล่มต่อเนื่องสามวันสามคืน
เรมิโอยืนอยู่บนดาดฟ้าของฐานบัญชาการภาคสนามกลางเมืองในชุดเกราะเทาเข้มใบหน้ามีรอยไหม้จากสะเก็ดะเิ แต่สายตาเขายังเปล่งประกายแข็งกร้าว
“มันกำลังจะจบแล้ว…”เขาพึมพำ
วิเวียน่าที่อยู่ข้างๆ พยักหน้า “สัญญาณของฝ่ายเรนาตากำลังขาดหายทุกช่องทาง เหมือนเธอ…กำลังจะล่มสลาย”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังเฝ้ามองการรบจากจอฮอโลกราฟิกเสียงสัญญาณเตือนก็ดังขึ้น
“ตรวจพบคลื่นอีเทอร์ไม่ทราบที่มา!ความถี่ตรงกับข้อมูลของอัสเทรียล!”
เรมิโอขมวดคิ้ว“เขากลับมาเหรอ?”
วิเวียน่าเหลือบมองจอ“ไม่แน่ใจ…แต่ถ้าเขากลับมา มันอาจไม่ใช่เพราะจะช่วยเรนาตาอีกต่อไป”
ณปลายสุดของวงโคจรดาวเทียม
เรนาตายืนอยู่ในห้องควบคุมของยาน AureliusOne ที่ถูกโจมตีจนโครงสร้างสั่นะเื
เสียงอัสเทรียลยังดังก้องในหัวเธอเหมือนครั้งก่อนแต่ครั้งนี้ไม่สงบอีกต่อไป
“เรนาตา…เ้าผิดพลาด”
“เ้าให้มนุษย์สู้กันเองจนเืไหลทั่วแผ่นดิน”
“ข้าเพียงปกป้องโลกของข้า!เ้าบอกให้ข้าใช้พลังนี้ เพื่อไม่ให้มันถูกยึดครอง—”
“แต่เ้าลืมไปแล้วหรือว่าพลังนี้ไม่ได้เป็ของเ้าเพียงคนเดียว”
ทันใดนั้นแสงสีทองจากอีเทอร์เริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงเข้ม เสียงคลื่นพลังอัดกระแทกโครงเรือดัง ปัง!
เรนาตาก้มมองมือของตนเองที่เริ่มเปล่งแสงจนเห็นเส้นเืเรืองแสง
“อัสเทรียล!เ้าทำอะไรกับข้า!”
“พลังที่ข้าให้…ไม่ใช่เพื่อให้เ้าแต่เพื่อพิสูจน์ว่าเ้าคู่ควรกับมันหรือไม่”
เธอทรุดลงกับพื้นหอบหายใจแรง ร่างกายเริ่มแยกออกเป็เศษแสงเล็ก ๆ
ดวงตาสีทองของเธอสั่นไหวระหว่างความกลัวและโกรธเกรี้ยว“ถ้าเ้าคิดจะทำลายข้า…ข้าจะลากเ้าลงไปด้วย!”
“เ้าจะไม่มีวันทำได้—เพราะข้าไม่ใช่สิ่งที่เ้าคิด”
สิ้นเสียงนั้นร่างอัสเทรียลเริ่มปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสว่างกลางห้องเป็ร่างสูงโปร่งในเกราะสีขาวมุก ดวงตาเย็นเฉียบราวกับไม่มีจิติญญามนุษย์
“ข้าไม่ใช่ผู้พิทักษ์แห่งแมกเจลแลนอีกต่อไป…แต่คือเงาที่เหลือจากมัน—หุ่นจำลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์เดียว”
“จุดประสงค์อะไร!”
“เพื่อทำลายพลังของอีเทอร์จากทุกมิติก่อนที่มันจะตกอยู่ในมือของผู้ที่ไม่คู่ควร…ไม่ว่าจะเป็มนุษย์หรือเทพเ้า”
เรนาตาสะดุ้งเธอเข้าใจในวินาทีนั้นว่า อัสเทรียลไม่ใช่มิตรของเธอ หรือของโลกใดเลย
เธอยกแขนขึ้นเปล่งพลังอีเทอร์จากหัวใจสุดท้าย“ถ้าเ้าคือเงาแห่งการล้างโลก…ข้าจะเป็แสงสุดท้ายที่ต่อต้านมัน!”
แสงสีทองปะทะแสงสีแดงเสียงะเิพลังดังะเืทั้งยาน Aurelius One ก่อนจะกลืนทุกอย่างไปในแสงอีเทอร์อันมหาศาล
ที่พื้นโลก —ท้องฟ้าเหนือเอ็นโดโปลิสเปลี่ยนสีทันทีเป็แดงฉาน
เรมิโอและวิเวียน่ามองขึ้นไปเห็นร่างยานของเรนาตาแตกออกเป็เศษแสงที่ตกลงมาเป็สายฝนแห่งพลังงาน
“เรนาตา…เธอทำอะไรลงไป…”วิเวียน่ากระซิบ
เรมิโอจ้องนิ่งดวงตาเขาสะท้อนแสงสีทองที่ตกลงมาจากฟ้า
“ไม่รู้สิ…แต่ผมรู้สึกว่าโลกกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง”
กลยุทธ์พลางตัว
ท่ามกลางความโกลาหลของาภาพยานบัญชาการที่ะเิกลางฟ้าซึ่งศัตรูเห็นเมื่อครู่ แท้จริงเป็เพียงร่างลวงที่เรนาตาปล่อยขึ้นจากฐานใต้ดินเพื่อเบี่ยงเป้าการโจมตีของกองยานแอนโดรเมดาฐานปฏิบัติการจริงของเธอตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ผืนเอนโดโปลิสราวหนึ่งกิโลเมตรภายในห้องบัญชาการหลักที่ส่องสว่างด้วยแสงคอนโซลอีเทอร์นับร้อยบาน
เธอยืนอยู่กลางห้องนั้นท่ามกลางแรงสั่นะเืของะเิจากเบื้องบนเสียงรายงานสถานการณ์ดังสลับกับเสียงไซเรนเตือนภัยที่ไม่หยุดหย่อนเ้าหน้าที่รอบตัวเธอต่างเร่งทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะรู้ดีว่าขณะนี้การรบครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่ออำนาจรัฐอีกต่อไป —แต่คือการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งโลก
เสียงะเิกระหน่ำต่อเนื่องเหนือฟากฟ้าของเอนโดโปลิสคลื่นพลังอีเทอร์สีม่วงไล่ปะทะกับคานแสงของแมกเจลแลนจนเกิดเสียงสะท้อนกึกก้องท้องฟ้าถูกฉีกขาดเป็ริ้วรอยพลาสมาเมฆหนาทึบที่ปกคลุมเมืองกลายเป็เพียงเงาควันของเปลวไฟ
เรนาตายืนบนแท่นบัญชาการเส้นผมสีเงินสะท้อนประกายจากหน้าจอหลายสิบบาน “ส่งกองพันที่ 13 เข้าทางตะวันออก!อย่าให้พวกนั้นบุกถึงแนวชั้นใน!”
“พลังอีเทอร์กำลังพุ่งเกินขีดจำกัดแล้วครับท่าน!”นายทหารคนหนึ่งรายงาน “ถ้ายังเดินหน้าต่อ เครื่องกำเนิดจะล้น!”
เรนาตากัดฟันแน่น“ก็ให้มันล้น! พลังของพวกแอนโดรเมดาไม่มีวันข้ามผ่านกำแพงนี้ได้!”
เสียงสายฟ้าอีเทอร์แผดดังโถงบัญชาการสั่นะเื จู่ ๆ หน้าจอหลักก็ฉายภาพอัสเทรียลในชุดเกราะสีขาวเงินเส้นผมยาวสะบัดตามแรงลมอีเทอร์
“เ้าทำได้ดีแล้วเรนาตา” เสียงเขาสงบนิ่ง แต่ทรงอำนาจ“พลังที่เราผนึกไว้ใต้ชั้นบรรยากาศกำลังจะปลุกขุมพลังดวงดาวจากนี้ไป—ข้าเองจะลงสนามด้วย”
เธอเงยหน้ามองภาพโฮโลกราฟิก“ท่านจะลงไปเอง?”
“ใช่ลูมิเอลคงไม่คิดว่าข้าจะออกหน้าขนาดนี้แต่านี้…เราต้องจบมันก่อนที่โลกจะกลายเป็แค่ซากหินในตลาดค้าดาว”
เรนาตาชะงัก“ตลาดค้าดาว?”
อัสเทรียลเม้มปาก“ข้าไม่อาจพูดมากกว่านี้ แต่รู้ไว้—พวกมันไม่เห็นโลกนี้เป็บ้านเห็นแค่ตัวเลขในสมุดบัญชีจักรวาล”
ก่อนเธอจะทันถามต่อคลื่นะเิลูกใหญ่ก็สั่นะเืฐานบัญชาการ เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมเ้าหน้าที่ะโพร้อมกัน
“แนวป้องกันตะวันตกแตกแล้ว!”
“กองเรือแมกเจลแลนกำลังถอย!”
“ฝูงแอนโดรเมดากำลังรุกเข้ามาเป็แนวสามเหลี่ยม!”
เรนาตาหันไปมองแผนที่ยุทธการที่เต็มไปด้วยจุดแดงกระพริบเธอสูดลมหายใจลึก “เตรียมพลโทนิโอให้พร้อม เราจะเปิดฉากสุดท้ายที่เส้นรบ อัสเทรียลเจอกันในสนามรบ!”
เธอกระชากหมวกนิรภัยขึ้นสวมก่อนร่างจะหายวับในแสงอีเทอร์ เข้าสู่ยานรบส่วนตัวที่บินทะลุแนวคลื่นพลาสมาออกไป
ขณะเดียวกันในอีกฟากของแนวรบกองทัพของสหภาพแรงงานที่นำโดยเรมิโอและวิเวียน่ากำลังตั้งรับอย่างเหน็ดเหนื่อย
“พวกมันเหมือนรู้ทางเรา!”เรมิโอะโท่ามกลางเสียงปืนพลัง “ทุกครั้งที่เราย้ายแนวปืนใหญ่พวกนั้นก็โผล่มาพอดี!”
วิเวียน่ามองภาพรังสีบนจอสีหน้าเคร่งเครียด “ไม่ใช่บังเอิญ ต้องมีใครสักคนป้อนข้อมูลเราให้ฝ่ายรัฐบาล…”
“ใคร?” เรมิโอกัดฟัน “ใครมันทรยศ?”
ก่อนใครจะตอบแสงอีเทอร์สีทองฉายลงจากท้องฟ้า ลำแสงพุ่งกระแทกพื้นอย่างรุนแรงเกิดเป็คลื่นกระแทกที่ทำให้ทุกคนต้องเอามือปิดตา
เมื่อฝุ่นควันจางลงเงาร่างหนึ่งในชุดเกราะสีขาวเงินก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงพลังรอบตัวเขาส่องวาบราวกับดวงดาวเกิดใหม่
“นั่นใคร?” วิเวียน่าถามเสียงสั่น
เรมิโอจ้องมองหัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้สาเหตุ “ไม่รู้สิ…แต่เหมือนเราเคยเห็นแสงแบบนี้มาก่อนในฝัน…”
ร่างนั้น—อัสเทรียลปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
เสียงะเิลูกใหญ่ก้องะเืผนังเหล็กเหนือศีรษะฝุ่นผงละเอียดร่วงลงมาจากเพดาน แต่เรนาตาไม่แม้แต่จะกะพริบตาเธอยังคงยืนอยู่ตรงโต๊ะบัญชาการสายตาจับจ้องภาพจำลองของสนามรบเบื้องบนที่ฉายขึ้นบนม่านพลังสามมิติขบวนยานแอนโดรเมดากำลังเคลื่อนปิดล้อมแนวต้านสุดท้ายของกองทัพรัฐบาลไว้แ่า
“ระดับพลังอีเทอร์ของศัตรูเพิ่มขึ้นอีกสิบเปอร์เซ็นต์ครับท่านประธานาธิบดี!”
“ไม่ต้องถอยสั่งให้ทุกหน่วยเบิกใช้แบตเตอรี่คอร์ดาร์คทั้งหมด!”
“แต่มันจะเกินขีดจำกัดพลังงาน!”
“ข้าไม่ได้ถามถึงผลลัพธ์ข้าถามถึงชัยชนะ!”
เสียงเรนาตากระแทกใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเยือกเย็นจนห้องทั้งห้องเงียบกริบ เหงื่อบนขมับนายทหารหนุ่มผู้นั้นไหลลงมาช้า ๆก่อนเขาจะกดแผงควบคุม ปลดล็อกพลังงานต้องห้ามที่รัฐบาลเก็บไว้ั้แ่ยุคเบนิโต
แสงสีม่วงแดงฉายวาบจากใต้ผืนดินสั่นะเืจนตึกเหนือฐานทรุดตัวลงครืน ๆ ทั่วเมืองเอนโดโปลิสพลันเสียงจากคลื่นสื่อสารลับดังขึ้นในหูฟังของเรนาตา —น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นและคุ้นเคยจนหัวใจเธอสะท้าน
“ข้าเตือนแล้วว่าพลังอีเทอร์ไม่ควรถูกใช้ในา...”
“อัสเทรียล? นี่เ้าจะมาห้ามข้าอีกหรือ?”
“ไม่...ข้ามาช่วยเ้าครั้งสุดท้าย”
สิ้นเสียงนั้นร่างโปร่งแสงของอัสเทรียลปรากฏเหนือแท่นบัญชาการ เขาสวมชุดศึกสีดำเจือเงินดวงตาเปล่งแสงราวกับประกายดาว เขาไม่ใช่คน ไม่ใช่แอนโดรเมดา และไม่ใช่ิญญาแต่คือบางสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งหมดนั้น — พลังแห่ง “อีเทอร์”ที่มีเจตจำนงของตนเอง
“เ้ามันโง่ที่ยังยืนข้างพวกมนุษย์”เสียงของลูมิเอลดังขึ้นจากท้องฟ้าผ่านเครือข่ายการสื่อสารที่ทุกฝ่ายได้ยินพร้อมกัน เสียงนั้นสะท้อนราวกับฟ้าร้อง
“โง่หรือไม่ข้าก็เลือกจะอยู่ข้างสิ่งมีชีวิตที่ยังมีหัวใจ!” อัสเทรียลตวัดมือเส้นพลังสีขาวพุ่งทะลุขึ้นฟ้าประจันกับลำแสงอีเทอร์สีดำที่ลูมิเอลปล่อยลงมาจากอวกาศ
แสงทั้งสองปะทะกันกลางท้องฟ้าเกิดะเิพลังจนท้องฟ้าเหนือเอนโดโปลิสกลายเป็ม่านแสงสองสีสะท้อนบนใบหน้าของเรนาตาที่เงยขึ้นมองด้วยดวงตาไม่ยอมแพ้
“เ้าจะตายเพราะพวกเขาอัสเทรียล” เสียงลูมิเอลก้องกังวานทั่วท้องฟ้า
“ข้ายอม...ถ้ามันจะยื้อเวลาให้โลกนี้หายใจต่ออีกหน่อย”
แล้วท้องฟ้าก็สว่างวาบ—พลังของอัสเทรียลพุ่งชนกับลำแสงของลูมิเอลจนเกิดการะเิครั้งใหญ่แสงมหาศาลแผ่ขยายครอบคลุมเมืองหลวงทั้งเมือง ทุกอย่างเงียบลงในชั่ววินาทีก่อนเปลวเพลิงจะค่อย ๆ มอดดับ เหลือเพียงควันบางเบาลอยขึ้นสู่ฟ้า
ที่แท่นบัญชาการใต้ดินระบบทุกอย่างดับสนิท หน้าจอดับมืด เสียงเครื่องยนต์พลังงานอีเทอร์เงียบหายเรนาตาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด
“อัสเทรียล...”เธอเรียกชื่อเขาเบา ๆ แต่ไร้เสียงตอบกลับ
ลมร้อนจากแรงะเิยังแ่ลอดเข้ามาในอุโมงค์ใต้ดินเสียงซากปรักหักพังถล่มดังต่อเนื่อง แต่เรนาตาไม่ไหวติงเธอยังจ้องไปที่เพดานโลหะเหนือหัวราวกับยังมองเห็นท้องฟ้าที่อัสเทรียลหายไป
แสงจาง ๆจากแบตเตอรี่สำรองกระพริบเป็จังหวะ เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดของเ้าหน้าที่รอบตัวบ้างหมดสติ บ้างร้องครวญครางด้วยาแ แต่เรนาตากลับนิ่งสองมือกำแน่นจนเล็บจิกลงในฝ่ามือ
“รายงานความเสียหาย...”เธอพึมพำเสียงแ่
ไม่มีคำตอบมีเพียงเสียงลมลอดเข้าช่องอากาศ
เรนาตาเอื้อมมือแตะอุปกรณ์สื่อสารบนโต๊ะที่ไหม้เกรียมพยายามเปิดช่องสัญญาณติดต่อหน่วยรบ แต่มีเพียงเสียงซ่าเบา ๆ ของคลื่นรบกวน
ทันใดนั้น…เสียงเรียกแ่บางดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่งในห้อง
“...เรนาตา...”
เธอหันขวับ —แต่ไม่มีใคร
“อัสเทรียล? นั่นเ้าหรือ?”
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้มาจากภายในหัวของเธอเอง
“เ้าต้องอยู่ต่อ...โลกนี้ยังไม่จบ...”
“ไม่!เ้ากลับมาสิ อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียวอีก!” น้ำตาของเรนาตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเธอกำหมัดแน่น จนโลหิตซึมจากข้อนิ้ว
“ข้าไม่มีเวลามากแล้ว...ฟังให้ดี— หากข้าดับสิ้น เ้าต้องกลืนอีเทอร์ไว้ในตัวเองอย่าให้มันตกไปอยู่ในมือเขา... เ้าจะรู้เมื่อถึงเวลา”
“ใคร? ใครกันที่เ้าพูดถึง?”
เสียงนั้นเงียบไปมีเพียงกระแสพลังบางเบาที่ห่อหุ้มร่างเธอไว้ แล้วค่อย ๆแผ่ซ่านเข้าไปในกระดูกและเส้นเื —ร่างเรนาตาเริ่มส่องแสงเรื่อขึ้นเหมือนมีเปลวเพลิงสีเงินล้อมรอบ
ทันใดนั้นผนังอุโมงค์ทั้งสองข้างเกิดแรงดันมหาศาล แสงสีขาวพุ่งวาบปกคลุมทุกสิ่งก่อนทุกอย่างจะดับวูบ —
บนพื้นผิวโลกเหนือฐานใต้ดินปากปล่องะเิขนาดมหึมาปรากฏขึ้นตรงกลางเมืองเอนโดโปลิสพลังงานอีเทอร์ทั้งหมดหยุดนิ่งในทันที เหลือเพียงความเงียบเ็า
ไม่มีใครพบศพของเรนาตา...
ไม่มีสัญญาณชีพของอัสเทรียล...
แต่ในเงามืดของอวกาศชั้นนอก— ดวงตาสีทองคู่หนึ่งลืมขึ้นช้า ๆ บนใบหน้าของชายหนุ่มผู้สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์แสงรอบตัวเขาส่องประกายราวกับดวงดาวกำลังหายใจ
“ถึงเวลาของข้าแล้ว...”
เสียงนั้น คือลูมิเอล.
จบตอนที่ 6
( 27 ต.ค. 68 )